0 Views

เมื่อเซียวปินกลับถึงบ้าน ก็พบว่าซูเสียวเสี่ยวกำลังทบทวนบทเรียนในห้องอยู่  เขาก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือ ตอนนี้ก็ปาไปห้าทุ่มแล้ว ช่วงนี้ซูเสียวเสี่ยวกำลังกระตือรือร้นเรียนให้ทันคนอื่นๆจริงๆด้วย …ตั้งใจเชียว

เซียวปินกระแอมไอ ก่อนจะเคาะไปที่ประตูห้องเธอ เมื่อได้รับอนุญาต เซียวปินก็เดินเข้าไปในห้อง แล้วไปหยุดยืนอยู่หลังเธอ เขาชะเง้อมองสมุดบันทึกของซูเสียวเสี่ยวอย่างอยากรู้อยากเห็น ก่อนหัวเราะก้อง กล่าว “วัยมหาลัยคงไม่ได้เรียนหนักขนาดนั้นมั้ง  ตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว เธอรีบพักผ่อนเถอะ”

“อืม…  บ้านฉันไม่มีเส้นมีสายอะไร  หลังเรียนจบก็ต้องหางานด้วยตัวเอง  ถ้าตั้งใจเรียนมากก็จะได้เปรียบคนอื่นมาก”

ยัยเด็กนี่ นิสัยเหมือนพี่สาวไม่มีผิด  แม้บุคลิกทั้งสองจะร้อนเย็นต่างกัน แต่นิสัยชอบเอาชนะของพวกเธอช่างเหมือนกันเหลือเกิน

จู่ๆ ซูเสียวเสี่ยวก็หยุดเขียนลง เธอยืนขึ้น พลางเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้เซียวปิน แล้วสูดดมกลิ่นที่ตัวเขา จากนั้นจึงมองเซียวปินสงสัย ถาม  “พี่ไปทานมื้อเย็นที่บ้านตระกูลเย่มา?”

“ใช่สิ” เซียวปินกล่าว “คุณเย่ตั้งใจเตรียมอาหารเอาไว้ให้ เพื่อเลี้ยงขอบคุณฉัน”

“งั้นกลิ่นน้ำหอมที่ตัวพี่เป็นของใคร?” ซูเสียวเสี่ยวหัวเราะเย็นเยียบ “จำไม่เห็นได้เลยว่าเย่จื่อมีกลิ่นแบบนี้”

เซียวปินดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาดมก็ได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เขาเคยกอดผู้หญิงแรดร่านมีจริตจกร้านคนนั้นเอาไว้แวบหนึ่งด้วยนี่นา กลิ่นน้ำหอมที่แรงจนแสบจมูกแบบนี้ เป็นกลิ่นเดียวกับกลิ่นที่มีบนตัวเธอไม่ใช่เหรอ? แล้วทีนี้จะอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ย ถ้าบอกว่า เขาลวนลามผู้หญิงคนหนึ่ง เพราะต้องการจะสั่งสอนเธอ… แบบนั้น ก็คงไม่ดีเท่าไหร่

เมื่อเห็นเซียวปินนิ่งเงียบไป ซูเสียวเสี่ยวก็สีหน้าเปลี่ยนด้วย เธอดันเซียวปินไปยังประตูห้อง พลางปากก็ด่าเสียงดัง “ไอ้ผู้ชายสกปรก อย่ามาเข้าห้องฉัน…ถึงว่าทำไมกลับมาดึกขนาดนี้  ฉันก็คิดว่าอยู่กับเย่จื่อ แต่ที่ไหนได้ ไปมั่วใครที่ไหนมาก็ไม่รู้  คิดไม่ถึงเลยว่าพี่จะเป็นคนแบบนี้”

“นี่…นี่  เปล่านะ…เรื่องมันไม่ได้เป็นแบบที่เธอคิด”

ซูเสียวเสี่ยวไม่สนใจ เธอดันเซียวปินออกนอกห้อง ก่อนจะดันประตูปิด

เซียวปินถอนหายใจอย่างจนปัญญา  จะอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ย ฉันดูเป็นคนกะล่อนเจ้าชู้แบบนั้นเหรอ?  แต่ยัยนี่จะทำเกินเหตุไปแล้วหรือเปล่า  ต่อให้เขาจะไปทำอะไรแบบนั้นมาจริงๆ  แต่แค่โกรธแทนเย่จื่อ  จำเป็นต้องร้อนรนและมีน้ำโหขนาดนั้นเลยเหรอ? ยิ่งไปกว่านั้น  เธอกับเย่จื่อสนิทกันมากขนาดนั้นเลย?…”

เซียวปินอาบน้ำเสร็จ จึงกลับเข้าห้องไป ตอนเขาทำทุกอย่างเสร็จแล้วทิ้งตัวลงนอน ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เมื่อนึกถึงใบหน้าเจ้าเล่ห์ทะเล้นของเย่จื่อ เขาก็เผลอยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ เซียวปินกดพิมพ์ข้อความส่งไปถึงเธอ  ‘ฝันดีนะ ที่รัก’

ข้อความถูกส่งยังไม่ทันถึงสองนาที เซียวปินก็ปิดไฟในห้อง เตรียมจะนอนหลับ แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน  เซียวปินรีบร้อนลุกขึ้นจากเตียง แล้วกดรับสาย

“พี่ปิน  ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่หลับอีกเหรอ?” เย่จื่อเสียงหวาน เซียวปินได้ฟังก็รู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมา

“ใช่…  กำลังจะนอน แต่นึกอยากส่งข้อความถึงเธอขึ้นมาก่อน”

“ชิ… ฉันก็คิดว่าพี่ไม่รักกันแล้วเสียอีก  ใครก็ไม่รู้ บอกว่าจะโทรมาหาฉันทุกคืนก่อนนอน แต่ดูวันนี้สิ หลังพี่กลับบ้านไป อย่าว่าแต่โทรมาเลย แม้แต่ข้อความสักข้อความก็ไม่มี”

เซียวปินหัวเราะแห้งๆ “มันไม่ใช่แบบที่เธอคิดเหรอกนะ  วันนี้มีเรื่องอะไรนิดหน่อยน่ะ”

“มีเรื่อง? เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?” เย่จื่อรู้สึกกังวลใจขึ้นมา มาถึงตอนนี้ เธอเพิ่งจะรู้ว่าเซียวปินมีค่ามากขนาดไหนสำหรับเธอ แม้ทั้งสองจะเพิ่งคบกันได้ไม่นาน แต่ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ตั้งแต่เซียวปินช่วยเธอเอาไว้ในตอนนั้น ตอนที่เขาทำให้เธอได้สัมผัสกับความอิสระที่เธอโหยหามาโดยตลอด… ตั้งแต่วินาทีนั้น  เขาก็เข้ามายึดครองหัวใจเธอไปหมดแล้ว

เซียวปินเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เย่จื่อฟังแบบคร่าวๆ เย่จื่อฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา “พี่ปิน พี่นี่ช่างเข้าใจดูแลผู้หญิงจริงๆ”

เซียวปินกระแอมในลำคอ กล่าว “แบบฉันเขาเรียกว่าปกป้องคนดี  ผดุงความถูกต้องต่างหาก”

“ให้เขายืมเงินหนึ่งแสนนี่เป็นการผดุงความถูกต้อง? อื้ม… แค่ผู้หญิงที่เคยเจอกันครั้งเดียว แถมยังได้คุยกันแค่ไม่กี่คำ พี่ก็ให้เธอยืมเงินไปง่ายๆแบบนั้น… พี่ปิน พี่นี่ช่างเป็นคนดีจริงๆ”

เซียวปินฟังไปก็ทำตัวไม่ถูกไป แม้ไม่อยากยอมรับ แต่หากจะมาคิดดีๆแล้วล่ะก็ หากจูเลียตเป็นแค่ผู้หญิงขี้ริ้วขี้เหร่คนหนึ่ง ตนก็คงไม่ยอมไปหาทั้งพกเงินไปด้วยตอนดึกดื่นแบบนั้นเหรอก เขาไม่เพียงให้เธอยืมเงิน แต่ยังไปอาละวาดพังบ่อนซะเละตุ้มเป๊ะเพื่อเธออีก  แม่งเชี่ย… ผู้ชายนี่มันร้ายจริงๆ  เจอผู้หญิงสวยๆเข้าหน่อยก็ลืมตัวไปไกลเชียว

เย่จื่อไม่ได้ใช้เรื่องนี้มาบีบหรือพูดกดดันอะไรเซียวปิน  เพราะเธอเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย จึงเคยเจอผู้ชายเจ้าชู้หลายใจมามาก ดังนั้น หากนำเซียวปินไปเปรียบกับคนพวกนั้น เขาก็ถือว่าเป็นคนดีจิตใจบริสุทธิ์มากแล้ว อย่างน้อยเธอก็คิดแบบนั้น… เพราะผู้ชายพวกนั้นไม่มีทางใจเต้นไม่เป็นส่ำเพียงเพราะได้จับมือกับผู้หญิง ยิ่งไม่มีทางลังเลนานขนาดนั้นเพียงเพราะจะจูบกับเธอแน่  เย่จื่อยังคงจำท่าทางเขินอายของเซียวปินในวันนั้นได้ชัดเจนอยู่เลย

เย่จื่อหัวเราะ กล่าว “เอาล่ะ  พี่ไม่ต้องกลัวอะไรขนาดนั้นก็ได้ แต่ว่า เจ้าของบ่อนที่พี่ไปเผา มีราชาสวรรค์เขตเหนือหนุนหลังอยู่จริงเหรอ? พี่แน่ใจนะ?”

“แน่ใจ” เซียวปินกล่าว “ราชาสวรรค์เขตเหนือเป็นใครกัน?”

เย่จื่อน้ำเสียงหนักอึ้งขึ้น “งั้นพี่ก็หาเรื่องเข้าตัวแล้วล่ะ… ในเจียงเฉิงแบ่งเขตออกเป็นสี่เขต เขตทางเหนือ เขตทางใต้ เขตทางตะวันออก และเขตทางตะวันตก  ในสี่เขตนี้มีราชาสวรรค์ทั้งสี่ใช้อำนาจมาเฟียปกครองอยู่  ราชาสวรรค์เขตตะวันออก  ฮวาเหลี่ยน  ราชาสวรรค์เขตใต้ จินกัง ราชาสวรรค์เขตตะวันตก เสอจิน และราชาสวรรค์เขตเหนือ พิโอนี  ที่พี่ไปมีเรื่องด้วยก็คือราชาสวรรค์เขตเหนือ หนึ่งในราชาสวรรค์ทั้งสี่ …เทพธิดาแห่งดอกพิโอนี”

เซียวปินหัวเราะ กล่าว “เทพธิดาแห่งดอกพิโอนีคงจะเป็นผู้หญิงสินะ”

“เธอเป็นผู้หญิง แต่เธอน่ากลัวกว่าผู้ชายคนไหนๆ… สองปีก่อน เจียงเฉิงเกิดเหตุที่สะเทือนไปทั้งประเทศ …ชายสิบห้าคนถูกควักลูกตาออกไปภายในคืนเดียว ว่ากันว่าทุกคนมีจุดๆหนึ่งที่เหมือนกัน  คือถ้าไม่มีชู้ก็เลี้ยงเมียน้อย… เรื่องนี้ร้อนไปถึงกรมรักษาความปลอดภัยประจำจังหวัดต้องลงมาตรวจเอง แต่สุดท้ายก็ยังไขคดีไม่ได้อยู่ดี   เพียงแต่… ทุกคนต่างก็ลือกันว่าเป็นฝีมือของเทพธิดาแห่งดอกพิโอนี  เพียงแค่เธอไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลยก็เท่านั้น”

เซียวปินสูดหายใจเย็นเข้าปอด แม้แต่เซียวปินก็ยังอดนึกนับถือเธอในใจไม่ได้ …พิโอนีช่างโหดเหี้ยมจริงๆ

เย่จือกล่าว “เอาเป็นว่า ในเมื่อพี่ไปมีเรื่องกับผู้หญิงคนนี้แล้วก็ระวังตัวเอาไว้แล้วกัน หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ พรุ่งนี้ก็มาหาฉันที่บ้าน…”

“หืม?”

เย่จื่อนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนโพล่งกล่าว “บ้านเราติดหนี้บุญคุณครั้งใหญ่จากพี่ ให้คุณพ่อช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ แม้เทพธิดาฯจะร้ายกาจขนาดไหน เธอก็คงต้องไว้หน้าตระกูลเย่บ้าง… แม้เขาจะไม่มีความรู้สึกต่อใครเลย ไม่มีน้ำใจ แถมยังเต็มไปด้วยตัณหา แต่ยังไงเขาก็ยังเป็นผู้ทรงอิทธิพลในแถบเจียงเฉิง ที่ไม่ว่าใครก็ต้องไว้หน้าเขากันทั้งนั้น”

เซียวปินหัวเราะ “ทำไมไปว่าคุณพ่อแบบนั้นล่ะ”

“ก็เขาเป็นแบบนั้นจริงๆนี่นา! เขาเริ่มจากการไม่มีอะไรเลย ใช้เวลาแค่ไม่กี่สิบปีก็กลายมาเป็นคนที่รวยที่สุดในเจียงเฉิงได้ หรือว่าเขาใช้แค่วิธีใสสะอาดอย่างเดียวล่ะ? เทพธิดาแห่งดอกพิโอนี แม้จะเป็นคนโหดเหี้ยมมากขนาดไหน แต่เธอก็ใช้แค่กำลัง เธอทำร้ายคนได้แค่ในขอบเขตที่ใช้กำลังทำได้เท่านั้น  แล้วท่านหัวหน้าตระกูลของฉันล่ะ..เหอะๆ  เขาทำให้บริษัทคู่แข่งล้มละลายได้ง่ายๆ  ทำให้เจ้าของบริษัทที่เป็นอริด้วยฆ่าตัวตาย  ทำให้ลูกจ้างในบริษัทที่เป็นอริต้องบ้านแตกสาแหรกขาด… เขาไม่ต้องใช้มีดหรืออาวุธอะไรเลย แต่กลับฆ่าคนได้อำมหิตยิ่งกว่า” เย่จื่อพูดอย่างมีน้ำโห หลังพูดจบก็ยังหอบหายใจไม่หยุด ราวยากที่จะยับยั้งความโกรธลงได้

เซียวปินต้องยอมรับว่าเย่จื่อพูดถูก แม้เซียวปินจะไม่เคยสัมผัสกับวงการธุรกิจมาก่อน แต่เขาก็พอจะเดาถึงความมืดมิดและน่ากลัวของวงการธุรกิจได้

“วงการธุรกิจมีความมืดมิดและน่ากลัวในตัวของมัน สนามรบก็มีความอำมหิตเลือดเย็นในนั้น” เซียวปินถอนหายใจ กล่าว “บางที อาจจะถูกของเธอ แต่สิ่งที่เขาทำ ก็คือสิ่งที่นักธุรกิจทุกคนต้องเผชิญ… ก็เหมือนกับสนามรบ ถ้าเธอไม่ฆ่าคนอื่น คนอื่นก็จะฆ่าเธอ”

“ในเมื่อเป็นแบบนั้น  แล้วมันจะต่างกันยังไงล่ะ… ถ้าเป็นคนนอกยังว่ากันด้วยเหตุผลได้  แต่กับคนในครอบครัวล่ะ?  เถ้ากระดูกแม่ยังไม่ทันได้เย็น เขาก็เอาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว  ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนแม่จะเสีย เขาก็แอบไปมีผู้หญิงคนอื่นที่ข้างนอกแล้ว!”

แม้แต่ข้าราชกาลใสสะอาดก็ยังยากจะตัดเรื่องวุ่นวายในครอบครัวออกไปได้   เซียวปินก็ไม่รู้จะพูดอะไรยังไงอีก จึงได้เพียงถอนหายใจออกมาเท่านั้น

“เลิกพูดเรื่องพวกนี้เถอะ…  ฉันก็เลยบอกไง ระหว่างเขากับเทพธิดาฯนั่น ใครเคยฆ่าคนมามากกว่ากันก็ยังไม่รู้เลย  แม้เขาจะไม่มีความรักความเมตตากับคนในครอบครัวตัวเองเลย แต่เขามีอำนาจและเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งเจียงเฉิง  แม้จะเป็นพวกในวงการมืดใต้ดิน ก็คงต้องไว้หน้าเขาบ้าง…  เพราะฉะนั้น ถ้าเขายอมออกหน้าช่วยพี่ล่ะก็ พวกคนในวงการใต้ดินก็คงไม่กล้าพูดอะไรอีก”

เซียวปินกล่าว “ช่างเถอะ…เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง”

“พี่ปิน.  พี่…”

เซียวปินกล่าวเสียงอ่อนโยน “ยัยเด็กโง่  เธออยากให้คนในบ้านเธอมองว่าพี่ปินของเธอเป็นคนไม่เอาถ่านหรือไง?”

“เปล่า…ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเสียหน่อย”

“ฉันรู้ว่าเธอหวังดีกับฉัน  แต่ฉันอยากยืนยันให้เธอได้เห็น อยากให้เธอรู้สึกวางใจและปลอดภัยเวลาอยู่กับฉัน ถ้าตัวฉันเองยังปกป้องตัวเองไม่ได้ แล้วจะปกป้องเธอได้ยังไงล่ะ…เย่จื่อ?”

เมื่อได้ฟังเซียวปินพูดเช่นนี้ เย่จื่อก็รู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาในใจ ในที่สุดเธอก็ยอมฟังคำเขา เธอขานรับน้ำตาคลอกลับไป ไม่คิดจะกล่อมอะไรเขาอีก

เซียวปินหัวเราะ “เย่จื่อ รู้อะไรไหม เสียงของเธอมักจะทำให้ฉันลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยล่ะ…”

“พี่ปิน”

“หืม?”

“ฉันว่าฉันต้องระวังเอาไว้ให้มากแล้วล่ะ”

“ทำไมเหรอ…”

“เพราะพี่ยิ่งนับวันก็ยิ่งเกเร แถมยังพูดคำหวานๆเก่งขึ้นไปทุกวันอีก”

“…”

ทั้งสองคุยหยอดคำหวาน กระเซ้าเย้าแหย่กันจนถึงตีหนึ่งกว่าๆ จึงจะยอมวางสายจากกันด้วยอาลัยอาวรณ์

วันรุ่งขึ้น เซียวปินตื่นแต่เช้าเหมือนเคย เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขาเผลอทำให้ซูเสียวเสี่ยวโกรธนักหนาเมื่อคืน เขาก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมา ซูเสียวเสี่ยวชักจะแปลกขึ้นไปทุกวันแล้วจริงๆ เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตนไปทำอะไรให้ ทำไมเธอโกรธมากขนาดนั้น

เซียวปินตั้งใจทำอาหารเช้า หวังให้ซูเสียวเสี่ยวยอมหายโกรธตน  เขาลงมือทำอาหารวุ่นๆตั้งแต่เช้า จนเกือบได้เวลาเข้าเรียนแล้ว ซูเสียวเสี่ยวก็ยังไม่ออกจากห้องเสียที เซียวปินบัดนี้จึงเริ่มร้อนใจขึ้นมา หรือเธอจะป่วยอีก?  เป็นหวัดแบบเก่า?

เซียวปินเดินไปเคาะประตูห้องเรียกเธอ แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา เซียวปินรีบหมุนลูกบิดประตูพลางพุ่งเข้าไปในห้อง ก่อนจะพบเพียงห้องว่างเปล่า เมื่อกวาดตามองจึงพบกระดาษแผ่นใหญ่แขวนอยู่บนหัวเตียง

‘เจ้าคนลามก  มื้อเช้าฉันจะออกไปกินข้างนอก จากซูเสียวเสี่ยว’

เซียวปินแกะกระดาษนั้นมา เขาลูบไปที่จมูกตัวเอง พลางที่ปากก็ฉีกยิ้มแห้งๆขึ้น กล่าวพึมพำกับตัวเอง “ยัยเด็กหัวรั้นเอ้ย…”

ขณะเดียวกัน ซูเสียวเสี่ยวที่บัดนี้นั่งประจำโต๊ะเรียนแล้ว กำลังพลิกหนังสืออ่าน พลางคิดภาพท่าทางของเซียวปินที่รอตนทั้งเช้าแล้วกลับพบเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งเท่านั้น  แล้วจู่ๆ เธอก็เผลอหัวเราะออกมา ความโกรธที่มีในใจก็ทุเลาลง

หญิงนักศึกษาผู้นั่งข้างกันกับซูเสียวเสี่ยว เมื่อเห็นดังนั้นก็ดันเธอทีหนึ่ง ก่อนกล่าวถามสงสัย “เสียวเสี่ยว  คิดอะไรอยู่น่ะ?”

“อ้อ  ไม่มีอะไรเหรอก”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม