0 Views

เซียวปินบีบคอฮวางเต้าเทียนแน่น พวกนักเลงที่ข้างๆก็ค่อยๆลุกขึ้นมาจากพื้น แล้วมุงดูอยู่ห่างๆไม่กล้าเข้ามาใกล้ คงเป็นเพราะกลัวในตัวเซียวปินและรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาอย่างมามายจากเขา ทำให้พวกมันได้เพียงยืนดูอยู่ห่างๆเท่านั้น

“แก…แกเป็นใคร…” ฮวางเต้าเทียนเริ่มหายใจลำบาก ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นม่วงซีด ส่วนผู้หญิงของเขาก็ตกใจเสียจนทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น พลางกรีดร้องออกมา

เซียวปินบีบคอมันเอาไว้ พลางยกมันตัวลอย แล้วเดินตรงไปยังประตู จูเลียตเองก็ลากผู้ชายของเธอแล้วเดินตามเซียวปินไปติดๆ ทุกๆคน ณ ที่นี้ต่างก็เห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน  และแม้เซียวปินจะมาตัวคนเดียว แต่เขาก็ยังทำให้ทุกคนที่ได้เห็นมีความรู้สึกลึกๆขึ้นมา ความรู้สึกราวบ่อนทั้งบ่อนตกอยู่ในกำมือเขา และเขาก็คือผู้ชี้เป็นชี้ตายทุกคนที่นี่

เขาก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น จนเมื่อเห็นฮวางเต้าเทียนกรอกตาขาวเกลี้ยงแล้ว เขาจึงปล่อยมือแล้วโยนมันลงบนพื้น

ตุ้บ บ

พวกลูกน้องทั้งหลายต่างก็รีบวิ่งเข้าไปประคองมันลุกขึ้น เซียวปินมองตรงไปยังฮวางเต้าเทียน นัยน์ตาเขาสงัดนิ่ง ทว่าก็แฝงไปด้วยความหมิ่นเหยียด กล่าว “ฆ่าคนตายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย อีกอย่าง โทษของแกก็ยังไม่ถึงตาย ฉันเพียงต้องการให้บทเรียนแกก็เท่านั้น…  อย่าเที่ยวตั้งกฎให้คนอื่นไปเรื่อย เพราะในสายตาฉัน แกยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้ตั้งกฎ… ไม่เคยได้ยินคำๆนี้หรือไง  …ยอดฝีมือ มักแฝงอยู่ในกลุ่มคนธรรมดาเสมอ”

เซียวปินหยิบไฟแช็คขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะหัวเราะใบหน้าเจ้าเล่ห์ ราวเขาเป็นคนเลวทราม “นี่เป็นบทเรียนอีกบทที่ฉันจะสอนแก   อย่าทำเรื่องผิดกฎหมาย เพราะแม้บ้านเมืองจะไม่จัดการกับพวกแก พวกแกก็ต้องได้รับกรรมสนองอยู่ดี  แล้วบ่อนนี่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องคงอยู่อีกแล้ว พอแค่นี้เถอะ…”

เซียวปินโยนไฟแช็คในมือออกไปในอากาศ ก่อนมันจะตกลงบนผ้าปูโต๊ะผืนหนึ่ง แล้วไม่นานก็มีไฟลุกโชนขึ้น เหล่านักเลงคุมบ่อนต่างก็รีบรุดเข้าไปช่วยกันดับไฟ พลางเซียวปินกล่าวนิ่งเรียบ “อยู่นิ่งๆไปเลย ดูมันเงียบๆอย่างนั้นแหละ ของน่าสนุกแบบนี้ ชาตินี้พวกแกคงไม่ได้เห็นอีก… ถ้าใครกล้ามาขัดขวางความสุขของกู  กูก็จะจับมันมามัดไว้ แล้วไปจุดไฟบนตัวมันแทน”

พวกมันไม่กล้ากระดิกอีก ได้เพียงแค่มองดูกองไฟค่อยๆลามออกไปเรื่อยๆเท่านั้น ฮวางเต้าเทียนโกรธเสียจนแทบจะลมจับ มันตะโกนบ้าคลั่งราวควบคุมสติไม่อยู่อีก “แก…ต่อให้แกจะต่อยเก่งแค่ไหน แต่แกรู้ไหมว่าเจ้าของจริงๆของที่นี่เป็นใคร?  ราชาสวรรค์เขตเหนือนะเว้ย  เป็นผู้คุมสามแถบใหญ่แห่งเจียงเฉิง  เทพธิดาแห่งดอกพิโอนี.. ราชาสวรรค์เขตเหนือนะเว้ย! แกกล้าเผาบ่อนของเรา ราชาสวรรค์ฯต้องตามไปเอาชีวิตแกแน่”

“หืม?” เซียวปินแสร้งแสดงสีหน้าตกใจสุดขีด  ก่อนจะส่ายหัวไปมา กล่าว “ไม่รู้จัก!”

“เหี้ยเอ้ย!” ฮวางเต้าเทียนสบถ ทว่าก็ไม่กล้าสบถเสียงดังให้เซียวปินได้ยิน  มันเพียงกัดฟันกรอดเงียบๆ หลังจากนี้ ฉันต้องนำเรื่องนี้ไปรายงานกับราชาสวรรค์ฯ ให้ท่านจัดการฆ่าไอ้บัดซบนี่ซะ

 

บัดนี้ทุกคนยืนนิ่งไม่ไหวอีกต่อไป ไฟลามวอดจนราวจะควบคุมไม่อยู่แล้ว พวกมันต่างก็อยากจะออกไปจากที่นี่ ทว่าเซียวปินก็ยังยืนบังประตูอยู่ พวกมันจึงได้แต่มองกันลังเล บางคนก็ยังสบถด่าออกมาด้วย

เซียวปินแสยะหัวเราะ ก่อนกล่าวกับจูเลียต “เราไปกันเถอะ”

จูเลียตมองเซียวปินอึ้ง ก่อนเธอจะพยักหน้าหงึกหงัก ส่วนสามีเธอ จางกุ้ยหันกลับไปมองบ่อนเบื้องหลังอย่างอาลัยอาวรณ์ นัยน์ตาเปี่ยมเสียดาย ช่างเป็นสันดารเปลี่ยนยากจริงๆ

หลังออกมายังถนนเบื้องบนแล้ว คนภายในบ่อนต่างก็หนีเอาชีวิตออกมาตามๆกัน บัดนี้ไฟได้ลามหนักจนไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป เซียวปินพาจูเลียตและสามีโบกแท็กซี่คันหนึ่ง แล้วโดยสารจากไป  ระหว่างทาง จางกุ้ยก็ยังเอาแต่ยิ้มประจบจูเลียต ที่ปากก็เอาแต่ถามว่าจูเลียตยังมีเงินอยู่อีกเท่าไหร่ จูเลียตไม่ได้ตอบอะไร ทั้งยังสีหน้าบึ้งตึงตลอดทางอีกด้วย

เมื่อรถแล่นมาถึงอาคารที่จูเลียตอาศัยอยู่  ทั้งสามก็ลงจากรถ เซียวปินกล่าว “พวกเธอกลับบ้านเถอะ เงินหนึ่งแสนนั่น จริงๆฉันควรเอาคืนมาจากพวกมัน…”

“ไม่เป็นไร” จูเลียตกล่าวสีหน้าเศร้าหงอย “เรื่องไหนก็เรื่องนั้น… มันเป็นคนละเรื่องกัน ยืมเงินเขามาก็ต้องคืน ฉันยืมเงินคุณมาแสนหนึ่ง ฉันต้องหามาคืนคุณภายในหนึ่งปีตามที่ตกลงกันแน่… เรื่องวันนี้ ขอบคุณมากนะคะ ฉันติดหนี้บุญคุณคุณมากจริงๆ”

เซียวปินหัวเราะ กล่าว “อย่าคิดมากไปเลย…  บ้านฉันอยู่ไม่ไกลจากนี่ งั้นฉันไปก่อนล่ะ”

“อืม”

จูเลียตเดินตรงไปยังอาคาร ส่วนเซียวปินก็เดินกลับบ้านซู  มีเพียงจางกุ้ยที่ยังยืนลังเลอยู่ที่เก่า จูเลียตหยิบกุญแจออกมาไขประตู ก่อนจะหันกลับไปมองสามีแวบหนึ่ง กล่าวขมวดคิ้ว “จางกุ้ย ยังมัวยืนอยู่ทำไมอีก?”

“โอ้ย.. เรื่องของผู้ชายผู้หญิงอย่ามายุ่งน่า  เธอกลับบ้านไปก่อนเลย ฉันจะไปคุยกับพี่ชายคนนั้นเสียหน่อย  อีกเดี๋ยวจะกลับมา”

จางกุ้ยราวตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เขาวิ่งตรงไปยังเซียวปิน ส่วนเซียวปินเมื่อเห็นจางกุ้ยวิ่งมาหาก็กล่าวขึ้นงงๆ “ไม่กลับบ้านเหรอ? มาหาฉันทำไม?”

“แฮะๆ  อยากจะพูดอะไรด้วยหน่อยน่ะ  คือว่า…เราไปในที่ๆไม่มีคนไหมครับ ผมอยากจะคุยอะไรกับคุณนิดหน่อย”

เซียวปินเดิมไม่อยากสนใจ แต่ก็สงสัยว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ เหตุนี้  เซียวปินจึงยอมเดินตามจางกุ้ยไป จนเมื่อถึงที่ๆไม่มีคนแล้ว จางกุ้ยและเซียวปินจึงหันหน้าเข้าหากัน เซียวปินมองไปยังจางกุ้ยซึ่งมีท่าทีลุกลี้ลุกลน กล่าว “ว่ามาสิ มีเรื่องอะไร?”

“คือว่า….” จางกุ้ยถูฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน หัวเราะแหะๆ “นายชอบเมียฉันเข้าแล้วใช่ไหม?”

เซียวปินคิดไม่ถึงว่าจางกุ้ยจะถามคำถามเช่นนี้ออกมา ทำไมรู้สึกเหมือนโดนจับชู้คาเตียงแบบนี้นะ ว่ากันตามจริง เซียวปินไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับจูเลียตเลยจริงๆ แต่ทุกครั้งที่เจอเธอ เขาก็มักจะมีแรงกระตุ้นออกมาจากด้านในตลอด …จะยังไงเขาก็เคยคิดทะลึ่งกับเมียชาวบ้านจริงๆ พอเจ้าของเขาถามออกมาเช่นนี้แล้ว เป็นใครก็คงทำตัวไม่ถูกน่ะแหละ

เซียวปินรีบร้อนปั้นหน้าขรึม กล่าว “พูดบ้าอะไรของนาย?”

“อย่าเพิ่งตกใจไป…ผู้หญิงที่สวยแถมยังเป็นแม่บ้านแม่เรือน ผู้ชายที่ไหนก็ชอบอยู่แล้ว แล้วเธอก็เป็นเมียฉัน ทำไมฉันจะไม่รู้นิสัยเธอ… แม้ว่าเธอจะแต่งกับคนหน้าตาไม่ดีนักแบบฉัน แต่เวลาออกไปเดินข้างนอก มีใครที่ไหนไม่เหลียวมองเธอบ้างล่ะ? ผู้ชายน่ะ กำลังคิดอะไรอยู่ ฉันดูออก ยิ่งเป็นคนหนุ่มแถมยังมีฝีมือแบบนาย ชอบเมียฉันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”

เซียวปินขมวดคิ้วมุ่น กล่าวถาม “นายอยากพูดอะไรกันแน่?”

“ฉันหมายความว่า ถ้านายชอบเมียฉัน วันหลังก็มาเล่นที่บ้านฉันได้ตามใจชอบเลย ฉันจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นก็แล้วกัน  ไม่ต้องเกรงใจอะไรฉันเหรอก… จางกุ้ยเป็นคนรู้จักสำนึกบุญคุณ  วันนี้นายช่วยฉันเอาไว้ ถือว่าเป็นการตอบแทนนายแล้วกัน”

เซียวปินมีไฟลุกโชนขึ้นในใจ แต่ก็ยังเก็บกลั้นเอาไว้ กล่าวเยาะท่าทางสงบ “มันคงไม่ใช่แค่นั้นล่ะมั้ง  มีอะไรอีก?”

“แล้วก็…แหะๆ ฉันมีข้อแลกเปลี่ยนนิดหน่อย  หนึ่งแสนหยวน…นายให้เงินเมียฉันตั้งหนึ่งแสนหยวนแบบง่ายๆ  แสดงว่านายต้องเป็นคนรวยมากแน่.. ฉันต้องการเงินแสนหนึ่ง แล้วภายในหนึ่งปีนี้นายจะทำอะไรกับเมียฉันก็ได้  แต่เรื่องจะทำให้เธอเล่นด้วยได้หรือเปล่า ก็คงต้องอยู่ที่ฝีมือแล้วนะ… สมัยนี้น่ะ เลี้ยงนักศึกษาคนหนึ่ง ในหนึ่งเดือนต้องให้พวกเธอตั้งหลายหมื่นหยวน  แล้วเมียฉันไม่ออกรสออกชาติกว่านักศึกษาเหรอ? ราคานี้ไม่แพงใช่ไหม?”

ตุ้บ บ

เซียวปินซัดหมัดแน่นลงที่หน้าจางกุ้ย หมัดแข็งพุ่งเข้าไปเต็มแรง  ต่อให้เป็นชายร่างบึกบึนก็ยังต้องล้มหมอบเลย  จางกุ้ยร่างลอยละลิ่วออกไปไกลหลายเมตร หากไม่เห็นแก่ที่เขาเป็นสามีจูเลียตล่ะก็  เซียวปินไม่มีทางออมมือให้แน่ จางกุ้ยเช็ดเลือดที่จมูกพลางโซซัดโซเซลุกขึ้น

จางกุ้ยอ้าปากเตรียมจะสบถด่า  แต่ก็เหลือบเห็นสายตาเย็นเยือกของเซียวปินเข้าเสียก่อน เมื่อคิดถึงภาพพวกนักเลงคุมบ่อนที่ถูกเซียวปินอัดเสียจนเละ และเสี่ยฮวางที่เกือบโดนเขาบีบคอจนตาย คำด่าทั้งหลายที่มีก็ถูกกลืนกลับเข้าไปอีกครั้ง

เซียวปินก้าวทีละก้าวเข้าไปหาเขา จางกุ้ยกล่าวเสียงสั่น “ลูกพี่…ผมผิดไปแล้ว…ผม….  พี่ครับ  ถือว่าคำที่ผมพูดเป็นแค่ตดฟอดหนึ่งนะครับ… พี่ครับ  ต่อจากนี้พี่เล่นเมียผมได้ตามสบายเลย ผมไม่เอาเงินแล้ว”

เซียวปินฟาดฝ่ามือลงบนหน้าจางกุ้ย จนมันหมุนติ้วอยู่กับที่หลายครั้งเพราะแรงฟาดนั้น ใบหน้าข้างหนึ่งก็บวมขึ้นมามาก พลางมันแสดงอาการเกรงกลัวออกมา

เซียวปินหัวเราะเย็นเยือก กล่าวด้วยความดูถูก “ตีนแรก ฉันถีบแทนเมียแก  ระหว่างฉันกับเมียแกไม่มีอะไรเลยสักนิด  ก่อนวันนี้เรายังไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ แล้วเงินนั่น ฉันก็ไม่ได้ให้เมียแกไปฟรีๆด้วย แต่เป็นเงินที่เมียแกมายืมไปจากฉันต่างหาก… เธอต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินทุกวัน แต่แกกลับเอาแต่ออกไปเล่นพนัน แล้วตอนนี้ยังจะหน้าด้านเอาเมียตัวเองมาแลกเงินกับฉันอีกเหรอ? แกยังมีจิตสำนึกอยู่หรือเปล่า?”

“ส่วนฝ่ามือนี้ ฉันตบให้ตัวฉันเอง… ที่ฉันไปช่วยแก ฉันทำไปเพราะเป็นคนดี  แล้วถ้าฉันจ้องจะงาบเมียแกจริง ฉันก็จะเข้าหาเธอแบบเปิดเผย ไม่จำเป็นต้องมาแอบทำข้อตกลงเลวๆกับแกเหรอก …ถ้ากูแม่งอยากจะงาบเมียมึงจริง มึงคิดว่าสารรูปอย่างมึงจะห้ามกูได้เหรอ?”

จางกุ้ยเสียงสั่น “ฉัน…ฉันเป็นผัวเธอนะ…”

“มึงยังรู้ตัวว่าเป็นผัวอยู่เหรอ?” เซียวปินสีหน้าเหยียดหยาม “กูรู้แล้ว ว่าทำไมมึงถึงไปลวนลามนังผู้หญิงดัดจริตนั่น เพราะมึงมันไม่มีสมองไง…  …คนแบบแก ฉันมีวิธีเป็นร้อยๆพันๆวิธีที่จะทำให้แกหายไปจากโลกนี้ โดยที่แกก็ต่อต้านอะไรฉันไม่ได้ด้วย พอถึงเวลานั้น เมื่อแกไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว เมียแกก็จะกลายเป็นหม้าย แล้วแกก็ไม่ใช่ผัวเธออีกต่อไป”

จางกุ้ยตัวสั่นงันงก รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ผู้ชายคนนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน หากเขาพูดได้ก็ต้องทำได้แน่ ดังนั้นจางกุ้ยจึงไม่กล้าเปล่งเสียงแม้สักแอะ

เซียวปินหัวเราะเย็นเยียบ กล่าวต่อ “เพราะฉะนั้น  เก็บความคิดบัดซบของแกเอาไว้ซะ  พวกแกสองคนผัวเมียไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลยสักนิด แล้วฉันก็ไม่อยากรู้ว่าเมียแสนสวยของแกมาแต่งกับคนสวะไร้ประโยชน์แบบแกได้ยังไง แต่แกก็ไม่ควรเอาความชั่วความเลวของตัวเองมาทำต่อหน้าฉัน ไม่งั้นฉันคงห้ามตัวเองไม่ให้ฆ่าแกไม่ไหว …ไสหัวไป!”

จางกุ้ยพยักหน้าหวาดกลัว มันวิ่งก้าวออกไปได้แค่สองก้าว เซียวปินก็ตะโกนขึ้นอีก “ฉันบอกให้ไสหัวไง!”

จางกุ้ยรีบนอนลงกับพื้น ก่อนจะกลิ้งไสหัวกลับบ้านตัวเองไป…

“แม่งเอ้ย… ถ้าฉันอยากได้เมียแกจริง คงขออนุญาตจากแกเหรอกนะ แม่งเชี่ยเอ้ย… สังคมสมัยนี้คนแบบไหนก็มีจริงๆ” เซียวปินบ่นรำพันกับตัวเองก่อนจะเดินตามทางกลับบ้านไป เขาอารมณ์เปลี่ยนเป็นขุ่นหมองขีดสุด เพียงเพราะคนที่แม้แต่หวู่ต้าหลางก็ยังดูดีกว่าแบบนี้ …คิดไป  พลางเซียวปินก็รู้สึกเสียใจและเสียดายแทนจูเลียตขึ้นมา

 

ณ  ตำหนัก ราชาสวรรค์เขตเหนือ  เทพธิดาแห่งดอกพิโอนีมองฮวางเต้าเทียนที่คลานหมอบอยู่บนพื้น กล่าวถาม “เซียวปินเผาบ่อนไปแบบนั้นจริงๆเหรอ?”

“ครับ  เขาดูจะโกรธมาก… ผมยังคิดว่าเขาจะฆ่าผมให้ตายเสียแล้ว  ผู้ชายคนนี้มีแรงแค้นอาฆาตมากเหลือเกิน….ท่าน…ท่าราชาสวรรค์ฯ…พวกเราควรทำยังไงดีครับ?  ต้องไปสั่งสอนเขาไหม?”

“สั่งสอนเขา?  ทำไม? เพราะเขาเผาบ่อนเราน่ะเหรอ?  ฉันกลับคิดว่าดีเสียอีก  ช่างดีจริงๆ  คิกๆๆ… ช่างเป็นผู้ชายที่ทะนุถนอมผู้หญิงดีเสียจริง…”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม