0 Views

        เซียวปินกลับเข้าบ้านในตอนกลางคืน หลังเปิดประตู เขาก็พบว่าซูเสียวเสี่ยวในชุดนอนกำลังหลับอยู่บนโซฟา

        แขนข้างหนึ่งเธอตกชี้ลงพื้น ส่วนแขนอีกข้างวางอยู่บนอก ที่ตัวยังมีหนังสือเล่มหนึ่งเปิดกางวางอยู่

        เซียวปินสวมรองเท้าบ้าน แล้วเดินย่องเบาๆเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ยัยเด็กนี่… ปกติดูเย็นชาขนาดนั้น  คิดไม่ถึงว่าตอนหลับจะน่ารักมากขนาดนี้ ที่ปากเธอยังมีคราบนน้ำลายเปื้อนอยู่เลย เซียวปินอดหัวเราะไม่ได้ จึงหันหน้าไปอีกทางแล้วหัวเราะออกมา

        คิดๆไปแล้ว ปลุกเธอให้ตื่นก่อนดีกว่า เอ๊ะ…หนังสือนั่น …เรื่อง《เล่ห์กลกับความรัก》ของฟริดริค ชิลเลอร์นี่นา  ยัยนี่ จู่ๆมาอ่านหนังสือรักมืดมนแบบนี้ทำไมกัน ไว้ว่างๆค่อยสอนให้เธอรู้จักกับความรักที่สวยงามอย่างแท้จริงเสียหน่อยดีกว่า…

        ที่ผ่านมา ในบ้านซูเกิดเรื่องขึ้นมากมาย เซียวปินเอง ก็ยังกังวลว่าเรื่องพวกนั้นจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจเธออยู่เลย

        เซียวปินกวาดสายตามองไปรอบๆ สุดท้ายจึงเดินเข้าไปในห้องของซูเสียวเสี่ยว ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เมื่อเข้ามาในห้องนี้ เขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆของผู้หญิงลอยเข้ามาเตะจมูกทันที

        เซียวปินหยิบผ้าห่มในห้อง ก่อนจะเดินย่องกลับมาหน้าโซฟา ขณะที่เขากำลังจะคลุมผ้าห่มลงบนตัวซูเสียวเสี่ยว จู่ๆ เธอก็ขยี้ตา ก่อนจะลืมตาสะลืมสะลือตื่นขึ้น ทันทีที่ลืมตา เธอก็พบกับเซียวปินที่อยู่ใกล้กับเธอมากๆ แล้วทั้งสองก็กำลังมองตากันอยู่ด้วย…

        “ไอ้ลามก!” ซูเสียวเสี่ยวรีบตะโกนกรีดร้องเสียงแหลมขึ้นทันที

        เตะตัดทายาทของเธอพุ่งตรงไปยังหว่างขาเซียวปินอีกครั้ง  เซียวปินเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบกระโดดหนีได้อย่างฉิวเฉียด  แม่เจ้า… โชคยังดี ที่เฮียมีวิชาตัวเบาล้ำเลิศ …เกือบสูญพันธ์ไปแล้วไหมล่ะ

        “นี่ๆๆๆ ดูให้มันดีๆหน่อยได้ไหม ฉันกำลังจะคลุมผ้าห่มให้ต่างหาก ทำไมทำดีไม่เคยได้ดีเลยเนี่ย!”

        ซูเสียวเสี่ยวตอนนี้จึงได้สติรู้ตัว ที่แท้ตนกำลังนอนอยู่บนโซฟาภายในห้องโถงของบ้านนี่นา… เพราะเพิ่งตื่น ก็เลยงงไปหน่อย… เธอคิดว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในห้องเสียอีก คิดว่ามีไอ้ลามกแอบย่องเข้ามาในห้องซะแล้ว  จนเมื่อได้เห็นผ้าห่มในมือเซียวปิน เธอก็เริ่มหน้าร้อนขึ้นมา เธอรู้สึกละอายใจขึ้นมาทันที แต่เพราะมีนิสัยเย็นชา เธอจึงพูดคำพูดดีๆไม่ค่อยจะเป็นสักเท่าไหร่  ได้เพียงชะงักแข็งทื่อ ก่อนจะกล่าวขอโทษแข็งๆไปเท่านั้น

        เซียวปินเอง ก็เคยชินกับนิสัยของเธอเสียแล้ว คิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าคนกล้าแสดงออก และร้อนแรงเซ็กซี่อย่างซูเพ่ยพย่า ทำไมถึงได้มีน้องสาวที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกแบบนี้  นี่มันคนละเผ่าพันธุ์กันชัดๆ

        เมื่อซูเสียวเสี่ยวยันตัวขึ้นนั่ง เซียวปินจึงหัวเราะกล่าว “เธอดู 《เล่ห์กลกับความรัก》อยู่หรอ?”

        ซูเสียวเสี่ยวแปลกใจนิดหน่อย “พี่ก็เคยอ่านหรอ?”

        เซียวปินนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ เขากับเธออยู่ห่างกันเพียงฝ่ามือกั้นเท่านั้น..

        เขาหยิบหนังสือมาถือไว้ในมือ ก่อนจะเปิดออก แล้วพลิกมั่วๆไปสองสามหน้า กล่าว “เป็นบทละครที่นักประพันธ์ชาวเยอรมัน ฟริดริค ชิลเลอร์ ประพันธ์ขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 18เนื้อหาเขียนถึงโศกนาฏกรรมรักกระหว่างลูอีเส มิลเลอร์ ลูกนักดนตรี และแฟรดินาน ฟอน วาลเทอร์ ลูกขุนนาง… เธอคิดว่าพวกทหารอย่างเราๆ เป็นพวกหยาบกระด้าง ใช้แต่กำลัง แต่ไม่มีความรู้งั้นสิ?”

        ซูเสียวเสี่ยวกล่าวรู้สึกผิด “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น…”

        “ฮ่าๆ  ใช่หรือไม่ก็ไม่เป็นอะไรหรอก …อันที่จริง คนที่จะเข้าทีมรบพิเศษอย่างพวกเราได้ ต้องเป็นคนที่มีคุณภาพในทุกด้านเท่านั้น… แต่แน่นอนว่า ถ้าเธอมีความสามรถเฉพาะด้าน ที่ยอดเยี่ยมกว่าคนทั่วไป อาจจะเป็นการยิงปืน การต่อสู้ หรืออาจเป็นการแกะรอยที่อยู่เหนือกว่าคนอื่นมากๆ เธอก็อยู่ในทีมต่อไปได้… แต่ไม่ว่ายังไง ถ้าจะพูดกันรวมๆแล้ว ในทีม เราก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความรู้และการศึกษาอยู่ดี ส่วนมากคนที่ได้รับเลือกก็จะเป็นพวกมีการศึกษากันทั้งนั้น ส่วนพวกที่ความรู้ยังไม่ถึงเกณฑ์ ในทีมก็จะจัดให้เข้าศึกษาเป็นพิเศษอีกต่างหากด้วย”

        เซียวปินยังไม่ได้พูดทั้งหมด หากเป็นหัวหน้าทหารแบบเขา สิ่งที่ต้องทำเป็นก็จะมีมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะบางทีในการปฏิบัติภารกิจพิเศษบางอย่าง เขาก็ต้องปลอมตัว หรือเข้าไปแอบแฝงด้วย จึงจำเป็นที่เขาจะต้องตีบทแตกในทุกบทบาท  ดังนั้น เขาจึงต้องเรียนรู้ทักษะและวิชาการแขนงต่างๆเอาไว้ด้วย เพราเหตุนี้  เซียวปินจึงไม่เพียงมีพละกำลังและทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แต่ทักษะในด้านการอักษร  จิตรกรรม และการดนตรีต่างๆของเขา ก็ยังใกล้เคียงกับมืออาชีพมากอีกด้วย แน่นอน รวมไปถึงด้านวรรณกรรมด้วย

        ซูเสียวเสี่ยวพยักหน้ารับรู้ กล่าว “ฉันขอโทษจากใจจริง แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นจริงๆ เพราไม่ว่ายังไง ตอนพี่ฉันยังอยู่ เธอก็อยู่หน่วยเดียวกับพวกนาย…”

        เมื่อพูดถึงพี่สาว ซูเสียวเสี่ยวก็สีหน้าหม่นหมองลง

        เซียวปิน เมื่อเห็นว่าพูดวกเข้าเรื่องความเจ็บปวดของซูเสียวเสี่ยว จึงรีบร้อนพูดเปลี่ยนประเด็น “จริงๆ ฉันว่าเด็กสาวแบบเธอ ควรไปอ่านพวกนิยายโรแมนติกจากหนังสือนิตยาสารจะดีกว่านะ เรื่อง 《เล่ห์กลกับความรัก》มันคงจะลึกล้ำมากไป สำหรับวัยเธอ”

        ซูเสียวเสี่ยวหัวเราะ กล่าว “พี่กำลังกลัวว่าถ้าฉันอ่านหนังสือแบบนี้ บวกกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แล้วฉันจะซึมเศร้า  แบบนั้นใช่ไหม?”

        เซียวปินสะดุ้งในใจ ดูเหมือนซูเสียวเสี่ยวจะฉลาดกว่าที่เขาคิดเอาไว้เยอะเลย

        “วางใจเถอะ นิยายก็คือนิยาย ความจริงก็คือความจริง ฉันไม่เอามารวมกันหรอก” ซูเสียวเสี่ยวยิ้มเจื่อน “ถ้าเรื่องในนิยายสวยงามเหมือนในนิทาน  หลายเรื่องก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก  ว่าไหม…เอาล่ะ ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว พี่คิดยังไงกับหนังสือเรื่อง《เล่ห์กลกับความรัก》บ้างล่ะ”

        “ลูกนักดนตรีและลูกขุนนางมีความรักที่ลึกซึ้งต่อกัน ทว่า ความรักในครั้งนี้กลับเกิดขึ้นในยุคสมัยที่ผู้คนล้วนยึดถือชนชั้นอย่างเคร่งครัด บวกกับเล่ห์เหลี่ยมและแผนการต่างๆภายในวัง ทำให้ทั้งสองต้องสังเวยชีวิตให้กับความรักในตอนจบ  โครงสร้างเรื่องนี้กะทัดรัด พล็อตเรื่องมีชีวิตชีวา ทั้งเนื้อเรื่องยังมีความขัดแย้งที่รุนแรง แสดงถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคม และการต่อสู้ รวมถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในวัง  สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างชนชั้นขุนนางและราษฎรในเยอรมันช่วงศตวรรษที่ 18 ได้ดีเลย”

        ซูเสียวเสี่ยวพยักหน้า กล่าวระคนผิดหวัง “ที่พี่พูดมามันละเอียดมากเกินไป ฉันแค่จะถามว่า…พี่คิดยังไงกับจุดจบที่น่าเศร้าของลูอีเส กับ แฟรดินาน เพราะสำหรับผู้หญิงแล้ว พวกเนื้อหาสาระยิ่งใหญ่และเล่ห์กลต่างๆที่พี่เล่ามา เทียบไม่ได้เลยกับความเรื่องรัก ครอบครัว แล้วก็เพื่อน…  ถึงแม้การพูดแบบนี้จะฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่มันก็เป็นเรื่องจริง”

        “ฉันเข้าใจ” เซียวปินถอนหายใจเฮือก สีหน้าแสดงความเจ็บปวด จากนั้นก็ถอนหายใจหนักๆอีกที “ฉันรู้สึกเสียใจแทนผู้หญิงคนนั้น…เธอไม่มีทางเลือก  เธอต้องเขียนจดหมายเพื่อหลอกเขา แต่น่าเสียดาย แฟรดินานไม่ได้เลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวเธอ แต่เลือกที่จะวางยาพิษให้ตายไปพร้อมกันแทน… เธอไม่รู้สึกว่าพวกเขาเห็นแก่ตัวหรอ?”

        ซูเสียวเสี่ยวเงียบไปพักหนึ่ง กล่าว “แฟรดินานมองความรักเป็นเรื่องสมบูรณ์แบบ มหัศจรรย์…  เขาไม่สามารถยอมรับการหักหลังได้แม้แต่น้อย เขายอมทะเลาะกับพ่อเพราะลูอีเส เขายอมรับฐานะของเธอ เขายอมรับแรงกดดันใดๆก็ได้เพื่อเธอ แต่เขาทนไม่ได้ที่หญิงสาวทำให้ความรักที่สมบูรณ์แบบนี้แปดเปื้อน”

        “แล้วความจริงล่ะ?” เซียวปินเสียงต่ำ “ในความเป็นจริง นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดของเขา จนเมื่อผู้หญิงที่เขารักดื่มยาพิษที่เขาเป็นคนให้เธอลงไป เขาถึงจะรู้ว่านี่เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด… ฉันต้องยอมรับว่าความรักของเขาเป็นความรักที่ทุ่มเท เป็นความรักที่ร้อนแรง และอาจเป็นความรักที่วิเศษและสมบูรณ์แบบในสายตาใครหลายคน  ผู้อ่านทุกคนจึงโทษโศกนาฏกรรมครั้งนี้ว่าเป็นเพราะสังคมที่แบ่งแยกในสมัยนั้น ที่บังคับให้คนสองคนที่รักกันต้องมาตายตามกันไปเช่นนี้ แต่กลับไม่มีใครคิด ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเห็นแก่ตัวมากขนาดไหน!”

        ซูเสียวเสี่ยวมองเซียวปินด้วยความตกใจ ทุกคำพูดของเขาล้วนทำให้เธอรู้สึกตกตะลึง… เธอไม่เคยคิดถึงข้อนี้มาก่อนเลย แต่เมื่อกลับมาหวนคิดดูแล้ว ใยจะไม่เป็นดังเขาว่าล่ะ?

        ซูเสียวเสี่ยวกล่าวถาม “งั้นความรักในแบบที่พี่ต้องการเป็นแบบไหนล่ะ?”

        เซียวปินเงียบไป ก่อนแววตาจะมีประกายประหลาดตาออกมา ภาพเย่จื่อปรากฏขึ้นมาในสมอง เขามองภาพนั้น แล้วกล่าวออกมาทีละคำทีละประโยคชัดเจน “หากได้สมรัก ก็เคียงรักจนแก่  หากมิสมรัก เพียงขอคุ้มให้เธออยู่ดี”

        “หากได้สมรัก ก็เคียงรักจนแก่  หากมิสมรัก เพียงขอคุ้มให้เธออยู่ดี…” ซูเสียวเสี่ยวพูดรำพึงกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เธอคิดทบทวนประโยคของเซียวปิน ก่อนจะราวสติหลุดลอยไป

        เซียวปินกล่าวเสริม “แน่นอนว่า ผู้หญิงของฉัน… มีเพียงเขาจะไม่รักฉันแล้วเท่านั้น ฉันถึงจะยอมปล่อยเธอไป ไม่งั้น ฉันไม่มีทางยอมแพ้ หรือปล่อยให้ความรักครั้งนี้พังทลายลงแน่”

        “แล้วถ้าคนในบ้านเธอกีดกันนายล่ะ?”

        “งั้นฉันก็จะทำทุกทางเพื่อให้คนในบ้านเธอยอมรับ”

        “แล้วถ้าสวรรค์กีดกันล่ะ?”

        เซียวปินหัวเราะเบาๆ ก่อนกล่าวด้วยความมั่นใจแน่วแน่ “งั้นฉันก็จะทำให้ท้องฟ้าทั้งใบแตกกระเจิงไปเลย!”

        เมื่อมองดูเซียวปิน ซูเสียวเสี่ยวก็เริ่มรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมา เธอรีบละสายตาจากเขา  สวมรองเท้า ก่อนจะยันตัวลุกขึ้น แล้วเดินตรงไปยังห้องนอน พลางกล่าวเสียงระคนสั่นน้อยๆ “ดึกมากแล้ว กลับไปนอนเถอะ!”

        เซียวปินมองตามแผ่นหลังซูเสียวเสี่ยว กล่าวยิ้ม “ได้… ฝีนดี!”

        เมื่อกลับเข้าห้อง เซียวปินทิ้งตัวนอนลงบนเตียง พลางนึกถึงเย่จื่อไปด้วย คำๆนั้น…หากมิสมรัก เพียงขอคุ้มให้เธออยู่ดี… ฉันเชื่อว่าคำๆนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นกับฉันแน่  ไม่มีทาง!

        เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อซูเสียวเสี่ยวตื่น เธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากในครัว จากนั้นใบหน้าเย็นชาของเธอก็มลายหายไปสิ้น  ภายในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้น

        ซูเสียวเสี่ยวเมื่อล้างหน้าแปรงฟันเสร็จจึงเดินเข้าครัว อาหารเช้าถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงขนมไข่นั้นด้วย

        สายตาเธอหยุดลงตรงผ้ากันเปื้อนที่เอวเซียวปิน เซียวปินเมื่อเห็นเธอเอาแต่มองผ้ากันเปื้อนที่เอว จึงรีบถอดออก กล่าวร้อนรนเขินอาย “เป็นผู้ชายมาใส่ไอ้นี่…แปลกๆใช่ไหม?”

        “เปล่า” ซูเสียวเสี่ยวส่ายหัว กล่าวจริงจัง “ดีออก…ฉันว่า…ดูเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกเป็นบ้านดี”

        เซียวปินย่อตัวนั่งลง  กล่าวระคนหัวเราะ “งั้นก็ดี  รีบกินข้าวเถอะ วันนี้ยังเป็นวันหยุดอยู่ เธอก็พักผ่อนให้เต็มที่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องไปเรียนแล้ว”

        “อีกเดี๋ยวฉันยังต้องไปดูแม่อีก…พี่ปิน ฉันอยากขออะไรอย่าง ไม่รู้ว่าพี่จะยอมช่วยหรือเปล่า”

        เซียวปินระคนหัวเราะ “ได้สิ ไหนลองว่ามาซิ เรื่องอะไร?”

        ซูเสียวเสี่ยวก้มหน้าลง กล่าวน้ำเสียงระคนเจ็บปวด “ที่ผ่านมา ในบ้านเกิดเรื่องขึ้นมากมาย …เหมือนเมฆหมอกแห่งความซวยจะปกคลุมที่บ้านซูเอาไว้หมด…ฉันก็ไม่ค่อยจะมีกระจิตกระใจไปเรียนสักเท่าไหร่ แต่นี่ก็ใกล้สอบแล้ว…ฉันว่า…พี่ก็ดูมีความรู้ไม่น้อย งั้นช่วยติวให้ฉันหน่อยได้ไหม?”

        เซียวปินเอง เดิมก็รู้สึกผิดต่อซูเสียวเสี่ยวอยู่แล้ว เมื่อได้ฟังคำขอเล็กน้อยเช่นนี้จากเธอ แน่นอนว่าเขาตอบตกลงในทันที “ไม่มีปัญหา เริ่มจากคืนนี้เลย! ฉันกินเสร็จแล้ว งั้นไปที่ร้านก่อนนะ เธอก็ค่อยๆกินไปแล้วกัน!”

        “อื้ม!  คืนนี้ก็กลับมาเร็วๆหน่อยล่ะ…มาติวให้ฉัน! เดี๋ยวฉันจะทำข้าวไว้รอ กลับมากินที่บ้านด้วย”

        “วางใจเถอะ เรื่องที่รับปากเธอไว้ ฉันทำได้แน่”

        เมื่อเซียวปินจากไปแล้ว ซูเสียวเสี่ยวใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข พลันในสมองก็คิดถึงภาพตอนเซียวปินกับเย่จื่อจูบกัน…  หึ  เจ้าคนบ้า ดูซิ คืนนี้นายจะแอบนัดดาวมหาลัยไปเดทได้ยังไงอีก!!!

 

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม