0 Views

อาจเป็นเพราะฤทธิ์เหล้า ทั้งสองจึงสติขาดผึงไป จูเลียตไม่ได้ต่อต้านอะไรแต่อย่างใด กลับกัน เธอยังปลดปล่อยความรู้สึกของตัวเองออกมาจนหมด และจูบรับเซียวปินอย่างเต็มที่

จูบของทั้งสองเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จูบนั้นทั้งรุนแรงและเปี่ยมไปด้วยความใคร่ ราวทั้งสองได้ปลดปล่อยความต้องการทั้งหมดในจิตใจผ่านไปยังอีกฝ่าย

เซียวปินจูบดูดดื่ม พลางดันจูเลียตให้นอนลงบนโซฟา ส่วนเขาก็ทับอยู่บนร่างจูเลียตอีกที ขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือที่กระเป๋ากางเกงเซียวปินก็ดังขึ้น

ทั้งเสียงหอบ เสียงครางดังขึ้นไม่หยุด เซียวปินมองบุคคลที่อยู่เบื้องล่างด้วยตาแดงก่ำ จูเลียตเองก็เริ่มปลดกระดุมออกทีละเม็ดๆ เซียวปินเอื้อมมือเข้าไปคว้าเสื้อจูเลียตเอาไว้ กำลังจะฉีกมันออก แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งครั้งนี้ก็ยังดังนานไม่หยุด

โทรศัพท์เวรเอ้ย…

จูเลียตล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า พลางหยิบโทรศัพท์เซียวปินโยนไปบนโต๊ะน้ำชาที่ข้างๆ ขณะโยน เซียวปินก็เหลือบไปมองที่จอแวบหนึ่ง ก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับชื่อเย่จื่อที่หน้าจอ ใบหน้าทะเล้นแสนกลของเย่จื่อวาบเข้ามาในหัวอีกครั้ง ขณะนี้ สีแดงที่ดวงตาเซียวปินได้หายไปแล้ว พลันสติก็เริ่มกลับมา เซียวปินรู้สึกตัวสร่างขึ้นอีกครั้ง

จูเลียตมองเซียวปินด้วยใบหน้าแดงก่ำ แขนทั้งสองก็กอดหมับที่ต้นแขนเซียวปิน พลางเธอเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อน ทว่าเซียวปินกลับทำสิ่งที่ไม่คาดคิด เขาปลดแขนจูเลียตออกจากตัว ส่วนจูเลียตเมื่อเห็นดังนั้นก็ได้แต่อ้าปากค้าง กล่าวตกอกตกใจ “เป็นอะไรไป?”

“นั่นเป็นโทรศัพท์จากแฟนฉัน…”

จูเลียตนัยน์ตาทั้งหงุดหงิด ทั้งโกรธ และทั้งไม่พอใจ เธอโผเข้ากอดเซียวปิน จากนั้นก็ใช้ก้อนเนื้อนุ่มๆที่หน้าอกเสียดถูเข้ากับอกกว้างของเซียวปินไปด้วย ทว่าเซียวปินก็ยังดันเธอออก แล้วลุกออกจากตัวเธอไป

“ขอโทษนะ…” เซียวปินจัดระเบียบเสื้อผ้า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้น แล้วเร่งเดินไปยังห้องอาหาร จนเมื่อออกมาไกลพอควรแล้ว จึงกดรับสาย “ฮัลโหล  เย่จื่อ”

จูเลียตได้แต่ลุกขึ้น แล้วนั่งบนโซฟา เธอรีบติดกระดุม พลางจัดระเบียบผมและเสื้อผ้าตัวเอง เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว จึงมองไปยังเซียวปินด้วยสายตาแฝงความรู้สึกหลากหลาย

เย่จื่อกล่าวแซวหยอกล้อ “พี่ปิน ทำไมรับสายช้าจัง แอบทำเรื่องไม่ดีอะไรลับหลังฉันอยู่หรือเปล่า?”

เซียวปินสะดุ้งเฮือก  เชี่ย… หรือยัยนี่จะมีตาทิพย์ อยู่ไกลขนาดนี้ก็ยังเห็นเรา?

คนเราไม่ควรทำเรื่องที่ขัดกับจิตสำนึกจริงๆด้วย เพราะเมื่อทำแล้ว ก็จะรู้สึกกระวนกระวาย…จากการวิจัย คนที่ชอบพูดโกหกบ่อยๆ ส่วนมากมักจะมีอายุสั้นกว่าคนปกติ นี่เป็นข้อมูลที่ผ่านการวิจัยและมีหลักฐานยืนยันได้  ทว่าเซียวปินก็ยังไม่สามารถบอกความจริงออกไปได้อยู่ดี เขาจึงทำได้เพียงตื่นตระหนกในใจ พลางปั้นเสียงปกติกลับไป “จะเป็นไปได้ยังไงกัน เรื่องมันเป็นแบบนี้… คือว่าวันนี้คุณจูเลียตเชิญฉันมาอาหารที่บ้านเพื่อเป็นการขอบคุณ แล้วโทรศัพท์ก็เปลี่ยนเป็นโหมดเงียบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉันก็เลยไม่ได้ยินน่ะ…”

“อ้อ  คุณจูเลียต..คนที่พี่ทะนุถนอมดูแลคนนั้นน่ะเหรอ?”

“…”

“คิกๆ …อย่าตกใจไป ฉันแค่ล้อพี่เล่นเฉยๆ  พี่เป็นผู้ชายของฉันเอง ฉันก็ต้องเชื่อใจพี่อยู่แล้ว ฉันเชื่อว่าพี่ปินไม่มีทางหักหลังฉันแน่  งั้นฉันไม่กวนแล้ว วางสายก่อน… ถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย อย่าทำให้ฉันต้องเป็นห่วงล่ะ”

“รู้แล้ว” เซียวปินหัวใจราวกำลังจะละลายลงแล้ว ทั้งรู้สึกผิดและซาบซึ้งต่อเธอเหลือเกิน “ที่รัก เป็นเด็กดีนะ เดี๋ยวฉันจะโทรไปหา”

“อืม  บ๊ายบาย”

เซียวปินเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา เขาเดินกลับไปหาจูเลียต แล้วกล่าวอย่างรู้สึกผิด “เรื่องเมื่อกี้…หวังว่าเธอจะไม่เก็บไปใส่ใจนะ เพราะถ้าเธอคิดมากเรื่องนั้นจริงๆ ฉันก็คงทำได้แค่บอกขอโทษเท่านั้น… ขอโทษนะ”

จูเลียตมองเซียวปินพลางส่ายหัว กล่าว “นายเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง ฉันยังไม่เคยเจอผู้ชายที่ดีแบบนายมาก่อนเลย  ต้องรีบกลับบ้านล่ะสิ?  ไปเถอะ… เรื่องเมื่อกี้ ฉันก็สมเองเอง เพราะฉะนั้น นายไม่ต้องเก็บไปใส่ใจเหรอก”

คำว่าสมยอม ทำให้เซียวปินรู้สึกเร่าร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาก็ไปปะทะเข้ากับแววตาเร่าร้อนของจูเลียตอีก ทว่าครั้งนี้เซียวปินกลับไม่ได้ขาดสติเหมือนคราก่อน เพราะโทรศัพท์จากเย่จื่อเมื่อกี้ ได้ดับไฟในใจเขาไปหมดแล้ว โดยเฉพาะคำว่าเชื่อใจในตอนท้ายของเธอ

เมื่อก่อนเซียวปินก็เคยเป็นคนเจ้าชู้สำส่อนคนหนึ่ง แต่เขาก็ต้องการความสัมพันธ์แบบชั่วค่ำคืน ที่ไม่มีใครรู้สึกอะไรต่อกันอีกมากกว่า จูเลียตเป็นสิ่งยั่วยุที่มีแรงดึงดูดใจมากเกินไป และเห็นได้ชัด ว่าเธอไม่ได้รู้สึกกับเขาเพียงชั่วข้ามคืนแน่ๆ เขากลัวจะควบคุมความสัมพันธ์นี้เอาไว้ไม่ได้ เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรก็ตาม ที่จะบั่นทอนความรักของตนกับเย่จื่อ  ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม!

เซียวปินพยักหน้าน้อยๆให้จูเลียต “งั้นฉันไปก่อนล่ะ แล้วก็ ช่วงนี้ที่ร้านคงจะยุ่งมากๆ ฉันคงไม่มีเวลาว่างอีกแล้ว ขอบคุณสำหรับการต้อนรับในคืนนี้”

เซียวปินหมุนตัวจากไป ส่วนจูเลียตทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่

เมื่อกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว ทว่าซูเสียวเสี่ยวก็ยังทบทวนบทเรียนในห้องอยู่ เซียวปินเดินไปล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในห้องน้ำ ก่อนจะเดินเข้าห้องซูเสียวเสี่ยว กล่าวถาม “มีอะไรให้ช่วยไหม?”

“อืม… มีอยู่สองข้อที่ไม่ค่อยเข้าใจ ช่วยดูให้หน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะแปลบทความในหน้านี้ก่อน”

เซียวปินหยิบสมุดบันทึกของซูเสียวเสี่ยวขึ้นมาดูแวบหนึ่ง แบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์สองข้อถูกมาร์คเอาไว้แล้ว เขามองซูเสียวเสี่ยวที่กำลังตั้งอกตั้งใจทบทวนบทเรียน พลางก็คิดอยากส่งข้อความถึงเย่จื่อก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้น ก่อนจะกดส่งข้อความไปหาเธอ เมื่อเย่จื่อตอบกลับมา เซียวปินถึงจะเริ่มตั้งใจดูสมุดจดของซูเสียวเสี่ยวอย่างละเอียดอีกครั้ง

ซูเสียวเสี่ยวแอบเหลือบมองเซียวปินนิดหน่อย เธอเห็นการกระทำเมื่อครู่ของเขาทุกอย่าง เมื่อแปลบทความเสร็จ เธอจึงมองไปยังเซียวปิน ถาม “ทำเป็นหรือเปล่า?”

“ไม่มีปัญหา สองข้อนี้ อันที่จริงก็ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่ต้องทำความเข้าใจนิดหน่อย ฉันจะอธิบายให้ฟัง…”

เซียวปินใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็อธิบายโจทย์สองข้อให้ซูเสียวเสี่ยวฟังอย่างละเอียดจนจบ ส่วนตัวซูเสียวเสี่ยวเอง เดิมก็เป็นคนฉลาดอยู่แล้ว เมื่อได้รับการอธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อยก็เข้าใจในทันที

เมื่อทำโจทย์สองข้อนั้นเสร็จ ซูเสียวเสี่ยวก็เก็บหนังสือและอุปกรณ์ต่างๆ พลางกล่าว “พี่ปิน ขอบคุณนะ”

“อย่างเกรงใจฉันเลย เธอรีบนอนพักเถอะ ฉันก็จะกลับไปนอนที่ห้องแล้วเหมือนกัน”

“อย่าเพิ่งไป  ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

เซียวปินอยู่รอในห้อง เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง รอจนซูเสียวเสี่ยวเก็บของเสร็จ จึงกล่าวถาม “มีเรื่องอะไรเหรอ?”

ซูเสียวเสี่ยวยืนตรงหน้าเซียวปิน พลางก็ขบริมฝีปากไปด้วย ราวกำลังคิดหาคำพูดมากล่าวกับเขา ส่วนเซียวปินก็มองไปยังเธอด้วยอยากรู้อยากเห็น พลางก็คิดเดาว่าเธอกำลังจะพูดเรื่องอะไรกับตนกันแน่

“พี่ปิน คืนนี้พี่ก็ไปหาเจ้าของร้านคนนั้นมาอีกเหรอ?”

“เออ…” เซียวปินหัวเราะแห้งๆ ทำตัวไม่ถูก “ใช่สิ”

ยัยเด็กนี่ ยิ่งนับวันก็ยิ่งเหมือนมนุษย์เมียเข้าไปทุกทีแล้วนะ เซียวปินเดิมอยากจะตอกกลับเธอไป ฉันจะไปหาใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ แต่อาจเป็นเพราะซูเพ่ยหย่า…  ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกับซูเสียวเสี่ยว เซียวปินก็รู้ว่าไม่ควรใช้ไม้แข็งกับเธอ…เฮ้อ  ทำใจใช้ไม้แข็งกับเธอไม่ลงจริงๆ…

ซูเสียวเสี่ยวราวภรรยาสุดโหดผู้คุมบ้าน เธอนั่งลงตรงข้ามเซียวปิน ทั้งสองจึงหันหน้าเข้าหากัน ก่อนเธอจะเริ่มบ่นสอนฉอดๆราวตนเป็นผู้ปกครองเขา น้ำเสียงขณะพูดก็ฟังดูแข็งกระด้าง “ตอนนี้พี่ก็มีแฟนแล้ว ถ้าจะพูดอีกแบบก็คือ พี่ควรระวังท่าทีและการกระทำของตัวเองให้มาก …ใครบ้างที่ควรเข้าใกล้ แล้วใครที่ควรถอยห่างเอาไว้ พี่อายุมากกว่าฉัน น่าจะรู้ดีกว่าฉันนะ”

เซียวปินพยักหน้าหงึกหงัก ราวเป็นนักเรียนคนหนึ่ง

“ตอนช่วงดึก ฉันเข้าไปในร้านมา ได้ยินหลี่หงกับจางจิ้งเล่ามา พวกเธอบอกว่าคนชื่อจูเลียตนั่นแลดูมีจริตมาก…ดูก็รู้เลย ว่าไม่ใช่คนดีอะไร ท่าทางเธอก็แสนอ่อย ไม่รู้ว่าเข้าใกล้พี่เพราะมีจุดประสงค์อื่นด้วยหรือเปล่า พี่ต้องระวังได้แล้วนะ”

เซียวปินกล่าว “เธอก็แค่อยากจะขอบคุณฉันเท่านั้น”

“อยากขอบคุณก็เลยเชิญไปกินข้าวที่บ้าน? ทำไมไม่เชิญไปกินที่ร้านข้างนอกล่ะ ทำไมต้องเป็นในบ้านด้วย? พี่ไม่รู้สึกว่ามันแปลกๆเหรอ? ฉันว่าเธอกำลังจะอ่อยพี่ ยั่วยวนพี่ อยากจะ…เอาเป็นว่า เธอไม่ได้มาดีก็แล้วกัน แม้พี่จะไม่หล่อ แถมยังดูไม่สะดุดตา บุคลิกก็ไม่ดี แล้วยังเป็นแค่ลูกจ้างเขาอีก แต่พวกผู้หญิงบางคนก็ตาบอดนี่นา…”

เซียวปินนึกเซ็งขึ้นมาในใจ การถูกยั่วยวนซึ่งเป็นเรื่องน่าโอ้อวดภูมิใจ กลับถูกซูเสียวเสี่ยวมาพูดว่าเป็นเพราะผู้หญิงตาบอด เลยมาอ่อยเขาซะงั้น

ทำไมต้องเหยียบย่ำกันขนาดนี้ด้วย มีความแค้นความชังอะไรกับฉัน?

“แต่พี่ก็อย่าเพิ่งเสียใจไป ฉันว่าในตัวพี่ก็ต้องมีจุดเด่นอะไรบ้างแหละ”

เซียวปินกล่าวประชดแหย่ “ฉันเป็นคนจิตแข็ง ไม่ต้องปลอบฉันเหรอก”

“เอาล่ะ บางทีเธออาจจะถูกใจในความจิตแข็ง…ความหน้าด้านของพี่ก็ได้…เอาเป็นว่า แม้เธอจะไม่ได้อยากอ่อยพี่ แต่ยังไงพี่ก็มีแฟนแล้ว ควรระวังการกระทำของตัวเองด้วย อย่าให้ฝ่ายหญิงระแวงหรือหึงเด็ดขาด แล้วก็ห้ามไปทำอะไรส่อแววรักๆใคร่ๆกับผู้หญิงคนอื่นลับหลังแฟนด้วย”

เซียวปินมองซูเสียวเสี่ยวตาปริบๆ กล่าว “ฉันรู้แล้ว”

“เอาล่ะ ในเมื่อพี่ไม่ยอมสารภาพแบบซื่อสัตย์และจริงใจ งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะเป็นคนคอยควบคุมพฤติกรรมพี่เอง หลี่หงกับจางจิ้งก็จะคอยรายงานเรื่องพี่กับฉัน… ต่อจากนี้ไป พี่ห้ามไปหาจูเลียตอีก หรือถ้าจำเป็นต้องไป ก็ไปได้ไม่เกินยี่สิบนาทีเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ามีเรื่องให้ต้องไปเจอเธอแบบสองต่อสองหรือไปเป็นแขกที่บ้านเธอ พี่ต้องโทรมาบอกฉันก่อน บอกเหตุผลมาให้ชัดเจน รายงานมาให้หมด หลังได้รับอนุญาตจึงจะไปได้”

เซียวปินยกมือ กล่าว “ขอออกเสียงหน่อยนะ  ฉันรู้สึกว่านี่มันไม่ยุติธรรม ฉันขอคัดค้าน!”

“การคัดค้านไม่มีผล!” ซูเสียวเสี่ยวสีหน้าข่มขู่ “เย่เสี่ยวซีเป็นนักศึกษามหาลัยเดียวกับฉัน อยากให้ฉันไปบอกเธอพรุ่งนี้ ว่าพี่กลับมาแล้วมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงติดตัวมาด้วย?”

เซียวปินหงอยลงทันที เขาเก็บแขนที่ชูขึ้นลง กล่าวหัวเราะแหะๆ “อันที่จริง ฉันว่าที่เธอพูดมาก็สมเหตุสมผลดีนะ”

“แบบนี้ค่อยว่าไปอย่าง อ้อ  แล้วจากนี้ ถ้าจะไม่กลับมากินข้าวเย็นที่บ้านก็ต้องโทรมาบอกฉันก่อน นอกจากเย่เสี่ยวซี ถ้าจะออกไปกินข้าวหรือมีนัดกับผู้หญิงคนอื่น พี่ก็ต้องมารายงานและบอกเหตุผลทั้งหมดกับฉันก่อนไป  อย่าคิดอะไรมาก… ที่ฉันทำไปก็เพราะหวังดีกับพี่ทั้งนั้น…เย่เสี่ยวซีก็ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับพี่ ฉันต้องช่วยเธอตรวจตราดูแลพี่ให้ดี ระวังไม่ให้พี่ไปทำเรื่องอะไรไม่ดีลับหลังเธอ แล้วก็กันไม่ให้พี่นิสัยเสีย …ที่ฉันทำไปก็เพื่อป้องกันความรักของพี่กับเย่เสี่ยวซีนะ”

“แล้วก็อย่าคิดจะต่อต้านฉันด้วย ถ้าไม่อยากให้ฉันไปคุยอะไรกับเย่เสี่ยวซี…”

เมื่อพูดจบ เธอจึงกล่าว “พี่ออกไปเถอะ ฉันจะนอนแล้ว”

เซียวปินเดินราวหมาหงอยออกจากห้องไป  พลางใบหน้าเย็นชาของซูเสียวเสี่ยวก็ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวผู้ชนะขึ้น

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม