0 Views

        จูหมิงหยี่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา บนโลกใบนี้มีเพียงผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาตื่นเต้นได้ นั่นก็คือผู้หญิงที่เขารัก เทพธิดาแห่งดอกพิโอนี!

        แต่บางครั้ง โลกความจริงมักโหดร้ายเสมอ เรารักเขา เขาใช่จะรักตอบ  เหตุนี้ จูหมิงหยี่จึงกลายเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่งของเธอเท่านั้น

        จูหมิงหยี่ก้าวไปหยุดอยู่หน้าเตียง เขาก้าวเข้าไปช้าๆ  ยิ่งเข้าใกล้เตียงเธอมากขึ้นเท่าไหร่ ลมหายใจก็ยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น เม็ดเลือดในร่างกายเขาเริ่มหมุนเร็วมาขึ้นเรื่อยๆ ฮอร์โมนในร่างกายก็เพิ่มมากขึ้น

        จูหมิงหยี่เดินอย่างยากลำบากไปหยุดยืนหน้าเตียงในที่สุด เทพธิดาฯจับไปที่มือเขา สายตาสุดแสนเซ็กซี่ของเธอราวจะทะลุผ่านผ้าบางที่ปิดหน้าเธออยู่  แล้วพุ่งตรงทะลุหัวใจชายตาบอด จูหมิงหยี่ ก่อนเธอกระตุกมือดึงจูหมิงหยี่ให้นั่งลงบนเตียง

        “หัวใจนายเต้นเร็วจัง” จูหมิงหยี่นั่งหันหลังให้เธอ เทพธิดาฯแนบลำตัวสนิทกับแผ่นหลังเขา พลางริมฝีปากแดงก็กระซิบที่ข้างหู แม้จะมีผ้าบางขั้นอยู่ แต่จูหมิงหยี่ก็ยังรู้สึกได้ถึงริมฝีปากแดงสวยที่กำลังสัมผัสใบหูเขาเบาๆ  ถึงกระนั้น กลิ่นหอมของลมหายใจเธอยิ่งทำให้หลงได้มากยิ่งกว่า

        จูหมิงหยี่หอบหายใจถี่ ใบหน้ารู้สึกร้อนและมีสีแดงขึ้น ขณะที่เทพธิดาฯก็ยังยั่วยวนต่อไม่หยุด “จูหมิงหยี่ นายตื่นเต้นหรอ? หรือกำลังทรมานที่ข้างในอยู่? แล้วทำไมถึงไม่กล้าขยับเลยล่ะ? ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่นายชอบหรอกเหรอ…ทั้งที่ฉันก็นอนรออยู่นี่แล้ว แต่นายกลับไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกนิ้ว … นายบอกว่าเขาเป็นสัตว์เดรัจฉาน แล้วนายล่ะ…นายมันก็แค่ขยะไร้ประโยชน์ แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีค่ามากกว่านายเลย”

          จูหมิงหยี่หน้าซีดลงทันที เขาดันเทพธิดาฯออกห่าง ก่อนจะถอยหลังไปหลายก้าว แล้วจึงหยุดยืนอยู่กับที่ ท่าทีของเขาบ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังเจ็บปวดทรมานใจอย่างมาก ทั้งยังมีความโกรธมากมายแฝงอยู่ เขาราวราชสีห์ที่ถูกแหย่ให้โกรธจัด ร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง “อย่าพูดถึงมันต่อหน้าฉัน อย่าพูดถึงผู้ชายคนนั้นต่อหน้าฉัน! ถ้าฉันได้เจอมันอีก ฉันจะฆ่ามันให้ตาย บดขยี้ร่างมันให้แหลกละเอียด แล้วส่งมันไปลงนรกขุมที่สิบแปด!”

          ขณะจูหมิงหยี่คำรามลั่น เทพธิดาฯกลับหัวเราะร่วนออกมาเสียอย่างนั้น… เธอราวหัวเราะเยาะจูหมิงหยี่ แต่ก็ราวกำลังสงสารเขา ราวกำลังปั่นหัวเขาเล่น แต่ก็ราวกำลังสงสารตัวเธอเอง

        จากเสียงที่เธอหัวเราะ ผู้ฟังไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกใดๆภายในจิตใจเธอได้เลย

          จูหมิงหยี่ตะโกนก้อง แล้วหอบหายใจแรง มือกำหมัดแน่น ถึงขนาดเส้นเลือดที่คอปูดขึ้นมาเป็นแถบ บ่งบอกความโกรธที่มีในตัวเขาขณะนี้

         เทพธิดาแห่งดอกพิโอนีหยุดหัวเราะ น้ำเสียงก็เย็นเยียบลงมาก “เอาล่ะ รายงานมา  ที่ฉันสั่งให้นายไปกำจัดเซียวปิน ไปถึงไหนแล้ว?”

        จูหมิงหยี่พยายามสงบสติอารมณ์ลง เขาสูดหายใจเข้าลึกหลายครั้ง ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “เขาไม่ใช่คนธรรมดา ฉันให้ต้าเปินกับเอ้อเปินไปทดสอบพลังของเขา สองพี่น้องนั่นตายแล้ว”

        เทพธิดาฯน้ำเสียงเย็นเยือกมากกว่าเก่า มากเสียจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนาวเข้าไปถึงกระดูก “จูหมิงหยี่ …จูหมิงหยี่… นายเป็นคนรอบคอบมากจริงๆด้วย  แม้กระทั่งความปลอดภัยของตัวเองก็คิดเผื่อเอาไว้หมด… นายลงมือโดยพละการ ทำให้ฉันต้องเสียยอดฝีมือไปถึงสองคน …ฉันต้องลำบากมากขนาดไหนกว่าจะได้ยอดฝืมืออย่างต้าเปินและเอ้อเปินมา  นายรู้ไหม?”

        จูหมิงหยี่เสียงราบเรียบ “ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะมาตาย อีกอย่าง ชีวิตฉันก็มีค่ามากกว่า…เพราะฉันต้องอยู่ข้างกายเธอ ปกป้องเธอไปตลอดชีวิต  เพราฉะนั้น ฉันเสี่ยงไม่ได้แม้เพียงนิดเดียว”

        “คิกๆๆ… นายช่างยิ่งใหญ่เสียจริง ฉันซาบซึ้งจัง…” เทพธิดาฯ หัวเราะ  กล่าวถามประชด “คิดไม่ถึงว่าราชาสวรรค์เขตเหนืออย่างฉัน ยังต้องให้คนตาบอดอย่างนายมาปกป้อง… นายคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงอ่อนแอหรือไง? จูหมิงหยี่ อย่าประเมินค่าตัวเองสูงเกินไป  ถ้าฉันจะเอาชีวิตนาย มันก็ง่ายนิดเดียว!”

        จูหมิงหยี่นิ่งเงียบลง

        เมื่อพูดทำร้ายซ้ำเติมเสร็จ เทพธิดาฯก็ไม่ต้องการจะพูดเรื่องนี้อีกต่อไป เธอถามต่อ “ตอนพวกมันตาย นายก็อยู่?”

        “ฉันอยู่ข้างๆ”

        “แล้วทำไมนายไม่เข้าไปช่วย? หรือพวกนายสามคนร่วมมือกันยังเอาชนะเขาไม่ได้?”

        จูหมิงหยี่ลังเลนิดหน่อย เมื่อคิดอย่าละเอียดดีแล้วจึงกล่าว “ดูจากฝีมือเขา เหมือนเขาจะอยู่ระดับอั้นจิ้นแล้ว แต่ก็ราวจะไม่ใช่แค่นั้น…ฉันดูไม่ออก  ต้าเปินและเอ้อเปินตายอย่างกะทันหันมาก ตอนฉันกำลังคิดลังเลว่าควรจะออกไปหรือเปล่า พวกเขาก็หมดโอกาสหายใจแล้ว… สุดท้าย  เขายังรู้สึกถึงแรงอาฆาตในตัวฉันด้วย หากไม่ใช่เพราะกำลังแบกผู้หญิงอีกคนอยู่  เขาคงตามมาจัดการฉันแล้ว”

        เทพธิดาถามอย่างสงสัย “พูดมาแบบนี้แล้ว แม้แต่นายก็ยังไม่มั่นใจว่าสามารถเอาชนะเขาได้?”

        จูหมิงหยี่ตอบ “หากได้สู้กับเขา ฉันจะไม่หนี… เพราะเก่งชนเก่ง ใครหนีก่อนตาย   แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้เผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ดังนั้น ฉันไม่เป็นคนเริ่มลงมือก่อนแน่ เพราะฉันไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้หรือเปล่า”

        เทพธิดาหัวเราะคิกคัก “พอนายพูดแบบนี้ ฉันก็ชักอยากเจอเจ้าคนชื่อเซียวปินนั่นแล้วสิ  ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน  ว่าเขาเป็นผู้ชายแบบไหนกันแน่…”

        จูหมิงหยี่หางตากระตุก ความหึงหวงในใจถาโถมเข้าเต็มอก

        เซียวปินอุ้มซูเสียวเสี่ยวเข้าไปในห้องเธอ ก่อนจะวางเธอลงบนเตียงอย่างนิ่มนวล สำหรับอาการเป็นไข้ไม่สบายเช่นนี้ เซียวปินมีวิธีจัดการเป็นร้อยแปดพันเก้าวิธี  เพราะต้องออกปฏิบัติภารกิจที่อันตรายอยู่บ่อยๆ แม้จะกับพวกเขาที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง  ก็ยังเลี่ยงไม่ได้ที่จะป่วยบ้างในบางครั้ง ดังนั้น การรักษาอาการพวกนี้ จึงเป็นวิชาที่พวกเขาจำเป็นต้องมีติดตัวไว้

        ระหว่างทางกลับบ้าน เซียวปินซื้อยาลดไข้กับยาแก้หวัดเอาไว้หมดแล้ว เขาเตรียมน้ำอุ่นมาหนึ่งแก้ว หยิบยาออกมาสองสามเม็ด ก่อนจะขึ้นไปนั่งติดขอบหัวเตียง เขาพยุงซูเสียวเสี่ยวให้นอนอิงหน้าตักเขา แล้วใช้มือบีบที่ข้างแก้มเธอเบาๆเพื่อเปิดปากออก จากนั้นก็หยอดยาลงในปากเธอ แล้วจึงป้อนน้ำตามลงไป

        ซูเสียวเสี่ยวริมฝีปากค่อนข้างแห้ง  เซียวปินเองก็คิดไม่ถึงว่าซูเสียวเสี่ยวจะเป็นหวัดกะทันหันและเป็นรุนแรงขนาดนี้ ดูท่าพรุ่งนี้คงต้องให้เธอหยุดเรียนอีกแล้วล่ะ เพราะตามที่เซียวปินรู้มา อาการไข้ของเธออาจจะลดลงในคืนนี้  แต่พรุ่งนี้ร่างกายของเธอจะเพลียมาก จึงต้องนอนพักผ่อนที่บ้านอีกวัน

        เมื่อป้อนยาเสร็จ เซียวปินก็วางศีรษะเธอลงนอนบนหมอน จากนั้นก็เดินเข้าไปในครัว หาขวดแอลกอฮอล์จนเจอ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบเอาผ้าขนหนูที่ซูเสียวเสี่ยวใช้เป็นประจำมาด้วย สุดท้ายจึงกลับเข้าห้องซูเสียวเสี่ยวอีก

        “ฉันไม่ได้ต้องการจะแต๊ะอั๋งเธอเลยนะ แค่เห็นว่าเธอไข้ขึ้นสูง เลยอยากลดไข้ให้เท่านั้น” เซียวปินพูดบ่นกับตัวเอง จากนั้นก็ไม่สนว่าซูเสียวเสี่ยวจะได้ยินหรือไม่ เขาค่อยๆแกะกระดุมที่เสื้อเธอออก ก่อนจะแกะออกเรื่อยๆ ทีละอัน ทีละอัน…

        ห้ามมองเด็ดขาด ห้ามมองเด็ดขาด แต่เธอก็ยังสวมเสื้อชั้นในอยู่ ก็ยังไม่ถือว่าฉันมองร่างเปลือยเธอใช่ไหม?

        สายตาของเซียวปินหยุดอยู่ที่หน้าอกซูเสียวเสี่ยวอย่างห้ามไม่ได้ แม้เธอจะยังอายุน้อย แต่ส่วนนี้กลับเจริญเติบโตมาอย่างดีเลย มันโตจนชุดชั้นในที่เธอสวมอยู่ไม่สามารถห่อหุ้มและปกปิดเจ้าก้อนขาวนุ่มนั้นไว้ได้หมด

        เซียวปินกำหนดลมหายใจตัวเอง อุตส่าห์เบี่ยงสายตาออกจากหน้าอกนั้นได้แล้ว แต่สายตาก็ดันมาเจอเอวบางๆของซูเสียวเสี่ยวเข้าอีก แล้วไหนจะยังสะดือน่ารักสีชมพูอ่อนนั่นอีกล่ะ

        แม่เจ้าโว้ย ยังดีที่เฮียเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง ไม่งั้นอาจถึงตายได้เลยนะเนี่ย…

        เซียวปินดึงสติตัวเอง หลังเปิดเสื้อเธอออก เขาก็พับผ้าขนหนูที่ได้มาจากห้องน้ำหลายชั้น จนผ้ากลายเป็นสี่เหลี่ยม เขาสาดแอลกอฮอล์ลงบนผ้า ก่อนจะพรมผ้าให้เปียก แล้วใช้ผ้าเช็ดไปที่คอซูเสียวเสี่ยวเบาๆ จากนั้นก็เลื่อนต่ำ…

        เช็ดร่างกายผู้ป่วยไข้ด้วยแอลกอฮอล์ ไม่เพียงช่วยให้เส้นเลือดบริเวณผิวหนังของผู้มีไข้ขึ้นสูงขยายใหญ่มากขึ้น  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของผิวหนัง แต่คุณสมบัติการระเหยของแอลกอฮอล์ยังสามารถดูดซึมและนำพาความร้อนออกจากร่างกายได้อีกด้วย ช่วยลดความร้อน และอาการป่วยในร่างกายทุเลามากขึ้น

        ซูเสียวเสี่ยวเปล่งเสียงคราง ฟังดูยั่วยวนออกมาเบาๆ เซียวปินรีบกลืนน้ำลายฝืดลงคอ ก่อนจะไล่ความคิดสกปรกของตัวเองออกไป แล้วเช็ดไปที่ผิวหนังซึ่งอยู่ต่ำลงไปต่อ

        อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ซูเสียวเสี่ยวที่เดิมหลับไม่ได้สติกลับลืมตาสะลืมละลือขึ้น ทว่าใบหน้าเธอยังคงมีสีแดงอยู่ เมื่อลืมตาโตสะลืมสะลือขึ้น เธอก็มองเซียวปินที่อยู่ตรงหน้าแววตางงงวย จนเมื่อรู้ว่าเสื้อผ้าตัวเองถูกปลดออก และร่างเปลือยของตนกำลังปรากฏต่อสายตาเซียวปินอยู่ เธอก็ทั้งอายทั้งโกรธ รีบเปล่งเสียงที่ทั้งแหบและอ่อนแรง “นาย…เซียวปิน…”

        “เฮ้..เฮ้ อย่าเข้าใจผิดไปนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอเลย ก็แค่…เฮ้  ทำไมหลับไปอีกล่ะ ฟังฉันให้จบก่อนสิ”

        เซียวปินจู่ๆก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา เดิมยัยนี่ก็มีอคติกับตนมากอยู่แล้ว โดนคราวนี้เข้าไปอีก ต้องเข้าใจผิดมากกว่าเดิมแน่

        จู่ๆซูเสียวเสี่ยวก็คล้อแขนกอดเข้าที่คอเซียวปิน

        เซียวปินกำลังจะแกะมือออก แต่ขาทั้งสองของเธอก็คล้องเข้าที่เอวเขาอีก เป็นเหตุให้เซียวปินพลาดทับลงบนร่างเธออย่างควบคุมไม่ได้

        ซูเสียวเสี่ยวดิ้นตัวน้อยๆพลางปากก็เอาแต่พึมพำไม่หยุด “ฉันหนาวจัง….กอดฉันแน่นๆหน่อย…ฉันหนาวจังเลย”

 

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม