0 Views

เซียวปินดูดที่นิ้วซูเสียวเสี่ยวเบาๆสักพัก เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าซูเสียวเสี่ยวกำลังชะงักมองตนท่าทางเหม่อๆ ทั้งสองสายตาประสานเข้าด้วยกัน ก่อนซูเสียวเสี่ยวจะรีบร้อนดึงมือกลับ พลางท่าทางก็ดูลุกลี้ลุกลน “ไม่…ไม่เป็นไรแล้ว”

“อ้อ ทายาสักหน่อยเถอะ”

“อ๋อ..อืม  พี่อยู่นี่เถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง พี่ช่วยทำอาหารต่อทีนะ ฉันคงช่วยเป็นลูกมือให้ไม่ได้แล้ว”

“ไม่เป็นไร งั้นฉันเข้าไปทำอาหารก่อนแล้วกัน”

เซียวปินกลับเข้าไปในครัว ก่อนจะหยิบตะหลิวขึ้นจับในมือ พลางในหัวก็คิดถึงนัยน์ตาว้าวุ่นเหม่อลอยที่ซูเสียวเสี่ยวมองตนเมื่อครู่ แล้วคิดถึงคำพูดที่เย่จื่อเคยบอกตนเอาไว้ ที่ว่าซูเสียวเสี่ยวชอบตน ก่อนหัวใจจะทั้งว้าวุ่นและสับสนขึ้นมา ก่อนหน้านี้เป็นซูเพ่ยหย่า ตอนนี้ก็เป็นซูเสียวเสี่ยวอีก เซียวปินภาวนาในใจ ขออย่าให้สิ่งที่ซูเพ่ยหย่าเคยเจอต้องเกิดขึ้นกับซูเสียวเสี่ยวเลย

นี่เธอชอบฉันจริงๆเหรอ? แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง… เธอเพิ่งจะเลิกเกลียดฉันได้ไม่นานมานี้เอง บางทีฉันอาจจะคิดมากเกินไป…

เซียวปินขจัดความคิดพวกนั้นออกไปด้วยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทำอาหารต่อด้วยสมองที่ปลอดโปร่ง

ซูเสียวเสี่ยวกลับเข้าไปในห้อง เธอทายาที่แผลก่อนจะวางขวดยาลง แล้วนั่งลงบนเตียง ฟันขาวๆของเธอขบไปที่ริมฝีปาก เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่… ทำไมกันนะ? ทำไมฉันต้องใจเต้นแรงขนาดนั้นด้วย…ทำไมฉันถึงรู้สึกกลัว รู้สึกจิตใจว้าวุ่น…

อ้ากกกกกกก…ซูเสียวเสี่ยวจับไปที่หัวตัวเอง ก่อนจะส่ายหัวแรงๆเสียจนผมกระเซอะกระเซิง ไม่ใช่ ต้องไม่ใช่แน่ ฉันต้องคิดมากไปเองแน่ๆ ฉันจะไปชอบผู้ชายที่มีแฟนอยู่แล้วได้ยังไงกัน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนที่พี่เพ่ยหย่าเคยชอบด้วย แล้วผู้ชายคนนี้ก็ยังเข้ามาในชีวิตฉันได้เพราะการตายพี่สาวอีก…

ทั้งสองต่างก็มีเรื่องคิดในใจ กระทั่งเวลาอาหาร ทั้งสองจึงมานั่งลงแล้วเริ่มทานอาหารด้วยกัน ทว่าระหว่างอาหาร เซียวปินที่ไร้หัวจิตหัวใจ ก็ลืมความคิดฟุ้งซ่านนั้นไปหมดสิ้น ส่วนซูเสียวเสี่ยวก็แสร้งทำราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเมื่อได้เห็นท่าทางนิ่งเรียบของซูเสียวเสี่ยวเช่นนี้ เซียวปินก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีก ว่าตัวเองคิดมากไปแล้วจริงๆ

หลังอาหาร ซูเสียวเสี่ยวกลับเข้าไปทบทวนบทเรียนในห้อง ส่วนเซียวปินก็นั่งดูทีวีอยู่ห้องโถงข้องนอก ซูเสียวเสี่ยวเมื่อทำโจทย์ไปได้หลายข้อ ก็มองไปยังเซียวปินที่กำลังนั่งไขว่ห้างดูทีวีอยู่ด้านนอก แต่เพียงไม่นานเธอก็ละสายตาจากเขา ปากกาแท่งยาวที่ระหว่างนิ้วก็ถูกเหวี่ยงไปมาช้าๆ  ไม่รู้กำลังคิดอะไรกันแน่

เซียวปินเหลือบดูเวลาแวบหนึ่ง ก่อนจะกดปิดทีวีแล้วยืนขึ้นบิดขี้เกียจ กล่าว “เสียวเสี่ยว เธอทบทวนต่อไปเถอะ ฉันจะไปนอนละ… จริงสิ พรุ่งนี้เธอไปหาคุณน้าที่โรงพยาบาลเถอะ ท่านอยู่คนเดียวคงเหงามาก ให้เย่จื่อไปกับฉันก็พอ”

“อ้อ  ได้”

จนเมื่อเซียวปินเดินเข้าห้องไป ซูเสียวเสี่ยวจึงกระแทกปากกาลงบนโต๊ะ พลางสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเดือดพล่าน

วันต่อมา ซูเสียวเสี่ยวไม่รอให้เซียวปินออกจากบ้านไปพร้อมกัน เธอมอบสมุดจดของตัวเองให้กับเขา ก่อนจะมุ่งหน้า ตรงไปยังโรงพยาบาลด้วยตัวเพียงคนเดียว ส่วนเซียวปินที่บอกเสียวเป่ยให้แอบมารอที่ด้านล่างอยู่ก่อนแล้ว ก็ไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของเธออีก

เซียวปินทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงลงจากตึกมายืนรอด้านล่าง หลายนาทีต่อมา รถของเย่จื่อก็เคลื่อนมาหยุดตรงหน้า ก่อนเซียวปินจะเปิดประตู แล้วย่อตัวลงนั่งข้างเย่จื่อ

การไปหาร้านใหม่กับเย่จื่อก็มีข้อดีตรงนี้แหละ เธอมีรถส่วนตัว ทำให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้นมาก อีกทั้ง เขาเองก็สนิทกับคนขับรถประจำตัวเย่จื่อคนนี้ไม่เบา ดังนั้น เวลากระซิบรักหรือกระเซ้าเย้าแหย่กันในรถ ก็ย่อมไม่เป็นปัญหาอะไร

วันนี้เย่จื่อแต่งกายด้วยชุดกระโปรงบานสีชมพู ที่ข้อมือและข้อเท้าก็สวมสร้อยข้อมือและข้อเท้าเจ็ดสี ดูๆแล้วก็ราวเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากโลกนิทานยังไงยังงั้น เซียวปินที่นั่งอยู่ข้างๆ บัดนี้กำลังมองเย่จื่อด้วยท่าทีเหม่อลอย ราววิญญาณออกจากร่าง

เย่จื่อลูบหน้าตัวเองไปมา ก่อนนัยน์ตาจะฉายความเจ้าเล่ห์แสนกลออกมา เธอกล่าวหน้าตาทะเล้นน่ารัก “เค้าสวยมากขนาดนั้นเลย? ทุกครั้งที่ตัวมองเค้า ท่าทางตัวดูเหมือนเจ้าบื้อคนหนึ่งเลย”

เซียวปินพยักหน้า สีหน้าจริงจัง พลางมองเย่จื่อตาค้าง กล่าว “ถูกแล้ว ทุกครั้งที่ฉันมองเธอ ก็เหมือนฉันกำลังมองคนบื้อคนหนึ่งอยู่เลย…”

เย่จื่อได้สติตามทันคำเขาอย่างรวดเร็ว เธอหัวเราะกล่าวเสียงใส “ได้… ตอนนี้พี่กล้าว่าฉันแล้วเหรอ คอยดูนะ ฉันจะสู้ขาดใจเลย”

พูดไปพลาง เย่จื่อก็กระโจนเข้าใส่เซียวปินทันที แล้วทั้งสองก็เล่นกันพลางหัวเราะครืน

 

เพื่อหาร้านใหม่ ทั้งสองจึงตระเวนไปโน่นมานี่ทั้งวัน จนครบทุกร้านในสมุดจดของซูเสียวเสี่ยวแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอร้านที่ถูกใจจริงๆเสียที ทว่าก็ยังมีอยู่สองร้านที่เขาคิดว่าพอใช้ได้ เซียวปินคิดไปคิดมาจึงตัดสินใจได้ว่าจะปรึกษากับน้าหลี่เสียก่อน แล้วจึงจะตัดสินใจอีกที

ตกดึก เซียวปินดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับเย่จื่อ จากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับบ้านในที่สุด

ภายในบ้าน วันนี้ซูเสียวเสี่ยวราวจะมีความสุขมาก เมื่อเห็นเซียวปินกลับมา เธอก็กล่าวสีหน้าดีใจ “แม่ดีขึ้นมากแล้ว หมอบอกว่าตอนนี้แม่ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วด้วย แต่ถ้าจะให้ดีก็ยังต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลต่ออีกสักหน่อย”

“งั้นก็ดีเลย” เซียวปินกล่าว “ทำสุขภาพให้แข็งแรงเป็นเรื่องสำคัญ ยังไงเสีย ในโรงพยาบาลก็มีผู้เชี่ยวชาญในทุกๆด้านอยู่ แล้วในเมื่อเราก็ไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงินอะไร งั้นก็ให้คุณน้าพักต่อในโรงพยาบาลอีกสักหน่อยเถอะ …แต่จะให้อุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลก็คงไม่ดีเท่าไหร่ ต่อไปถ้าเรามีเวลาก็พาคุณน้าออกไปเดินเล่นรอบๆเสียหน่อยดีกว่า”

“อืม.. ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน งั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ช่วงตกดึก พวกเราสองคนก็ไปหาท่านแล้วพาท่านไปเดินเล่นรอบๆกัน อ้อ  พรุ่งนี้ไม่ได้สิ…พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนฉัน… จริงสิ พี่ปิน พี่ว่า วันพรุ่งนี้ ฉันจะให้อะไรเป็นของขวัญเขาดี?”

เซียวปินหัวเราะ กล่าว “เรื่องนี้ฉันยังรู้ไม่ดีเท่าเธอเลยด้วยซ้ำ ฉันว่าเธอคิดเองน่าจะดีกว่านะ อ้อ.. จริงสิ  เป็นเพื่อนผู้ชายหรือเพื่อนผู้หญิงล่ะ?”

“เพื่อนผู้หญิง…ปกติ พวกเราก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากเหรอก แต่ครั้งนี้เธอตั้งใจชวนฉันให้ไปงานวันเกิดโดยเฉพาะเลย จะไม่ไปก็ไม่ดี แต่ถ้าไปก็ต้องหาซื้อของขวัญอีก… มันกะทันหันเกินไป  ฉันก็เลยยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรดี”

เซียวปินคิดนิดหนึ่ง ก่อนหัวเราะกล่าว “ไม่งั้นก็หาเค้กไปให้เป็นไง ยังไงเสีย เธอก็ไม่ได้สนิทกับเขา ไม่รู้ว่าเขาชอบอะไรด้วย บางทีเขาอาจไม่ชอบของขวัญที่ซื้อไปให้ก็ได้ แต่หากเป็นเค้ก ให้เค้กในวันเกิดก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

ซูเสียวเสี่ยวตาสว่างวาบ กล่าวหัวเราะ “จริงด้วย งั้นฉันจะให้เค้กวันเกิดนี่แหละ ขอบคุณมากนะ พี่ปิน”

“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เธอต้องไปงานวันเกิด คงกลับมาดึกเลยใช่ไหม?”

“อืม คงจะกลับดึกหน่อย  พี่ไม่ต้องเป็นห่วงฉันเหรอก”

“อืม.. ฉันรู้แล้ว งั้นคืนนี้ก็รับพักเถอะ”

“ฝันดี”

“ฝันดี”

ดูท่า พรุ่งนี้เสียวเป่ยคงต้องทำงานหนักขึ้นอีกแล้ว แต่แค่งานเลี้ยงวันเกิดของเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆเอง คงไม่มีอะไรเหรอกมั้ง เซียวปินนอนลงบนเตียง ก่อนจะส่งข้อความหาเย่จื่อ แล้วจึงหลับไปในที่สุด

 

วันต่อมา หลังทานอาหารเช้า ซูเสียวเสี่ยวก็วิ่งตรงไปยังประตูทันที “พี่ปิน ฉันไม่รอละนะ ฉันจะไปสั่งเค้กเอาไว้ก่อน”

“ได้ เธอไปก่อนเถอะ” เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นรีบร้อนของซูเสียวเสี่ยวที่ยากนักจะได้เห็น เซียวปินก็อดไม่ได้ ฉีกยิ้มออกมา

หลังซูเสียวเสี่ยวออกจากบ้านไป เซียวปินก็อยู่ในบ้านต่ออีกสักพักใหญ่ๆ ก่อนจะออกจากบ้านไปเช่นกัน เขาเพิ่งเดินออกจากซอยมา ก็เจอเข้าจับจูเลียตที่ก็กำลังเดินมาทางนี้พอดี

จูเลียตที่มักจะสวยสง่ามั่นใจ บัดนี้กลับดูเหม่อลอย และที่เห็นได้ชัดมากที่สุดก็คือรอยช้ำบนใบหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกรอยอย่างเห็นได้ชัด เซียวปินขมวดคิ้วมุ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…

“จูเลียต”

ทั้งที่เดินมาประชันหน้ากันแล้ว แต่เมื่อได้ยินเซียวปินเรียก เธอจึงเพิ่งได้สติตื่นจากภวังค์ “หา…เซียว…เซียวปิน”

“อืม  เธอกำลังจะไปทำอะไร?”

“เปล่า…ไม่มีอะไร” จูเลียตนัยน์ตาวุ่นวนพลางส่ายหน้าน้อยๆ

จู่ๆเซียวปินก็ยื่นมือออกไปดึงแว่นดำที่ตาเธอออก ก่อนความโกรธและโมโหจะพุ่งปรี๊ด เขากล่าวเสียงเย็นเยียบ “ใครเป็นคนทำ? คนที่บ่อนนั่นมาหาเรื่อง?”

ที่ตาจูเลียตถูกคนตีจนมีรอยช้ำม่วงอยู่ ที่หน้าก็มีรอยเขียวช้ำเป็นแถบ ยากจะจินตนาการ ว่าใครกัน ที่ซ้อมผู้หญิงหน้าตาสะสวยอย่างเธอได้ถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้เซียวปินก็เคยเกือบจะหลงรักเธอ บวกกับ แม้ขณะนี้ ในใจเซียวปินก็ยังมีความรู้สึกต้องการในตัวเธอมากอยู่ดี ทำให้เขารู้สึกทั้งเสียดายและเห็นใจเธอมาโดยตลอด และเมื่อมาเห็นเธอถูกซ้อมแบบนี้ แน่นอนว่าเขาต้องโกรธกริ้วอยู่แล้ว

“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรจริงๆ” จูเลียตร้อนรนกระวนกระวาย ก่อนเธอจะคิดหนีไป “ฉันไปก่อนล่ะ”

“รอก่อน… หรือจะเป็นไอ้สามีที่ไม่ได้เรื่องคนนั้น?”

เมื่อได้ฟังเซียวปินเช่นนี้ ในที่สุดเธอก็ทนไม่ได้อีกต่อไป ที่ตาเธอมีสีแดงก่ำขึ้น หากไม่ใช่เพราะเป็นคนเข้มแข็ง น้ำในตาคงจะไหลออกมาแล้ว

เซียวปินรู้สึกโมโหเสียจนไฟลุกท่วม “เป็นมันจริงๆ?”

“อืม…อืม”  จูเลียตพยักหน้าอย่างยากลำบาก

“ทำไม?”

“เขา…เขา…เขากลับมาเอาเงินที่บ้าน เขาออกไปพนันอีกแล้ว ครั้งนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นบ่อนที่ไหน แต่ดูเหมือนเขาจะเป็นหนี้เยอะมากๆ แต่เงินพวกนั้น…เงินพวกนั้นเป็นเงินที่ฉันหามาอย่างยากลำบาก ฉันไม่ยอมให้ เขาก็เลย…”

“ไอ้สารเลวนี่!” เซียวปินคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าในโลกนี้จะมีคนชั่วช้าสารเลวได้ถึงเพียงนี้ ไม่เพียงสารรูปดูไม่ได้ นิสัยก็ยังเลวทรามไร้ที่ติ ทั้งที่ในบ้านมีภรรยาที่สวยงามมากขนาดนี้ มันยังออกไปโอบไปกอดผู้หญิงคนอื่นที่ข้างนอกอีก อยู่ดีๆในบ้านไม่ชอบ มันยังออกไปเล่นพนัน… ไม่นาน มันต้องเล่นจนเธอหมดตัวแน่ เขามองจูเลียตแวบหนึ่ง ขนาดพานจินเหลียนในสมัยก่อนยังมีชีวิตที่ดีมากกว่าเธอเลย อย่างน้อยหวู่ต้าหลางก็รู้จักหาเลี้ยงและดูแลครอบครัว!

จูเลียตมองไปยังเซียวปิน กล่าวถาม “คืนนี้…คืนนี้ไปเป็นแขกที่บ้านฉันหน่อยได้ไหม? เขาไม่อยู่บ้านเหรอก ฉันแค่อยากให้นายมาอยู่เป็นเพื่อน มาคุยกับฉันสักหน่อย”

ผู้หญิงที่สวยมากขนาดนี้  น่าทะนุถนอมมากขนาดนี้ แล้วไหนจะคำที่เธอพูดอีก แล้วแบบนี้ ใครจะสามารถปฏิเสธเธอได้ล่ะ? โดยเฉพาะกับผู้ชายที่รู้จักรักและทะนุถนอมผู้หญิงแบบเขา เซียวปินจึงตอบรับอย่างไม่ลังเลเลย

“ขอบคุณนะ เซียวปิน…ขอบคุณมาก  งั้นฉันกลับก่อนล่ะ”

“ได้ เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะไปหา”

เซียวปินและจูเลียตแยกทางกันไป เมื่อเดินออกไปไกล เซียวปินจึงถอนหายใจออกมายาวๆ ผู้หญิงที่สวยขนาดนั้น กลับต้องมาเจอผู้ชายเฮงซวย… พื้นที่แห่งความสุขและที่พักพิงกายในชีวิตเธออยู่ไหนกันนะ? เซียวปินรู้สึกสงสารและเห็นใจจูเลียตสุดใจ ทว่า ก็รู้สึกจนปัญญาและหมดหนทางไปในเวลาเดียวกันด้วย…

 

เซียวปินไม่ได้สังเกตเห็นเลย เมื่อเดินจากกันไปได้สักพัก จูเลียตก็ชะงักฝีเท้าลง เธอหมุนตัวกลับไปมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของเซียวปิน ก่อนดวงตาสวยคู่โตจะแพรวพราวไปด้วยประกายประหลาดที่ยากจะคาดเดา

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม