0 Views

เซียวปินกินมื้อเช้าคนเดียว จากนั้นจึงเข้าไปในร้าน และเริ่มงานอันแสนวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง  เรื่องการขยายร้าน ทางที่ดีที่สุดก็คือการขยายร้านจากร้านเดิมที่ทำอยู่ แต่น่าเสียดาย ที่เขาเป็นสุภาพบุรุษมากเกินไป ไม่อย่างนั้นคงรับสัญญาโอนร้านจากจูเลียตมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

ตอนพักกลางวัน ขณะที่นักศึกษาคนอื่นๆกำลังพักทานข้าว ซูเสียวเสี่ยวกลับมาที่ร้านบะหมี่  เดิมเซียวปินก็คิดว่าเธอยังโกรธอยู่  คิดไม่ถึงว่าตอนพักเที่ยงเธอจะเข้ามา แถมท่าทางก็ไม่ได้แตกต่างไปจากปกติเท่าไหร่เลย เธอยังคงนิ่งเฉยไร้อารมณ์เหมือนทุกวัน แต่ราวจะไม่ได้โกรธอะไรเขาแล้ว เมื่อเซียวปินเข้าไปคุยด้วย เธอก็ตอบกลับมาทุกคำ ทีแรกเธอยังกะจะพาเพื่อนๆมาทานมื้อเที่ยงที่นี่ แต่เพราะแถวที่ยาวเหยียด สุดท้าย เธอจึงแค่คุยด้วยไม่กี่คำแล้วเดินออกจากร้านไป

จนถึงช่วงบ่าย ภายในร้านจึงมีโต๊ะว่างบ้างแล้ว งานในร้านก็ไม่ได้ยุ่งวุ่นวายเท่าตอนเที่ยง เหล่าพนักงานจึงได้จังหวะหยุดพักกันเสียที

จูเลียตเดินก้าวเข้ามาในร้าน การมาของเธอ ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้เซียวปินสักเท่าไหร่ เพราะจากที่เขาช่วยเธอเอาไว้เมื่อคืน ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องมาเพื่อแสดงความขอบคุณต่อเขาอยู่แล้ว

จูเลียตแต่งกายด้วยชุดเซ็กซี่สีดำ ที่กระโปรงเธอมีผ้าบางลายตาข่าย ทำให้เธอแลดูเผ็ดร้อนยิ่งขึ้น ที่ใต้กระโปรงนั่น เธอสวมถุงน่องสีดำคู่กับรองเท้าส้นสูงอีกคู่   ทำให้จูเลียตในวันนี้แลดูเซ็กซี่ยั่วยวน ทว่าก็เต็มไปด้วยความสูงส่ง และงามสง่าราวราชินี

เมื่อเธอย่างก้าวเข้ามา สายตามากมายก็ถูกเธอดึงดูดไปเสียหมด  พลางหลี่หงกล่าวกระซิบกับจางจิ้ง “ชิ  ยัยปีศาจจิ้งจอก”

ผู้หญิงบางประเภท แม้จะสวยแต่ก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร ทว่าจูเลียตกลับแตกต่างออกไป ความสวยและความเซ็กซี่ที่เธอมี เป็นประเภทที่มักจะสร้างความอคติและความไม่ชอบใจจากผู้หญิงด้วยกันเอง

จูเลียตราวจะชินกับสายตาพวกผู้ชายไปเสียแล้ว เธอมองข้ามสายตาทะลึ่งลามกของพวกเขา แล้วเดินมาหยุดตรงหน้าเซียวปิน กล่าว “ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยฉันเอาไว้เมื่อคืน  ฉันอยากจะเชิญคุณมาร่วมทานข้าวที่บ้านสักมื้อจะได้ไหมคะ?”

หลี่หงและจางจิ้งต่างก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ทว่าขณะนั้นเอง เอ้อหั้วกลับเดินออกมาจากครัว พลางแหกปากกล่าวเสียงดังสนั่น “ว้าว  ชายโฉดหญิงชู้แอบนัดกันลับหลังเย่จื่อล่ะ…”

เซียวปินยกตีนขึ้นถีบเอ้อหั้วให้กลับไป จนเอ้อหั้วกลิ้งกระดอนเข้าไปในครัว ก่อนจะเปล่งเสียงบ่นกลับมา “ก็แม่เราบอกมา ผู้ชายที่แอบเมียตัวเองไปกินข้าวกับคนอื่นก็คือชายโฉดหญิงชู้ไง…”

เซียวปินหัวเราะพลางด่าไปด้วย “ไอ้เด็กเวรนี่… คุณจูครับ อย่าไปสนใจเลย”

“อ้อ  ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าเรื่องนี้จะทำให้แฟนคุณเข้าใจผิด งั้นก็ช่างมันเถอะค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร  เธอเป็นคนมีเหตุผลน่ะครับ” เซียวปินครุ่นคิด ก่อนหัวเราะกล่าว “งั้นก็ตามนี้นะครับ ผมจำที่อยู่คุณได้ เจอกันตอนกี่โมงดีครับ”

“ยังไงก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณเซียวปินจะสะดวกเลย”

“งั้นก็ตอนห้าโมงเย็น?”

“ได้ค่ะ  คุณทำงานเถอะ ฉันไปก่อนล่ะ” จูเลียตหมุนตัวกลับ ก่อนจะเดินช้าๆออกจากร้านไป สายตาผู้ชายในร้านต่างก็มองตามร่างเธอไป แล้วสุดท้ายจึงถอนสายตาออกจากเธออย่างอาลัยอาวรณ์

จางจิ้งเปล่งเสียงในลำคอ กล่าว “หึ…. พี่ปิน  พี่ยังจะไปโทษว่าเอ้อหั้วพูดผิดอีก เขาพูดความจริงเห็นๆ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอะไร”

“นั่นสิ!” หลี่หงถามสีหน้าสงสัย “นั่นเป็นเจ้าของคนใหม่ของร้านข้างๆร้านเราใช่ไหม  พี่ปิน  พี่เข้าไปพัวพันกับเธอเร็วขนาดนั้นได้ยังไง?”

เซียวปินกระแอมไอในลำคอ กล่าว “ระวังคำพูดหน่อย นั่นเขาเรียกว่ารู้จักกันต่างหาก พัวพันอะไรกัน…”

“ชิ  ฉันว่า น้องหงพูดไม่ผิดเลย ผู้หญิงคนนั้นตั้งใจมาอ่อยพี่ชัดๆ ทั้งที่ท่าทางก็แรดขนาดนั้น แต่กลับยังแสร้งทำเป็นสูงสง่าเย็นชาอยู่อีก  จริงสิ… เขาบอกว่าพี่ช่วยเขาเอาไว้ ช่วยเรื่องอะไร?”

เซียวปินหัวเราะแห้งๆ กล่าว “ทำงานๆ อย่ามัวแต่พูดกันอยู่เลย”

หากบอกไปว่าเขาให้เธอยืมเงินไปตั้งแสน สองคนนั้นต้องล้วงลึกเรื่องราว ถามสืบไปจนถึงต้นตอแน่ ดังนั้น ก็ไม่ต้องพูดอะไรเลยดีกว่า

“ชิ… ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก  ระวังจะโดนเขาดูดวิญญาณออกจากร่างนะ”

สาวทั้งสองบ่นฉอดๆ ทั้งสีหน้าก็แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวออกมาไม่หยุด  เซียวปินไม่ได้สนใจพวกเธอ  เขาต่อสายไปหาเย่จื่อ ก่อนจะบอกเรื่องนัดของจูเลียตกับเธอ เย่จื่อเป็นคนมีเหตุผล เมื่อได้ยินว่าจูเลียตเชิญเซียวปินไปทานข้าวเพื่อแสดงความขอบคุณ เธอก็เพียงแค่พูดแซวแหย่เขาไปนิดหน่อย ทว่าก็ไม่ได้ห้ามอะไรแต่อย่างใด

พอบ่ายสี่โมงครึ่ง เซียวปินก็ออกจากร้านแล้ว  …ไปเป็นแขกในบ้านเขาครั้งแรก ซื้อของไปด้วยสักหน่อยจะดีกว่า…

เซียวปินซื้อผลไม้หลายกิโลติดไม้ติดมือเข้าไปด้วย จนเมื่อเดินไปถึงหน้าบ้านเธอแล้ว เขาถึงเพิ่งรู้สึกเสียใจยอมที่มาเป็นแขก เพราะตอนนี้จูเลียตก็ไม่ใช่สาวโสด ยิ่งไปว่านั้น เมื่อคืนเขาก็เพิ่งต่อยสามีเธอไป แล้วตอนนี้ยังจะไปเป็นแขกบ้านเขาอีก แบบนี้จะไม่ค่อยดีหรือเปล่านะ…

แต่ไหนๆก็มาแล้ว จะมาหนีเอาตอนนี้ก็ไม่ใช่นิสัยเขาเสียด้วยสิ …ไหนๆก็มาถึงหน้าบ้านแล้ว หรือเขายังต้องกลัวไอ้หวู่ต้าหลางที่ไม่เอาถ่านนั่นอีก?  แม่งเอ้ย  ทำไมคิดไปคิดมา รู้สึกเหมือนเราเป็น  *ซีเหมินชิ่ง เลยวะ

เซียวปินเคาะประตูเรียก เพียงไม่นานประตูก็เปิดออก จูเลียตยังคงสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมเมื่อเช้าอยู่ เพียงแต่ที่เท้าเปลี่ยนจากส้นสูงเป็นรองเท้าแตะแล้วเท่านั้น เมื่อเห็นว่าเป็นเซียวปิน เธอก็ปาดเหงื่อ พลางฉีกยิ้มที่หาได้ยากออกมา “เข้ามาเถอะ ฉันเพิ่งทำอาหารเสร็จพอดี ไม่รู้ว่าจะถูกปากหรือเปล่า หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจนะคะ”

“ฮ่าๆ อาหารฝีมือคนสวย ยังไงก็ถูกปากครับ” เซียวปินเพิ่งพูดจบ ก็รู้สึกเสียใจที่พูดไป แม่งเชี่ย… เมื่อวานตอนพูดกับจางกุ้ยยังทำเหมือนตัวเองเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงมาพูดจาแบบนี้ล่ะเนี่ย  ยิ่งอยู่ตัวเองก็ยิ่งเหมือน ซีเหมิงชิ่งเข้าไปทุกทีแล้ว…

เซียวปินหุบยิ้มบนใบหน้า แล้วกลับมาปั้นหน้าจริงจังเคร่งขรึมอีกครั้ง กล่าวถาม “สามีเธอล่ะ?”

“เขาไม่อยู่บ้านค่ะ คืนนี้มีแค่เราสองคน”

เซียวปินหัวเราะกล่าวต่อ “อาหารจากสาวงาม แค่ได้ดม ก็รู้สึกอร่อยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนกินเลย”

พอเห็นผัวเขาไม่อยู่ ก็โยนความเคร่งขรึมทิ้งเร็วเชียวนะ….

เซียวปินก็เดินตามจูเลียตไปจนถึงห้องอาหารภายในบ้าน  ห้องนี้ไม่ใหญ่มาก แต่ก็เก็บกวาดได้อย่างสะอาดเรียบร้อยแถมยังดูเป็นระเบียบ  บนโต๊ะอาหารมีอาหารสี่อย่างและแกงอีกหนึ่งอย่าง แล้วยังมีไวน์แดงขวดหนึ่ง กับแก้วไวน์อีกสองใบ ทั้งสองนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเอาไว้แล้ว บรรยากาศนี้ อารมณ์แบบนี้…ถ้าจุดเทียนอีกหน่อยก็ดินเนอร์ใต้แสงเทียนดีๆนี่เอง… เพียงแวบเดียว บรรยากาศก็อบอุ่นขึ้นมาทันที

อาจเป็นเพราะบรรยากาศ ทำให้เซียวปินรู้สึกว่าจูเลียตที่ก็ปกติดี บัดนี้กำลังมองมายังตนราวมีความรู้สึกลุ่มลึกต่อกัน

“พี่ปิน  คิดอะไรอยู่เหรอคะ?”

“อ้อ. เปล่า…ไม่มีอะไร  แค่รู้สึกซึ้งใจก็เท่านั้น…”

“ซึ้งใจ?”

“ใช่สิ  ได้มีโอกาสทานอาหารที่คุณจูเลียตทำไว้ให้ โอกาสแบบนี้หาได้ยากนะครับ ไม่รู้มีผู้ชายอีกตั้งกี่คน ที่อยากมีโอกาสมาอยู่ในจุดเดียวกับผมนี้”

จูเลียตฉีกยิ้มน้อยๆ กล่าว “พี่ปิน  ฉันก็นึกว่าคุณเป็นคนจริงจังเรียบร้อยเสียอีก!”

“ฉันก็เป็นแบบนั้นนี่!” เซียวปินไอกระแอมในลำคอ ก่อนหัวเราะแหะๆ “แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง”

“ตั้งแต่เรื่องเมื่อคืน ฉันก็มองคุณเปลี่ยนไปแล้ว  เพราะสิ่งที่คุณทำเมื่อคืน ไม่ใช่สิ่งที่คนเรียบร้อยเคร่งขรึมจะทำได้เลย  บอกตามตรง เมื่อคืนตอนกลับบ้านมา พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันก็ยังรู้สึกกลัวอยู่เลย”

“อ้อ.. นั่นผมทำไปเพื่อผดุงความถูกต้องต่างหาก”

จูเลียตเปิดขวดไวน์ ก่อนจะรินมันลงในแก้วทั้งสอง แล้วหยิบแก้วหนึ่งในนั้นขึ้น พลางกล่าวยิ้มๆ “พี่ปิน  ดื่มเพื่อความรักในความถูกต้องของพี่”

“ขอบใจ  นั่นเป็นเรื่องที่ลูกผู้ชายทุกคนควรทำอยู่แล้ว” เซียวปินชูแก้วขึ้น ก่อนจะชนแก้วกับจูเลียต แล้วทั้งสองก็ดื่มกันไปคนละครึ่งแก้ว

“พี่ปิน  ลองชิมฝีมือฉันดูสิคะ”

“ได้เลย” เซียวปินรู้สึกสงสัยขึ้นในใจ หรือจางกุ้ยจะกลับมาฟ้องเธอ? แต่ถึงจะไม่ฟ้อง มีรอยช้ำบวมขนาดนั้นอยู่บนหน้า ยังไงเธอก็ต้องดูออกอยู่ดี… …แต่ทำไมจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้พูดถึงเลยสักคำ?

เซียวปินชิมอาหารคำหนึ่ง อื้ม… อาหารฝีมือเธอก็อร่อยนะเนี่ย แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ เซียวปินก็ยิ่งรู้สึกเสียดายและนึกอดสูแทนเธอ ผู้หญิงที่ดีขนาดนี้ มาลงเอยกับผู้ชายแบบจางจิ้งได้ยังไงนะ? หรือผู้ชายคนนั้นจะเคยสูงยาวเข่าดี แถมมีเงินมาก่อน? แล้วต่อมาค่อยย่ำแย่ลงจนเหมือนในปัจจุบัน? อ้อ…สูงยาวเข่าดีคงไม่ได้ ต้องเป็นเตี้ยสั้นเข่าเสื่อมแต่มีเงินมากกว่า

เซียวปินถามผ่านๆ “สามีเธอไม่อยู่ เขาไปเล่นพนันอีกแล้วเหรอ?”

“เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” เมื่อพูดถึงเรื่องสามี จูเลียตก็ถอนหายใจครึ้มหมอง นัยน์ตาเธอแฝงไปด้วยความผิดหวังเสียใจ ซึ่งนั่น ทำให้เซียวปินรู้สึกสงสารจี๊ดขึ้นมา

จูเลียตเป็นคนมีไหวพริบดีมาก เธอดึงสติขึ้น รู้ว่าตนไม่ควรแสดงอาการเช่นนี้ต่อหน้าผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน  จูเลียตรีบปรับอารมณ์ให้ปกติดังเดิม แล้วกล่าวนิ่งเรียบ “ตั้งแต่เขาตามพี่ออกไปเมื่อคืน เขาก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย แค่โทรกลับมาบอกว่าจะไปอยู่บ้านเพื่อนเท่านั้นเอง”

เซียวปินแอบหัวเราะในใจ มันคงกลัวจูเลียตจะถามถึงที่มาของแผล กลัวว่าถ้าเธอจับได้ว่ามันขายเมียตัวเองให้ผู้ชายคนอื่นแล้วมันจะซวย เลยหลบเลือกหน้าไปซะเลย.. แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะแม้เรื่องเมื่อวานจะเป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่หากให้จูเลียตรู้เรื่องนี้เข้า เซียวปินคงมองหน้าเธอไม่ติด และบรรยากาศคงน่าอึดอัดขึ้นมากแน่

ในเมื่อบรรยากาศตอนนี้ก็ดีขนาดนี้ แถมอีกฝ่ายก็เป็นคนเชิญตนมาทานข้าวที่บ้านอีก เขาเองก็ไม่ควรพูดทำลายบรรยากาศไป เขาคิดเช่นนี้ ทว่าจูเลียตกลับไม่เป็นดังนั้น  เธอพูดเปิดประเด็นขึ้น พลางมองมายังเซียวปินด้วยแววตาระคนเศร้า กล่าวถาม “นายรู้หรือเปล่า  ทำไมฉันถึงมาแต่งกับผู้ชายแบบนี้ได้?”

ดูท่าจูเลียตเองก็ไม่พอใจในตัวสามีอยู่มาก ไม่อย่างนั้นคงไม่เรียกแทนสามีตัวเองว่าผู้ชายแบบนี้เหรอก ทว่านั่นก็ไม่ใช่แปลก เพราะหากผู้หญิงคนหนึ่งรู้สึกพอใจในตัวผู้ชายแบบนี้ นั่นสิแปลก… เรื่องหน้าตาและฐานะก็ยังพอยอมกันได้ แต่เรื่องสันดารการประพฤติตัวของเขานี่สิ ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเลวเข้าขั้นแล้ว  เขาไม่เหมาะสมกับเธอเลยสักนิดจริงๆ

เธอราวจะรู้ว่าเซียวปินหาคำตอบของคำถามนั้นไม่ได้ จูเลียตยกแก้วขึ้น  ก่อนจะดื่มของเหลวสีแดงอีกครึ่งในแก้วลงคอไป จากนั้นก็รินไวน์เติมลงในแก้วตัว แล้วยื่นไปเติมให้เซียวปินด้วย เซียวปินเมื่อเห็นเธอโศกเศร้า จึงรีบร้อนกล่าวปลอบ “อย่าคิดมากไปเลย อย่าดื่มแก้เครียดเลยนะ!”

จูเลียตมองมายังเซียวปิน แล้วจู่ๆเธอก็หัวเราะออกมา “นายกลัวว่าถ้าฉันเมา ระหว่างเราอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ หือ?”

เซียวปินใจกระตุกวูบ เชี่ยแล้ว… ทั้งที่น้ำเสียงของเธอก็ไม่ได้ยั่วยวนเลยสักนิด ทั้งยังไม่ได้แฝงความยั่วเย้าใดๆเลย แต่ทำไมเมื่อคำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากผู้หญิงที่แลดูสูงสง่าและเย่อหยิ่งเช่นจูเลียตแล้ว ถึงได้กลายเป็นประโยคที่ฟังแล้วเซ็กซี่ยั่วยวนขนาดนี้นะ…

 

———————————

*ซีเหมินชิ่ง  เป็นตัวละครหนึ่งในซ้องกั๋ง เป็นชู้กับพานจินเหลียน เมียของหวู่ต้าหลางค่ะ

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม