0 Views

ทั้งสองขึ้นรถไปยังจุดหมาย ระหว่างทาง จูเลียตมีท่าทีสงบมาก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเซียวปิน สามารถสงบลงได้ในเวลาสั้นๆ เช่นนี้  สมกับท่าทีดุจราชินีของเธอเสียจริง

ทั้งสองนั่งอยู่เบาะรถที่ด้านหลังด้วยกัน ตรงกลางระหว่างคนทั้งสองห่างกันเพียงฝ่ามือเท่านั้น และแม้จะนั่งใกล้กันถึงเพียงนี้ เซียวปินก็ยังอดไม่ได้ที่จะไม่ให้ความสนใจจูเลียตที่ข้างๆ ตัว และทุกๆ ครั้งที่เขามองดูผู้หญิงคนนี้ เขาก็มักจะรู้สึกตกตะลึงทุกครั้ง เธออายุมากกว่าเขาเพียงไม่กี่ปี แต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นผู้ใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีในตัวหญิงสาวคนอื่นๆ

คนขับที่นั่งอยู่ข้างหน้าขับรถพลางฟังเพลงไปด้วย เขาฮัมเพลงเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี สักพัก  จึงกล่าวขึ้น “พวกคุณคงกำลังจะไปตามหาใครสักคนในบ่อนใช่ไหม”

เซียวปินถอนหายใจออกมา นึกไม่ถึงว่าจะมีผู้หญิงที่ดึงดูดตนได้มากถึงเพียงนี้  ความรู้สึกแบบนี้ไม่ใช่ความรู้สึกดึงดูดใจแบบที่เขามีต่อเย่จื่อ  และไม่ใช่ความรู้สึกอยากจะปกป้องแบบซูเสียวเสี่ยว แต่เป็นความรู้สึกยั่วเย้าโดยตรงไปที่ฮอร์โมนในตัวเขาล้วนๆ เลย ความรู้สึกแบบนี้ แต่ก่อนเซียวปินก็เคยมีเช่นกัน แต่ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่จะรุนแรงเท่าครั้งนี้มาก่อน

เซียวปินมองไปยังคนขับแท็กซี่ กล่าวยิ้มๆ “รู้ได้ยังไงครับ?”

“โอ้ย… แท็กซี่อย่างผม เคยเจอมาหมดแหละครับ พวกคุณสองคนดูไม่เหมือนพวกขี้พนันเลยสักนิด แล้วแบบนี้นอกจากจะไปตามหาคนแล้วยังเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ? เฮ้อ… ที่แบบนั้น  ถ้าเข้าไปร้อยคน ก็มีตั้งเก้าสิบคนที่จะต้องแพ้หมดตัว”

เซียวปินถอนหายใจ “นั่นสิ  ไปสิบคน หมดตัวเก้าคน… แต่บ่อนมันผิดกฎหมายไม่ใช่หรอ? หรือพวกตำรวจไม่สนใจ?”

“จะไปสนอะไรล่ะ? พวกมันมีใบอนุญาตเปิดกิจการถูกต้องตามกฎหมาย ภายนอกก็ทำเหมือนเป็นร้านปกติถูกกฎหมาย แต่จริงๆแล้วก็เปิดเป็นบ่อนแทน  ขนาดผมที่เป็นแท็กซี่ยังรู้เลย มีหรอตำรวจจะไม่รู้… ถ้าจะพูดกันตรงๆ ก็เป็นเพราะเบื้องหลังพวกมันมีคนหนุนน่ะแหละ”

เซียวปินกล่าว “หืม… พวกมันมีใครหนุนหลังหรอครับ?”

“เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่ไม่ใช่เรื่องที่คนขับแท็กซี่อย่างผมจะไปรู้ได้นี่นา!”

จูเลียตที่นั่งข้างๆพูดน้อยมาก ส่วนเซียวปินและแท็กซี่ก็คุยกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดหมาย  ที่นี่เป็นบ่อนที่เปิดร้านทำผมบังหน้าเอาไว้  หากดูจากด้านนอกจะเห็นเหมือนเป็นแค่ร้านตัดผมธรรมดาเท่านั้น  ร้านนี้ดูไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย เมื่อทั้งสองเดินเข้าไป ก็พบกับช่างทำผมที่กำลังนั่งเล่นไพ่กันอยู่ ในนั้นมีทั้งชายหญิงคละกัน

เมื่อเห็นว่าเซียวปินกับจูเลียตเดินมา หญิงหนึ่งในนั้นก็กล่าวเกียจคร้าน “วันนี้ร้านปิด ไม่เปิดให้บริการ”

จูเลียตกล่าวใบหน้าเย็นเยียบ “พาฉันไปหาจางกุ้ย ฉันเป็นเมียเขา”

เมื่อจูเลียตพูดจบ พวกมันก็มองสำรวจจูเลียตตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนชายวัยรุ่นหัวเหลืองคนหนึ่งจะพรวดขำ แล้วกระโดดลงจากเตียง กล่าวเสียงใหญ่ “ตามฉันมา”

เมื่อเดินมาจนถึงผนัง มันก็เคาะอย่างเป็นจังหวะไปที่ผนังนั้นสามครั้ง  จากนั้นก็เคาะต่ออีกสามที แล้วจึงมีเสียงตอบกลับมาจากอีกด้าน

แกรก…

ประตูที่ผนังถูกเปิดออกจากด้านใน ที่แท้ก็มีประตูอยู่ที่ผนังนี้นี่เอง

“เข้าไปเถอะ” ชายวัยรุ่นกล่าวเสียงเกียจคร้าน พลางสายตามันก็จ้องไปที่ร่างกายจูเลียต แล้วกล่าวพึมพำกับตัวเอง “ช่างเป็น *ดอกฟ้าบนกองขี้ควายจริงๆ”

เซียวปินและจูเลียตเดินผ่านประตูน้อยเข้าไป ที่ด้านในมีผู้ชายร่างใหญ่สองคนกำลังยืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่ พวกมันมองสำรวจเซียวปินอย่างละเอียด ก่อนกล่าวถามจูเลียต “นี่เพื่อนเธอเหรอ?”

จูเลียตพยักหน้า

“งั้นก็ได้ ตามมา”

เมื่อเดินต่อไปตามทาง ก็พบบันไดลงสู่ห้องใต้ดิน เซียวปินมองสำรวจไปรอบๆ ที่นี่วางแผนการซ้อนเอาไว้อีกทีหรือนี่ ช่างเป็นบ่อนที่ดูลึกลับเสียจริง  ดูเหมือนเจ้าของที่นี่จะไม่ธรรมดาเลย…

ชั้นใต้ดินกว้างใหญ่มาก ที่นี่เต็มไปด้วยเครื่องจักรสำหรับการพนัน โต๊ะพนัน โต๊ะไพ่ เป็นต้น ที่นี่มีลูกค้าเยอะมากๆ โต๊ะพนันทุกโต๊ะต่างก็มีนักพนันล้อมกันเต็มไปหมด พลางพวกนั้นก็เอาแต่ร้องเชียร์ไม่หยุด เมื่อเซียวปินกับจูเลียตเดินเข้ามา คนที่อยู่ด้านในก็มองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนคนๆนั้นจะเดินตรงเข้าไปในห้องเล็กๆห้องหนึ่ง

“พวกเธอเข้าไปเถอะ เสี่ยรออยู่ข้างในแล้ว”

จูเลียตและเซียวปินเดินเข้าไปในห้องเล็กที่คนเมื่อครู่เดินเข้าไป ในห้องเต็มไปด้วยควันบุหรี่ ที่พื้นห้องพบคนๆหนึ่งถูกมัดนอนอยู่  และชายกำยำอีกหกเจ็ดคนก็กำลังยืนและนั่งกันด้วยท่าทีสบาย พลางที่ปากก็เอาแต่พ่นควันบุหรี่ออกมาไม่หยุด

ชายหัวล้านผิวดำหนึ่งในนั้น เมื่อเห็นเซียวปินกับจูเลียตก็หัวเราะดีใจ “สะใภ้สกุลจาง ขอโทษด้วยที่ต้องให้เธอลำบากถ่อมาถึงนี่”

จูเลียตขมวดคิ้วมุ่น เธอราวจะไม่ชอบที่นี่มาก และเมื่อได้เห็นชายที่ถูกมัดที่พื้นนั่น เธอก็มีสีหน้าโกรธกริ้วขึ้นมาทันที ส่วนผู้ชายคนนั้น เมื่อเห็นจูเลียตมา เขาก็ราวได้เห็นผู้ช่วยชีวิต รีบร้อนกล่าว “เมียจ๋า ช่วยด้วย.. ช่วยฉันด้วย รีบเอาเงินให้พวกมันเร็วเข้า พวกมันจะตัดนิ้วฉัน”

เซียวปินตะลึงอ้าปากค้าง ชายคนนี้รูปร่างต่ำเตี้ย จูเลียตน่าจะสูงสักร้อยเจ็ดสิบกว่าๆ แต่ชายคนนี้กลับสูงประมาณแค่ร้อยหกสิบกว่าๆเท่านั้น  เขาเตี้ยกว่าเธอเห็นๆ แถมหน้าตาก็งั้นๆ ใบหน้าราวกับคนห่ามเถื่อนยังไงยังงั้น เดี๋ยวนี้เขาฮิตให้นางฟ้ากับหมาวัดมาเป็นคู่กันแล้วหรอ?  เพราะไม่ว่าจะพูดยังไง จูเลียตก็ทั้งรูปร่างดี หน้าตาก็งาม บุคลิกก็ดี แถมยังเซ็กซี่มากๆอีก จะแต่งกับผู้ชายแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ทำไมกลับเป็นเขาคนนี้?

เซียวปินแอบนึกเสียดายจูเลียตในใจ

จูเลียตสายตาฉายแววทั้งอายทั้งโกรธ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไม่พอใจและจนปัญญา เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ไม่ได้พอใจกับชีวิตคู่ของตัวเองเลย  เพียงแต่…ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไร เธอถึงมาแต่งกับผู้ชายคนนี้ได้

จูเลียตมองเซียวปินแวบหนึ่ง เซียวปินจึงล้วงมือลงในกระเป๋าเสื้อ แล้วหยิบเอาเงินหนึ่งแสนหยวนออกมาส่งให้จูเลียต จูเลียตมองไปที่ผู้เป็นลูกพี่ แล้วกล่าวเย็นเยือก “พี่เปียวจื่อ  พวกเราก็เคยเจอกันมาก่อนแล้ว ฉันเชื่อใจพี่ เพราะฉะนั้นเงินนี่… ฉันจะมอบให้พี่ แต่เงินกับคน ต้องแลกพร้อมกัน”

เปียวจื่อเดินเข้ามาฉวยเงินไปจากมือเธอ เมื่อได้เงินไปแล้วมันก็ยื่นให้ลูกน้องพลางพยักหน้าให้   เมื่อลูกน้องนับเสร็จก็ส่งคืนให้เปียวจื่อโดยไม่ได้แตะต้องใดๆ เลย

“ไม่เลวนี่ มีสัจจะดี ฉันชอบ… เธอกลับบ้านไปได้แล้ว ส่วนผัวเธอต้องอยู่ที่นี่”

จูเลียตหน้าถอดสี ทั้งอายและโกรธไปในเวลาเดียวกัน “หมายความว่ายังไง? เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรอว่าเงินแลกกับคน… สิ่งที่พวกแกต้องการคือเงิน แล้วยังจะกักสามีฉันไปทำไม?”

เซียวปินก็รู้สึกว่ามันน่าแปลก นั่นสิ… แม้แต่จะหาเป็ดสักตัวก็ยังต้องหาตัวที่ดูดีเลย  ผู้ชายคนนี้มัน *หวู่ต้าหลางเวอร์ชั่นปัจจุบันชัดๆ หรือเขาจะชอบแนวนี้?

เซียวปินก็อดไม่ได้กล่าว “พวกแกทำแบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่มั้ง อีกอย่าง ต้าหลางคนนี้…เอ่อ… คนคนนี้ก็ช่วยทำประโยชน์อะไรให้พวกแกไม่ได้อยู่ดี  หรือบ่อนนี้ยังขาดคนงานอีก?”

“คนงาน?” เปียวจื่อหัวเราะเยือกเย็น “คนแบบนี้น่ะ ต่อให้ทำให้ฟรีฉันก็ไม่เอา  พูดตรงๆเลยก็แล้วกัน ต้าหลาง… ไม่ใช่สิ  ยัยสะใภ้สาว… ผัวเธอก่อเรื่องแล้วล่ะ  ครั้งนี้เขาไม่ใช่แค่แพ้พนันเท่านั้น แต่เขายังแอบขโมยเสื้อผ้าจากผู้หญิงของเสี่ยไป ตอนที่เสี่ยกำลังหลับอีกด้วย”

จูเลียตหน้าซีดเผือด เธอกัดริมปีปากแน่น

เซียวปินตะลึงตาค้าง กำลังจะอ้าปากตำหนิจางกุ้ย แต่ก็นึกถึงของที่เคยอยู่ในกระเป๋าตนขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นเขาจึงล้มเลิกความคิดตำหนิไป  กล่าวท้วงแทน “แค่เสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นเอง ให้ชดใช้ก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“หึๆ พูดง่ายนะ… ถ้าเรื่องมันง่ายแบบนั้นก็ดีน่ะสิ มันฉวยโอกาสตอนอาซ้อกำลังนอนหลับ อยากจะทำมิดีมิร้ายอาซ้อเราต่างหาก”

จูเลียตเซถอยหลังราวจะเป็นลม เซียวปินจึงรีบร้อนเข้าไปประคองเธอ จูเลียตผลักมือเซียวปินออกเบาๆ ก่อนจะมองด้วยเขาสายตาขอบคุณ เธอถอนหายใจยาว กล่าวกับเปียวจื่อ “เรื่องนี้สามีฉันทำผิดจริง ฉันต้องขอโทษแทนเขาด้วย… ฉันจะชดใช้ให้อาซ้อพวกนายด้วยทางอื่น ฉันเพิ่มเงินให้อีกหนึ่งหมื่นหยวนเป็นไง?”

ผู้หญิงคนนี้ แม้จะในเวลาที่โกรธชัดเช่นนี้ก็ยังนิ่งสงบอยู่ได้ ทั้งคำพูดแต่ละคำก็ยังฟังดูดี สมเหตุสมผล เธอมีความสามารถเหนือผู้หญิงหลายคนอยู่มาก

เปียวจื่อหัวเราะเสียงดัง “ยัยสะใภ้สาว.. เธอคิดผิดแล้ว เสี่ยของเราไม่ได้ต้องการเงินเล็กน้อยของพวกเธอหรอกนะ ถึงแม้พวกเธอจะขายทุกอย่างที่มีแล้วเอาเงินมาใช้คืนให้ เสี่ยของเราก็ไม่ยอมอยู่ดี… เพราะสิ่งที่สำคัญจริงๆ มันคือเรื่องศักดิ์ศรีต่างหาก ถ้าให้คนอื่นเขารู้ว่าหลังจากมันทำอะไรอาซ้อเราแล้วเรายังปล่อยมันออกไปอีก งั้นเสี่ยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”

จูเลียตขมวดคิ้ว “งั้นพวกแกจะเอายังไง?”

“ก็ง่ายนิดเดียว หักแขนหักขามัน ให้มันกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต!”

“ไม่ได้นะ!” จางกุ้ยแดดิ้นอยู่บนพื้น พลางตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “เมียจ๋า ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วยเมียจ๋า อื้อ…อื้ออื้อ…”

ลูกน้องคนหนึ่งของเปียวจื่อเดินเข้าไปปิดปากจางกุ้ยเอาไว้ ทว่าจางกุ้ยก็ยังพยายามร้องตะโกนสุดชีวิต มันเบิกตากว้างอย่างหวาดกลัว ถึงขนาดฉี่ราดออกมาด้วย

จูเลียตทั้งกลัวทั้งโมโหและอับอายไปในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งเธอก็อายที่มีสามีเช่นนี้ เธอแทบอยากจะมุดดินหนีออกไปจากตรงนี้เลย  …ส่วนอีกด้านก็กลัวว่าคนพวกนี้จะทำอะไรสามีตน คนพวกนี้ทำได้ทุกอย่าง และเป็นคนกล้าพูดก็กล้าทำจริงๆเสียด้วย  แม้ไอ้ผู้ชายนี้จะทั้งเลวและไม่เอาไหน แต่ไม่ว่าจะยังไง เขาก็ยังเป็นสามีของเธออยู่ดี

จูเลียตยอมแลกเงินเท่าไหร่ก็ได้เพื่อช่วยผู้ชายคนนี้ แสดงว่าในใจเธอก็ยังเป็นห่วงและใส่ใจผู้ชายคนนี้มาก

ขณะที่จูเลียทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น เซียวปินก็เอื้อมแตะที่ไหล่เล็กของเธอ มือที่ทั้งสงบนิ่งทั้งอบอุ่นและเต็มไปด้วยพละกำลังของเซียวปินทำให้จูเลียตรู้สึกราวมีที่พึ่งพิง เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก จูเลียตมองไปยังเซียวปิน  เธอมองตามเซียวปินที่ก้าวยาวๆไปยืนอยู่หน้าเธอ  เขามองไปยังพวกนักเลง กล่าวถาม “แล้วถ้าพวกเราดึงดันจะพาเขาไปล่ะ? พวกนายจะทำยังไง?”

“ก็ไม่ทำยังไง” ผู้พูดเพิ่งก้าวเข้ามาจากทางด้านนอก เขาเป็นชายอายุประมาณสามสิบกว่าๆ ซึ่งอยู่ในชุดสูทสีชมพู  เขาเดินมาหาขณะที่แขนก็โอบหญิงหน้าตาสะสวยในชุดเซ็กซี่เข้ามาด้วย  เขาเดินก้าวยาวโดยมีบอดี้การ์ดชุดดำอีกสองคนเดินตามหลัง

เปียวจื่อและคนอื่นๆต่างก็รีบร้อนยืนตัวตรง ก่อนจะโค้งตัวลงทำความเคารพชายชุดสูทอย่างเคารพ พลางกล่าวเสียงอ่อนน้อม “เสี่ยครับ”

ชายชุดสูทหนีบซิการ์มวนหนึ่งไว้ที่นิ้วมือ ก่อนจะชี้นิ้วที่มีซิการ์มาทางจูเลียต กล่าว “กักตัวเธอไว้  นอนกับฉันคืนหนึ่ง แล้วฉันจะปล่อยผัวเธอไป!”

————————————-

*ดอกฟ้าบนกองขี้ควาย : ก็เหมือนดอกฟ้ากับหมาวัดค่ะ หมายความว่าชายกับหญิงไม่เหมาะสมกัน แต่ส่วยมากจะใช้เปรียบกับผู้หญิงสวยและชายขี้เหร่มากกว่าค่ะ

* หวู่ต้าหลาง : หวู่ต้าหลางเป็นพี่ชายของหวู่ซง เขามีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แถมยังมีรูปร่างต่ำเตี้ย เขามีภรรยาชื่อพานจินเหลียน ซึ่งเป็นหญิงที่สวยงามมาก แต่ต่อมาภรรยาเขาก็ได้คบชู้ และวางแผนฆ่าหวู่ต้าหลางจนตาย (หวู่ซงเป็นโจรซึ่งงมีชื่อเสียงโด่งดังมากเรื่องความเก่งกาจ) (หวู่ต้าหลางเป็นตัวละครในนวนิยายจีนเรื่อง ‘ซ้องกั๋ง’ และเรื่อง ‘บุปผาในกุณฑีทอง’ ค่ะ)

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม