0 Views

“พี่ปิน….พี่ปิน”

“หืม?” เซียวปินได้สติกลับคืนมา

หลี่หงมองเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อครู่ ขณะเซียวปินกำลังนวดแป้งอยู่ จู่ๆเขาก็ชะงักนิ่งไปเฉยเลย “วันนี้พี่กลับไปพักก่อนเถอะ….ช่วงนี้หักโหมมากเกินไปหรือเปล่า”

“อ้อ ไม่เป็นไร…” เซียวปินหันมองเวลาแวบหนึ่ง ก่อนกล่าวยิ้มอย่างเขินอาย ให้ตายสิ วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย หรือจะเป็นเพราะเรื่องที่เขาเจอกับจูเลียตเมื่อเช้านี้? เฮ้อ… ยัยผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้น

คิดมาคิดไป ตอนนี้ก็เริ่มค่ำแล้ว รีบไปรีบกลับดีกว่า จะได้กลับบ้านเร็วๆหน่อย… คิดได้ดังนั้น เขาจึงกล่าวต่อ “งั้นพวกเธอทำงานกันไปก่อนแล้วกัน ฉันมีเรื่องสำคัญต้องออกไปก่อน”

“อืม กลับไปเถอะ” หลี่หงกล่าวเป็นห่วง “ถ้ารู้สึกไม่สบายก็พักอยู่ที่บ้านไปก่อน ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้”

“เข้าใจแล้วล่ะ” เซียวปินเช็ดมือ ก่อนจะจับไปที่หัวหลี่หงนิดหนึ่ง แล้วจึงยิ้มแย้มออกจากร้านไป

วันนี้เซียวปินออกจากร้านมาค่อนข้างเร็ว น่าจะเร็วกว่าปกติสักสองชั่วโมงเห็นจะได้ เขาไม่ได้โทรบอกจูเลียตก่อน เพราะยังไงเสีย บ้านของจูเลียตก็ไม่ได้ไกลอะไร เขาจึงถือวิสาสะเดินตรงไปที่บ้านจูเลียตเลย

จูเลียตตรากตรำทำงานหนักทุกวันเพื่อหาเงินมาเจือจุนครอบครัว แต่สามีก็ยังออกไปทั้งดื่มทั้งกินทั้งพนันแล้วยังจะไปหาสาวขายบริการอีก ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง เขาควรพูดปลอบเธอยังไงดีนะ? อันที่จริง การหย่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่จูเลียตก็เหมือนยังมีบางอย่างค้างคาอยู่ ทำให้ไม่สามารถแยกทางกับเขาได้เสียที  ดูท่าว่าเขาต้องพูดปลอบและกล่อมเธอให้มากแล้ว

ขณะกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จู่ๆเขาก็เห็นคนชุดดำหลายคนพุ่งตรงเข้าไปในซอยที่ข้างๆอย่างรวดเร็ว ด้วยความสงสัย เซียวปินจึงพุ่งตามพวกนั้นไปด้วย ก่อนเขาจะเห็นจางกุ้ย ที่กำลังเดินตรงมาทางตรงข้าม ที่มือมันถือดอกกุหลาบดอกหนึ่ง และที่ปากก็ฮัมเพลงไปด้วย

พวกชุดดำพุ่งตัวไปหยุดอยู่หน้าจางกุ้ย แล้วมีดไม่รู้กี่เล่มต่อกี่เล่มก็ถูกฟันตรงไปยังร่างเขา  จางกุ้ยอ้าปากกว้าง พรางตาก็เบิกโตราวไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดตรงหน้า

พรึ่บ ตุบ

ร่างจางกุ้ยทรุดลงไปกองกับพื้น เซียวปินเห็นดังนั้นก็คำรามเสียงดังลั่น ก่อนจะพุ่งตรงไปยังร่างของจางกุ้ย ส่วนคนพวกนั้น เมื่อมีความเคลื่อนไหวของบุคคลที่สามเกิดขึ้น พวกมันก็ไม่กล้าอยู่ต่อ แยกย้ายหนีหายไปหมดภายในเวลาเพียงพริบตาเดียว

เซียวปินไม่มีเวลาไล่ล่าพวกมัน ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ จางกุ้ยตายหรือยัง? จางกุ้ยขณะนี้มีบาดแผลเต็มตัวไปหมด กำลังนอนจมกองเลือดอยู่ ดอกกุหลาบร่วงหล่นไปตกอยู่ตรงหน้าเขา เลือดสีแดงสด ย้อมให้ดอกกุหลาบแดงมีสีเข้มและเด่นชัดมากขึ้น มันแดงมากเสียจนแลดูสวยสะพรึง

เซียวปินนั่งยองๆข้างเขา พลันดวงตาก็เปล่งแววเศร้าขึ้น จางกุ้ยหน้าอกข้างซ้ายถูกแทงจนเป็นแผลถึงสองแผล เส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอก็ถูกตัดขาด และเลือดที่ออกมาอย่างมากมาย ขณะนี้ก็ไม่สามารถห้ามเอาไว้ได้อีกแล้ว เซียวปินร้องตะโกนดังลั่นออกไปทางนอกซอย เขาร้องเสียงกริ้ว “เรียกรถพยาบาล เรียกรถพยาบาล!!!”

แปะ

มือข้างหนึ่งแตะลงที่หัวเขาเซียวปิน มือของจางกุ้ย ในมือนั้นยังมีสมุดบัญชีเงินฝากเล่มหนึ่งอยู่ด้วย เซียวปินชะงักมองเขานิ่ง จางกุ้ยอ้าปากพะงาบหลายครั้ง และทุกครั้งที่อ้าปาก ก็จะมีเลือดสีแดงสดทะลักออกมาด้วย เซียวปินเลื่อนหูเข้าไปใกล้ปากเขา จึงได้ยินเสียงกล่าวที่ราวแสนจะยากลำบากของเธอ “ให้…ให้ยิงจื่อ…ให้เธอ…มี…มีชีวิตที่ดี…ชั่ว…ชั่วชีวิต…”

เขามิได้ใส่ใจเรื่องความเป็นความตายของตัวเองเลย เพราะสำหรับเขา เรื่องที่สำคัญมากที่สุดก็คือ ผู้หญิงคนนั้นจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรมากกว่า ต้องเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากขนาดไหนกันนะ… เซียวปินกำสมุดนั้นเอาไว้ในมือ เขาเกลียดผู้ชายคนนี้มาโดยตลอด แต่ตอนนี้… เมื่อต้องดูเขาตายไปต่อหน้าตัวเอง เซียวปินก็กลับมีความรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก

เซียวปินค่อยๆยื่นมือออกไป เขาปิดตาที่เปิดอยู่ของจางกุ้ย ขณะนี้ ในซอยนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คนล้อมรอบมุงดูเหตุการณ์อยู่ เซียวปินเก็บดอกกุหลาบที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้น ก่อนจะเดินทีละก้าวๆออกไป ผู้คนรอบๆต่างก็หลีกทางให้เขา พลางมองมายังเขาด้วยสายตาหวดกลัว พวกเขาไม่มีใครได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ ไม่มีใครรู้ว่าใครคือฆาตกรกันแน่ ทว่าก็ไม่มีใครกล้าขวางเซียวปิน

ยิงจื่อ…ยิงจื่อ…

เซียวปินนึกถึงหญิงขายบริการที่เคยอยู่กับจางกุ้ยในวันนั้น ก่อนจะวิ่งสุดแรงราวคนบ้าไปตามทาง และในที่สุด เขาก็หยุดลงตรงหน้าตึกโทรมเก่าหลังหนึ่ง จู่ๆ หญิงวัยป้าคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา พลางดึงที่เสื้อผ้าเขา กล่าว “พี่ชาย จะมาหาผู้หญิงเหรอ? ที่ร้านเรามีสาวสวยอยู่ด้วยนะ ถ้าอยากจะเล่นก็แค่…”

พรึ่บ

เซียวปินดึงไปที่คอเสื้อป้าคนนั้น ก่อนจะยกเธอจนตัวลอย ตวาดกริ้ว “ยิงจื่อ ยิงจื่ออยู่ไหน? ถ้าไม่บอก กูจะเผาร้านมึงให้วอดเลย!!”

หญิงป้าเบิกตากว้างอย่างหวาดผวา กล่าวเสียงสั่น “ชั้นสาม…เธออยู่ชั้นสาม…”

เซียวปินวางเธอลง ก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปในตึก แล้วมุ่งไปที่ชั้นสามทันที

เมื่อมาจนถึงชั้นสาม เซียวปินก็ตะโกนเสียงดัง “ยิงจื่อ ยิงจื่อ!”

หลายห้องต่างก็เปิดประตูออกมาดูเขา  และหญิงหนึ่งในนั้นก็คือยิงจื่อ คนที่เขาเคยเจอเมื่อหลายวันก่อน เธอสวมชุดนอนสีขาวตัวหนึ่ง หลังได้เห็นเซียวปิน เธอก็กล่าวสีหน้างุนงง “คุณคือ?”

เซียวปินสาวเท้าเดินเข้าไปหา เขาอ้าปากราวจะพูดอะไร แต่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา สุดท้ายจึงกล่าว “เข้าไปคุยข้างในเถอะ”

ยิงจื่อนัยน์ตากระวนนกระวาย ไม่ใช่เพราะเซียวปินขณะนี้เต็มไปด้วยเลือด แต่เพราะลางสังหรณ์ลึกๆในใจต่างหาก เพื่อจัดการกับความระแวงและวิตกนี้ เธอจึงพยักหน้าตอบ ก่อนเชิญเซียวปินให้เข้าไปด้านใน แล้วดึงประตูปิด

นี่เป็นห้องเล็กๆที่มีห้องนอนและห้องโถงอยู่ ห้องไม่ได้ใหญ่อะไร ทั้งยังแลดูยุ่งเหยิงไปหมด เมื่อเห็นเซียวปินยืนนิ่ง ไม่ไหวติงอยู่กลางห้องนอน ยิงจื่อก็กล่าวเขินอาย “ห้องฉันค่อนข้างรก…”

“ไม่เป็นไร” เซียวปินกล่าวยากลำบาก “สะดวกให้ฉันสูบบุหรี่สักมวนไหม?”

“ได้…ได้สิ ไม่เป็นไรเหรอก ฉันก็สูบเหมือนกัน”

“อืม” เซียวปินหยิบไฟแช็กขึ้น เขาจุดไฟหลายครั้ง จึงจุดบุหรี่จนติด จากนั้นก็ดูดควันเข้าปอดลึก

ยิงจื่อนั่งลงบนเตียง พลางมองดูเซียวปินที่นั่งตรงหน้า จนเมื่อเซียวปินสงบลง เธอจึงถามอย่างระมัดระวัง “ฉันว่านายดูไม่เหมือนตั้งใจจะมาเล่นผู้หญิงเลย… มีเรื่องอะไรกับฉันหรือเปล่า?”

เซียวปินมองไปยังยิงจื่อ ก่อนจะบังคับให้ตัวเองสงบลง กล่าวถาม “เธอ…เธอรู้จักจางกุ้ยไหม?”

“อ้อ…” ยิงจื่อกล่าว “รู้จัก เขา….เขาเป็นอะไรไปเหรอ? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

“อืม”

เซียวปินยื่นดอกกุหลาบในมือให้ยิงจื่อ เธอยื่นมือออกไปรับมันเอาไว้ ก่อนจะรู้สึกเหนียวที่มือ เมื่อก้มหัวลงมอง จึงพบว่ามีเลือดเต็มทั่วดอก ยิงจื่อกรีดร้อง พลางดอกไม้นั้นก็ร่วงหล่นลงพื้นจนกลีบหลุดออกจากดอก

ยิงจื่อมองกุหลาบบนพื้นราวคนสติหลุดลอย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก เธอมองดูเซียวปินด้วยตาแดงก่ำ กล่าวถาม “เกิดอะไรขึ้นกับเขา  ใช่ไหม?”

“อืม” เซียวปินมุมปากกระตุกหลายครั้ง ก่อนกล่าวด้วยความยากลำบาก “ตาย…ตายแล้ว”

เพียงพริบตา ดวงตานั้นของยิงจื่อก็เปลี่ยนเป็นน่ากลัวอย่างมากมาย มันไม่ใช่ความน่ากลัวในแบบที่อยากจะฆ่าใคร แต่เป็นความน่ากลัวเพราะความสิ้นหวังจนถึงขีดสุด เป็นความรู้สึกสิ้นหวังที่ราวไม่หลงเหลือความต้องการอยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ที่แม้แต่เซียวปินเองก็ยังรู้สึกว่ามันน่ากลัว เขารีบร้อนกล่าว “ฉันรู้ว่าเธอเป็นเพื่อนกับเขา เขา…”

“เขาเป็นผู้ชายของฉัน  เขาเป็นผู้ชายของฉัน…”

“ว่าไงนะ?”

“ฉันบอกว่า เขาเป็นผู้ชายของฉัน” ยิงจื่อกล่าวถาม “เขาตายยังไง?”

เซียวปินเล่าเรื่องราวที่พบเจอให้ยิงจื่อฟังแบบคร่าวๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาอีกครั้ง “นอกจากดอกไม้ดอกนี้แล้ว ก่อนตาย เขายังวานให้ฉันเอาสมุดบัญชีฯนี้มาให้เธอ เขาอยากให้เธอมีชีวิตที่ดี”

ยิงจื่อรับสมุดบัญชีฯมา ก่อนจะเปิดออกดู ด้านในเป็นเงินสองแสนหยวน!

สองแสนหยวน เป็นเงินพอดีกับค่าตัวของเธอ เป็นเงินที่สามารถไถ่ตัวเธอออกไปจากที่นี่ได้ เป็นเงินมากพอให้เธอได้ใช้ชีวิตสงบสุขเยี่ยงคนปกติทั่วไป

ยิงจื่อร้องไห้ปล่อยโฮออกมา ฉันเป็นอิสระแล้ว แต่เธอกลับไม่อยู่แล้ว แล้วฉันจะมีอิสระไปเพื่ออะไรกัน

เธอไม่สามารถหยุดร้องได้ และเสียงร้องก็ดังออกมาไม่ขาด เซียวปินรู้สึกเศร้าขึ้นมาในใจ เย่จื่อพูดถูก ผู้หญิงคนนี้จริงใจกับจางกุ้ยจริงๆ ส่วนจางกุ้ยเอง ก่อนตาย คนที่คิดถึงก็ยังเป็นยิงจื่อ แสดงว่าจางกุ้ยเองก็จริงใจกับเธอเช่นกัน

เซียวปินไม่รู้จะปลอบเธอยังไง บางที เขาคงทำได้เพียงปล่อยให้เธอร้องไห้ระบายความเจ็บปวดออกมาเท่านั้น

ในที่สุด ยิงจื่อก็เลิกร้องไห้ เธอปาดเช็ดน้ำตา  ก่อนจะมองมายังเซียวปินด้วยแววตาสงบ ซึ่งแววตานิ่งเรียบเช่นนี้ ทำให้เซียวปินรู้สึกว่ามันน่ากลัวเสียยิ่งกว่าตอนเธอร้องไห้ฟูมฟายเสียอีก แล้วยังทำให้คนมองรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย

“เซียวปินถอนหายใจ กล่าว “สมุดบัญชีเล่มนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมเอาไว้เพื่อเธอ ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอมารักกันได้ยังไง ไม่รู้ว่ารักกันขนาดไหน แต่ก่อนตาย สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด ก็คืออยากให้เธอมีชีวิตต่อไป มีชีวิตที่ดี…”

“ฉันรู้ว่านายกำลังจะพูดอะไร” ยิงจื่อชี้ไปยังเก้ากี้ตัวหนึ่งที่ข้างๆ กล่าวถาม “ขอบคุณที่บอกเรื่องพวกนี้กับฉัน เรื่องของพวกเรา นายสนใจจะฟังมันไหม?”

เซียวปินนั่งลงตรงเก้าอี้ที่เธอชี้ไป ก่อนจะมองยิงจื่อจิงจัง

“ฉันถูกพ่อเอามาขายที่นี่  พ่อฉันเป็นพวกผีพนัน หลังจากเสียพนัน เขาก็ขายฉันในราคาสองแสนหยวน ตอนนั้นฉันเพิ่งจะสิบแปด… ที่นี่ ฉันเจอผู้ชายมาทุกรูปแบบ มีนักธุรกิจที่มุ่งหวังอยากจะเป็นใหญ่ มีพวกนักเลงโรคจิตที่มุมถนน แล้วก็พวกที่ภายนอกดูแต่งตัวดี ดูมีคุณธรรม แต่ไม่ว่าพวกนั้นจะมีรูปลักษณ์ที่ดูดีหรือนอนาถมากแค่ไหน พวกนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกได้แค่อย่างเดียว ขยะแขยง!”

“จนกระทั่งฉันได้มาเจอเขา…”

“ตอนนั้น ฉันเจอพวกโรคจิตขณะกำลังเดินอยู่บนถนน พวกมันเป็นคนที่เคยมาซื้อบริการที่นี่… พวกมันอยากจะลวนลามฉัน”

“ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้ใสสะอาด ฉันก็เป็นแค่อีตัวคนหนึ่ง แต่ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งด้วย… ฉันกับพวกมันแค่ทำการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจกันเท่านั้น การขายเรือนร่างก็เป็นแค่งานของฉัน แต่ตอนฉันกำลังเดินอยู่ตรงนั้น นั่นมันไม่ใช่เวลางานของฉัน… ฉันก็เลยต่อต้านสุดแรง แล้วในตอนนั้น เขาก็มา”

“เขารูปร่างไม่สูง แถมยังผอมเอามากๆ แต่เขากลับนอนทับอยู่บนร่างฉัน ใช้ร่างกายตัวเองปกป้องฉันเอาไว้ วันนั้น เขาโดนพวกมันอัดเสียจนบาดแผลเต็มตัวไปหมด แต่สุดท้ายก็ยังเอาแต่ยิ้มแย้ม แล้วบอกกับฉัน… พวกโรคจิตไปกันแล้ว เธอไม่เป็นอะไรแล้ว”

“ฉันไม่มีวันลืมวันนั้น…” ยิงจื่อนัยน์ตาอ่อนลุ่มลึกดุจธารา ผู้หญิงที่แสดงสายตาเช่นนั้นเมื่อพูดถึงผู้ชายคนหนึ่ง มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เธอหลงรักผู้ชายคนนั้นเข้าให้แล้ว…

“ตั้งแต่วันนั้น พวกเราก็คบกัน เขาไม่เคยรังเกียจฉันเลย และฉันก็ไม่เคยรังเกียจเขาเช่นกัน… พวกเราไม่ใส่ใจสายตาของคนรอบข้างที่มองมา เพราะสำหรับเรา กันและกันเท่านั้น ที่สำคัญมากที่สุด”

“เขาอยากหาเงินเพื่อไถ่ตัวฉันมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อวันก่อน จู่ๆเขาก็บอกฉันด้วยท่าทางตื่นเต้น เขาบอกว่าเพิ่งจะรับงานใหญ่มา บอกว่าอีกมานานก็จะช่วยให้ฉันออกไปได้แล้ว  จากนั้น…”

ยิงจื่อพูดไปพลางก็รู้สึกแสบที่จมูกราวจะร้องไห้ขึ้นมา เซียวปินเองก็เช่นกัน

“โทษที  ฉันอยากไปล้างหน้าในห้องน้ำเสียหน่อย” ยิงจื่อหยัดยืนขึ้น ก่อนจะเดินราวร่างไร้วิญญาณไปยังห้องน้ำ เธอล็อกประตูห้องน้ำเอาไว้ ก่อนจะมีเสียงน้ำไหลและเสียงร้องไห้โฮของยิงจื่อดังลอดออกมา

เซียวปินนั่งกุมขมับ ศอกยันบนโต๊ะ พลางนิ้วก็ขยับนวดที่ขมับเบาๆ ปวดหัวจริง

เสียงน้ำไหลยังคงดังอยู่เรื่อยๆ ทว่าเสียงร้องไห้กลับค่อยๆเงียบลง เซียวปินรออยู่นาน ทว่าก็ยังคงเงียบสนิท ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วจู่ๆ เขาก็ได้กลิ่นคาวของเลือดลอยมาแตะที่จมูก เซียวปินรีบลุกพรวดขึ้น แล้วพุ่งตัวไปที่หน้าห้องน้ำ ก่อนออกแรงถีบจนประตูห้องน้ำเปิดออก จากนั้นร่างใหญ่ก็ผงะถอยหลังไปสองก้าว แล้วล้มลงกองกับพื้นในที่สุด

ตุบ บ

ยิงจื่อนอนกองอยู่บนพื้น ที่มือเธอกำใบมีดคมกริบอยู่ ที่คอถูกบาดจนเป็นแผล เลือดสีแดงเต็มทั่วพื้นห้องไปหมด ยิงจื่อขณะนี้ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาที่เบิกโพลงได้สูญเสียแวววิบวับที่มนุษย์ควรจะมีไปสิ้น และก่อนขาดใจ ที่ใบหน้าเธอก็ยังคงมีรอยยิ้มเปื้อนอยู่

อ้ากกกกกกก! เพราะอะไร? เพราะอะไรกัน?

ทำไมต้องให้ฉันเห็นทั้งหมดนี้ด้วย?

ทำไมทุกอย่างต้องเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาฉัน ขณะที่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลย?

ทำไมฉันถึงไม่สามารถห้ามไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ได้?

เซียวปิน ที่ตาบัดนี้กลับมีน้ำไหลออกมา จางกุ้ยมิใช่ชายร่างต่ำเตี้ยมีรูปขี้ริ้วอีกแล้ว แต่เขาในขณะนี้ช่างแลดูสูงส่งและยิ่งใหญ่นัก ยิงจื่อเองก็เช่นกัน

ขณะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกพังออก พร้อมกับชายรูปร่างสูงใหญ่หลายคนพุ่งเข้ามาในห้อง ที่มือพวกมันยังถือท่อนไม้ใหญ่เข้ามาด้วย ชายหัวแดงผู้เป็นผู้นำตะโกนกล่าว “มึงใช่ไหมที่บอกว่าจะเผาที่นี่?”

“อ้ากกกกกก!” เซียวปินเบิกตาโพลง ดวงตาเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงน่าหวาดผวา เขาร้องตะโกนเสียงดัง ก่อนจะพุ่งเข้าหาพวกนั้นอย่างบ้าคลั่ง “ไปตายซะ!!!”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม