0 Views

หญิงในอ้อมแขนชายชุดสูทดิ้นน้อยๆอย่างมีจริต “ที่รัก ทำอะไรคะ… เค้าสวยไม่เท่ามันหรือไง? ฉันไม่ยอมให้ปล่อยไอ้อุบาทนั่นไปนะ มันเคยลวนลามฉันด้วย เสี่ยจะปล่อยมันไปได้ยังไง?”

ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงคนนี้นี่เอง เซียวปินมองสำรวจผู้หญิงท่าทีมีจริตตรงหน้า ตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ราวจะส่งกลิ่นคาวออกมาไม่หยุด ถึงว่าทำไมจางกุ้ยถึงถูกดึงดูดโดยเธอ สมกับคำที่ว่าแมลงวันไม่ตอมไข่ที่ไม่มีรอยแตกจริงๆด้วย ผู้หญิงคนนี้มีรอยแยกไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า และเซียวปินในขณะนี้ก็กำลังแอบเพ่งมองทะลุรอยแยกที่ชุดเธอเข้าไปด้านในอยู่ จิ๊ๆๆ ชุดโชว์เนื้อหนัง… พอมองผ่านเข้าไปเห็นกางเกงชั้นในตาข่ายสีดำนั่นแล้ว…. ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ

จูเลียตสีหน้าซีดเผือด พลางเสียงระคนสั่น “ไม่ได้เด็ดขาด   แกมันไม่มีสัจจะ!”

“ฮ่าๆๆ ฉันไม่มีสัจจะ แล้วสู้ผัวเธอไม่ได้ด้วยงั้นสิ? อย่างน้อยฉันก็หน้าตาดีกว่าผัวเธอ แถมยังมีเงินมากกว่าด้วย… ผู้หญิงที่ฉันอยากได้ ฉันก็บังคับแย่งมาอย่างเปิดเผย ไม่หลบๆซ่อนๆแบบผัวเธอเหรอกนะ”

ประโยคเหล่านั้นทำให้จูเลียตสั่นไปทั้งตัว น้ำตาก็ราวกำลังจะทะลักออกจากตา เป็นเพราะผู้ชายที่ถูกมัดอยู่ตรงพื้นนั่นคนเดียว ทำให้เธอต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่น่าอายและน่าโมโหเช่นนี้ เธอพยักหน้าหนักๆ กล่าว “ได้ งั้นพวกแกหักแขนขาเขาเถอะ ฉันจะไปแจ้งความเดี๋ยวนี้แหละ ดูซิ ว่าตำรวจจะว่ายังไงบ้าง! เซียวปิน ไปกันเถอะ!”

“อย่าเพิ่งไปสิ!” ชายชุดสูทขวางหน้าจูเลียตเอาไว้ พลางมองมาทางเธอด้วยสายตาลามก กล่าวยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ไหนๆก็มาแล้ว คืนนี้ก็อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนสิ …ไม่ว่าเธอจะตกลงหรือเปล่า คืนนี้เธอก็ต้องเป็นของฉัน…”

พูดจบ มันก็ยื่นมือมาจะแตะแก้มจูเลียต แต่โดนเซียวปินปัดออกเสียก่อน

ชายชุดสูทสีหน้าเปลี่ยนไปทันที มันมองมายังเซียวปิน กล่าวอย่างไม่เป็นมิตร “ไอ้หนุ่ม  แกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”

เซียวปินยิ้มตาหยี “แล้วแกรู้หรือเปล่า ว่าฉันเป็นใคร?”

“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ ชื่อฮวางเต้าเทียน  ทั้งแถบนี้…หรือแม้แต่ทั้งเจียงเฉิง  น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักฉัน”

“ฉันเป็นผู้จัดการร้านบะหมี่ร้านหนึ่ง แล้วยังเป็นพ่อครัวของที่นั่นด้วย ชื่อเซียวปิน คนที่เคยไปกินบะหมี่ที่ร้าน ต่างก็รู้จักฉันกันทั้งนั้น”

นี่มันพูดหาเรื่องกันชัดๆ  แถมยังอวดอ้างบรรดาศักดิ์กันแบบโต้งๆด้วย  หากไม่ใช่ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่จูเลียตเองก็คงจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่

ฮวางเต้าเทียนสีหน้าแปรไป เซียวปินต้องกำลังล้อเขาเล่นอยู่แน่ เขาแววตาไม่เป็นมิตร กล่าวด้วยใบหน้าเหี้ยมโหด “ไอ้หนุ่ม  คนที่ทำตัวเป็นศัตรูกับฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง แกรู้ไหม?”

“อ้อ… ต้องเจออะไรล่ะ?”

ฮวางเต้าเทียนกล่าวน้ำเสียงสงบ “เดิมฉันยังกะจะหักแขนหักขาไอ้ขี้เหร่นั่นแค่คนเดียว ไม่อยากจะทำร้ายใครเพิ่ม แต่มาตอนนี้ ถ้าจะมีคนพิการเพิ่มขึ้นมาอีกสักคน ฉันก็ยินดี!”

บอดี้การ์ดสองคนของฮวางเต้าเทียนรวมไปถึงชายร่างใหญ่อีกหกคนในห้อง ต่างก็พากันล้อมรอบเซียวปินเอาไว้

จูเลียตใบหน้าซีดเผือด กล่าวเสียงสั่น “เซียวปิน  เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ  ฉันจะ…ฉันจะทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วยไม่ได้  เสี่ยฮวาง  เขากับฉันไม่ได้สนิทอะไรกันเลย  ปล่อย… ปล่อยเขาไปเถอะ”

ฮวางเต้าเทียนกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันเกลียดพวกที่ชอบแส่เรื่องชาวบ้านที่สุด แล้วเกลียดคนที่ชอบออกหน้ารับแทนคนอื่นทั้งที่ไม่ได้สนิทกันยิ่งกว่า กับพวกวัยรุ่น… ฉันมักชอบสั่งสอนพวกมันให้รู้จักกฎระเบียบกันบ้าง”

จูเลียตกล่าววิตก “อะไร…กฏระเบียบอะไร?”

ฮวางเต้าเทียนโอบผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ ก่อนกล่าวเย่อหยิ่ง “โลกนี้มันวุ่นวาย เรื่องที่ไม่ควรแส่ก็อย่าแส่ เรื่องที่ไม่ควรถามก็อย่าถาม… นี่แหละ เรื่องที่พวกวัยรุ่นที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำควรเรียนรู้เอาไว้”

หญิงเปี่ยมจริตดิ้นตัวไปมาเบาๆในอ้อมแขนฮวางเต้าเทียน เซียวปินมองดูเธอ พลางที่คอก็เริ่มรู้สึกแห้งผาก เขาคิดในใจ… ผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ใช่เมียตัวจริงของฮวางเต้าเทียนแน่ ไม่แน่อาจจะเป็นแค่ชู้หรือเด็กที่เขารับเลี้ยงเอาไว้เท่านั้น

หญิงเปี่ยมจริตกล่าวเสริมช่วยฮวางเต้าเทียน เธอกล่าวเสียงเล็กแบ๊ว “พี่เทียน…แล้วไอ้พวกไก่อ่อนที่ไม่รู้กฎระเบียบแบบนี้ ควรจะจัดการยังไงดีคะ”

ฮวางเต้าเทียนแลดูจะพอใจกับคำถามประจบนี้มาก เขามองเซียวปินอย่างมุ่งร้าย ก่อนหัวเราะกล่าว “ควรจะอัดก็อัด ควรจะตีก็ตี ต้องให้คนพวกนั้นเข็ดหลาบกันเสียบ้าง…  พวกมึง หักแขนไอ้เด็กไม่รู้กาลเทศะนี่ซะ แล้วหักแขนกับขาไอ้อุบาทว์นี่ด้วย!”

จูเลียตสีหน้าตื่นตระหนกตกใจ ในที่สุดเธอก็ทำใจเย็นไม่ไหวอีกต่อไป เธอร้องตะโกนก้อง “ฉันจะยอมทำตามที่แกบอก ปล่อยพวกเขาไปเถอะ”

ฮวางเต้าเทียนไม่ได้สนใจจูเลียตแต่อย่างใด เขากล่าวน้ำเสียงเย็นเยียบ “ห้ามแตะต้องผู้หญิงคนนี้โดยเด็ดขาด ลงมือได้!”

คนเหล่านั้นเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เซียวปินอย่างรวดเร็ว ส่วนฮวางเต้าเทียนก็กอดหญิงจริตนั่นเดินออกไปที่ด้านนอก หญิงแรดจริตเดินไปพลางก็ส่ายตัวดิ้นไปมา ทั้งยังเอาแต่กล่าวเสียงอ้อน “พวกเรารีบออกไปกันเถอะ  ในนั้นดูจะโหดร้ายมากเกินไปแล้ว  เก๊ากลัวจุง….”

ฮวางเต้าเทียนเดินออกจากห้อง พลางก็ปิดประตูเอาไว้ด้วย เซียวปินให้จูเลียตไปยืนอยู่อีกข้าง เพราะเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่เธออยู่แล้ว จึงไม่มีทางทำอะไรเธอแน่  และนั่นยังทำให้เซียวปินมีช่องว่างในการต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ในที่สุดก็ไม่ต้องต่อสู้พลางปกป้องผู้หญิงไปด้วยแล้ว

คนทั้งหลายล้อมเขาเอาไว้ทุกด้านอย่างมิดชิด เซียวปินหันมองเปียวจื่อแวบหนึ่ง กล่าวถาม “พวกเราจะสู้กันแบบเดี่ยวๆหรือจะเล่นกันแบบทีมดี?”

เปียวจื่อยิ้มเหี้ยม “พวกฉันเลือกเล่นเป็นทีม”

คนทั้งกลุ่มพุ่งตัวเข้าหาเซียวปิน ก่อนจะทับเขาเอาไว้ที่เบื้องล่าง จูเลียตกรีดร้องก่อนจะยกมือขึ้นปิดตาเอาไว้ จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นหลายครั้ง จนเมื่อเธอเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ตรงหน้าแลดูแปลกๆไป จึงลดมือลง แล้วลืมตาขึ้นมอง ก่อนเธอจะต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า พลางแววตาก็มีแสงฉายวาบขึ้น

เหลือเซียวปินยืนสง่าอยู่กลางห้องเพียงคนเดียว  ส่วนคนอื่นๆต่างก็ใบหน้าเขียวช้ำ นอนกองอยู่กับพื้นห้อง ที่ปากพวกมันก็ยังร้องครวญครางพลางก็แดดิ้นด้วยความเจ็บปวด แล้วบางคนก็ยังสลบเหมือดไปแล้วด้วย

เซียวปินขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าเคร่งเครียด “ใช้ไปสามวินาที… ไม่ได้เล่นแบบทีมมาตั้งนานแล้ว ฝีมือก็เลยลดลงไปเยอะเลย”

เมื่อเห็นจูเลียตกำลังมองมายังตนด้วยอ้าปากค้าง เซียวปินจึงกล่าวดึงสติเธอ “ไปแก้มัดให้ผู้ชายของเธอเถอะ  พาเขาออกไปกัน”

“หา? อ้อ…” จูเลียตเดินเข้าไปหา ก่อนจะมองสำรวจไปทั่วพื้นห้อง สุดท้ายจึงหยิบมีดพกเล่มหนึ่งขึ้นจากพื้น แล้วใช้มันตัดเชือกที่ตัวจางกุ้ยออกจนหมด แล้วจึงพยุงจางกุ้ยขึ้นจากพื้น

จางกุ้ยใบหน้าเหลือเชื่อ “พี่ชายคนนี้ทำไมถึงต่อยตีเก่งขนาดนี้เนี่ย?  เขาเป็นเพื่อนเธอเหรอ?”

จูเลียตใบหน้าบึ้งตึง พลางไม่สนใจสามีตนอีก

จางกุ้ยไม่ใส่ใจเธอ เขายิ้มตาเป็นประกาย “เธอมีเพื่อนที่เก่งขนาดนี้ ทำไมไม่แนะนำให้ฉันรู้จักตั้งแต่แรกล่ะ? แบบนี้ ต่อไปเวลาไปพนันฉันก็ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว พวกมันไม่มีใครกล้าแตะต้องฉันอีกแน่นอน!”

“ยังจะพนันอีก!” จูเลียตหน้าเขียวปั๊ด “บ้านเราจ่ายพนันแพ้จนเกือบจะหมดตัวแล้ว ยังจะพนันอีก!”

“นังผู้หญิงนี่ เธอจะไปรู้อะไร!” จางกุ้ยยิ้มประจบ หยุดยืนอยู่หน้าเซียวปิน ก่อนจะโค้งตัวลงพลางยื่นมือออกมาอย่างนอบน้อม “สวัสดีครับๆ ผมชื่อจางกุ้ย เป็นผัวของนังนี่”

เซียวปินยิ่งดูก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมจูเลียตถึงมาเอาผู้ชายแบบนี้ได้  แต่เพื่อเป็นการไว้หน้าจูเลียต เขาจึงยื่นมือออกมาจับตอบ จากนั้นก็ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดพล่อยให้เสียเวลา เขามองไปยังจูเลียต กล่าว “คุณจูครับ พวกเรากลับกันเถอะ”

“ได้ค่ะ”

เซียวปินเดินนำเป็นคนแรก  ส่วนจางกุ้ยเดินอยู่ด้านหลังสุด ทั้งสามเดินตามกันออกจากห้อง  ฮวางเต้าเทียนซึ่งยืนอยู่กลางห้องด้านนอก สูบบุหรี่ไปพลาง ก็รอฟังข่าวดีไปด้วย เมื่อเห็นทั้งสามเดินออกจากห้องโดยไม่บุบสลายใดๆเลย เขาก็สีหน้าตกตะลึง ชี้ไปที่เซียวปิน กล่าวเสียงสั่น “แก…แก…แกออกมาได้ยังไง”

เซียวปินหัวเราะเย็นเยือก “ฉันก็ต้องออกมาสิ ไม่งั้นจะฟังคำอบรมสั่งสอนจากแกได้ยังไงล่ะ มา.. สอนฉันเรื่องกฎระเบียบการใช้ชีวิตหน่อยเถอะ!”

เซียวปินพูดไปพลางก็เดินก้าวยาวๆไปหาฮวางเต้าเทียน   ฮวางเต้าเทียนเมื่อเห็นดังนั้นก็รู้สึกขาอ่อนขึ้นมา เขาเดินถอยไปข้างหลังพลางร้องลั่นราวโดนไฟจี้ตูด “ขวางมันเอาไว้ จับมันเอาไว้เร็ว!”

ยามและบอดี้การ์ดในบ่อนหลายสิบคนต่างก็วิ่งตรงมายังเซียวปินอย่างบ้าคลั่ง แม้บ่อนนี้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมาก แต่เพื่อป้องกันคนอาละวาดในบ่อน เขาจึงเลี้ยงนักเลงเอาไว้ในบ่อนไม่น้อยเลย พวกที่เซียวปินจัดการไปเมื่อครู่ยังไม่ถึงครึ่งที่มีเลยด้วยซ้ำ

เซียวปินเข้าใกล้จนเกือบเข้าถึงตัวฮวางเต้าเทียน แต่เมื่อเห็นว่านักเลงคุมบ่อนกำลังพุ่งมาหา เขาจึงจงใจก้าวช้าลงกว่าเก่า รอจนพวกนักเลงเข้ามาประชิดตัวแล้วจึงเริ่มลงมือ

เซียวปินยื่นมืออกไปคว้ามือนักเลงสองคนที่เข้ามาถึงก่อน แล้วบิดหมุนพร้อมกัน

แกรก

แขนของทั้งสองบิดเบี้ยวไปในองศาที่น่ากลัว ก่อนทั้งสองจะสลบเหมือดไป

เมื่อเห็นดังนั้น นักเลงคนอื่นๆต่างก็หวาดผวา พลางก้าวช้าลง เซียวปินบัดนี้ราวเสือตัวใหญ่ที่กระโจนเข้าไปในฝูงแกะ เหล่านักเลงล้มลงกองกับพื้นทีละคนอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ ครั้งนี้เซียวปินไม่ได้ใช้ความรุนแรงมากมายอะไร อย่างน้อยก็ไม่รุนแรงเท่าสองคนแรกที่โดนเขาหักแขนไป

ทั้งบ่อนต่างก็เงียบสงัดลงในพริบตา  พวกนักพนันก็ไม่พนันอีกต่อไปแล้ว  การเล่นพนันเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ฉากบู๊ตรงหน้านี้ ยากนักที่จะหาชมได้

เมื่อจัดการเหล่านักเลงครบทุกคนแล้ว เซียวปินก็พุ่งไปยืนอยู่หน้าฮวางเต้าเทียนอย่างรวดเร็ว ฮวางเต้าเทียนหมดหนทางที่จะถอยได้อีก แผ่นหลังเขาแนบติดกับโต๊ะพนัน พลางมองเซียวปินอย่างหวาดผวา

สาวแรดร่านเกรงว่าตนจะได้รับบาดเจ็บไปด้วย จึงคิดจะแอบย่องหนีไป ทว่าเซียวปินกลับกระแอมเสียงดุขึ้นมาเสียก่อน “หยุดนะ เธอจะไปไหน?”

หญิงมากจริตหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะมองมายังเซียวปิน แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร เธอกล่าวเสียงอ่อน “ปล่อย…ปล่อยฉันไปเถอะ…เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันเลย…ฉัน…ฉันเป็นแค่ชู้ที่เขาเลี้ยงเอาไว้เท่านั้น ไม่ใช่เมียจริงๆของเขา เรื่องของพวกเขาเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยเหรอ?  แค่นายไม่ทำร้ายฉัน ไม่ตีฉัน นายอยากจะทำอะไรก็ได้ ต่อให้นายอยากจะลวนลาม ฉันก็จะปล่อยให้ทำ…”

เซียวปินหัวเราะ ก่อนก้าวยาวเพียงก้าวเดียวไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เขาหันมองจางกุ้ยแวบหนึ่ง แล้วกล่าวเยาะ “เสื้อผ้าของผู้หญิงแรดร่านแบบนี้ นายก็สนใจขโมยด้วยเหรอ?”

จางกุ้ยเมื่อถูกเซียวปินพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคนมากมาย ที่ใบหูเขาก็แดงขึ้นมา

เซียวปินแม้ในใจจะคิดหมิ่นจางกุ้ยมากเพียงใด แต่ก็ไม่อยากทำให้จูเลียต้องอับอายไปมากกว่านี้ เขาจึงเลิกพูดเหยียดจางกุ้ย และไม่สนใจผู้หญิงแรดร่านคนนี้อีกต่อไป สำหรับนางบำเรอเช่นเธอ เซียวปินไม่ได้มีนิสัยชอบเล่นออดอ้อนกับเธอแต่อย่างใด เขาสนใจเพียงการขึ้นเตียงเท่านั้น แต่หากจะขึ้นเตียง ที่นี่ก็ดูจะไม่ใช่ที่ๆเหมาะสักเท่าไหร่ เหตุนี้ เขาจึงเดินตรงไปหยุดยืนตรงหน้าฮวางเต้าเทียน แล้วจับหมับไปที่คอของมัน ความกะล่อนขี้เล่นบนใบหน้าได้หายไปแล้ว แววตาครึ้มเย็นชาของเขาทำให้ฮวางเต้าเทียนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

เซียวปินบีบคอมัน แล้วยกแขนขึ้นจนมันตัวลอย ก่อนกล่าวทีละพยางค์อย่างชัดถ้อยชัดคำ “ฉันจะไม่ทำอะไรแกเหรอนะ แต่ในเมื่อแกก็สั่งสอนฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ถึงตาฉันสอนเรื่องกฎและระเบียบการใช้ชีวิตของฉันกับแกบ้าง!”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม