0 Views

“พี่ปิน เมื่อกี้พี่ทำรุนแรงเกินไปแล้ว…” ซูเสียวเสี่ยวและเซียวปินกำลังทานอาหารในร้านอาหารกันอยู่ เพราะเรื่องเมื่อครู่ ทำให้ทั้งสองถูกพาตัวไปสถานีตำรวจด้วย จนสุดท้าย พอได้เย่จื่อโทรมาไกล่เลี่ยให้ เรื่องนี้จึงจะผ่านไปได้

แม้สิ่งที่ซูเสียวเสี่ยวและเซียวปินทำจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะคนๆนั้นเป็นฝ่ายลงไม้ลงมือก่อน จึงนำไปสู่เหตุในครั้งนี้ แต่ยังไงเสีย เซียวปินก็กระทำรุนแรงและโหดร้ายมากเกินไป เขาหักแขนคนๆนั้น ก็เท่ากับการทำร้ายคนจนพิการ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่สำคัญที่สุดคือ การที่เขาใช้ไม้ทิ่มเข้าไปในรูทวารคนๆนั้นต่างหาก…

เซียวปินตักข้าวราดแกงคำใหญ่เข้าปาก พลางกล่าว “ฉันเกลียดไอ้พวกงี่เง่าที่ชอบลวนลามชาวบ้านแบบมันที่สุด มันทำได้แค่แอบลวนลามผู้หญิงบนรถประจำทางก็เท่านั้น น่าเสียดายที่เราต้องเสียเวลาทั้งเช้าไปกับมัน… เราเลยมีเวลาไปดูร้านน้อยกว่าเก่าเลย”

“เรื่องนั้นไม่เป็นไรเเหรอก แต่ต่อไปพี่ก็อย่าทำอะไรรุนแรงแบบนั้นอีกแล้วกัน ฉันว่า เราแค่สั่งสอนมันสักหน่อย แล้วส่งมันไปโรงพักก็พอแล้ว ที่นี่ นอกจากเราจะมีอำนาจ ไม่งั้นเราก็ใช้พวกวิธีแบบตอนพี่อยู่ในกองทัพไม่ได้เเหรอก”

เซียวปินวางตะเกียบลง ก่อนเช็ดปาก กล่าว “ฉันรู้แล้วล่ะ เธอค่อยๆกินต่อไปก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปสูบบุหรี่สักหน่อย”

เซียวปินเดินไปหยุดอยู่หน้าร้าน ก่อนจะหยิบบุหรี่มวนหนึ่งมาคาบเอาไว้ที่ปาก ควันบุหรี่สีขาวขุ่นลอยผ่านหน้าเขาไป ก่อนจะค่อยๆสลายไปในอากาศ พลันในสมองก็ปรากฏภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพ่ยหย่าขึ้นมา

เซียวปินไม่เคยมีความรู้สึกรักใคร่แบบชายหญิงต่อเธอเลยแม้แต่น้อย แต่วินาทีที่เพ่ยหย่าตายไป ความเจ็บปวดในใจที่มี ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าการสูญเสียคนรักที่รักมากที่สุดคนหนึ่งไปเลย คนรักที่ว่าหาได้ยากแล้ว ทว่าเพื่อแท้ต่างเพศอย่างซูเพ่ยหย่ากลับหาได้ยากยิ่งกว่า

“พี่คิดอะไรอยู่?” ซูเสียวเสี่ยวขณะนี้มาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเซียวปินแล้ว

“คิดถึงพี่สาวเธออยู่” เซียวปินน้ำเสียงเปลี่ยนเป็นต่ำหนัก แววตาก็แปรเป็นลุ่มลึก หากมิใช่เพราะควันขาวของบุหรี่ เธอคงมองเห็นว่าลึกๆในดวงตานั้นได้ซ่อนความหมองหม่นเอาไว้ท่วมท้น

“เสียวเสี่ยว  เธอรู้ไหม ฉันอยากจะสืบหาความจริงเรื่องพี่เธอให้ได้ตอนนี้เลย จะได้แก้แค้นแทนพี่สาวเธอได้เสียที”

“ฉันก็อยากให้วันนั้นมาถึง…แต่…” ซูเสียวเสี่ยวถอนหายใจเฮือก “หลายวันมานี้ฉันคิดมาโดยตลอด แต่ก่อน ฉันเคยเกลียดพี่เข้าไส้เข้ากระดูก แต่.. ถึงฉันจะเกลียดพี่มากขนาดไหน พี่สาวฉันก็ไม่กลับมาอยู่ดี… ในเมื่อพี่ฉันก็ไม่อยู่แล้ว งั้นก็ให้คนที่ยังอยู่ได้อยู่กันอย่างเป็นสุขเถอะนะ”

เซียวปินมองไปยังซูเสียวเสี่ยวด้วยท่าทางตกใจ เขาคิดไม่ถึงเลย ว่าซูเสียวเสี่ยวจะกล่าวประโยคเช่นนี้ออกมาได้ ซูเสียวเสี่ยวแววตามุ่งมั่นทว่าก็แฝงไปด้วยความวิงวอน เธอกล่าวชัดถ้อยชัดคำทีละพยางค์ กล่าว “ฉันไม่อยากให้พี่ต้องมีชีวิตอยู่ในความเจ็บปวดและความรู้สึกผิด แต่…ถ้ามีโอกาส ฉันก็หวังให้ได้เห็นตอนพี่แก้แค้นด้วยตาของตัวเอง ฉันไม่อยากให้เธอต้องตายตาไม่หลับ”

“วางใจเถอะ ฉันต้องทำได้แน่!”

 

ซูเสียวเสี่ยวและเซียวปินใช้เวลาช่วงบ่ายเทียวดูร้านได้เพียงสองร้านเท่านั้น พวกเขาดูรูปแบบของร้านทั้งสองแบบคร่าวๆ โดยรวมแล้วไม่เลวเลย ทว่าก็ยังไม่ดีถึงขั้นที่จะพอใจแบบร้อยเปอร์เซ็นสักร้าน  เมื่อฟ้าเริ่มมืดลง ทั้งสองก็ปรึกษากัน สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะกลับไปทำอาหารกินเองที่บ้าน ก่อนทั้งสองจะเข้าไปเลือกซื้อผักสดและวัตถุดิบต่างๆที่จะใช้ในตลาดใกล้บ้าน

“เดี๋ยวเย็นนี้ฉันเข้าครัวเอง จะบอกให้นะ ฝีมือของฉันไม่ได้ดีแค่ราเม็งที่พี่สาวเธอเคยสอนเท่านั้นนะ แต่ทั้งผัด ทั้งต้ม ฉันก็ทำได้หมด”

ซูเสียวเสี่ยวกล่าวราบเรียบ “งั้นก็ต้องลองเสียก่อน ถึงจะรู้”

“แน่ะ ยังไม่เชื่อฉันอีก… เธออยากกินอะไร? บอกมาได้เลย เดี๋ยวฉันทำให้กิน”

ทั้งสองคุยไป พลางก็เดินเข้าไปในตลาด ซูเสียวเสี่ยวเดินไปหยุดยืนหน้าร้านคุณยายคนหนึ่ง เมื่อคุณยายเห็นว่าเป็นซูเสียวเสี่ยว ใบหน้าแก่ก็ฉีกยิ้มร่าเริงขึ้น “เสียวเสี่ยว ทำไมหลายวันนี้ไม่เห็นมาเลยล่ะ เจ้าหนุ่มคนนี้เป็นแฟนเเหรอ?”

ซูเสียวเสี่ยวหน้าแดงขึ้น กล่าวตวาดเสียงใส “คุณยาย พูดอะไรเนี่ย ฉันเพิ่งอายุเท่าไหร่เอง จะมีแฟนได้ยังไงล่ะ”

คุณยายมองสำรวจเซียวปินนิดหนึ่ง ก่อนหัวเราะ กล่าว “ฉันว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ก็หน้าตาหล่อเหลาไม่เบาเลยนะ  แล้วเธออายุเท่าไหร่ล่ะ?  เธอก็เรียนมหาลัยอยู่ไม่ใช่เเหรอ ตอนนี้พวกนักศึกษาเนี่ย…จิ๊ๆๆ” คุณยายจิ๊ปาก กล่าว “เด็กสาวที่ดีแบบเธอหายากจะตายไป พวกนั้นแต่ละคนก็พากันเข้าโรงแรมกันเป็นคู่ๆทั้งนั้น แล้วนี่เธอแค่มีแฟน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เเหรอ?”

ซูเสียวเสี่ยวได้ฟังก็ใจเต้นแรงขึ้นมา ก่อนดุกลับเสียงใส “คุณยายเนี่ย พูดจาเลอะเทอะขึ้นไปทุกวันแล้ว พี่ปิน ลองดูว่ามีผักอะไรที่ต้องการหรือเปล่า ผักที่ๆบ้านฉันกินทุกวันก็มาจากร้านคุณยายนี่แหละ”

“อ้อ  ได้” เซียวปินขานรับ ก่อนจะเริ่มเลือกผักที่ตั้งขายอยู่  หลังจ่ายเงินค่าผักเสร็จ ขณะกำลังจะเดินจากไป คุณยายก็ยังเอาแต่พูดพึมพำ “เจ้าหนุ่มนี่ไม่เลวเลย ยัยเด็กเสียวเสี่ยวนี่ ตาถึงจริงๆเลย”

เมื่อทั้งสองเดินจากไปไกลแล้ว เซียวปินจึงหัวเราะ กล่าว “ได้ยินหรือยัง คุณยายพูดชมฉันตลอดเลย”

ซูเสียวเสี่ยวทำหน้าเหยียด ก่อนกล่าวราบเรียบ “พี่ไม่เห็นหรือไง ว่าคุณยายเขาอายุมากขนาดไหนแล้ว สายตาแกพร่ามัวไปตั้งนานแล้ว”

เซียวปินกล่าวสงสัย “เธอไม่รู้สึกว่าฉันหล่อเลยเเหรอ?”

“ไม่หล่อ…แต่ก็ใช้ได้…”

“…”

 

ทั้งสองเลือกซื้อผักและปลาต่อ เซียวปินแย่งข้าวของทั้งหมดมาถือไว้เอง ก่อนทั้งสองจะเดินออกจากตลาด แล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน

“เอาตามความจริง เสียวเสี่ยว ถ้าเธอคิดจะหาแฟนสักคน เธออยากได้แฟนแบบไหนเเหรอ?”

“ไม่รู้สิ  ก็แค่ไม่อยากได้แบบพี่”

“…” เซียวปินจนปัญญากับเธอเต็มที “เสียวเสี่ยว เธอรู้ไหม ว่าคำพูดของเธอแต่ละคำ ทำให้คนฟังรู้สึกจุกมากแค่ไหน?”

“ไม่นะ เพราะฉันพูดแบบนี้กับพี่แค่คนเดียว”

“…”

ซูเสียวเสี่ยวแม้ใบหน้าจะเย็นชา แต่ความจริงแล้ว เธอกลับชอบและมีความสุขกับการได้โต้เถียงกับเซียวปิน

“พูดแบบนี้ ทำให้พี่โกรธเเหรอ? ทำไมไม่ไปต่อล่ะ?”

“เปล่า ก็แค่เจอคนรู้จัก” เซียวปินชี้มือไปยังที่ๆห่างออกไปไม่ไกลนัก ซูเสียวเสี่ยวมองตามเซียวปิน ก่อนจะพบจางกุ้ยที่กำลังเดินจับมือกับยิงจื่ออยู่ วันนี้ยิงจื่อไม่ได้แต่งหน้าและแต่งตัวจัดจ้านเหมือนครั้งก่อน เธอเพียงแค่แต่งหน้าจางๆเท่านั้น เธอในตอนนี้ช่างแตกต่างจากคราวก่อนอย่างสิ้นเชิง ครั้งก่อน เธอแต่งตัวจัดแบบที่ดูก็รู้ว่าเป็นสาวรับแขกแน่ แต่วันนี้เธอกลับแต่งกายราวกุลสตรีไม่มีผิด

ซูเสียวเสี่ยวกล่าวถาม “พี่รู้จักผู้หญิงคนนั้นเเหรอ?”

“ไม่.. ฉันรู้จักผู้ชายคนนั้น”

“…”

“เขาเป็นสามีของเจ้าของร้านคนใหม่ที่ข้างร้านเรา ส่วนผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นหญิงขายบริการ จางกุ้ยแอบเมียออกมาหาอีตัวอีกแล้วสิ”

“หญิงขายบริการ?” ซูเสียวเสี่ยวมองคนทั้งสองที่แลดูจะหวานแหววกันมากอย่างละเอียด ก่อนส่ายหัวไปมา กล่าว “ฉันว่าเธอดูไม่เหมือนเลย”

“หืม?  ไม่เหมือนงั้นเเหรอ?”

ซูเสียวเสี่ยวเริ่มวิเคราะห์ด้วยท่าทางจริงจัง “ฉันไม่เคยไปคลุกคลีกับพวกขายบริการเเหรอกนะ แต่ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ฉันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีความเสแสร้งต่อผู้ชายคนนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว กลับกัน เธอดูมีความสุข ราวกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก บอกตามตรง รูปร่างของผู้ชายคนนี้… ดูแล้วก็ธรรมดาจริงๆ แสดงว่าเธอไม่ได้ชอบเขาจากรูปลักษณ์ภายนอกแน่ แล้วผู้ชายคนนี้ก็ดูไม่เหมือนพวกเศรษฐีมีเงินด้วยสิ แม้ที่บ้านเขาจะมีเงินมาเปิดร้านอาหารก็เถอะ แต่ฉันกล้ารับประกันได้เลย ว่าผู้หญิงที่พี่บอกว่าเป็นสาวขายบริการรักผู้ชายคนนั้นจริง ส่วนผู้ชายคนนั้นก็ดูจะจริงใจกับเธอเช่นกัน… ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายบริการ มักจะมีรักจริงต่อกันทุกคนเลยเเหรอ?”

เซียวปินมองซูเสียวเสี่ยวที่กำลังตั้งอกตั้งใจอธิบาย ก่อนจะอดไม่ได้ หลุดขำออกมา กล่าว “เธอวิเคราะห์ได้ดีขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเรียนจิตวิทยาล่ะ”

ซูเสียวเสี่ยวส่ายหัว “คนที่เรียนจิตวิทยาจะมีความเครียดและกดดันสูง กับพวกจิตอ่อนทั้งหลาย อาจเป็นบ้าก็ได้ ถ้าไปเรียนจิตวิทยา”

“ฉันว่าตอนนี้เธอก็ออกจะเหมือนคนบ้า ฮ่าๆๆ!”

ซูเสียวเสี่ยวกรอกตาใส่เซียวปิน

 

เมื่อกลับเข้าบ้าน เซียวปินก็อาสาเข้าครัวเอง ส่วนซูเสียวเสี่ยวก็อยู่เป็นลูกมือให้ข้างๆ ขณะเซียวปินกำลังจับตะหลิวและผัดผักอยู่ จู่ๆ โทรศัพท์มือถือเขาก็ดังขึ้น ซูเสียวเสี่ยวที่อยู่ข้างๆจึงกล่าว “ต้องเป็นเย่จื่อแน่เลย รีบรับสายเถอะ เดี๋ยวฉันผัดต่อเอง”

“ได้” เซียวปินขานรับ ก่อนจะกดรับโทรศัพท์แล้วเดินตรงไปยังห้องโถง

“นี่ คุณพี่เซียว ทำอะไรอยู่น่ะ?”

“กำลังทำกับข้าวในบ้าน  เธอจะมากินด้วยกันไหม?”

“พี่ทำเองเลยเเหรอ? หรือซูเสียวเสี่ยวทำให้กิน?”

เซียวปินหัวเราะ กล่าว “แน่นอนว่าต้องเป็นพ่อครัวระดับตำนานอย่างฉันเป็นคนทำสิ จะได้แสดงความเก่งกาจและฝีมือให้ได้เห็นกันไปเลยไง”

เย่จื่อเองก็หัวเราะออกมา กล่าว “ฉันก็อยากไปลองชิมด้วยตัวเองเหมือนกัน แต่กลัวซูเสียวเสี่ยวจะไม่ต้อนรับน่ะสิ”

“ไม่เเหรอก” เซียวปินกล่าว “เธอเป็นคนปากร้ายใจดี ภายนอกอาจดูเป็นคนเย็นชา แต่ความจริงเธอก็เป็นคนที่ดีคนหนึ่งเลย”

“โอ้ไห นี่เธอแสดงความใจดีของตัวเองให้พี่เห็นเร็วขนาดนี้เชียว?”

“เฮ้ๆๆ  อย่ามาทายสุ่มสี่สุ่มห้านะ จะมาไหม? ถ้ามาจะได้ทำเผื่อ”

“คิกๆ เอาล่ะ ฉันก็แค่ล้อพี่เล่นเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ไปด้วย…ตอนนี้ที่บ้านฉันเตรียมอาหารเสร็จแล้ว ฉันแค่จะโทรมาถามเรื่องร้านใหม่เท่านั้น… ว่าไง  เป็นยังไงบ้าง?”

“ก็ถือว่าใช้ได้ สองที่ๆไปดูมาวันนี้ก็ใช้ได้ แต่แค่ยังไม่พอใจมากขนาดนั้น”

“เรื่องธุรกิจไม่ใช่เรื่องที่จะรีบร้อนได้  จะขยายร้านช้าสักหน่อยก็ได้ แต่จะสักแค่ใช้ได้ไม่ได้นะ”

“อืม เป็นเพราะเรื่องเมื่อเช้าแท้ๆเลย ไม่งั้นวันนี้คงได้ดูหลายร้านกว่านี้ แต่ยังไงพรุ่งนี้ค่อยไปดูที่อื่นต่อก็ได้”

“ได้ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกฉันได้นะ”

เซียวปินหัวเราะ พลางน้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นมา “เย่จื่อ…”

“หืม?”

“เธอคิดถึงฉันใช่ไหม….” เมื่อพูดจบประโยค หัวใจก็พลันเต้นเร็วขึ้นมา ลึกๆในใจ เขาก็ยังแอบลุ้นและรอคอยฟังคำตอบอยู่มาก แต่ก่อน ผู้หญิงมากมายรอบตัวก็เคยถามคำถามนี้กับเขา ตอนนั้นเขายังคิดว่าผู้หญิงพวกนั้นช่างไร้สาระเสียจริง คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่ง ตนจะกลายเป็นคนถามมันเสียเอง คิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ตนรู้สึกลุ้นรอคอยและตื่นเต้นต่อผู้หญิงคนหนึ่งมากเช่นนี้

ยังไม่ทันที่จะได้รับคำตอบ เซียวปินก็ได้ยินเสียงร้องเจ็บจากในห้องครัวดังขึ้นเสียก่อน เขาหัวใจกระตุกวูบ รีบร้อนกล่าว “เดี๋ยวดึกๆจะโทรหานะ ฉันไปดูเสียวเสี่ยวก่อน ไม่รู้เป็นอะไร”

เขากดตัดสาย ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็วเสียจนราวจะเหาะได้ เมื่อมาถึงก็พบกับซูเสียวเสี่ยวที่กำลังกุมมือตัวเองไว้ พลางยืนขมวดคิ้วอยู่ในครัว ที่ตาก็ยังมีน้ำใสๆคลออยู่ เซียวปินรีบเดินไปชิงมือนั้นเข้ามากุมเอาไว้ เขามองมือขาวด้วยทั้งเป็นห่วงและตื่นตระหนก ก่อนจะพบว่ามือเธอมีตุ่มพองจากความร้อนอยู่ เซียวปินมองดูซูเสียวเสี่ยวที่ดวงตาวิบวับไปด้วยน้ำตาคลอ แล้วกล่าวรู้สึกผิดสุดกำลัง “เป็นเพราะฉันแท้ๆเลย ที่ออกไปรับโทรศัพท์”

“นี่ไม่เกี่ยวกับพี่ ปกติฉันก็ทำอาหารกินเองอยู่แล้ว  ครั้งนี้เป็นเพราะฉันไม่ทันได้ระวังเอง…”

พูดยังไม่ทันจบประโยค เซียวปินก็ก้มหน้าลง ก่อนจะกดริมฝีปากแนบไปกับแผล แล้วเริ่มดูดมันเบาๆ ทั้งยังใช้ลิ้นเลียคลอเคลียไปมาเบาๆที่แผลนั้นอีกด้วย

พอเห็นเซียวปินท่าทางเจ็บปวดเพราะแผลที่มือเธอ และการกระทำที่แสนจะอบอุ่นของเขา ซูเสียวเสี่ยวก็รู้สึกราวแผลที่มือไม่มีความเจ็บอีกต่อไป เธอเหม่อมองเซียวปิน ก่อนจะทั้งรู้สึกหวั่นไหว และดื่มด่ำไปในเวลาเดียวกัน

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม