0 Views

วันต่อมา เซียวปินเตรียมใจสำหรับการให้บริการแบบเท่าเทียมกับลูกค้า แล้วจึงเริ่มงานอันแสนวุ่นวายขึ้น กิจการทางร้านก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งแผนการขยายร้านก็ใกล้เข้ามาทุกที หลังทำงานหนักมาทั้งวัน เซียวปินกับเย่จื่อก็ออกไปหาที่ตั้งร้านใหม่ในเขตหรูหราของแถบเจียงเฉิง

ส่วนเรื่องร้านของจูเลียตก็คงต้องเลิกหวังแล้ว การฉวยโอกาสก็ไม่ใช่นิสัยของเซียวปินซะด้วย ทั้งที่เซียวปินจะยังคิดว่าการขยายร้านในแถบมหาลัยจะดีกว่าก็เถอะ เพราะด้านหนึ่ง บริเวณมหาลัยเป็นที่ๆมีคนชุกชุมมาก ทำให้กิจการทางร้านมั่นคงมากขึ้น อีกด้าน หากอยู่แถวมหาลัย ก็ถือว่าย้ายร้านไปเพียงไม่ไกลเท่านั้น พวกลูกค้าเจ้าประจำจะได้สะดวกในการเดินทางมาอุดหนุนด้วย

เดิม เขาเห็นว่าแถบนี้ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แต่พอมาเดินหาจริงๆก็เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย ทั้งสองเดินไปตามทางเท้า เดินเข้าไปหาทุกซอกซอยที่มีร้านค้าเปิดอยู่ ถามไปพลาง พลางก็มองหาป้ายประกาศขายร้านไปด้วย

“ถ้าจะหาร้านที่ถูกใจให้ได้ภายในคืนนี้ ดูท่าจะยากแล้วล่ะ” เย่จื่อถอนหายใจ กล่าว “ถ้าผู้หญิงคนนั้นยอมขายร้านให้พี่ก็คงจะดี ขยายร้านในที่เก่า จะได้ไม่เสียพวกลูกค้าประจำไป… แล้วจากที่ดู ฉันว่าที่ตรงนั้นก็ดีที่สุดแล้วด้วย”

“เรื่องนั้นฉันรู้” เซียวปินหัวเราะแห้งๆ

“เพราะพี่ทะนุถนอมและเกรงใจผู้หญิงมากเกินไปไง” เย่จื่อกรอกตาใส่เซียวปิน สายตาก็แลดูดุดัน ทว่าก็แฝงไปด้วยความทะเล้นน่ารักอยู่ด้วย “ถ้าพี่ไม่เห็นใจผู้หญิงคนนั้น พี่ให้เธอยืมไปตั้งแสนหนึ่งนะ…. ถึงเธอจะไม่ยอมถวายร่างกายเพื่อตอบแทน ก็คงยอมยกร้านให้พี่แหละ”

เซียวปินหัวเราะแห้งๆพลางลูบไปที่จมูกตัวเอง เย่จื่อหยุดฝีเท้าลง เธอเอามือจับกันไว้ที่ด้านหลัง  เขย่งเท้าขึ้นน้อยๆ พลางยิ้มตาหยีมองเซียวปิน กล่าว “พี่ชายท่านนี้… พี่คงไม่ได้ชอบเธอเหรอกใช่ไหม?”

“เปล่านี่  จะเป็นไปได้ยังไงกัน” เซียวปินสะดุ้งเฮือก จากนั้นจึงตบไปที่กลางอกตัวเอง กล่าวสาบาน “ฉันกล้าสาบานเลย ฉันไม่ได้มีความรักแบบชายหญิงกับเธอเลย  ถ้าฉันพูดโกหก ขอให้ฟ้าผ่าตายเลย”

ไม่มีความรักต่อเธอ นั่นเป็นเรื่องจริง จะมีก็แต่ความใคร่เท่านั้น

เย่จื่อนัยน์ตาฉายแววยิ้ม กล่าวแง่งอน “ใครจะไปเชื่อถือพี่ได้ ถ้าคำพูดผู้ชายเชื่อถือได้ แม่ไก่ก็คงออกลูกเป็นตัวแล้ว”

เมื่อเห็นท่าทางทะเล้นขี้เล่นของเย่จื่อ เซียวปินก็ราวจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว เขายื่นมือออกไป ขณะที่มือเขากำลังจะแตะมือเย่จื่อ จู่ๆเธอก็ตะโกนเสียงแหลม “ช่วยด้วย มีคนจะลวนลามฉัน!”

เซียวปินสะดุ้งเฮือกไปทั้งตัว พลันเขารีบชักมือกลับมาแนบตัว ทว่าเย่จื่อกลับกระโดดโลดเต้นอย่างอารมณ์ดี ท่าทีมีความสุขแบบนั้น ทำให้เซียวปินหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง

ความต้องการที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิงเป็นเรื่องธรรมชาติ ยากที่จะเลี่ยงได้ ก็เหมือนกับผู้ชายเวลาเห็นร่างเปลือยของหญิงสาวปรากฏตรงหน้า แน่นอนว่าต้องมีความต้องการและอาจขาดสติไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นเพียงความหวั่นไหวทางร่างกายเท่านั้น ความรู้สึกหวั่นไหวขาดสติในจิตใจที่แท้จริง ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงทุกคน ทั้งชีวิตของเซียวปิน  ก็มีเพียงตอนอยู่ต่อหน้าเย่จื่อเท่านั้น เขาถึงจะมีอาการเช่นนี้

ความรู้สึกแบบนั้นเป็นอะไรที่แปลกมาก ราวเป็นความชอบ แต่ก็ราวจะเป็นความตื่นตระหนก ราวแสนหวาน แต่ก็ราวเคร่งเครียดขื่นขม เป็นความรู้สึกที่ทำให้ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ราวตนเป็นเพียงชายวัยรุ่นที่แสนขี้อายคนหนึ่งเท่านั้น

ผู้คนบริเวณรอบๆต่างก็หันมาสนใจพวกเขา เย่จื่อเมื่อเห็นท่าทางอึ้งชะงัก ทำตัวไม่ถูกของเซียวปินก็หัวเราะพรืด เซียวปินที่เพิ่งได้สติกลับมา เมื่อเห็นคนรอบๆจ้องมายังตนด้วยสายตาแปลกๆ ก็แทบอยากจะมุดดินหนี… ช่างน่าอายเสียจริง

เย่จื่อแลบลิ้น ก่อนหันไปตะโกนกับคนรอบๆที่กำลังมองอยู่ “ขอโทษทีค่ะ แค่ล้อเล่นกันน่ะค่ะ  แค่ล้อเล่นเฉยๆ…”

ที่แท้ก็แค่คู่รักหยอกล้อกันนี่เอง พวกคนรอบๆต่างก็อมยิ้มพลางกระจัดกระจายกันออกไป ทว่า ราวกับพวกผู้ชายพวกนั้นจะมองมายังเย่จื่อราวอดไม่ได้แทบจะทุกคน ขนาดเดินผ่านไปแล้ว พวกมันก็ยังเหลียวหลังกลับมามองอยู่เลย

เซียวปินหัวเราะแห้งๆอย่างจนปัญญา “เย่จื่อ  ฉันล่ะนับถือเธอจริงๆ”

“คิกๆ นี่คือบทลงโทษของคนเจ้าชู้ล่ะ”

“ฉันสาบานจากใจจริงเลย ในใจฉันมีแต่เธอจริงๆ” เซียวปินแววตาจริงใจ ทว่าก็เต็มไปด้วยความเร่าร้อน แววตาแบบนั้น เป็นแววตาที่จะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อชายวัยรุ่นแรกรักได้พบกับหญิงผู้เป็นที่รักซึ่งเขาชื่นชอบมาเป็นเวลานานเท่านั้น

“ฉันรู้” เย่จื่อยิ้มบางๆ ก่อนจะเอื้อมไปจับมือเซียวปินเอาไว้ เซียวปินบัดนี้จิตใจจึงสงบลง

เย่จื่อหัวเราะ กล่าว “เจ้าหัวดื้อเอ้ย… ต่อไปนี้ ถ้าพี่กล้าทำผิดต่อฉัน ถ้ากล้าไปแอบมีผู้หญิงคนอื่นลับหลังฉันล่ะก็ ฉันจะตะโกนกลางตลาดว่าฉันเป็นเมียน้อยพี่เลย”

เมื่อเห็นเซียวปินท่าทางช็อกปนหงอยๆ เย่จื่อก็หัวเราะเสียงใสขึ้นอีกครั้ง

เซียวปอนกำลังจะเปิดปากพูด แต่ก็ดันเหลือบไปเห็นจางกุ้ยที่กำลังโอบสาวแต่งกายดี ทั้งหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินมาไกลๆ เย่จื่อเองก็กวาดตามองตามเซียวปินไป ก่อนกล่าวถาม “พี่ปิน  มองอะไรเหรอ?”

“ผู้ชายคนนั้น…” เซียวปินกล่าว “เป็นสามีของเจ้าของร้านคนใหม่ที่ข้างร้านเรา”

“หา?” เย่จื่อมองสำรวจจางกุ้ยอย่างละเอียดแวบหนึ่ง ตัวไม่สูง  หน้าตาก็ขี้เหร่ แถมที่หน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มทะลึ่งหน้าด้านอีก ที่ข้างๆเขามีผู้หญิงแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่งที่ดูก็รู้เลย ว่าเป็นแค่พวกขายบริการเท่านั้น คนๆนั้นราวไม่ได้สังเกตเห็นเย่จื่อกับเซียวปิน เอาแต่กล่าวยิ้มแฉ่งกับผู้หญิงข้างตัวพลางเดินมาทางพวกเขา

เย่จื่อกล่าวถาม “ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าของร้านคนนั้นเหรอ?  ก็ไม่เห็นจะสวยเท่าไหร่เลย”

เป็นดังว่า แม้ระยะห่างจากตรงนี้จะไกลมาก แต่ก็ยังดูออก ว่าผู้หญิงคนนั้นสวยได้ด้วยเครื่องสำอางเท่านั้น เธอเดินไปพลางก็ส่ายตูดไปด้วย ดูก็รู้ว่าแรดร่านไม่เบา

“เปล่า”

“หืม?”

เซียวปินนัยน์ตาผสมความโมโห กล่าวเสียงราบเรียบ “นั่นไม่ใช่เจ้าของร้านคนนั้น แต่ผู้ชายคนนั้นเป็นสามีเธอจริง”

“หา?” เย่จื่อสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เธอกล่าวโมโหน้อยๆ “เมียเขาเพิ่งจะยืมเงินพี่ไปไถ่ตัวเขามา แล้วเขายังจะมีหน้าออกมามีบ้านเล็กอีกเหรอ?”

เซียวปินหัวเราะเหยียด กล่าว “อาจจะเป็นบ้านเล็ก หรืออาจเป็นแค่สาวขายบริการก็ได้ เอาเป็นว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร  ไปกันเถอะ เรื่องในบ้านของพวกเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา… เพราะขนาดข้าราชการซื่อสัตย์ยังยากจะพ้นปัญหาในบ้านเลย”

เย่จื่อเหลือบมองเซียวปิน ถามกล่าว “พี่โมโหมากเหรอ?”

เซียวปินยักไหล่ ก่อนเลิกคิ้ว “เป็นใครมาเห็นแบบนี้ก็คงต้องโกรธแหละ เมียมันต้องลำบากตรากตรำทำงานหาเลี้ยงมัน ตามล้างตามเช็ดปัญหาที่มันก่อ จนเกือบจะเอาตัวไม่รอด แต่มันกลับตอบแทนเธอแบบนี้”

เย่จื่อกล่าว “แล้วพี่ไม่เข้าไปสั่งสอนเขาเสียหน่อยเหรอ?”

ฉันจัดการมันมาเรียบร้อยแล้วล่ะ… เซียวปินคิดในใจ ทว่า กลับไม่ได้พูดมันออกมา เขาเพียงยิ้มน้อยๆ กล่าว “ฉันไม่ใช่ทั้งพ่อหรือพ่อตามัน มีสิทธิ์อะไรไปสั่งสอนมันล่ะ?”

ขณะเซียวปินกำลังพูด จางกุ้ยก็ราวสังเกตเห็นเขา มันหน้าถอดสี ก่อนจะลากผู้หญิงคนนั้นหมุนตัวเดินหนีไปทันที ผู้หญิงคนนั้นโดนลากแรงจนสะดุดข้อเท้าพลิก เธอเดินกะเผลกไปตามแรงลาก พลางก็ด่าฉอดๆด้วยความโมโห ถามจางกุ้ยว่าทำบ้าอะไรอยู่

เย่จื่อมองตาค้าง ก่อนเหลียวมองเซียวปินราวกำลังคิดอะไรในใจ เซียวปินใจกระตุกวูบ ก่อนจะแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ไป

“คิกๆ ดูเหมือนใครบางคนจะสั่งสอนเขาไปแล้วนะ”

ให้ตาย มีแฟนฉลาดนี่น่ากลัวจริงๆ

ไม่รอให้เซียวปินได้อธิบายใดๆ เย่จื่อดึงแขนเซียวปินพลางยิ้มกล่าว “ไปกันเถอะ  อย่าไปสนใจคนแบบนั้นเลย เราไปเดินหาร้านกันต่อเถอะ เดินหากับพี่มาทั้งคืนแล้ว เค้าอยากกินอะไรเย็นๆอะ”

เซียวปินหัวเราะตอบ “ได้เลย”

เมื่อกินเสร็จ เซียวปินก็พาเย่จื่อไปส่งที่บ้าน ที่หน้าประตูบ้าน เย่จื่อมองดูเซียวปินด้วยแววตาลึกซึ้ง “ไปสิ เข้าไปนั่งในบ้านสักหน่อย”

เซียวปินเหลือบมองเวลา ก่อนจะส่ายหัว กล่าว “เดี๋ยวฉันต้องกลับไปดูว่าเสียวเสี่ยวมีโจทย์ที่ทำไม่เป็นอยู่รึเปล่า ก่อนหน้านี้เขาขาดเรียนบ่อยมากน่ะ”

“งั้นก็ได้ เค้าก็กะจะชวนไปนั่งในห้องเสียหน่อย…”

ให้ตายสิ… เซียวปินในเต้นแรง พลางรู้สึกเลือดร้อนขึ้นมา เขามองใบหน้าลึกซึ้งของเย่จื่อ กำลังจะตอบตกลง แต่ก็ดันคิดขึ้นมาได้ ยัยเย่จื่อไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย แม้จะได้เข้าห้อง เธอก็คงแค่คิดแผนแกล้งตนต่อเท่านั้น ฉันไม่หลงกลเหรอก…

เซียวปินปั้นหน้าราวเป็นสุภาพบุรุษผู้เปี่ยวคุณธรรม “ไม่ดีกว่า เย่จื่อ ความรักที่ฉันมีต่อเธอเป็นรักที่บริสุทธิ์  ฉันไม่เคยมีความคิดอะไรเกินเลยกับเธอเลย เธอก็เหมือนนางฟ้าผู้ใสสะอาดและสูงส่งคนหนึ่ง  ฉัน…”

เย่จื่อหน้าแดง กล่าวพลางหัวเราะคิกคัก “เอาล่ะ  รีบกลับไปเถอะ  ไอ้ผู้ชายปากปลาไหล… บ๊ายบาย”

มือเล็กๆที่โบกให้ แววตาอันสุดแสนดึงดูดใจที่แลดูมุ่งมั่น ช่างยั่วเย้าหัวใจได้ดีเสียจริง เซียวปินโบกมือไปมา พลางหัวเราะกล่าว “บ๊ายบาย”

เซียวปินมองตามร่างบางของเย่จื่อ จนเมื่อเธอเดินเข้าไปในบ้าน เซียวปินจึงหมุนตัวกลับเข้าในรถประจำตัวเย่จื่อ พลางชายคนขับหันมามองเซียวปินแวบหนึ่ง ยิ้มกล่าว “คุณเซียวนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เท่าที่ผมรู้ นี่เป็นรักครั้งแรกของคุณหนูเลยนะครับ”

เซียวปินพยักหน้า “รักครั้งแรกของฉันเหมือนกัน”

เมื่อสังเกตเห็นสายตาไม่เชื่อถือและสีหน้าแหยของคนขับรถ เซียวปินก็ร้อนรนขึ้นมา “นี่รักแรกของฉันจริงๆนะเฟ้ย!”

“คนที่พูดชมคนอื่นว่าเป็นนางฟ้าผู้งดงามและใสสะอาดของผม… คนที่มีปากหวานแบบนี้ กำลังบอกผมว่าตัวเองเพิ่งเคยมีรักเป็นครั้งแรก?”

ให้ตายเถอะ ตอนยังอยู่ในทีม จริงอยู่ที่มีผู้หญิงมาแอบชอบฉันเยอะ และฉันก็ไม่ใช่ผู้ชายซิงอะไรแล้วด้วย แต่นี่ก็เป็นรักครั้งแรกของฉันจริงๆนี่  ฉันก็พูดไม่ผิดนี่นา… เซียวปินแยกแยะระหว่างการแค่เล่นๆกับรักแท้ออก  ความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนเป็นเพียงการเติมเต็มความต้องการในจิตใจกันและกันเท่านั้น หลังผ่านคืนนั้นไป ทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันอีก ทว่าความรักไม่เหมือนกัน ความรักเป็นความรู้สึกที่สูงส่งและบริสุทธิ์  หาได้มีมลทินไม่

“ไม่เชื่อก็ตามใจ  ออกรถเถอะ”

เมื่อได้ฟังคำประชดของเซียวปิน ชายคนขับรถก็หัวเราะแหะๆ กล่าว “คุณเซียว ผมเชื่อคุณแล้ว นี่เป็นรักครั้งแรกของคุณจริงๆ”

“เชื่อจริงเหรอ?”

“แน่นอน! คุณเป็นแฟนกับคุณหนูของผม ถ้าผมไม่เชื่อใจคุณ ก็เท่ากับว่าผมทำให้คุณไม่พอใจ แล้วผมจะหาเรื่องใส่ตัวไปทำไมล่ะครับ”

“เหอะ!” เซียวปินชูนิ้วกลางขึ้น พลางมองเขม็ง

 

เมื่อรถแล่นมาจอดที่หน้าตึก เซียวปินก็ลงจากรถ ชายคนขับยังชะโงกหัวออกมาหัวเราะกล่าว “คุณเซียวเดินระวังๆนะครับ ผมก็จะไปหารักแรกของตัวเองแล้วเหมือนกัน”

พูดจบ คนขับก็เหยียบคันเร่ง แล้วออกรถไปอย่างรวดเร็ว

“แม่งเชี่ย!”  เซียวปินหยิบทรายขึ้นมากำหนึ่ง ก่อนจะขว้างโปรยตามรถไป จากนั้นก็อดไม่ได้ หลุดขำออกมาในที่สุด

เขาเดินขึ้นตึกไปจนถึงหน้าบ้านซู  เมื่อเปิดประตูก็พบว่า ไฟในห้องซูเสียวเสี่ยวยังเปิดเหมือนเคย เซียวปินเดินเข้าไปในห้อง จึงเจอกับซูเสียวเสี่ยวที่กำลังตั้งใจทบทวนบทเรียนอยู่ เมื่อเห็นเธอดังนั้น เขาก็อดคิดชื่นชมเธอไม่ได้… ซูเสียวเสี่ยวช่างเหมือนพี่สาวเธอไม่มีผิดเพี้ยนไปเลยจริงๆ ทั้งความมุ่งมั่น ความอดทน ความดื้อรั้น และความเก่งกาจ

“กลับมาแล้วเหรอ?” ซูเสียวเสี่ยวหยิบหนังสือขึ้น ใบหน้าเย็นชาก็ปรากฏรอยยิ้มบางๆ “ช่วยอธิบายสองข้อนี้ให้ฟังหน่อยสิ”

 

ขณะเดียวกัน   ณ โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง ร่างอุบาทว์ของจางกุ้ยกำลังทับอยู่บนบั้นท้ายผู้หญิงจัดจ้านคนนั้น เขากำลังเคลื่อนตัวไปมา พลางที่ปากก็ครางเปี่ยมสุขออกมาเสียงดัง ส่วนผู้หญิงที่อยู่เบื้องล่างก็หายใจหอบ พลางกล่าว “ผู้หญิงคนเมื่อกี้คงไม่ใช่เมียนายเหรอกนะ? หรือนายแอบไปมีผู้หญิงคนอื่นนอกจากฉัน? ไม่งั้น…อ้อ…โอ้ย…ไม่งั้นทำไมพอเห็นเธอก็หนีมาเลยล่ะ?”

“เชี่ย…  เมียบ้าอะไรล่ะ…ข้ายังไม่มีเมียเว้ย!!”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม