0 Views

        สัญชาตญาณนักล่า ย่อมสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดเสมอ… นักฆ่าสาวชุดหนัง และนักปืนเร็วหลีหวู่สัมผัสถึงรังสีอันตรายร้ายแรงจากชายซึ่งเดินมาจากเงามืด…

        เซียวปินเสื้อผ้าเปลี่ยนเป็นสีเลือด ที่หลังเขาโดนกระสุนเข้าไปนัดหนึ่ง เพราะกระสุนโดนกระดูก จึงไม่ได้ผ่าผ่านร่างเขาไป และไม่รู้ว่าเขาทำอย่างไร จึงห้ามเลือดได้ แต่ถึงกระนั้น เขาในสภาพเต็มไปด้วยเลือด ก็ยังสร้างความหวาดผวาให้ผู้ที่เห็นอยู่ดี

        เย่จื่อขบริมฝีปากแน่น ครันน้ำตาก็ร่วงลงมาไม่หยุด เธอสาบานในใจ หากพี่ปินเป็นอะไรไปล่ะก็ เธอจะรีบพุ่งออกไปแน่นอน มิใช่เพราะต้องการฆ่าใคร ทว่าจะไปเพื่อร้องขอความตายต่างหาก

        เธอไม่ยอมให้พี่ปินต้องโดดเดี่ยวในโลกอีกภพภูมิแน่นอน

        เมื่อเห็นเซียวปินเดินออกมาทั้งที่บาดเจ็บอยู่ เย่เทียนหมิงก็เริ่มร้อนใจขึ้นมา เขาร้องตะโกน “อย่าเข้ามา รีบพาน้องสาวฉันหนีไป”

        เซียวปินถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวพึมพำราวพูดอยู่กับตัวเอง “นายเคยเห็นทหารทิ้งเพื่อนเอาไว้ในสนามรบหรือไง? ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเสือตัวใหญ่ที่สู้กับลูกแกะน้อยสองตัวหรอก”

        ทั้งสอง เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนว่าลูกแกะน้อย ทั้งที่ตนเพิ่งจะสังหารบอดี้การ์ดระดับสูงของเย่เทียนหมิงไป ต่างก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา  หลีหวู่กล่าวเสียงหนัก “ไอ้เวรไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอ้ย… แกรู้ไหมว่าพวกฉันเป็นใคร?”

        “แกชื่อหลีหวู่ มาจากแก๊งชื่อ ‘รังมาร’… ส่วนแม่สาวสวยคนนี้… ประทานโทษ ผมไม่รู้”

        เซียวปินมองประเมินหญิงคนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอน่าจะอายุใกล้เคียงกับเขา ประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหกปี ชุดหนังรัดรูปที่เธอสวมใส่อยู่เผยรูปร่างโค้งเว้าให้เห็น รูปร่างเธอนับว่าดีมาก ทั้งยังมีใบหน้าสะสวย แต่หากจะเทียบกับรูปร่างเซ็กซี่ร้อนแรงนั่นแล้ว ใบหน้าเธอกลับแลดูเย็นชาจนเกินไป หากจะใช้คำบรรยายตัวเธอล่ะก็…สวยยะเยือก

        เซียวปินจิ๊ปากหลายครั้ง ทั้งสายตาก็เอาแต่พิจารณาสาวนักฆ่าต่อ “แม่สาวสวย ชื่ออะไรจ๊ะ รอบอกเท่าไหร่? อายุล่ะ? จริงๆแล้ว ตั้งแต่เด็กๆ พี่มีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ต่อมาเธอโดนคนลักพาตัวไปขาย… จำได้ว่าที่หน้าอกเธอ มีปานรูปดอกเหมยอยู่ด้วย น้องหน้าตาเหมือนเธอมาก ช่วยแกะเสื้อให้พี่ดูหน่อยได้ไหมจ๊ะ”

        “ไอ้ลามก!” สาวชุดหนังสบถเสียงแหลม เธอโยนมีดพกเล่มสั้นตรงไปยังเซียวปินอย่างรวดเร็ว ก่อนเซียวปินจะเบี่ยงหลบเพียงนิดเดียวเท่านั้น ทว่ากลับรอดจากรัศมีนั้นได้  มีดพกเล่มนั้นเฉียดผ่านหน้าเขาไป แล้วแทงเข้าตรงผนังที่ด้านหลัง

        ตุบ! ชิ้ง!

        เซียวปินมิได้หันกลับไปมองเลยแม้แต่น้อย เขายิ้มหวานกล่าว “มีดแทงผนัง คมทะลุตัดผ่านผนังแข็ง เธอเก่งการใช้มีดพกมาก ข้อมือเธอมีแรงล้นเหลือ แถมเธอยังชอบฆ่าคนด้วยมีดพก เป็นยอดฝีมือด้านนี้เลย… ตายๆ  คนหนึ่งนักปืนเร็ว อีกคนก็นักแม่นมีด ดูท่าวันนี้ฉันจะไม่เหงาจริงๆ…”

        สาวนักฆ่าพูดเย็นเยือก “หลีหวู่ ก่อนมาหัวหน้าสั่งเอาไว้  ถ้าทำได้ ก็ฆ่าแค่ไอ้เซียวปินนี่ก็พอ แต่ถ้าฆ่ามันไม่ได้ ก็เก็บไอ้เย่เทียนหมิงซะ ตอนนี้พวกเรามาร่วมมือกันฆ่าไอ้เซียวปินเถอะ ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น!”

        หลีหวู่หัวเราะเหี้ยม “งั้นเราก็ฆ่ามันก่อน ฉันเกลียดไอ้พวกชอบเก๊กเท่ต่อหน้าฉันที่สุด… ไอ้น้อง ถึงแกจะเร็ว แต่แกเร็วกว่าปืนในมือฉันได้หรอ? ตัวแกแข็งแค่ไหน แกแข็งได้มากกว่ากระสุนของฉันหรอ? ต่อให้จะเป็นยอดนักหมิงจิ้น ถ้ามาเก๊กเท่ต่อหน้าฉัน ฉันก็จะฆ่าแกเสีย!”

        ขณะหลีหวู่กำลังพูด  จู่ๆเขาก็ชะงักไป… เซียวปินหายไปแล้ว นักฆ่าสาวเบิกตากว้าง ก่อนจะชี้ไปด้านหลังหลีหวู่ด้วยสีหน้าผวาสุดขีด เธอตะโกน “ระวัง ข้างหลังนาย!!!”

        หลีหวู่ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนความรู้สึกเย็นวูบวาบจะผ่านตั้งแต่หัวจรดเท้า เสียงที่ราวกำลังเยาะเย้ยหากแต่เย็นเยียบมืดมิดเสียงหนึ่ง ดังขึ้นที่ข้างหูเขา เขารู้สึกได้ว่าผู้เปล่งเสียงอยู่ใกล้เขามาก ใกล้มาก จนเขาไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง “แกคิดว่า ฉันเร็วกว่าปืนแกไหม?”

        “เร็วกว่า…”

        คำตอบเพิ่งจะได้ออกจากปาก หลีหวู่ก็ลูกตาถลน ก่อนจะเกิดเสียงดังอีกครั้งที่หัวเขา แล้วใบหน้าเขาก็แหลกละเอียดเละ เลือดสีแดงไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด แค่หมัดเพียงหมัดเดียวของเซียวปิน แม้เขาจะใช้แรงแค่สามในสิบ ก็ทำให้เกิดผลน่าสยดสยองนี้แล้ว

        หลีหวู่ราวขนนกที่ลอยในอากาศ และก่อนที่เขาจะร่วงลงดิน เซียวปินก็เตะเข้าไปที่ร่างเขาอีกครั้ง ก่อนเซียวปินจะหายวับไป ทั้งโถงกว้าง มีเพียงร่างของหลีหวู่ที่ลอยไปลอยมา ทั้งยังกระเด็นกระดอนไม่หยุด เลือดสีแดงสดของเขา ราวฝนโปรยปราย หล่นร่วงลงมาไม่หยุด จนพื้นทั่วโถงเต็มไปด้วยเลือดราวร้านทั้งร้านถูกย้อมไปด้วยสีแดง

        เพราะลูกค้าต่างก็สลายหายกันไปหมดแล้ว บัดนี้ ภายในโถงใหญ่จึงเหลือเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้น ร้านทั้งร้านจึงเงียบสงบไปหมด  นอกจากเสียงถูกทุบของร่างหลีหวู่ ก็คงมีแต่เสียงหัวใจเต้นแรงราวจะหลุดจากร่างของสาวนักฆ่า เย่จื่อ และเย่เทียนหมิงเท่านั้น

        เย่เทียนหมิงคิดในใจ เซียวปินเริ่มลงมือโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงใดๆเลย… ช่างเลือดเย็นเสียจริง…

        ตุบ บ บ

        ในที่สุด ร่างบอบช้ำของหลีหวู่ก็ร่วงลงสู่พื้นดิน เมื่อร่างหล่นสัมผัสพื้น ทั้งแขนและขาของเขาต่างก็หักหมุนจนผิดรูปผิดร่างกันไปหมดแล้ว เขาคอหัก บริเวณหัวแหว่งเอียงไปด้านข้างด้วยองศาที่มากจนไม่น่าเชื่อ ทั้งยังเบิกตาและอ้าปากกว้างค้างไว้ เลือดสีแดงสดไหลนองจนเต็มพื้น และยังคงไหลไม่หยุด

        เซียวปินยืนอยู่หน้าสาวนักฆ่าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าตัวเองนิดหน่อย ก่อนจะถอนหายใจ กล่าว “หลีหวู่สอนอะไรพวกเราเรื่องหนึ่งนะ”

        สาวนักฆ่าราวตกใจจนสติหลุดลอยไปแล้ว “อะ…อะไร…เรื่องอะไร…”

        เซียวปินแววตาแฝงความเย้ยหยัน กล่าว “การตายของเขา สอนให้เรารู้ว่า… คนอวดดีมักตายก่อน”

        สาวนักฆ่ากลืนน้ำลายลงคอหลายอึกอย่างยากลำบาก พลางมองชายตรงหน้าอย่างหวาดผวา ทั้งที่มีดพกอยู่ในมือ อาวุธที่เธอถนัดมากที่สุดกำลังอยู่ในมือเธอ แต่เธอกลับรู้สึกหนักจนยกแขนไม่ขึ้นเสียอย่างนั้น …ฉากเมื่อครู่ช่างน่าสยดสยอง ช่างโหดเหี้ยม ช่างน่าหวาดผวาเสียจริง… แม้เธอเองก็เคยฆ่าคน และเห็นคนโดนฆ่ามาไม่น้อย แต่ก็ยังไม่เคยเห็นใครตายได้น่าหวาดผวา และอเนจอนาถเช่นนี้มาก่อนเลย

        ในสมองเธอคิดได้เพียงคำเดียว… เซียวปินคนนี้ไม่ใช่คน เขาเป็นปีศาจ ดังนั้น เธอจึงเริ่มคิดหาทางหนี

        สาวนักฆ่าชำเลืองมองไปยังประตูทางออก ก่อนจะกระโดดลอยตัวไปทางนั้น แต่เท้าทั้งสองเพิ่งออกห่างจากพื้นดิน เธอก็โดนมือทรงพลังของเซียวปินจับเข้าที่คอเสียแล้ว แล้วขาทั้งสองของเธอก็ไม่ได้สัมผัสกับพื้นดินอีกเลย

        เซียวปินจับคอเธอ ก่อนจะชูขึ้นจนเธอตัวลอย เธอเริ่มหายใจลำบาก มืออีกข้างก็ทิ่มมีดพกไปยังเซียวปิน แต่เขาก็ใช้มืออีกข้างจับแขนนั้นไว้ แล้วบิดมันเบาๆ

        เคร้ง ง ง

        ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ข้อมือเธอหักเสียแล้ว พลันมีดสั้นในมือก็ร่วงลงสู่พื้นดินทันที

        “โทษทีนะ พอดีฉันไม่ค่อยรู้จักทะนุถนอมผู้หญิงสักเท่าไหร่” สายตาราวมัจจุราชคู่นั้นของเซียวปินจ้องเขม็งไปที่เธอ พลางกล่าวเสียงเย็นยะเยือก “บอกฉันมา ชื่อของเธอ!”

        “จั่นหงเหยียน”

        “หงเหยียน…” เซียวปินถอนหายใจ “เธอหน้าตาสวยมาก ชื่อก็เพราะดี หงเหยียนหงเหยียน….ผู้หญิงที่ชื่อนี้น่าจะใช้ชีวิตธรรมดาๆ แต่งกับใครสักคนที่รัก แล้วมีลูกมีหลาน มีความสุขในบ้านที่อบอุ่นไปตลอดชีวิต…ทำไมต้องมาทำงานฆ่าฟัน ที่อาจตายได้ทุกเมื่อแบบนี้ด้วยล่ะ…บอกฉัน ใครเป็นคนสั่งให้มา ใครเป็นคนบงการ แล้วฉันจะไม่ฆ่าเธอ…”

        “ฉัน…ฉัน…” มืออีกข้างของเธอจับแน่นไปที่นิ้วมือเซียวปินซึ่งบีบคอเธอแน่นอยู่ในขณะนี้… บัดนี้เธอราวไม่สามารถหายใจได้อีกแล้ว…

        เซียวปินเมื่อเห็นเธอใบหน้าขาวซีด จึงคลายมือที่บีบแน่นออก จั่นหงเหยียนร่างร่วงแหมะลงบนพื้นดิน ก่อนจะหอบหายใจเอาอากาศเข้าร่าง

        เซียวปินที่อยู่สูงหลุบตาลงมองเธอ กล่าว “พูดได้แล้ว ใครเป็นคนบงการ”

        “ฉัน… ฉันไม่รู้” เธอหายใจหอบ “ฉันรับคำสั่งมาจากหัวหน้า ให้ฉัน…ให้ฉันกับหลีหวู่มาฆ่านาย บอกว่านายฝีมือไม่เลว ถ้าฆ่าไม่สำเร็จ ให้ถอยไปก่อน แล้วรอโอกาสต่อไป แต่ให้จัดการเย่เทียนหมิงไปก่อน”

        เย่เทียนหมิงบัดนี้ก็วิ่งเข้ามาหา เขาและเซียวปินมองตากันแวบหนึ่ง เซียวปินพบว่านัยน์ตาเย่เทียนหมิงมีประกายแปลกๆขึ้นมา แต่ทว่าสิ่งนั้นกลับอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยากนัก

        เซียวปินเค้นถาม “มันไม่ได้สั่งให้ฆ่าเย่เสี่ยวซี?”

        “คุณหนูรองน่ะหรอ? ผู้จ้างไม่ได้สั่งให้ฆ่า…พวกเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะมาด้วย”

        เซียวปินมีความคิดบางอย่างขึ้น ดูเหมือนการจ้างฆ่าในครั้งนี้จะเกี่ยวกับที่เย่เทียนหมิงขอให้ตนช่วยเจรจากับจางยีจื่อให้  แต่เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่เย่จื่อ เซียวปินค่อยโล่งอกไปที

        จั่นหงเหยียนแม้จะรู้สึกอัปยศ แต่ก็ไม่วายกล่าวน้ำเสียงหวาดกลัว “นายปล่อยฉันไปได้ไหม?”

        เซียวปินส่ายหัว “เธอต้องช่วยฉันเรื่องหนึ่งก่อน”

        “อะไร…เรื่องอะไร?”

        “พาฉันไปที่ค่ายรังมารของพวกเธอ”

        “ไม่มีทาง!” จั่นหงเหยียนจับคอพลางตะโกน “ต่อให้ฆ่าฉัน ฉันก็พานายไปไม่ได้หรอก…”

        เซียวปินถาม “ไม่ได้จริงๆหรอ?”

        จั่นหงเหยียนหลับตาลง กล่าวน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว “ฆ่าฉันเถอะ!”

        เธอหน้าตาสะสวยมาก ผิวหนังเนียนละเอียด ทุกส่วนบนใบหน้าล้วนสมบูรณ์แบบ เมื่อเธอปิดตาลง คุณสามารถเห็นขนตางอนยาวของเธอได้อย่างชัดเจน หากไม่ใช่เพราะมือที่เปื้อนเลือดของเธอ จะบอกว่าเธองามน่าเอ็นดูเลยก็ได้

        เซียวปินมองสำรวจเธออย่างจริงจังพักหนึ่ง ก่อนกล่าว “เอาล่ะ เธอไปได้แล้ว”

        จั่นหงเหยียนเบิกตากว้าง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่น่าเชื่อ  กล่าวถาม “นาย…นายว่าไงนะ”

        เซียวปินกล่าวเย็นเยียบ “ฉันบอกแล้วไง ถ้าเธอตอบคำถามที่ฉันถาม ฉันจะปล่อยเธอไป… เธอไปได้แล้วล่ะ”

        “ขอบคุณ…ขอบคุณ…” จั่นหงเหยียนรีบลุกจากพื้น ก่อนจะวิ่งตรงไปยังทางออก

        เย่เทียนหมิงมองตามแผ่นหลังจั่นหงเหยียน ก่อนสายตาจะหยุดลงที่ปืนพกกระบอกหนึ่งบนพื้น เขาแววตาลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงละสายตาจากมัน แสดงสีหน้านิ่งเรียบดังเดิม

        หลังจั่นหงเหยียนเดินจากไป เซียวปินจึงถาม “นายคิดว่าฉันใจอ่อนมากเกินไปหรือเปล่า”

        “กลับกัน ฉันกลับรู้สึกว่าในตัวนายมีกลิ่นอายความตายเด่นชัดมาก” เย่เทียนหมิงหัวเราะแห้งๆ ก่อนถอนหายใจ “เดิมฉันคิดว่าจะส่งเธอให้ทางตำรวจจัดการ แต่ในเมื่อนายยอมปล่อยเธอไป งั้นก็ปล่อยเธอไปเถอะ… หวังว่าเธอจะกลับตัวกลับใจได้นะ”

        “อืม”

        เย่จื่อวิ่งมาหาเซียวปิน  ก่อนจะกอดหมับเข้าที่เขา พลางซบใบหน้าลงบนอกกว้างของเขา ที่ปากก็เอาแต่พูดไม่หยุด “โชคดีที่พี่ไม่เป็นไร… โชคดีที่พี่ยังอยู่…”

        เซียวปินหัวเราะพลางตบหลังเย่จื่อเบาๆ ก่อนจะจูบลงที่กลางหน้าผากเธอเบาๆอีกที กล่าวอ่อนโยน “พวกเราไปกันเถอะ”

        บัดนี้ เสียงหวอจากรถตำรวจก็ดังขึ้น ก่อนตำรวจกลุ่มหนึ่งจะวิ่งผ่านประตูเข้ามา เมื่อเห็นพื้นที่เต็มไปด้วยเลือด ทั้งร่างอันอเนจอนาถของหลีหวู่ แม้จะเป็นตำรวจที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ก็ยังไม่วายรู้สึกเย็นวูบวาบเลย “เกิดอะไรขึ้น” ตำรวจตะโกนเสียงดัง

        เย่เทียนหมิงเดินเข้าไปหา กล่าว “ผมคือเย่เทียนหมิงจากตระกูลเย่  เราไปคุยต่อที่โรงพักเถอะ”

        พูดจบ เย่เทียนหมิงก็หันกลับมาพูดกับเซียวปิน กล่าว “พี่ปิน รบกวนช่วยส่งน้องสาวผมกลับไปที…น้องน้อย น้องลาหยุดวันหนึ่งเถอะ ให้พี่ปินพากลับไปพักผ่อนนะ”

          เซียวปินขานรับ ก่อนโอบเย่จื่อออกจากร้านอาหาร เมื่อออกมาแล้ว จึงกล่าวถามน้ำเสียงราบเรียบ “พี่ชายเธอจิตแข็งดีนะ ทั้งที่เพิ่งเห็นภาพแบบนั้นมา แต่กลับไม่กลัวเลย”

          เย่จื่อที่เฉลียวฉลาดถามต่อทันที “พี่ปิน คำพูดนี้มีความหมายอะไรแอบแฝงหรือเปล่า?”

          เซียวปินส่ายหัว กล่าวเรียบ “ฉันแค่จะบอกว่า ทายาทตระกูลเย่ของเธอ ไม่ว่าจะเป็นพี่สาวหรือพี่ชาย ก็ล้วนไม่ใช่คนธรรมดาทั้งนั้น…”

          เย่จื่อมองเซียวปินที่เต็มไปด้วยเลือด กล่าวปวดใจ “พี่ปิน ให้ฉันพาไปหาหมอก่อนเถอะ”

          เซียวปินลังเลนิดหน่อย ทว่า ยังไงก็ต้องจัดการกับกระสุนในร่างอยู่ดี ดังนั้น เขาจึงเอ่ยรับคำ “ได้”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม