0 Views

        เมื่อเห็นเซียวปินคิดลังเลหลี่ชุนหลานจึงจ้องเขม็งลูกสาวแวบหนึ่ง“เสี่ยวปินไม่ต้องไปสนใจเธอหรอกเจ้าลูกคนนี้คงโดนฉันตามใจจนเคยตัวเธอเข้าไปอยู่ในบ้านฉันเลยก็แล้วกันบ้านหนังนั้นอย่างน้อยก็ตอนนี้ฉันก็ยังเป็นหัวหน้าครอบครัวอยู่”

        “แม่…เขาเป็นผู้ชายนะจะเข้ามาอยู่ในบ้านเราได้ยังไง? ต่อให้หนูไม่สนใจแล้วแม่ไม่คิดหรอว่าพวกเพื่อนบ้านเขาจะคิดจะพูดกันยังไง”

        “จะพูดอะไรได้ล่ะอีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดจะไปกลัวพวกเขานินทาทำไม”

        “ยังไงก็เถอะหนูไม่เห็นด้วยแม่จะให้เขาเข้าไปอยู่ในบ้านก็ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะย้ายออกไปเอง”

        “แก…แกจะเถียงฉันให้ตายเลยใช่ไหม…”หลี่ชุนหลานยกมือขึ้นปิดปากแล้วใช้มืออีกข้างกุมที่ท้องใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดแล้วยังเหงื่อออกตลอดเวลาอีกด้วย

        เซียวปินและซูเสียวเสี่ยวรีบร้อนเข้าไปดูอาการเธอซูเสียวเสี่ยวตกใจเสียจนแทบจะร้องไห้ออกมาเธอย่ำเท้าซ้ำๆกล่าว“แม่เป็นอะไร?แม่เลิกโมโหได้แล้วหนูยอมหนูยอมแล้วหนูยอมให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วแม่…”

        “ฉันจะไปตามหมอ”เซียวปิน

        ขณะเซียวปินกำลังจะออกจากห้องไปหลี่ชุนหลานเช็ดเหงื่อตัวเองใบหน้ายังคงซีดเผือดเธอฝืนหัวเราะแล้วพูด“ฉันไม่เป็นไร…เสี่ยวปินไม่ต้องไปหรอกน้าเป็นแบบนี้ประจำ…หมอก็บอกแล้วไม่ใช่หรอว่าเพราะในตัวน้ามีเนื้องอกไว้ผ่าตัดก็ดีขึ้นเอง”

        เซียวปินหยุดลงเขามองไปยังหลี่ชุนหลานก่อนจะถาม“คุณน้าครับคุณน้าไม่เป็นไรจริงๆหรอครับ?”

        “ไม่เป็นไรจริงๆจ้ะฟังคำน้าไว้ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปเธอก็ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านน้าแล้วพรุ่งนี้ก็ไปทำงานในร้านบะหมี่ได้เลยตอนนี้กิจการทางร้านก็กำลังรุ่งปิดร้านนานไปก็ไม่ดีตอนนี้น้ายังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ทางร้านก็ฝากด้วยนะจ๊ะ”

        “วางใจเถอะครับคุณน้าผมจะดูแลที่ร้านเป็นอย่างดีเลย”

        ตกดึกเซียวปินเดิมอยากจะอยู่เฝ้าไข้อยู่โรงพยาบาลแต่หลี่ชุนหลานก็ไม่ยอมท่าเดียวพอมาคิดๆดูแล้วเขาเป็นผู้ชายอยู่ที่นี่ในเวลากลางคืนก็ดูไม่เหมาะเท่าไหร่คิดได้ดังนั้นเขาจึงรับกุญแจบ้านซูมาแล้วยอมกลับไปเมื่อเดินถึงหน้าประตูเซียวปินก็ส่งสายตาไปยังซูเสียวเสี่ยว

        ซูเสียวเสี่ยวออกจากห้องพักฟื้นของแม่เธอเดินออกไปไกลพอควรก่อนจะพูดน้ำเสียงเย็นชา“เรียกฉันออกมามีอะไร?”

        เดิมเธอก็มีอคติต่อเซียวปินอยู่แล้วบวกกับเซียวปินจะเข้าไปอยู่ในบ้านเธออีกแน่นอนว่าเธอไม่มีวันคุยดีกับเซียวปินอยู่แล้ว

        หากแต่เซียวปินไม่สนใจเขามองไปยังเธอก่อนจะพูดจริงจัง“เสียวเสี่ยวฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอหน่อยช่วงระยะเวลาก่อน….ก่อนพี่เธอจะตายเธอเคยได้รับพวกจดหมายหรือรอบข้างเธอมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า”

        เมื่อได้ยินคำถามที่เกี่ยวข้องกับการตายของพี่สาวซูเสียวเสี่ยวก็ลืมความอคติที่มีไปชั่วคราวเธอคิดย้อนกลับไปอย่างละเอียดก่อนจะส่ายหัวไปมา“ไม่มี”

        เซียวปินถอนหายใจดูท่าคงหาตัวไอ้ทรยศนั่นไม่ได้ในเร็วๆนี้แน่ความจริงก่อนกลับมาเซียวปินก็เคยคิดในอีกทางเช่นกันเป็นไปได้ไหมว่าความจริงแล้วคนทรยศที่เขากำลังตามหาอาจจะไม่มีอยู่จริงแต่เป็นแค่คำพูดพร่ำเพรื่อก่อนตายของคนที่นัดเพ่ยหย่าออกไปเท่านั้นแต่พอมาคิดๆดูแล้วมีความเป็นไปได้ต่ำมากที่จะเป็นเช่นนั้น

        เซียวปินหยุดคิดไปพักหนึ่ง“ไม่เป็นไรถ้าเธอคิดอะไรได้ก็รีบบอกฉันแล้วกัน”

        “อืม”ซูเสียวเสี่ยวมองไปยังเซียวปินด้วยสีหน้าจริงจัง“ฉันเคยโกรธพี่มากก็จริงแต่ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ยังเป็นพี่สาวฉันถ้านายช่วยแก้แค้นให้เธอได้บางทีฉันอาจจะเลิกเกลียดนายก็ได้”

        เซียวปินพูดระคนหัวเราะ“ฉันเข้าใจ”

        “แล้วก็นายจะเข้าไปอยู่ในห้องพี่ฉันก็ได้แต่ของที่อยู่ในห้องน่ะทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับมันเลยจะดีกว่าแล้วก็อย่าคิดว่าตัวเองเอาชนะฉันได้แล้วเพราะฉันจะต้องทำทุกทางให้นายออกไปจากบ้านฉันให้ได้”

        “เข้าใจแล้ว”เซียวปินกล่าวยิ้มๆ“ฉันไปได้หรือยัง?เธอกลับไปดูแลคุณน้าให้ดีเถอะ…เสียวเสี่ยวเธอเป็นผู้หญิงที่ดีแต่การจะขับไล่ฉันมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะฉันเคยรับปากพี่สาวเธอไว้แล้วว่าจะดูแลพวกเธอแม่ลูกดังนั้นฉันจะต้องทำให้ได้อย่างที่พูดอย่างน้อยก็ก่อนคุณน้าจะหายดีฉันไม่ยอมไปไหนแน่”

        พูดจบเซียวปินก็มองไปยังซูเสียวเสี่ยวอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวจากไป

        ซูเสียวเสี่ยวมองแผ่นหลังที่จากไปของเซียวปินจู่ๆก็รู้สึกว่าเซียวปินเปลี่ยนไปจากเดิมมากแต่มีตรงไหนที่เปลี่ยนไปบ้างเธอเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน

        ภายหลังเมื่อนึกถึงคำพูดทิ้งท้ายของเซียวปินเธอก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาทันทีเธอย่ำเท้ารัวหน็อย…นี่นายกำลังท้าทายฉันใช่ไหมได้เลยงั้นเรามาดูกันฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่านายจะอยู่ในบ้านฉันได้อีกนานเท่าไหร่

        ขณะลงจากอาคารเซียวปินเดินชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจังคนโดนชนก่นด่ากลับมาแทบจะทันทีแต่นั่นเป็นก่อนที่เขาจะได้เงยหน้าขึ้นมองเซียวปินเพราะหลังจากเห็นว่าเป็นเขาอีกฝ่ายก็ถึงกับตกใจรีบร้อนเดินหนีไปทันที

        เซียวปินลูบไปที่จมูกของตัวเองอย่างงงๆ

        หน้าตาฉันน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรอ?

        ในเวลาเดียวกันในห้องVIP

        ที่เตียงมีชายคนหนึ่งนอนอยู่บนนั้นมีผ้าสีขาวพันเขาเอาไว้ตั้งแต่หัวจรดเท้าจนคนบนนั้นดูคล้ายมัมมี่เลยก็ว่าได้ที่ข้างตัวเขามีหญิงวัยกลางผู้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาแพงนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ข้างเขาข้างกันมีชายอายุสี่สิบกว่าๆแต่งกายด้วยชุดสูทคู่รองเท้าหนังราคาแพงนั่งหน้าเขียวอยู่ที่ด้านหลังชายคนดังกล่าวยังมีบอดี้การ์ดหน้าตานิ่งเรียบคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย

        ชายชุดสูทเมื่อได้เห็นสภาพลูกชายที่นอนครางด้วยความเจ็บปวดบนเตียงนั่นแล้วเขาก็ทั้งปวดใจและโมโหในความไม่เอาถ่านของลูกชายเขาชี้นิ้วด่าลูกชาย“แกดูตัวเองซิวันๆหนึ่งนอกจากจีบสาวก็หาแต่เรื่องดูสภาพแกตอนนี้ซิเพราะแบบนี้ไงเย่ซินหยี่ถึงได้ไม่สนใจแกแกอยู่แต่ในนี้แหละอย่าออกไปสร้างความอับอายให้ฉันอีกเข้าใจไหมฉันเซี่ยหลุนไปทำอีท่าไหนถึงได้มีลูกไม่เอาถ่านแบบแก!”

        ที่แท้ชายวัยกลางนี้ก็คือหัวหน้าตระกูลเซี่ยแห่งจางเฉินเซี่ยหลุนนั่นเองส่วนคนที่นอนอยู่บนเตียงก็คือเซี่ยกู้เฉิงคนที่โดนเซียวปินอัดเละเทะที่สนามบินเมื่อวันก่อน..และแน่นอนหญิงที่กำลังปาดน้ำตาอยู่ข้างๆก็คือแม่ของเขานั่นเอง

        เมื่อเซี่ยหลุนพูดจบจางจินหยูก็ตะโกนสวนกลับไปราวกับเป็นบ้า“ลูกโดนทำขนาดนี้แล้วแทนที่จะไปคิดบัญชีกับไอ้คนที่ทำคุณกลับยังมายืนด่าลูกอยู่แบบนี้อีกคุณเป็นพ่อประสาอะไรเนี่ย?”

        “ที่ไอ้เด็กเวรนี่เป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะคุณมัวแต่ตามใจมันอยู่แบบนี้ไงมันก็สมควรโดนสั่งสอนเสียบ้างแล้วฉันเคยบอกแกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับยัยเด็กตระกูลเย่นั่นทำไมแกถึงยังไปเดินตามก้นเธอต้อยๆอยู่อีก?”เซี่ยหลุนพูดโมโห

        เพราะฟันหายไปหลายซี่เซี่ยกู้เฉิงพูดตอบไม่ชัดกลับมา“พ่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับซินหยี่เลยนะ”

        “หึ…เอาเป็นว่าต่อไปนี้แกจำเอาไว้เลยนะห้ามไปยุ่งกับเย่ซินหยี่อีก”

        “คุณไปว่าลูกแบบนั้นได้ยังไงที่ลูกทำไปก็เพื่อตระกูลเซี่ยของเรานั่นแหละถ้าได้แต่งงานกับเย่ซินหยี่ตระกูลเซี่ยของเราก็จะมีแรงหนุนเพิ่มมากขึ้นไม่ใช่หรือไง?ใครๆก็รู้ว่าตระกูลเย่เป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเจียงเฉิงแค่ทรัพย์สินที่ตระกูลเย่มีก็เท่ากับครึ่งหนึ่งของเมืองเจียงเฉิงแล้ว”จางจินหยูพูดแทนลูกชายอย่างไม่พอใจ

        “ยัยเมียบ้าหยุดบ่นเรื่อยเปื่อยได้แล้วเย่ซินหยี่ตาสูงซะขนาดนั้นแถมยังเจ้าเล่ห์จนขนาดฉันยังตามไม่ทันเลยเธอจะสนใจไอ้เด็กบ้านี่ได้ยังไง?แค่อยากจะหลอกใช้เท่านั้นแหละ!”เซี่ยหลุนโมโหจนลุกขึ้นยืนจางจินหยูจึงไม่กล้าออกเสียงอีก

        เซี่ยหลุนแม้จะโมโหแต่ยังไงเสียคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ยังเป็นลูกชายตัวเองอยู่ดีหลังจากระบายความโกรธเขาจึงมองไปยังบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังแล้วสั่ง“รีบไปหาตัวคนที่ทำร้าย*เฉิงเอ๋อให้เจอโดยเร็วที่สุดแม่ง…กล้าทำได้แม้กระทั่งลูกกูกูจะสับมันให้เป็นชิ้นๆเลยคอยดู”

        เพิ่งพูดจบก็มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งวิ่งผ่านประตูเข้ามาอย่างรีบร้อนเมื่อเห็นเซี่ยหลุนมองเขม็งส่งไปมันก็ถึงกับเหงื่อออกเลยทีเดียว“ผม…ผมเห็นคนๆนั้นแล้วครับ…มันอยู่ในโรงพยาบาล…ไอ้คนที่ทำร้ายคุณชาย”มันพูดเสียงหอบ

        เซี่ยหลุนยันตัวขึ้นเขาพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความโหดเหี้ยม“มันอยู่ไหน?”

        “ผมเพิ่งเจอมันที่บันไดชั้นสองครับตอนนี้มันคงจะออกไปแล้ว”

        “มันหนีไม่ได้ตลอดหรอก!แกไปหาคณะบดีของโรงพยาบาลบอกว่าเป็นคำสั่งฉันให้เขาช่วยสืบหามาว่าไอ้นั่นมีญาติหรือเพื่อนพักอยู่ในโรงพยาบาลหรือเปล่าสืบได้แล้วรีบมารายงานฉัน”

        “ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ”

        หลังผู้จะสืบเดินออกจากห้องไปเซี่ยกู้เฉิงแววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นแต่ขณะเดียวกันก็ยังมีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ผิดกับมารดาที่เฝ้าอยู่ข้างๆซึ่งตอนนี้กระโดดลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนใส่สามีเสียงดัง“เซี่ยหลุนถ้าคุณไม่จับมันมาสับเป็นชิ้นๆแก้แค้นให้ลูกล่ะก็แม่จะอย่าด้วยเลยคอยดู!”

        “หุบปากไปเลยนะ!”เซี่ยกลุนด่ากลับภรรยา“นังเมียบ้าถ้าเธอยังไม่รีบสั่งสอนไอ้เด็กเวรนี่ให้ดีล่ะก็สิ่งที่ฉันสั่งสมมาทั้งชีวิตมาตกอยู่ในมือมันเมื่อไหร่รับรองว่าพังพินาศแน่!”

        เซี่ยจินหยูพูดอย่างไม่พอใจ“งั้นเรื่องในครั้งนี้คุณจะทำยังไง? ในเมื่อหามันเจอแล้วทำไมถึงไม่รีบแจ้งตำรวจ?ทำไมไม่ทำให้มันติดคุกตลอดชีวิตไปเลย!”

        “พวกผู้หญิงอย่างเธอจะไปรู้อะไร!”ดวงตาเซี่ยหลุนฉายแววอำมหิต“ถ้าอยากจะเอาคืนใครสักคนวิธีที่ดีที่สุดไม่ใช่การจะทำอะไรกับร่างกายมันแต่เป็นการคิดวิธีทำให้มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตายต่างหาก!ในเขตเจียงเฉิงคนที่กล้าทำร้ายลูกฉันทำให้ตระกูลเซี่ยของเราถูกคนทั้งเจียงเฉิงหัวเราะเยาะคนแบบนี้ฉันจะปล่อยมันไปง่ายๆได้ยังไง”

        ขณะนั้นเองบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็พูดรายงาน“คุณหนูใหญ่ตระกูลเย่มาครับ!”

        เซี่ยหลุนส่งสายตาเขม็งไปที่ภรรยาก่อนทั้งสองจะกลับมานั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้งด้วยใบหน้านิ่งเฉย

        แกรกก

        เย่ซินหยี่เดินผ่านประตูเข้ามาเมื่อได้เห็นสภาพที่ถูกห่อจนราวกับมัมมี่ของเซี่ยกู้เฉิงแล้วเธอจึงพูดด้วยท่าทางรู้สึกผิด“คุณลุงคุณน้าคะเรื่องในครั้งนี้เป็นเพราะฉันแท้ๆที่ไม่ได้ปกป้องพี่เซี่ยให้ดีวันนี้ซินหยี่เลยตั้งใจมาเพื่อขอโทษค่ะ”

        เซี่ยกู้เฉิงพูดตอบด้วยใบหน้าดีใจซึ่งคงเป็นเพราะเย่ซินหยี่มาเยี่ยมแต่เพราะฟันร่วงไปหลายซี่บวกกับอาการบาดเจ็บเขาจึงพูดแทบไม่เป็นภาษา“ซิน…หยี่เรื่องนี้จะไปโทษเธอได้ยังไงล่ะมันไม่เกี่ยวกับเธอเลย”

        เซี่ยหลุนแอบด่าลูกชายว่าไร้น้ำยาในใจขณะที่ใบหน้าก็ยังแสร้งยิ้มอยู่ตลอด“ซินหยี่เธอเกรงใจเกินไปแล้วตอนเธอเด็กๆลุงยังเคยอุ้มเธออยู่เลยอีกอย่างเรื่องนี้ถ้าจะโทษก็ต้องโทษไอ้บ้านนอกป่าเถื่อนนั่นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย”

        เย่ซินหยี่พูดยิ้มๆ“ที่จริงจะไปโทษพี่เซี่ยก็ไม่ได้หรอกค่ะเฮ้อ…ไอ้คนๆนั้นแค่คุยกันไม่ลงรอยนิดเดียวมันก็ใช้กำลังแล้วอันที่จริงหนูยังคิดอยากจะใช้ชื่อตระกูลเซี่ยมาขู่มันสักหน่อยแต่คิดไม่ถึงว่ามันจะไม่สนใจกลัวอะไรคุณลุงเลย…อ้อ…ถ้าซินหยี่พูดอะไรผิดไปคุณลุงก็อย่าถือสาหนูเลยนะคะ”

        “ไม่หรอกจ้ะ”เซี่ยหลุนรู้ดีว่าเย่ซินหยี่เพียงพูดยุยงเขาเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นในใจก็ยังไฟลุกโชกเพราะความโกรธอยู่ดีแววตาเขาวิบวับด้วยความโมโหแล้วกล่าว“ฉันจะต้องทำให้ไอ้คนไม่รู้ที่ต่ำที่สูงนั่นรู้สึกราวกับตายทั้งเป็น”

        เย่ซินหยี่เมื่อเห็นว่าเป้าหมายของตนประสบความสำเร็จแล้วจึงเดินยิ้มหวานนำดอกไม้ไปส่งให้ถึงมือจางจินหยูแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม“พี่เซี่ยพี่รักษาตัวให้ดีนะถ้าพี่หายดีเมื่อไหร่ซินหยี่จะเลี้ยงขอโทษพี่ด้วยตัวเองเลยอ้อพ่อฉันเพิ่งกลับมาจากยุโรปสุขภาพท่านก็ไม่ค่อยจะดีฉันคงต้องกลับไปดูแลท่านก่อน…งั้นหนูไม่รบกวนแล้วนะคะ”

        เซี่ยหลุนเดินมาส่งเธอจนถึงหน้าประตูห้องก่อนเธอจะเดินจากไป

        รอจนเย่ซินหยี่จากไปไกลแล้วเซี่ยหลุนทุบไปที่ประตูอย่างแรงแล้วพูดด้วยเสียงต่ำ“ยัยเย่ซินหยี่…”

        บอดี้การ์ดด้านหลังกล่าว“คุณท่านครับเธอมาเพื่อยุยงเท่านั้น”

        “ฉันรู้แต่ตอนนี้ในเจียงเฉิงคงมีคนรอหัวเราะเยาะตระกูลเซี่ยของเราอยู่ไม่น้อยโดนไอ้บ้านนอกที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าทำร้ายแล้วยังเอาแต่มุดหัวอยู่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปในอนาคตใครๆก็จะกล้าทำตามครั้งนี้ฉันจะใช้เรื่องนี้ทำให้ทุกคนในเจียงเฉิงรู้คนในตระกูลเซี่ยไม่ใช่ว่าใครก็มาทำร้ายได้ง่ายๆ”

        ———————————————————————————————————

        ====================================================

        Remark

        *เฉิงเอ๋อ:คำว่า’เอ๋อ’เป็นคำที่ใช้ตามหลังชื่อสำหรับเรียกคนที่อายุน้อยกว่าเด็กเพื่อนสนิทหรืออาจจะใช้ตามหลังคำที่ใช้พูดในชีวิตประจำวันบางคำ(เป็นเหมือนสำเนียงภาษาถิ่นของคนในบางพื้นที่ค่ะ)

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม