0 Views

เซียวปินรีบร้อนหัวเราะ “จะเป็นไปได้ยังไง  ฉันดูออก เธอเป็นผู้หญิงเรียบร้อยแถมรักนวลสงวนตัวคนหนึ่ง”

“ขอบคุณนะ ที่มองฉันในแง่ดีแบบนั้น เอ…” จูเลียตจับที่ขาแก้ว พลางสายตาก็เพ่งมองไปในแก้ว สายตาคู่สวยทั้งแฝงไปด้วยความไม่พอใจและความเก็บกลั้นอารมณ์

ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ เซียวปินก็รู้ว่าเธอทั้งเย่อหยิ่งและทะเยอทะยาน  ผู้หญิงเช่นเธอมีรสนิยมและมาตรฐานสูงมาก มีหรือจะยอมแต่งกับผู้ชายธรรมดาๆเช่นนั้น เหตุนี้ เซียวปินจึงพอจะคิดออก ว่าเธอมีความไม่พึงพอใจและความอัดอั้นในสามีมากเพียงใด

ก็เหมือนพานจินเหลียนกับหวู่ต้าหลาง  จนถึงปัจจุบันก็ยังมีแต่คนตำหนิเธอ แต่จะมีสักกี่คน ที่คิดหาว่าเพราะเหตุใดพานจินเหลียนจึงเป็นได้ถึงเช่นนั้นได้ เธอมีความโศกเศร้ามากเพียงใด? ชีวิตของเธอต้องลำบากมากขนาดไหน? แล้วเธอมีความไม่พึงพอใจในสามีมากเท่าไร?

ในที่สุด จูเลียตที่นิ่งเงียบไปก็กล่าวเสียงเศร้า “ถึงนายไม่พูดฉันก็รู้ว่านายคิดอะไรอยู่ อันที่จริง ฉันกับเขาเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เขาเป็นลูกชายในบ้านที่ร่ำรวยมากที่สุดของหมู่บ้าน ส่วนฉันเป็นแค่ลูกสาวในครอบครัวจนๆ เท่านั้น… ต่อมา ตอนฉันอยู่มอปลาย ที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้น… พ่อพลัดตกลงไปในบ่อน้ำร้าง แล้วเสียชีวิต…  จากนั้นแม่ก็ล้มป่วยลง ตอนนั้นบ้านเราเหมือนโดนคำสาป ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเราตั้งตัวไม่ทัน ฉันเองก็ต้องพักการเรียนมาดูแลแม่ที่บ้าน”

เซียวปินได้ฟังก็สะดุ้งตกใจ คิดไม่ถึงว่าเบื้องหลังของผู้หญิงที่ดูสูงส่งแบบเธอจะมีเรื่องน่าเศร้าและลำบากแบบนี้ด้วย  ลำพังแค่เรื่องที่เธอต้องมาแต่งกับผู้ชายแบบจางกุ้ยก็น่าเศร้ามากพอแล้ว

จูเลียตพูดต่อ “ต่อมาแม่ก็อาการหนักมากขึ้นเรื่อยๆ  เราพาแม่ไปรักษา แต่การรักษาต้องใช้เงินจำนวนมาก ฉันไม่มีทางเลือก ได้แต่หายืมไปทั่ว แต่เพราะพ่อเสียไปแล้ว ส่วนแม่ก็มาเป็นแบบนี้อีก พวกญาติๆเพื่อนๆที่เคยสนิทกันก็…เหอะๆ…”

จูเลียตน้ำเสียงเยาะเหยียด “ตอนที่เรายังดีอยู่ พวกคนที่ไม่ใช่เพื่อนก็ยังเรียกพี่เรียกน้องกับเรา แต่พอบ้านเราเกิดเรื่องขึ้น พวกเพื่อนๆที่ดีต่อกันก็กลายมาเป็นคนแปลกหน้าไป…  ตอนที่ฉันมาจนถึงทางตัน พ่อของจางกุ้ยก็เข้ามา เขารับปากว่าจะให้ฉันยืมเงินไปรักษาแม่ แต่มีข้อแม้ว่าต้องแต่งงานกับลูกชายของเขา… จางกุ้ย”

เซียวปินมองดูจูเลียต กล่าวถาม “เธอตอบตกลง?”

“ตอนนั้นฉันไม่มีทางเลือกเลยต้องรับปากไป ในหมู่บ้านใครๆก็ลือกันว่าจางกุ้ยเป็นคนไม่ดี ชื่อเสียงของเขาก็แย่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฉันยังรู้มาอีก ว่าเขาเคยพยายามจะแอบดูฉันอาบน้ำมาหลายทีแล้วด้วย แต่ฉันก็จำเป็นต้องแต่งงานกับเขา ฉันไม่มีทางเลือก.. บางที ชีวิตฉันอาจต้องเป็นแบบนี้  นี่อาจเป็นโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก…”

“เรื่องหลังจากนั้นก็เดาได้ไม่ยากแล้ว….”  จูเลียตถอนหายใจ “มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ทำให้บ้านสกุลจางล้มละลายลง พ่อของจางกุ้ยก็ล้มป่วย แล้วก็เสียไปในเวลาต่อมา ฉันกับจางกุ้ยเข้าเมืองมาหางานทำ แต่เพราะเขาไม่มีความรู้ความสามารถอะไรเลย ก็เลยเอาแต่กินๆนอนๆให้ฉันเลี้ยง… ฉันใช้เวลาแปดปีในการตั้งตัวที่เจียงเฉิง ตอนเพิ่งมาที่นี่ฉันเพิ่งอายุได้ยี่สิบสี่ แต่ตอนนี้ฉันสามสิบสองแล้ว…ฉันเริ่มจากการรับจ้างก่อน จากนั้นก็มาเป็นผู้ช่วย แล้วไปทำงานในร้านทำผม ต่อมาก็เปิดร้านทำผมเป็นของตัวเอง แล้วต่อมา… ก็กะจะมาเปิดร้านอาหารที่นี่แหละ”

เซียวปินกล่าว “เธอมุ่งมั่นดีนะ”

“แต่จางกุ้ย  พอเห็นว่าการงานฉันก้าวหน้าขึ้น จากเมื่อก่อนที่แค่ดื่มกินไปวันๆ ตอนนี้ก็มาติดพนัน… เขายังแอบไปมีผู้หญิงที่ข้างนอกอีก ฉันแค่แกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเท่านั้น… ยังไงเสีย ระหว่างเราก็ไม่มีความรักต่อกันอยู่แล้ว ดีซะอีก ในเมื่อเขาต้องการมีผู้หญิงคนอื่น ตอนกลางคืนฉันจะได้นอนหลับสบายใจ… แล้วมีเหตุผลอะไรต้องไปห้ามเขาล่ะ?”

คำพูดแบบนั้นฟังดูน่าเศร้าเสียจริง  ต้องเจ็บปวดและสิ้นหวังขนาดไหนถึงจะพูดประโยคแบบนั้นออกมาได้นะ

เซียวปินโพล่งถาม “เธอไม่คิดอยากจะหย่าบ้างหรอ?”

จูเลียตส่ายหัว “ฉันรู้จักเขาดี  ตอนนี้เขาไม่มีทางหาคนที่ดีกว่าฉันได้อีกแล้ว ดังนั้น เขาไม่มีทางยอมหย่าแน่นอน… ตอนนี้ฉันก็เป็นเหมือนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองในสายตาเขา ที่เขามีดื่มมีกินมีเงินเล่นพนันทุกวันนี้ก็เป็นเพราะฉันทั้งนั้น ถ้าหย่ากันจริงๆ แล้วเขาจะใช้ชีวิตต่อไปยังไงล่ะ? ยิ่งไปกว่านั้น…ในตอนนั้น ที่แม่ฉันมีชีวิตรอดมาได้ ก็เป็นเพราะเงินจากบ้านจางของเขา ฉันเลยไม่อยาก…”

“เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมากคนหนึ่ง น่าเสียดายที่ไม่เคยพบกับความสุขเลย”

จูเลียตยิ้มกล่าว “ขอบคุณที่รับฟังเรื่องไร้สาระของฉันนะ… มา แก้วนี้ ฉันดื่มเพื่อขอบคุณพี่ ขอบคุณที่ช่วยฉันเมื่อคืนนี้”

จูเลียตดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนใบหน้าเย็นชาจะมีสีแดงระเรื่อขึ้น  ดูแล้วน่าหวั่นไหวเสียจริง

เซียวปินชะงักมองเธอ จูเลียตยิ้มกล่าว “พี่ปิน เพิ่งดื่มไปแค่สองแก้วเอง พี่คงไม่ได้จิตใจว้าวุ่นไปแล้วใช่ไหม?”

“เปล่า  ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” เซียวปินคิดในใจ เธอดูยั่วยวนซะขนาดนี้  ราวกับเจ้าหญิงแห่งวงการหนังอาร์ อายากะ โทโมดะ ไม่มีผิด ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังมีความสวยสง่าเพิ่มเติมขึ้นมาอีก จิตใจไม่ว้าวุ่นก็ให้มันรู้ไป ไม่รู้ว่าจางกุ้ยกำลังคิดอะไรอยู่ มีเมียสวยขนาดนี้อยู่แล้วยังไม่เห็นค่า ยังจะไปหาผู้หญิงคนอื่นข้างนอกอีก…

“ที่ฉันเชิญนายมาวันนี้ ก็เพื่อจะขอบคุณ แล้วก็…” จูเลียตมองตาเซียวปิน กล่าว “หลายปีมานี้ สิ่งที่ฉันคิดมาโดยตลอดก็คือการหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทุกๆวันก็คิดถึงแต่เรื่องตั้งใจทำงานเท่านั้น   เลยยังไม่มีเพื่อนจริงๆเลยสักคน ฉันมีเรื่องมากมายที่อยากจะพูด  เลยอยากจะขอมาระบายกับนาย”

“ไม่เป็นไร  ระบายมาได้ทุกเวลาเลย”

จูเลียตกล่าว “นายพูดเองนะ ฉันเชื่อใจนาย  ตั้งแต่เรื่องเมื่อคืน ฉันก็เชื่อนายหมดใจแล้ว… กินข้าวสักหน่อยเถอะ แล้วฉันก็ไม่ได้กำลังมอมเหล้านายนะ”

ทั้งที่พูดให้กินข้าว แต่ทุกครั้งที่เขากินไปได้แค่ไม่กี่คำ จูเลียตก็จะหาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการดื่มตลอด  เห็นได้ชัดว่าหลังจากเรื่องเมื่อคืน เธอก็กลุ้มหนักมากกว่าเดิมมาก ดังนั้นจึงอยากจะระบายความเครียดออกมา

เมื่อทานอาหารเสร็จ ไวน์ที่เคยเต็มขวดก็เหลือเพียงก้นขวดแล้ว ซึ่งส่วนมาก จะถูกดื่มไปโดยจูเลียต จูเลียตที่ในเวลาปกติมักจะเย่อหยิ่งและแสนเย็นชา บัดนี้ใบหน้าขาวๆก็ระเรื่อสีแดง ดวงตาคู่นั้นก็แลดูน่าหลงใหล และดึงดูดใจมากขึ้นไปอีก เซียวปินตอนนี้รู้สึกราวกำลังอยู่ในถ้ำแห่งปีศาจจิ้งจอก และคนที่นั่งตรงหน้าก็คือปีศาจจิ้งจอกแสนยั่วยวนนั่นเอง

ทั้งสองยันตัวยืนขึ้น เซียวปินยื่นมือไปประคองจูเลียต ทว่า กลับถูกจูเลียตผลักออกเบาๆ กล่าว “ฉันยังไม่เมาเลย นายไปรอในห้องรับแขกก่อน เดี๋ยวฉันจะยกน้ำชาไปให้”

เซียวปินมองจูเลียตที่ราวจะกำลังเมา ก่อนจะยิ้มแห้งๆขานรับเธอ เขาเดินกลับไปรอที่ห้องรับแขกตามที่เธอบอก ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เซียวปินเหลียวมองเวลา ตอนนี้ก็ใกล้สามทุ่มแล้ว   กลับไปคงต้องอธิบายให้ซูเสียวเสี่ยวฟังอีกแล้วสิ… ยัยเสียวเสี่ยวเป็นคนทั้งเย็นชาและนิ่งเรียบ แต่ทำไมตอนนี้กลับแลดูคล้ายมนุษย์เมียแบบนี้นะ?

ขณะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จูเลียตก็ยกน้ำชาร้อนๆออกมาเสิร์ฟให้ เธอก้มตัวลง วางแก้วน้ำชาลงบนโต๊ะหน้าเขา ขณะจูเลียตโค้งตัวลง เซียวปินก็เห็นเสื้อชั้นในสีแดงและผิวขาวๆที่หน้าอกใต้ชุดตาข่ายสีดำนั้นได้อย่างชัดเจน…นี่มันเป็นการยั่วยวนที่เอาชีวิตคนได้เลยนะนั่น

จูเลียตกลับไม่ได้รับรู้ถึงสายตานั้นของเซียวปินเลย เธอทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามเขา เซียวปินกลืนน้ำลายลงคอ พลางลำคอก็รู้สึกแห้งผากขึ้นมา หากยังอยู่กับเธอนานมากไปกว่านี้ เกรงว่าเขาต้องรู้สึกหิวกระหายมากกว่าเดิมแน่

“มองฉันทำไม?”

“อ้อ  ดื่ม…ดื่มชา” เซียวปินพยุงแก้วน้ำชาขึ้น พลางซดน้ำชาเข้าปากทันที ทันใดนั้น จูเลียตก็ท่าทางตกใจพลางอ้าปากกว้างราวกำลังจะพูดอะไร “โอ้ยย  ร้อนจัง…”

จูเลียตกำลังจะกล่าวเตือนเขา ทว่าเซียวปินก็ยกน้ำชาขึ้นดื่มเสียก่อน ยังดีที่โดนลวกไปแค่นิดเดียวเท่านั้น เซียวปินรีบวางแก้วลง พลางสูดลมเย็นเข้าปากไม่หยุด จูเลียตที่กำลังกลั้นขำ เมื่อเห็นท่าทางเซียวปินเป็นเช่นนั้น ก็อดไม่ได้หัวเราะออกมา

เซียวปินหัวเราะแห้งๆ “ฉันโดนลวกจนลิ้นบวมไปหมดแล้ว เธอยังจะหัวเราะอีก…”

จูเลียตเมื่อได้ฟังก็ยิ่งขำมากขึ้นไปอีก เธอหัวเราะพลางกล่าว “ฉันไม่ได้มีความสุขแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ขอบคุณนะ เซียวปิน… ขอบคุณที่ทำให้ฉันมีความสุขมากขนาดนี้”

เซียวปินได้ฟังก็คิดปฏิเสธแย้งในใจขึ้นมา…แต่ก็ช่างเถอะ ใครใช้ให้เธอเป็นผู้หญิงล่ะ ถือว่าฉันตั้งใจทำเพื่อแหย่ให้เธอหัวเราะก็แล้วกัน

เซียวปินกำลังรู้สึกเซ็งๆในใจ จู่ๆจูเลียตก็ยกขาขึ้น เดิมเธอนั่งไขว่ห้างขาซ้ายทับขาขวา แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนมาไขว่ห้างข้างขวาทับข้างซ้ายแล้ว เสียงซิกๆที่เกิดจากการเสียดสีของถุงน่อง ก็ราวมนต์คาถาอะไรสักอย่าง ที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเลือดร้อนและหัวใจเต้นเร็วขึ้นมา

เซียวปินกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก เขาลอบมองขาสวยภายใต้ถุงน่องนั้นของเธอ พลางตัวก็แสร้งยิ้มเป็นธรรมชาติไป “ทำให้คุณจูยิ้มได้ ก็ถือเป็นเกียรติต่อผมมากแล้ว”

“อย่าเรียกฉันว่าคุณจูเลย เรียกว่าลี่หย่าเถอะ”

ขณะพูด จูเลียตก็เปลี่ยนสลับขาอีกครั้ง เสียงซิกจากการเสียดสีก็ดังขึ้น และมันทำให้เซียวปินเริ่มสติหลุดลอย และใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“เซียวปิน นายรู้ไหม ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันต้องตามหาผู้ชายแบบนายมาเป็นคู่ชีวิตให้ได้เลย  นายเป็นวัยรุ่นที่มีหัวคิดดี มีความสามารถ ทั้งยังแลดูมั่นคง หนักเอาเบาสู้ ฉันไม่ต้องการคนหล่อรวยอะไรหรอก แค่ต้องการใครสักคนที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่ด้วยก็เท่านั้น เมื่อคืน ตอนเห็นนายปกป้องพวกเราที่บ่อนนั่น ฉันก็คิดเรื่องนี้มาโดยตลอด”

เซียวปินมือแตะจมูก “ให้เข้าใจว่าเธอกำลังชมฉันอยู่ได้ใช่ไหม?”

จูเลียตหัวเราะ กล่าว “จะคิดแบบนั้นก็ได้….แต่น่าเสียดาย…ตอนนี้เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว  ฉันเป็นผู้หญิงมีมลทินแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ฉันก็แก่แล้วด้วย…”

เซียวปินถอนสายตาจากเธอ แม้ในใจจะยังอาลัยอาวรณ์ก็ตาม เขากล่าวสีหน้าจริงจัง “ไม่แก่หรอก เธอไม่แก่เลยสักนิด ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว เธอไม่ได้ต่างจากเด็กสิบเจ็ดสิบแปดเลย”

จูเลียตหัวเราะครืน ใบหน้าก็ยังคงแดงระเรื่ออยู่ เพราะแอลกอฮอล์มักจะทำให้ผู้ดื่มรู้สึกครื้นเครงอยู่เสมอ ดังนั้นเธอในตอนนี้จึงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น ทั้งแววตาก็ยังมีเสน่ห์ยั่วยวนมากกว่าเก่าอีกด้วย

ขณะกำลังหัวเราะ ขาทั้งสองก็เสียดสลับที่กันอีกครั้ง  ให้ตายสิ เลิกยั่วยวนฉันสักที

เซียวปินลุกขึ้นพรวด กำลังจะกล่าวลากลับ จูเลียตเมื่อเห็นดังนั้นก็โพล่งลุกขึ้นตามอย่างรวดเร็ว ทว่า เพราะลุกขึ้นเร็ว ขาทั้งสองจึงพันขัดกันอย่างไม่ทันระวัง จูเลียตเอนจะล้มไปด้านข้าง เซียวปินเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบกระโดดพุ่งเข้าไปกอดประคองเธอเอาไว้ในอ้อมแขน

จูเลียตที่สวมชุดเดรสสีดำเพียงชั้นเดียว หลังรับเธอเอาไว้ เซียวปินก็ราวจะสัมผัสได้ถึงผิวหนังเนียนละเอียดที่ใต้ชุดนั่น บัดนี้ ความต้องการที่มีในใจก็เพิ่มมากขึ้นจนเซียวปินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเผยอปากขึ้น ก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากตนเข้าจูบริมฝีปากแดงเซ็กซี่ของจูเลียต…

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม