0 Views

ขณะเซียวปินกำลังคิด ยิงจื่อก็วิ่งเข้าไปในอาคารเก่าๆตรงหน้าเสียแล้ว นี่คงจะเป็นจุดรับบริการของพวกเขาสินะ

เรื่องแบบนี้ เซียวปินก็ขี้เกียจที่จะไปสนใจ แน่นอนว่าการค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งยังผิดต่อจริยธรรมอีกด้วยh แต่เซียวปินรู้ดี ว่าการดำรงอยู่ของผู้หญิงเช่นเธอ ลดอัตราการถูกข่มขืนได้มากเท่าไหร่ต่อปี ยิ่งไปกว่านั้น เขาเองก็ไม่เคยคิดดูถูกพวกผู้หญิงแบบเธอแต่อย่างใด เพราะหากไม่ใช่เพราะจำเป็น ใครไม่อยากมีชีวิตแบบลูกคุณหนูสบายๆ ทำอะไรตามใจไปวันๆบ้างล่ะ ใครจะอยากมาโดนพวกผู้ชายเช่นนี้ทำมลทินกัน  จะพูดง่ายๆ พวกเธอก็แค่ผู้หญิงที่มีชีวิตยากลำบากก็เท่านั้น

เซียวปินละสายตาจากเธอ กำลังจะเดินจากไป ทันใดนั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากอาคารด้วยท่าทางเดือดจัด จากนั้นก็มีเสียงก่นด่าจากป้าคนหนึ่งดังมาจากข้างใน “ยิงจื่อ พูดดีๆไม่รู้จักฟังกันเลยใช่ไหม? หรือต้องให้พี่ฉางมาจัดการกับเธอก่อน? ใครเขารับแขกแบบนั้นกัน เธอคิดว่าไอ้กระจอกนั่นจะมีปัญญามาไถ่เธอออกไปจริงๆเหรอ? ทั้งต้นทั้งดอก ตอนนี้เธอติดหนี้พี่ฉางตั้งสองแสนหยวนนะรู้ไหม ต่อให้จะรอไปทั้งชีวิต มันก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาไถ่เธอออกไปเหรอก  ทางที่ดี เธอตั้งใจทำงานไปจะดีกว่า!”

เซียวปินไม่ได้ฟังบทสนททนานั้นอีกต่อไป เขาเริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้น  ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่เพราะผู้หญิงแบบนี้มีอยู่มากมายเหลือเกิน บางที ในตึกนั่นอาจจะมีผู้หญิงที่มีชะตาชีวิตคล้ายกับเธออีกมาก อาจเพราะเป็นหนี้หรือไม่ก็เพราะความยากจน เซียวปินแม้อยากช่วย แต่ก็ไม่รู้จะช่วยพวกเธอได้ยังไง…

เมื่อกลับมาบ้าน เพราะสิ่งที่เห็นและได้ยินเมื่อครู่ก็ยังคอยตามหลอกหลอน ทำให้เขายังอารมณ์ไม่ดีมากอยู่ดี

วันนี้ซูเสียวเสี่ยวไม่ได้ทบทวนบทเรียน ทว่ากลับกำลังนั่งเล่นคอมฯอยู่ในห้องต่างหาก เซียวปินซึ่งกำลังต้องการหาเพื่อนคุย เมื่อเห็นซูเสียวเสี่ยวกำลังนั่งเล่นอยู่ ก็เดินเข้าไปเคาะเรียกที่ประตู ซูเสียวเสี่ยวเหลียวมองเซียวปินแวบหนึ่ง ก่อนกล่าว “พี่ปิน  เข้ามาสิ!”

เซียวปินเดินเข้าไปในห้อง พลางเหลือบมองไปที่หน้าจอคอมฯ แวบหนึ่ง ถามสงสัย “เธอกำลังหาข้อมูลอะไรอยู่งั้นเหรอ?”

“ใช่สิ ร้านนั่น ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ยังเป็นร้านของบ้านฉัน ฉันจะทนดูพวกพี่เทียวไปโน่นมานี่หาร้านใหม่ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยได้ยังไงล่ะ ฉันกำลังดูร้านที่ถูกโพสขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตอยู่ เอาไว้วันหยุดเราไปดูด้วยกันนะ”

เซียวปินมองซูเสียวเสี่ยวที่กำลังจดที่อยู่และเบอร์โทรติดต่อของร้านที่เธอคิดว่าทำเลดีลงในสมุดจด ลายมือสวยไม่ได้ต่างอะไรกับตัวซูเสียวเสี่ยวเลย ซูเสียวเสี่ยวกล่าวขึ้นข้างเขา “ร้านที่ฉันจดมาเป็นร้านในย่านธุรกิจในแถบจินซาทั้งนั้นเลย ไว้พรุ่งนี้ฉันจะไปกับพี่นะ”

ปกติคนที่ไปด้วยก็มักจะเป็นเย่จื่อตลอด ทว่า เมื่อซูเสียวเสี่ยวพูดมาเช่นนี้ เขาเองก็ไม่รู้จะปฏิเสธเธอยังไงดี จึงได้แต่ตอบตกลงเธอไป ดูท่า อีกเดี๋ยวคงต้องส่งข้อความถึงเสียวเป่ย บอกให้เขาพักวันพรุ่งนี้เสียแล้ว

ช่วงนี้เสียวเป่ยคอยช่วยเซียวปินปกป้องซูเสียวเสี่ยวอยู่ตลอด ทุกๆวัน ตอนฟ้ายังไม่ทันสว่างเขาก็มารอที่หน้าตึกแล้ว เขาแอบตามซูเสียวเสี่ยวเข้าไปในมหาฯลัย รอจนตอนเที่ยงและตกดึกก็แอบตามมาส่งซูเสียวเสี่ยวที่บ้าน จากนั้นก็อยู่รอจนกว่าเซียวปินจะกลับมา แล้วจึงจะกลับไปพักผ่อนในที่สุด เพราะฉะนั้น การลงแรงและความเหนื่อยยากของเสียวเป่ย ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าของเซียวปินเลย ยังไงเสีย พรุ่งนี้ซูเสียวเสี่ยวก็อยู่กับเขา  และแน่นอนว่า  เธอไม่ต้องการๆปกป้องจากเสียวเป่ยแล้ว  งั้นก็ฉวยโอกาสนี้ให้เสียวเป่ยได้พักสักวันแล้วกัน

ที่ผ่านมา เซียวปินก็หาหลักฐานอะไรจากตัวซูเสียวเสี่ยวไม่ได้เลย บอกตามตรง เขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจ ว่าคนที่นัดเพ่ยหย่าออกไป เป็นเหตุทำให้เธอต้องถูกศัตรูปิดล้อมทำร้ายจนตายในตอนนั้น สิ่งที่เขาพูดก่อนตาย มันเป็นความจริงหรือเปล่า?

ไม่ว่าในหลงเหมินจะมีคนทรยศหรือเปล่า เซียวปินก็ยังต้องอยู่ที่บ้านซูต่อไป หากมีคนทรยศจริง งั้นเขาก็ต้องคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของคนๆนั้น  หรือหากในระหว่างนี้มี องกรหรืออำนาจมืดทำการเคลื่อนไหวอะไร เขาก็ต้องคอยสังเกตดู ว่าองกรหรืออำนาจนั้นต้องการทำอะไรกันแน่… ตอนยังอยู่ในหลงเหมิน เขาอยู่ในที่แจ้ง ส่วนศัตรูอยู่ในมุมมืด แต่ตอนนี้ เซียวปินได้ออกมาจากหลงเหมินแล้ว เมื่อออกจากทีม ไม่ว่าจะมมีอำนาจมืดหรือมีคนทรยศอยู่จริง ในที่สุดก็ต้องค่อยๆเผยตัวตนออกมาอยู่ดี

เขาคุยอะไรเรื่อยเปื่อยกับซูเสียวเสี่ยวแวบหนึ่งก็จะกลับเข้าห้องตัวเองไป  ก่อนจะกดส่งข้อความให้เสียวเป่ย จากนั้นจึงต่อสายไปหาเย่จื่อต่อ เดิม เขายังคิดว่าเย่จื่อจะโกรธที่เขาทิ้งเธอเอาไว้ แล้วไปกับซูเสียวเสี่ยวแทน แต่คิดไม่ถึงว่าเย่จื่อจะตอบรับปากเขาง่ายๆ อย่างไม่คิดอะไรเช่นนี้

 

วันต่อมา เซียวปินและซูเสียวเสี่ยวก็กินข้าวเช้าด้วยกัน จากนั้นจึงออกจากบ้านแต่เช้า ทั้งสองยืนรอรถอยู่ข้างทาง พลางซูเสียวเสี่ยวก็หยิบสมุดจดออกมาเปิด กล่าว “เมื่อคืนฉันหาร้านที่น่าสนใจได้ตั้งหกร้าน ทั้งหมดนั้นอยู่ในแถบจินซาหมดเลย …อันที่จริงมีร้านที่น่าสนใจอีกเยอะมาก แต่พวกนั้นบางอันก็ทำเลไม่ดี ส่วนบางอันก็มีหน้าร้านเล็กเกินไป วันนี้เราก็ไปตามดูร้านทั้งหกร้านนี่ก่อนแล้วกัน”

เซียวปินกล่าว “ได้เลย งั้นเราจะไปที่ไหนก่อนดี?”

“อืม..  ขอฉันดูก่อนนะ… ร้านที่อยู่ใกล้บ้านเรามากที่สุด ถ้าขึ้นรถเมย์ไป ครึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึงแล้ว ร้านนี้เดิมเป็นร้านเหล้าร้านหนึ่ง แต่เพราะเจ้าของร้านจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ก็เลยต้องการจะขาย ร้านนี้จะแค่เช่าหรือซื้อเลยก็ได้ แต่แน่นอนว่าเราก็ต้องซื้ออยู่แล้วล่ะนะ… ไม่งั้นหากพวกเขาเห็นว่ากิจการทางร้านเราดี ก็มีความเป็นไปได้มาก ที่เขาจะเพิ่มค่าเช่าร้านขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่ดีแน่”

เซียวปินกล่าว “ไม่ใช่แค่นั้น ตอนนี้ราคาที่ดินก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าราคาจะไม่ตกภายในสองปีนี้แน่ๆ เพราะฉะนั้น หากเราซื้อร้านมาตอนนี้ ก็จะมีแต่ได้กับได้เท่านั้น”

ซูเสียวเสี่ยวมองเซียวปินแวบหนึ่ง กล่าวตกใจ “ทั้งที่เมื่อก่อนเคยเป็นทหารมาแท้ๆ ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมพี่ถึงมีหัวการค้าขนาดนี้”

“เขาเรียกว่าพรสวรรค์ ฉันมีพรสวรรค์”

ซูเสียวเสี่ยวส่ายหัว “ถ้าเป็นเรื่องขี้โม้ พี่ถึงจะเรียกได้ว่ามีพรสวรรค์จริงๆ”

เซียวปินนิ่งเงียบไป ไม่ได้กล่าวอะไรตอบอีก…

ไม่นานก็มีรถประจำทางขับผ่านมา บนรถมีคนเยอะมาก เรียกง่ายๆก็คือค่อนข้างเบียดเสียดนั่นเอง เพราะทั้งสองอาศัยอยู่แถวมหาฯลัย ทุกๆวันหยุด พวกนักศึกษาชายหญิงก็มักจะพากันออกไปเที่ยวเล่นที่ข้างนอก เงินที่นักศึกษาพวกนั้นมีอยู่ ส่วนมากก็จะถูกใช้ไปกับการซื้อเสื้อผ้าและของกินของดื่มจนหมด ส่วนเรื่องรถ ในเมื่อใช้รถอะไรก็ได้ นักศึกษาส่วนมากจึงมักจะขึ้นรถประจำทางเสียมากกว่า

พอซูเสียวเสี่ยวและเซียวปินก้าวขึ้นรถ ทั้งสองก็ถูกพลัดออกจากกันอย่างรวดเร็ว ระหว่างทั้งสองมีคนอีกหลายคนยืนคั่นที่ตรงกลางอยู่ด้วย  ที่ตรงหน้าเซียวปินเป็นหญิงนักศึกษาวัยรุ่นสองคน เมื่อรถแล่นออกไปได้ครึ่งทาง เซียวปินก็สังเกตเห็นว่าสาวทั้งสองมักจะแอบมองสำรวจเขาอยู่ตลอด เซียวปินเมื่อเห็นดังนั้นก็อดที่จะแอบหัวเราะในใจไม่ได้ หรือเราจะหล่อมากเกินไป เด็กพวกนี้ก็เลยตกหลุมรัก?

แต่พอมาคิดๆดูแล้ว มันก็มีความเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะเรามีหน้าตาหล่อเหลา ในตัวก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นชายซึ่งพวกนักศึกษาไก่อ่อนไม่มี  คนแบบเรา มีเสน่ห์ดึงดูดใจมากกว่าพวกโอปป้าเกาหลีมากเลยล่ะใช่ไหม?

ขณะกำลังฝันหวาน หญิงนักศึกษาหน้าวีหนึ่งในนั้นก็พูดขึ้น นัยน์ตาเธอเต็มไปด้วยแสงวิบวับ กล่าวถาม “ขอโทษนะคะ…คุณเป็นพ่อครัวนักกังฟูในร้านบะหมี่เสียวเสี่ยวหรือเปล่าคะ?”

อ้อ  ที่แท้ก็รู้จักราเม็งของฉันนี่เอง…เซียวปินถอนหายใจเฮือกในใจ ขณะที่ใบหน้าก็ยังยิ้มแย้ม กล่าว “ใช่แล้วล่ะ พวกเธอรู้จักฉันเหรอ?”

“พวกเราเคยไปกินราเม็งที่ร้านคุณ มันอร่อยมากจริงๆ แล้วก็ ตอนที่คุณทำราเม็งน่ะ…เท่มากเลย…”

เซียวปินนัยน์ตาสว่างวาบ โบราณว่าไว้ ว่าผู้ชายที่หล่อเหลา ไม่ว่าจะไปเป็นทหารหรือเป็นพ่อครัว ก็มักเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์น่าดึงดูดเหมือนกัน ดูท่า คำโบราณพวกนี้ไม่ได้หลอกเราจริงๆด้วย

เซียวปินกระแอมไอ ก่อนกล่าวสีหน้าจริงจัง “การทำราเม็งเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก เพราะพวกเราจะใส่ความรู้สึกของตัวเองผสมลงไปด้วย เพราะฉะนั้น ราเม็งของทุกคนจึงมีรสชาติเป็นของตัวเอง …พวกเธอทุกคน ได้โปรดอย่ามองข้ามเส้นราเม็งไป เพียงเพราะความหล่อเหลาในตัวฉันเลยนะ ถ้ามีเวลาว่าง ฉันค่อยอธิบายเรื่องเทคนิคและวิธีการทำเส้นราเม็งที่ถูกต้องให้พวกเธอฟังแบบตัวต่อตัวเลยแล้วกัน…”

“จริงเหรอ?” ทั้งสองใบหน้าดีใจ พลางท่าทางก็ราวกำลังตกอยู่ในภวังค์ ซึ่งนั่น สายตาหลงใหลแบบนั้น ทำให้ความมั่นใจในตัวเซียวปินเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย

เซียวปินกำลังจะตบอกรับปาก แต่ซูเสียวเสี่ยวก็กรีดร้องขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ได้ยินเสียงตบดังเปรียะ พลางเสียงก่นด่าจากซูเสียวเสี่ยวก็ดังขึ้น “ไปตายซะไป!”

เซียวปินสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขารีบเดินเบียดเสียดเข้าไปหาซูเสียวเสี่ยว ก่อนจะพบกับผู้ชายวัยประมาณสามสิบกว่าๆ ท่าทีลามกคนหนึ่งกำลังลูบป้อยๆที่แก้มตัวเองอยู่ แล้วจู่ๆผู้ชายท่าทางลามกคนนั้นก็พุ่งมือมาจับหมับเข้าที่คอเธอ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย เมื่อเจอเรื่องเช่นนี้ก็คงต้องตกใจกลัวเป็นธรรมดา แต่ไม่รู้ว่าเธอได้ความกล้าหาญมาจากพี่สาวหรืออย่างไร… ซูเสียวเสี่ยวกลับออกตัวฟัดกับไอ้ผู้ชายลามกคนนั้นเสียนี่ แต่ถึงจะยังไงเธอก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะกำลังตะกุยเล็บลงบนหน้าอีกฝ่าย ชายคนนั้นก็จับหมับเข้าที่แขนทั้งสองข้างของเธอ จากนั้นก็บีบล็อกแขนเธอเอาไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะล้วงมือที่ยังว่างอยู่ มุ่งไปยังใต้กระโปรงเธอทันที ไม่พอ มันยังหัวเราะท่าทางน่ารังเกียจ กล่าว  “สาวน้อย พูดกันดีๆไม่ชอบใช่ไหม ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร”

ภายในรถโดยสาร เดิมก็แคบมากอยู่แล้ว เมื่อทั้งสองดิ้นส่ายตีกันอีก คนรอบๆก็เลยเซบ้างล้มบ้างระเนระนาด คนบางส่วน เมื่อเห็นไอ้ลามกนั่นลวนลามซูเสียวเสี่ยวอยู่ ก็พากันส่งเสียงตำหนิติติงเขากันระนาว ทว่าผู้ชายคนนี้กลับชักมีดออกมาขู่ เมื่อเห็นดังนั้นคนในรถที่เคยก่อนด่าเอาไว้ต่างก็ปิดปากเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเธอเลยสักคน

พนักงานขับรถจอดรถชิดขอบทาง พลางตะโกนเสียงดัง “อย่าทำอะไรบ้าๆนะเว้ย ไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจแน่”

“แม่งเชี่ยเอ้ย… ถ้ามึงกล้าแจ้งความ งั้นมึงก็เตรียมตัวตายได้เลย เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”

บางทีอาจเป็นเพราะความระแวง ชายคนนี้จึงเริ่มคิดหนี

พนักงานขับรถทั้งกลัวเขาจะกลับมาแก้แค้นอย่างที่ขู่ ทั้งยังกลัวว่ามันจะจนมุมแล้วทำอะไรวู่วามอีก จึงรีบร้อนเปิดประตูให้ ชายลามกลากซูเสียวเสี่ยวไปด้วย จนถึงหน้าประตูมันจึงหายใจโล่ง พลางหันมากล่าวกับเธอ “สาวน้อย ครั้งนี้ถือว่าเธอโชคดีไป!”

มันปล่อยมือจากซูเสียวเสี่ยว ทั้งที่มือก็ยังกำมีดแน่นอยู่  ขณะกำลังจะก้าวลงจากรถ ที่หนังหัวก็ถูกใครบางคนดึงเอาไว้แน่น ชายคนนี้ก็เป็นคนสู้ตาย มันแทงมีดวกไปที่ด้านหลังอย่างแรง ทว่าก็โดนผู้อยู่ด้านหลังจับข้อมือเอาไว้ได้อีก

แกรก ก

เมื่อสิ้นเสียง มันก็แผดเสียงร้องโหยหวนออกมา มือทั้งมือของมันถูกบิดจนหักไปต่อหน้าต่อหน้ามัน สร้างความเจ็บปวดให้กับมันอย่างมากมาย มากเสียจนมันแทบจะเป็นลมล้มพับไป

เซียวปินดึงผมมันเอาไว้ ก่อนจะกระแทกหัวมันลงกับขอบประตูจนเกิดเสียงดังสนั่น สุดท้ายจึงยกตีนถีบจนมันร่วงลงจากรถไปกองอยู่กับพื้นเบื้องล่าง

เซียวปินกระโดดลงจากรถอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับไปมองซูเสียวเสี่ยวที่ขณะนี้ใบหน้าซีดเผือดอยู่ กล่าวถาม “เกิดอะไรขึ้น?”

ซูเสียวเสี่ยวดึงสติกลับมา ชี้มือไปที่ชายลามกซึ่งมีสภาพน่าสังเวชในขณะนี้ กล่าว “มัน…มันฉวยโอกาสตอนคนมีเยอะจับ…จับก้นฉัน…”

เซียวปินฟังจบก็เงยหน้าขึ้น พลันสายตาก็ไปปะทะเข้ากับกิ่งไม้ที่มีขนาดพอดีก้านหนึ่ง แล้วจึงหัวเราะกล่าว “ที่แท้แกก็ชอบทางก้นนี่เอง งั้นให้ฉันเสียบตูดแกสักหน่อยดีไหม?”

ฉึก ก

กิ่งไม้แทงทะลุกางเกงตรงเข้าไประหว่างแก้มก้นของมัน ชายลามตะโกนโหยหวยออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนมันจะสลบเหมือดไปเพราะความเจ็บปวดสุดทน ช่างสะใจเสียจริง

ผู้โดยสารที่เห็นฉากนี้ ต่างก็เกร็งที่ตูดตัวเองอย่างเผลอตัว พลางขนในร่างกายก็ลุกซู่ไปหมด รู้สึกเจ็บปวดแทนมันเสียจริง เซียวปินกล่ามพึมพำกับตัวเอง “นี่เป็นกระบวนท่าที่ฉันตั้งใจเรียนมาโดยเฉพาะ …ท่านี้มีชื่อว่า  ท่าเสียบดอกไม้…”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม