0 Views

        เซียวปินถอนหายใจยาวรู้สึกราวกับความคับคั่งในจิตใจบัดนี้ได้รับการปลดปล่อยไปหมดสิ้นเอาเวลาที่มีอยู่ไปใช้ทำอย่างอื่นเพื่อเพ่ยหย่าดีกว่าใยจะต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดเช่นนี้ตลอดไปด้วยยิ่งเรารู้สึกเจ็บปวดมากเท่าใดศัตรูก็จะยิ่งสะใจมากเท่านั้น

        เซียวปินจ้องมองเย่จื่อราวตกอยู่ในภวังค์เธอไม่เพียงแต่ไขปมในจิตใจเซียวปินได้ด้วยคำพูดเพียงแค่ไม่กี่คำเท่านั้นแต่ความน่ารักซุกซนและตรงไปตรงมาของเธอก็กำลังถูกส่งต่อไปยังเซียวปินในทุกขณะอีกด้วย

        เย่จื่อสายตาแฝงไปด้วยความแสนกลเธออมยิ้มพลางกล่าว“คิดตกแล้วล่ะสิไว้มีโอกาสอย่าลืมเลี้ยงเหล้าฉันด้วยล่ะ”

        ในตอนนั้นเองทางป่าก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆและเสียงหอบหายใจของใครบางคนดังขึ้น“เหนื่อยจะตายอยู่แล้วทำไมไอ้คนๆนั้นถึงบินได้เร็วขนาดนั้นคุณหนูก็ถูกมันพาไปไหนแล้วก็ไม่รู้แล้วอย่างนี้จะกลับไปบอกเจ้านายยังไงดีวะเนี่ย”เขาพูดหอบ

        เซียวปินหยัดตัวลุกขึ้นพลางพูดระคนหัวเราะ“ถ้าอยากให้ฉันเลี้ยงเหล้าล่ะก็ที่ถนนหมินหางมีร้านบะหมี่เล็กๆอยู่ร้านหนึ่งไปหาฉันที่นั่นแล้วกัน”

        “ร้านบะหมี่เล็กๆ?”เย่จื่อชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะหัวเราะกระฉับกระเฉง“ได้สิฉันไปแน่อย่าลืมล่ะพี่ยังติดเลี้ยงฉันอีกมื้อหนึ่ง”

        เมื่อการ์ดสองคนนั้นรีบร้อนหาเย่จื่อจนเจอเซียวปินก็จากไปแล้วเมื่อพบว่าเย่จื่อที่ยืนอยู่ตรงหน้ายังคงปลอดภัยดีทุกประการทั้งคู่จึงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก“คุณหนูครับคนคนนั้น…”หนึ่งในนั้นออกปากถามอย่างระมัดระวัง

        เย่จื่อปรายตามองเขาแวบหนึ่งก่อนพูดเสียงเรียบ“เขาเป็นเพื่อนฉัน”

        คนทั้งสองนิ่งเงียบอย่างกระอักกระอ่วนใจคนเมื่อครู่พาคุณหนูวิ่งออกไปด้วยความเร็วขนาดนั้นแล้วมันยังบินขึ้นไปในอากาศได้อีกความสามารถขนาดนั้นทั่วทั้งเจียงเฉิงก็คงจะมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำได้เรื่องนี้อาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กหรืออาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ยังไงก็กลับไปรายงานให้คุณท่านทราบไว้ก่อนดีกว่า

        หลังได้พูดคุยกับเย่จื่อปมที่เคยมีในจิตใจก็ค่อยๆคลายออกหากแต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องคนในครอบครัวเพ่ยหย่าให้ดีเพื่อเพ่ยหย่าในอีกภพภูมิจะได้วางใจและจากไปอย่างสงบเมื่อคิดถึงเรื่องที่คุณนายซูโรคหัวใจกำเริบจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดขึ้นมาความเคียดแค้นที่จุกอยู่ในอกก็ทำให้เซียวปินแทบจะหายใจไม่ออกหลังกลับเข้าเมืองเซียวปินก็ตรงไปยังตู้โทรศัพท์ก่อนจะต่อสายออกไป

        เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นไม่นานก็มีเสียงงัวเงียของชายคนหนึ่งก็ดังลอดกลับมา“ฮัลโหลดึกดื่นเที่ยงคืนคนจะหลับจะนอนใครเนี่ย?”

        “แจ็คช่วยหาเบอร์โทรผู้อำนวยการสำนักงานที่ดูแลความปลอดภัยในเมืองเจียงเฉิงแถบถนนหมินหางให้ฉันที”ขณะพูดประโยคเหล่านี้ออกมาความหนักแน่นเด็ดขาดที่เซียวปินเคยมีในอดีตก็กลับมาอีกครั้ง

        “พี่ปิน?”อีกฝ่ายพูดน้ำเสียงดีใจ“ดีจริงๆพี่ปินพี่ไปไหนมา?พวกเราทุกคนต่างก็ตามหาแต่พี่!”

        เซียวปินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เป็นไปได้ว่าในทีมเราจะมีคนทรยศนอกจากแกกับไอ้เหลยคนที่ฉันสามารถเชื่อใจได้ร้อยเปอร์เซ็นก็มีอีกแค่ไม่กี่คนดังนั้นห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าฉันติดต่อมาหาแก”

        “พี่ปินพวกเราทุกคนต้องการพี่…”

        “หาเบอร์เจอแล้วบอกฉันด้วย”

        อีกฝ่ายถอนหายใจเฮือกไม่นานก็มีเสียงรัวเคาะแป้นพิมพ์ดังลอดออกมาก่อนที่อีกฝ่ายจะกรอกเสียงกลับมา“ผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความปลอดภัยในเมืองเจียงเฉินแถบหลงซาชื่อฉางฮวัยอันเบอร์โทร181444622X9ถนนหมินหางเป็นถนนสายหนึ่งในแถบหลงซา”

        “อย่าลืมที่ฉันพูดล่ะตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนทรยศแกเองก็ต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดีอืม…ไอ้เหลยชอบทำอะไรวู่วามเรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกให้มันรู้จะดีกว่าตอนนี้เบอร์โทรฉันถูกหยุดใช้งานชั่วคราวเอาไว้ทำเบอร์ใหม่แล้วฉันจะบอกแกเองถึงตอนนั้นถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะได้ติดต่อฉันได้”

        “เข้าใจแล้วครับพี่ปิน”แม้พี่ปินจะไม่ยอมกลับไปตามที่เขาต้องการแต่พี่ปินก็ยังเลือกที่จะติดต่อกับเขาเป็นคนแรกถึงจะติดต่อมาเพราะความจำเป็นแต่นั่นก็เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นที่พี่ปินมีในตัวเขาด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาตอบรับคำนั้นอย่างง่ายดาย

        หลังจากวางสายเซียวปินก็ไม่รีรอรีบต่อสายไปยังฉางฮวัยอันทันทีคราวนี้โทรศัพท์ดังอยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะรับสายที่ข้างๆยังมีเสียงหอบหายใจของผู้หญิงดังลอดกลับมาด้วย“นี่ใครเนี่ย?”เขาตอบเสียงหอบน้ำเสียงฟังดูไม่สู้พอใจนัก

        เซียวปินพูดน้ำเสียงเย็นเยียบ“ไม่ต้องสนหรอกว่าฉันเป็นใครฉันแค่ต้องการจะบอกให้นายรู้ไอ้ต้วนจื่อแห่งถนนหมินหางกำลังต้องสงสัยว่าก่อตั้งแก๊งนักเลงผิดกฏหมายอยู่มันทั้งข่มขู่เอาทรัพย์สินจากชาวบ้านลวนลามผู้หญิงและยังจำหน่ายสารเสพติดในที่สาธารณะด้วย”

        “แกเป็นใครกันแน่?”ดูเหมือนปลายสายจะหยุดกีฬาบนเตียงนั่นลงแล้วเขานิ่งเงียบไปหลายนาทีก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ต้วนจื่อเป็นประชาชนผู้ปฏิบัติตนภายใต้กฎหมายนายกล่าวหาเขาลอยๆแบบนี้จะถูกสงสัยว่าเป็นการแจ้งความเท็จได้เพราะฉะนั้นหากยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนล่ะก็อย่าเพิ่งพูดอะไรมั่วซั่วเลยจะดีกว่า…”

        เซียวปินหัวเราะเย็นเยือก“ฉันเข้าใจแล้ว”

        กึก

        หลังพูดจบเซียวปินก็วางหูโทรศัพท์กลับเข้าที่เดิมเขาจุดบุหรี่มวนหนึ่งขึ้นสูบอย่างเงียบๆขณะที่โทรศัพท์ในตู้ก็ดังขึ้นไม่ขาดสายหากแต่เซียวปินไม่ได้สนใจเขาปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่อย่างนั้นก่อนจะก้าวเข้าไปในความมืดด้วยความเงียบสงัด

        ในบางครั้งคนเราก็มักจะเป็นเช่นนี้เมื่อคุณให้โอกาสพวกเขาจะไม่สนใจที่จะรักษามันเอาไว้ใช่ว่าโอกาสจะมีเข้ามาบ่อยหรอกนะ

        จุดจบของต้วนจื่อได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้วแล้วฉางฮวัยอันจะหนีพ้นไปได้อย่างไร?

        กลางดึกต้วนจื่อเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลแขนข้างหนึ่งถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าก็อตสีขาวไอ้ต้วนจื่อเดินกะโผลกกะเผลกที่ข้างตัวมีลูกน้องสองคนช่วยกันประคองมันเอาไว้ทั้งสองพยุงมันมาส่งจนถึงหน้าบ้าน

        “แม่งเอ้ยพรุ่งนี้พวกมึงไปตามสืบเรื่องไอ้บ้านั่นมาให้กูด้วยว่ามันเป็นใครมาจากไหนถึงได้บังอาจมาทำให้กูเสียหน้าในถิ่นของตัวเองกูจะตามไปฆ่ามันให้ได้เลยคอยดู”

        “ลูกพี่แต่ไอ้บ้านั่นต่อสู้เก่งมากแถมยังโหดมากด้วย”

        ต้วนจื่อตบกบาลลูกน้องสองครั้งก่อนจะพูดด่า“มึงกลัวหรอ?แม่งเอ้ยมันก็แค่ไอ้กระจอกที่มีลูกเล่นอยู่แค่นิดๆหน่อยๆก็เท่านั้นเองคอยดูถ้ากูเจอมันอีกล่ะก็…กูไม่เอามันไว้แน่…”

        ต้วนจื่อพูดไปพลางพลางก็รู้สึกค่อยๆสูญเสียความมั่นใจไปด้วยอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องที่เซียวปินอัดพวกเขาซะจนราวกับเป็นแค่เด็กกะโปโลเลยลำพังแค่รอยสักรูปมังกรบนตัวเซียวปินก็ส่งผลกระทบต่อจิตใจเขามากพออยู่แล้ว

        “พี่ต้วนจื่อปกติเราก็ส่งเครื่องบรรณาการไปให้พี่ฮวาเหลี่ยนไม่น้อยเลยนี่เรื่องปัญหาในครั้งนี้เราไปขอให้พี่ฮวาเหลี่ยนช่วยดีไหมพี่พี่เขามีลูกน้องมากแถมยังมีปืนอีก…เก็บไอ้หมอนั่นได้สบายๆเลยนะพี่”

        ต้วนจื่อตบกะโหลกลูกน้องอีกคนที่เป็นคนพูดแล้วด่า“แม่งดิถ้าเรื่องแค่นี้กูยังต้องขอให้คนอื่นมาช่วยแล้วต่อไปกูจะทำมาหากินในเจียงเฉิงต่อไปได้ยังไงฮะ?มึงกลับไปสืบเรื่องไอ้หมอนั่นมาให้กูเลยนะเอาตั้งแต่โคตรเหง้าศักราชของมันเลยยิ่งดีถ้าเรายังทำอะไรมันไม่ได้ก็ไปจัดการพวกคนรอบข้างมันก่อน…พวกมึงกลับไปเถอะกูจะขึ้นห้องแล้ว”

        พอต้วนจื่อกลับมาถึงบ้านทันทีที่มันเปิดไฟภาพที่เห็นก็ทำให้มันถึงกับสั่นเทาด้วยความหวาดผวาใบหน้าของมันแสดงออกถึงความกลัวสุดขีดราวกับเพิ่งเจอผีมาอย่างนั้น

        ไอ้ผู้ชายที่สมควรตายคนนั้นขณะนี้กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในห้องนอนของเขาไม่เพียงเท่านั้นมันยังมองเขาพลางส่งยิ้มหวานมาให้อีกด้วย!

        “แก…แกหาฉันเจอได้ยังไง?แล้วแกเข้ามาได้ยังไง?”

        “จะหาที่อยู่ของแกน่ะมันไม่ยากหรอกถ้ามีแฮกเกอร์เก่งๆสักคนอย่าว่าแต่แกเลยต่อให้ต้องสืบหาตั้งแต่โคตรเหง้าศักราชของแกมันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วเผอิญว่าฉันเองก็มีเพื่อนแบบนี้อยู่พอดีเพื่อนฉันชื่อแจ็คเขาถูกขนานนามว่าเป็นถึงหนึ่งในสิบอันดับแฮกเกอร์ที่เก่งที่สุดในโลกเชียวนะ…”เซียวปินหัวเราะร่วน“ส่วนเรื่องที่ฉันเข้ามาในบ้านแกแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้ได้ยังไงนั่นก็ยิ่งง่ายไปใหญ่เลยเพราะขนาดอาคารเพนตากอนในประเทศสหรัฐฯฉันยังเข้าออกได้อย่างสบายๆเลยนับประสาอะไรกับอีแค่บ้านธรรมดาๆแบบบ้านแก”

        เมื่อมองไปยังใบหน้าผ่อนคลายแต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของคนตรงหน้าจู่ๆก็เกิดอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆสักฉาดสองฉาดวินาทีนั้นเขาสาบานกับตัวเองจากก้นบึ้งของหัวใจในอนาคตหากพบเจอกับเซียวปินอีกล่ะก็ตนจะหลบไปให้ไกลจากเขาอย่างแน่นอนต่อให้ต้องไสหัวออกจากถนนหมินหางนับแต่นี้เป็นต้นไปก็ตามเพราะคนที่สามารถเข้ามานั่งอยู่ที่หัวเตียงในบ้านของตนได้อย่างเงียบเชียบแถมยังไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้เลยเช่นนี้คนแบบนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าภูตผีปีศาจเสียอีก

        ต้วนจื่อไม่รู้ว่าเซียวปินกำลังจะทำอะไรกับตนกันแน่จึงลุกลี้ลุกลนถามอย่างหวาดระแวง“พี่…พี่ปิน…มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”

        “อืม”เซียวปินขานรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

        “วันนี้….เรื่องในวันนี้น่ะเป็นความผิดของผมเองครับผมมีตาหามีแววไม่ผมไม่ควรไปมีเรื่องมีราวกับพี่เลยจริงๆเอาอย่างนี้ไหมครับคืนพรุ่งนี้ผมจะจัดงานเลี้ยงขอขมาพี่ในร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดบนถนนหมินหางเลยพี่ว่าดีไหมครับ”

        “ไม่ต้องไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้นแล้ว”เซียวปินยิ้มอย่างเป็นมิตรกริยาท่าทางในการพูดก็ราวกำลังคุยอยู่กับเพื่อนเก่าที่สนิทสนมกันมานานเพียงแต่คำพูดที่เปล่งออกมาหลังจากนั้นกลับทำให้แม้แต่คนที่มีจิตใจแข็งแกร่งก็สติแตกกระเจิงได้“เพราะฉันไม่เคยถือสาคนตายอยู่แล้ว”

        ต้วนจื่อหัวใจกระตุกวูบสีหน้าของมันแลดูแย่ขึ้นมาทันที“พี่ปินพี่ต้องกำลังพูดเล่นอยู่แน่ๆเลยใช่ไหม”มันยังคงพูดต่อราวยังไม่ยอมรับความจริงเบื้องหน้า

        “ฉันมาหาแกดึกดื่นป่านนี้แกคิดว่าฉันกำลังพูดเล่นอยู่หรือเปล่าล่ะ?”

        ต้วนจื่อกลัวแล้วกลัวแล้วจริงๆมันตะโกนกร้าวราวกำลังจะขาดใจ“เพราะอะไรกัน?”

        เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมบนโลกถึงได้มีคนแบบนี้อยู่แค่เพียงเพราะเรื่องผิดใจกันเล็กน้อยก็ถึงกับจะเอาชีวิตเขาให้ได้

        เซียวปินเองก็ไม่ต้องการให้เขาตายไปโดยที่ยังมีข้อข้องใจอยู่เขามองไปยังต้วนจื่อแล้วพูด“ที่ร้านบะหมี่ของบ้านซูน่ะ…แกเป็นคนพังสินะ”

        ต้วนจื่อเข้าใจทุกอย่างแล้วเขาไม่เพียงรู้ว่าตนเป็นผู้พังร้านบะหมี่นั้นยังรู้อีกว่าเจ้าของร้านบะหมี่เกิดโรคหัวใจกำเริบขึ้นจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นหรือตายที่แท้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะร้านบะหมี่นั่นเอง….

        “ลูกสาวคนโตของบ้านซูเป็นเพื่อนสนิทกับฉันก่อนตายเธอฝากฝังให้ฉันดูแลคนในครอบครัวแทนเธอ”และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆประโยคที่เซียวปินเปล่งออกมาราวกับเสียงระฆังไว้ทุกข์ที่ถูกเคาะขึ้นเพื่อเขา“ไม่ใช่แค่นั้นฉันเองก็เคยเป็นทหารมาก่อนแกก่อตั้งแก๊งมาเฟียกดขี่ประชาชนแล้วยังจำหน่ายยาเสพติดอีกแกทำความชั่วครบทุกแขนงขนาดนี้สำหรับคนที่มองว่าการปกป้องประเทศและคุ้มครองประชาชนเป็นหน้าที่ของตนแบบฉันแล้วตอนนี้แกได้สูญเสียเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว”

        ต้วนจื่อสั่นสะท้านไปทั้งร่างดวงตาแดงก่ำเขาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ฉันจะกลับตัวฉันสัญญาฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างแน่นอน!”

        เซียวปินโยนมีดพกเล่มหนึ่งไปตกที่ข้างเท้าของมันแล้วมองมันด้วยสายตานิ่งสนิท“แกลงมือเองเถอะ!”

        “ฉัน…ฉัน…”ต้วนจื่อเก็บมีดพกขึ้นจากพื้นขณะร่างกายก็เอาแค่สั่นไม่หยุดดวงตาคู่นั้นอัดแน่นไปด้วยรัศมีแห่งความบ้าคลั่งทันใดนั้นมันก็ตะโกนเสียงดัง“ฉันจะฆ่าแก!!”

        ขณะที่เขาเตรียมจะพุ่งเข้าสังหารอีกฝ่ายอยู่นั้นเงาดำเงาหนึ่งได้แวบผ่านตัวเขาไปต้วนจื่อรู้สึกเย็นวูบที่ลำคอจากนั้นจึงได้ยินเสียงฝีเท้าจากทางด้านหลังที่ค่อยๆไกลห่างออกไปเรื่อยๆพร้อมกันนั้นเสียงเย็นเยือกของเซียวปินก็ดังขึ้นอีกครั้ง“ลงไปสำนึกผิดในนรกเถอะ”

        ทันทีที่ต้วนจื่อเปิดปากเลือดสีแดงสดก็ไหลทะลักออกจากปากและรอยขาดที่ลำคออย่างบ้าคลั่งมีดที่ปาดลงนั้นช่างรวดเร็วเหลือเกินรวดเร็วจนเมื่อเซียวปินจากไปแล้วหลอดลมที่ลำคอต้วนจื่อจึงเพิ่งจะขาดออกจากกันเขาดิ้นทุรนทุรายในกองเลือดบิดร่างไปมาด้วยความเจ็บปวดและยังคงดิ้นทุรนทุรายอยู่เช่นนั้นตราบจนเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายในร่างกายจะหมดไป…

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม