0 Views

เซียวปินเพิ่งเดินมาถึงด้านล่าง กำลังจะเดินออกจากประตู จู่ๆก็เห็นเงาสีดำร่วงลงมาจากชั้นบน

ตุบ บ ตึง ง ง

ร่างของจูเลียตร่วงลงกระทบพื้นอย่างแรง ทั้งเลือดสีแดงสดและเลือดสีดำอันเนื่องมาจากพิษต่างก็ไหลมาผสมรวมกัน เซียวปินหลับตาลง ก่อนจะสูดหายใจลึกๆเข้าปอด ไฟแห่งความแค้นที่มีในใจก็มิอาจยับยั้งได้ๆอีก เขากล่าวพึมพำน้ำเสียงราบเรียบ “เซี่ยหลุน  เทพธิดาแห่งดอกพิโอนี…”

จู่ๆ โทรศัพท์มือถือที่กระเป๋ากางเกงเขาก็ดังขึ้น เซียวปินหยิบออกมาดู ก่อนจะพบว่าเป็นเสียวเป่ย เขาไม่กล้ารีรอ รีบกดรับสายทันที

“พี่ปิน” เสียวเป่ยน้ำเสียงผสมกริ้ว “เสียวเสี่ยวโดนเพื่อนคนอื่นๆวางยาในผับ ตอนนี้พวกมันกำลังจะขับรถพาเธอออกไป เมื่อกี้ผมแอบติดเครื่องตามตัวและเครื่องดักฟังที่ตัวเสียวเสี่ยวเอาไว้แล้ว จะให้ผมแอบตามไป หรือลงมือเลยดี?”

“ว่าไงนะ!!!” เซียวปินราวกำลังจะระเบิด แต่ยิ่งเป็นในเวลาแบบนี้ เขาก็ยิ่งต้องใจเย็น เขากล่าวน้ำเสียงขุ่นหนัก “อย่าเพิ่งลงมือทำอะไร แอบตามพวกมันไปก่อน คอยฟังบทสนทนาของพวกมันเอาไว้ด้วย ถ้าพวกมันคิดจะทำอะไรไม่ดีต่อซูเสียวเสี่ยวล่ะก็ ให้รีบเข้าไปช่วยเธอทันที”

“เข้าใจแล้วครับ”

“แล้วก็  ตอนนี้นายอยู่ไหน? รถพวกมันกำลังแล่นไปทางไหน? นายต้องตามติดอย่าให้คลาดสายตา แล้วโทรมาบอกที่หมายของพวกมันกับฉันด้วย”

“ผมรู้แล้วครับ”

เสียวเป่ยบอกที่อยู่ขณะนี้กับเซียวปิน เซียวปินโบกรถแท็กซี่คันหนึ่ง ก่อนแท็กซี่จะแล่นออกไปทันที ระหว่างทาง ทั้งสองก็ต่อสายหากันอยู่ไม่ขาด

เซียวปินคิดไม่ถึงเลย ว่าซูเสียวเสี่ยวจะเจอเรื่องแบบนี้ เพียงแค่เธอเข้าร่วมปาร์ตี้วันเกิดของเพื่อนร่วมชั้นเรียนเท่านั้น เรื่องนี้จะเป็นฝีมือของเจ้าคนทรยศในหลงเหมินหรือเปล่า? ไม่ เรื่องแบบนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหากพวกที่จับตัวเธอไปเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในหลงเหมินจริง เสียวเป่ยก็คงบอกตนทางโทรศัพท์แล้ว

เพราะเพิ่งประสบเรื่องจางกุ้ย ยิงจื่อและจูเลียตมา เซียวปินจึงเริ่มจากการสงบสติอารมณ์ตัวเองลงก่อน จนเมื่อรถแล่นมาจนถึงคฤหาสน์หลังหนึ่ง คนขับก็จอดรถลง ก่อนเซียวปินยื่นเงินจ่ายค่าโดยสาร และเมื่อเปิดประตูลงจากรถก็พบเสียวเป่ยกำลังพิงที่รถยนต์สีดำคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก ที่หูก็ยังสวมหูฟังอยู่ตลอด

เมื่อสังเกตเห็นเซียวปิน เสียวเป่ยก็ยืนตัวตรง เซียวปินเดินก้าวฉับเข้าไปหา ก่อนถาม “เธอล่ะ?”

“เข้าไปข้างในแล้ว” เสียวเป่ยถอดหูฟังออก กล่าว “พี่ปิน วางใจเถอะ ผมดักฟังอยู่ตลอด”

“รู้ไหม ว่าคนที่ทำเป็นใคร?”

เสียวเป่ยกล่าว “ผู้ชายตัวใหญ่สองสามคน ฟังจากที่พวกมันคุยโทรศัพท์กันในรถแล้ว เหมือนผู้บงการเรื่องนี้จะชื่อ คุณชายเซี่ยอะไรนี่แหละ”

เซียวปินสายตาประกายเยือกเย็นขึ้นทันที “เซี่ยกู้เฉิง?”

เซียวปินตั้งแต่เพิ่งมาถึงเจียงเฉิงเป็นวันแรกก็ไปมีเรื่องกับเซี่ยกู้เฉิงแล้ว ทั้งยังไปเหยียบขามันจนหักอีก หากมันจะคิดแผนการล้างแค้นตนจริงๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น พ่อมันก็จ้างเทพธิดาแห่งดอกพิโอนีมากำกัดตนแล้ว บางทีเซี่ยหลุนอาจคิดว่าเซียวปินต้องตายวันนี้แน่นอน เลยเริ่มลงมือกับคนรอบข้างเขา

เซียวปินสูดหายใจเข้าลึก ไม่ว่าจะใช่เซี่ยกู้เฉิงหรือเปล่า ยังไงก็ต้องเข้าไปดูข้างในอยู่ดี

“พี่ปิน ลองฟังดู…”

เซียวปินรับหูฟังจากเสียวเป่ยมาข้างหนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงของเซี่ยหลุยดังลอดมาอย่างชัดเจน เสียงที่ได้ยิน เซี่ยหลุนราวกำลังโกรธจัด เขาตวาดลั่น “ไอ้เวรเอ้ย ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ก่อนจะมั่นใจว่าเซียวปินตายไปแล้วจริงๆ อย่าไปหาเรื่องใส่ตัว อย่าไปยุ่งกับคนรอบตัวมัน หรือแกคิดว่าปัญหาที่ตัวเองก่อยังไม่มากพอ?”

เป็นคนตระกูลเซี่ยจริงๆด้วย!

ติดกัน เซียวปินก็ได้ยินเสียงของเซี่ยกู้เฉิงดังขึ้นอีก เสียงของมันเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความอำมหิต “พ่อ  ก็พ่อบอกว่าวันนี้เซียวปินต้องตายแน่ๆไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อเป็นแบบนั้น แม้ผมจะไปจับตัวคนของมันมาก็ไม่เห็นเป็นไรเลย  มันเหยียบขาผมจนหัก แถมยังหยามผมต่อหน้าคนเยอะขนาดนั้นอีก ผมต้องแก้แค้นและเอาคืนเรื่องนี้ให้ได้ มันตายแค่คนเดียวไม่พอเหรอก  คนรอบตัวมันก็ต้องทุกทรมานราวกับตายทั้งเป็นด้วย”

เซี่ยหลุ่นกล่าวโกรธกริ้ว “เสี่ยวเฉิง พ่อแกทำการค้านะ ไม่ใช่เป็นนักเลงมาเฟีย เรื่องบางเรื่อง เราจ้างให้คนอื่นไปทำแทนก็ได้ เพราะแบบนั้น แม้จะพลาดมา เราก็ยังสามารถโยนความผิดเพื่อเอาตัวรอดได้ แกนิสัยไม่รอบคอบแบบนี้ แล้วฉันจะไว้วางใจให้แกดูแลธุรกิจฉันต่อได้ยังไง?”

“งั้น…งั้นผมจะทำยังไงดี  ในเมื่อผมก็จับตัวเขามาแล้ว”

เซี่ยหลุนถอนหายใจ “เฮ้อ… ในเมื่อจับมาแล้ว แถมเซียวปินก็ต้องตายแน่นอน แกอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่อย่าลืมล่ะ… อย่าให้เธอรอดกลับออกไปได้ แล้วฉันจะหาทางจัดการเรื่องนี้ให้แกเอง”

เซียวปินถอดหูฟังออก แล้วส่งมันกลับคืนเสียวเป่ย นัยน์ตาเขาส่องแสงครึ้มหม่น เซียวปินกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “เสียวเป่ย แกไม่ได้ออกปฏิบัติภารกิจกับฉันมานานเท่าไหร่แล้ว?”

เสียวเป่ยนัยน์ตาวิบวับประกายตื่นเต้น ใบหน้าก็แลดูดีใจลิงโลด “สามปีแล้วครับ”

“นั่นสิ สามปีแล้วสินะ ตั้งแต่สามปีก่อน หลังจากฉันก่อตั้งหลงเหมินขึ้นมา เราก็ไม่มีโอกาสได้ออกปฏิบัติภารกิจด้วยกันอีกเลย.. วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดี พวกเราไปเล่นด้วยกันหน่อยเป็นไง”

เสียวเป่ยถาม “จัดการยังไงดี? พี่ปิน พวกเราเป็นคนของประเทศชาติ บางเวลา เราก็ต้องจัดการปัญหาตามกฎหมายบ้านเมือง คนที่ทำเรื่องผิดต่อกฎหมาย ก็มีกฎหมายเป็นตัวลงโทษอยู่แล้ว…”

เซียวปินมองเสียวเป่ยแวบหนึ่ง พลางเสียวเป่ยพูดต่อ “แต่พวกเราที่อยู่ในทีมหลงหยามีอำนาจในการกระทำนอกเหนือกฎหมาย สามารถพลิกแพลงและเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ที่ประสบได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย เพราะฉะนั้น คนแบบนี้ แน่นอนว่าปล่อยเอาไว้ไม่ได้”

เสียวเป่ยมองเซียวปินอย่างระมัดระวังแวบหนึ่ง กล่าวถาม “พี่ปินอยากจะฆ่าพวกมัน?”

เซียวปินกล่าวราบเรียบ “ก่อนตาย พวกเราต้องทำให้พวกมันทรมานราวกับตายทั้งเป็นก่อน”

เสียวเป่ยขนลุกไปทั้งตัว เขาคุ้นกับสายตาเช่นนี้ของเซียวปินมากกว่าใคร เมื่อใดที่เขามีสายตาที่น่ากลัวเช่นนี้ ก็แสดงว่าเรื่องที่น่าหวาดผวากำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าแน่

เสียวเป่ยและเซียวปินลักลอบเข้าไปในคฤหาสน์หรู ก่อนจะสังหารสุนัขวูลฟ์ด็อกที่เฝ้ารอบๆไปหลายตัว เซียวปินย่องแอบขึ้นไปบนชั้นสองของคฤหาสน์ ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงที่หน้าประตูบานหนึ่ง

ในห้องนั้น ร่างของซูเสียวเสี่ยวซึ่งถูกมัดด้วยเชือกกำลังนอนสยายอยู่บนเตียง ส่วนเซี่ยกู้เฉิงนั่งอยู่บนรถเข็นคันหนึ่ง ที่ด้านหลังมันยังมีชายร่างถึกใหญ่ผู้มีหน้าตาขี้ริ้วอุบาทว์อีกสองคนยืนอยู่ ชายขี้ริ้วทั้งสอง ขณะนี้ก็กำลังมองเรือนร่างซูเสียวเสี่ยวที่นอนบนเตียงด้วยความใคร่ต้องการ

ซูเสียวเสี่ยวบัดนี้เพิ่งได้สติตื่นขึ้น เธอเริ่มจากการสะดุ้งตกใจ จนเมื่อพบว่าเสื้อผ้าบนร่างกายยังคงอยู่ครบ จึงถอนหายใจโล่งอกไปนิดหนึ่ง เธอมองไปยังเซี่ยกู้เฉิงพลางกล่าวด้วยสีหน้าทั้งตกใจกลัวและโกรธกริ้ว “แก…แกเป็นใคร? รีบปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะแจ้วตำรวจ!”

“แจ้งตำรวจ?” เซี่ยกู้เฉิงหัวเราะเสียงดัง “เธอคิดว่าจะมีโอกาสเหรอ?”

นัยน์ตาเขาประกายความบ้าคลั่งออกมา ขณะเดียวกันก็ยังผสมไปด้วยความใคร่กระหายด้วย ต่อให้เป็นเซียกู้เฉิงที่ผ่านสาวงามมานับไม่ถ้วนแล้ว เมื่อมาพบสาวสวยวัยอ่อนเช่นซูเสียวเสี่ยว ก็ยังอดไม่ได้กลืนน้ำลายลงคอไปหลายอึกเช่นกัน น่าเสียดายที่ตอนนี้ขาทั้งสองข้างของเขาดิ้นไม่ได้ อย่างน้อยก็อีกสองเดือน กว่าเขาจะออกจากรถเข็นนี่ได้ เมื่อคิดมาจนถึงจุดนี้ เขาก็อดรู้สึกหมั่นเขี้ยวเธอไม่ได้ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ คงต้องปล่อยของดีให้ลูกน้องหน้าตาขี้เหร่สองคนนี้แล้ว

เซี่ยกู้เฉิงมองไปยังลูกน้องหน้าอุบาทว์ทั้งสองแวบหนึ่ง ก่อนหัวเราะชั่วร้าย “พวกแกอย่าทำมันจนตายล่ะ คืนนี้ มันเป็นของพวกแกแล้ว”

“ได้ครับ คุณชาย พวกเรารับรองเลย จะมีก็แต่บริการให้เธอสบายเนื้อสบายตัว…”

เซี่ยกู้เฉิงหมุนรถเข็น ก่อนจะออกจากห้องไป และทันทีที่ปิดประตูลง ที่หัวก็ถูกกระแทกเข้าอย่างแรงจนเขาสลบเหมือดไป

เซียวปิน หลังจัดการเขาจนสลบแล้ว ก็พังประตูเข้าไปทันที ซูเสียวเสี่ยวที่บนเตียงกำลังร้องตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างหวาดกลัว ชายร่างบึกทั้งสองเพิ่งกระโจนขึ้นเตียง เซียวปินก็พุ่งตัวเข้าไป ก่อนซัดหมัดลงไปที่พวกมันคนละข้าง จนชายทั้งสองนอนสลบไป

“พี่ปิน!” ซูเสียวเสี่ยวเมื่อพบผู้ช่วยให้รอดก็อดไม่ได้อีกต่อไป ร้องไห้โฮออกมาในที่สุด

เซียวปินแกะเชือกออกให้ซูเสียวเสี่ยว ก่อนจะโอบเธอเอาไว้แบนอก เขาตบไปที่หลังร่างเล็กเบาๆ กล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน “วางใจเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว เธอปลอดภัยแล้ว ในเมื่อฉันมาแล้ว พวกมันก็ทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว…”

ซูเสียวเสี่ยวเมื่อร้องไปได้สักพักก็หยุดลง เธอปาดเช็ดน้ำตาก่อนจะถอนตัวออกจากอกกว้างของเซียวปิน หลังจากเห็นว่าเสื้อเขาเปียกไปหมด เธอก็กล่าวอายๆ “พี่ปิน ฉัน…”

“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันจะพาเธอออกไปจากที่นี่ก่อน แล้วก็ ผู้ชายคนเมื่อกี้ เขาชื่อเซี่ยกู้เฉิง เราต้องพาเขาออกไปด้วย…”

ซูเสียวเสี่ยวสีหน้าชังเข้ากระดูก “แจ้งตำรวจดีไหม? ให้ตำรวจมาจับพวกมัน”

เซียวปินยิ้มเจื่อนๆ กล่าว “ที่บ้านเซี่ยของพวกมันมีที่ยืนในเจียงเฉิงได้ แน่นอนว่าพวกมันต้องรู้จักคนของราชกาลไม่น้อยแน่ ดังนั้น ต่อให้แจ้งความ ก็ไม่แน่ว่าจะทำอะไรพวกมันได้หรือเปล่า”

“งั้นจะทำยังไงดี…?”  ซูเสียวเสี่ยวสีหน้าไม่พอใจ “เราต้องปล่อยเขาไปแบบนี้น่ะเหรอ?”

“วางใจเถอะ ฉันมีวิธี”

เซียวปินเก็บเชือกที่เคยมันซูเสียวเสี่ยวขึ้น ก่อนจะออกจากห้องไปพร้อมซูเสียวเสี่ยว พวกเขาใช้เชือกมัดเซี่ยกู้เฉิงเอาไว้ก่อน โดยไม่ลืมยัดผ้าเก่าๆผืนหนึ่งเข้าไปอุดที่ปากเขาด้วย ก่อนจะยกเขาขึ้นพาดบ่า แล้วทั้งสองก็เดินตามกันออกจากคฤหาสน์ไป จนในที่สุด หลังจากออกมาพ้นจากคฤหาสน์ ซูเสียวเสี่ยวก็ถอนหายใจโล่งอก พลางกล่าวถามเซียวปินอย่างสงสัย “พี่ปิน พวกเราพาเขามาทำไม?”

“แน่นอนว่าเพื่อสั่งสอนเขา” เซียวปินหัวเราะ กล่าว “ไปกันเถอะ ฉันจะขับพาเธอออกไปเอง”

เซียวปินพาเธอขึ้นรถยนต์สีดำคันหนึ่ง  พวกเขาโยนเซี่ยกู้เฉิงที่ถูกมัดจนราวข้าวต้มมัดไปไว้ที่เบาะด้านหลัง ส่วนซูเสียวเสี่ยวนั่งที่ข้างคนขับ เธอถามสนใจ “พี่ปิน  ทำไมพี่ถึงมีรถได้?”

“ยืมมาจากเพื่อนน่ะ”

“อ้อ” ซูเสียวเสี่ยวรู้ว่าเซียวปินเป็นคนกว้างขวาง ดังนั้นจึงไม่ได้คิดอะไรอีก เซียวปินเหยียบคันเร่งก่อนจะออกรถซิ่งหนีไป ส่วนเสียวเป่ย… เซียวปินมอบภารกิจให้เขาไปเรียบร้อยแล้ว ภารกิจให้ของขวัญชิ้นใหญ่แก่ครอบครัวตระกูลเซี่ย

เซียวปินขับมาจอดหน้าห้างซึ่งหรูหราที่สุดในเขตเจียงเฉิง แม้จะเป็นตอนกลางคืนแล้ว ทว่าที่นี่ยังดูหรูหราและคึกคักมากอยู่ดี ที่จุดซึ่งหรูหรามากที่สุด เซียวปินหยุดรถลง จากนั้นก็ลงจากรถแล้วมาหยุดอยู่ที่เบาะด้านหลัง บัดนี้ เซี่ยหลุนก็ได้สติฟื้นขึ้นมาแล้ว เขามองมายังเซียวปินที่อยู่ข้างตัวด้วยความหวาดผวาสุดขีด พลางเปล่งเสียงอื้ออึงในลำคอไม่หยุด เพราะพูดไม่ออกจากากการถูกมัดเอาไว้

เซียวปินหยิบมีดพกออกมาเล่มหนึ่ง เพียงแวบเดียว เขาก็ปาดเสื้อเซี่ยกู้เฉิงจนขาดวิ่น  เหลือไว้เพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวเท่านั้น ซูเสียวเสี่ยวร้องอุทานครั้งหนึ่ง ก่อนจะรีบหมุนตัวไปอีกทาง พลางปิดตาเอาไว้ด้วย

เซียวปินถอดกางเกงชั้นในชิ้นสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ของมันออกมา ก่อนจะยิ้มตาหยีมองเขา เซี่ยกู้เฉิงเอง บัดนี้ก็ทั้งอายทั้งโกรธ แต่ที่มากที่สุดก็ยังเป็นความกลัวอยู่ดี เขาน้ำตาร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆได้เลย

“จำเอาไว้ นี่เป็นสิ่งที่ครอบครัวตระกูลเซี่ยของแกติดค้างฉันเอาไว้ แต่เงินทุนที่ฉันตามทวงมานานยังไม่ครบเลย พวหที่แกเจอน่ะ มันก็เป็นแค่ดอกเบี้ยเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

พูดจบ เซียวปินก็เปิดประตูรถออก ก่อนจะยกตีนถีบเซี่ยกู้เฉิงที่กำลังเปลือยลงจากรถไป  ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เมื่อเห็นคนไม่ใส่เสื้อผ้านอนอยู่บนภนน ต่างก็กรีดร้องกันยกใหญ่ คนบางคนก็วิ่งหนีไปอย่างรีบรอน ทว่าบางคนก็ยังอยู่มุงดูอยู่  ขณะรถแล่นออกไป เซียวปินก็มองผ่านหน้าต่างออกไป มีบางคนยังถ่ายรูปกับเซี่ยหลุนด้วย

เซียวปินมุมปากฉีกยิ้มครึ้มขุ่นมัว หัวเราะกล่าว ความตายจะไม่ใช่สิ่งน่ากลัวที่อยู่อันดับหนึ่งแน่ ตระกูลเซี่ย  นี่มันแค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…

 

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม