0 Views

        ซูเสียวเสี่ยวทำตามที่เซียวปินสั่ง และมันได้ผล สีหน้าของคุณนายซูดูดีขึ้นมากว่าเก่านิดหนึ่งแล้ว เมื่อเห็นเช่นนั้น ตัวเธอเองก็รู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย เมื่อเริ่มรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากกว่าเก่าแล้ว จึงเริ่มทำตามขั้นตอนที่เซียวปินเคยสอนซ้ำต่อไป

        เมื่อเห็นสีหน้าของคุณนายซูดีขึ้นเรื่อยๆ เซียวปินก็โล่งอกไปที ดูเหมือนการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินที่เรียนมาจากจางยีจื่อจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง

        เซียวปินมองสำรวจไปรอบๆ หน้าต่างในร้านถูกทุบจนแตกเกลื่อน บนพื้นเต็มไปด้วยเศษแก้ว  เห็นได้ชัดว่า ที่คุณนายซูโรคหัวใจกำเริบในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

        ในร้านบะหมี่มีพนักงานอยู่ 3 คน ซึ่งขณะนี้ทุกคนต่างก็มายืนห้อมล้อมกันอยู่ที่นี่อย่างพร้อมเพรียง หนึ่งในนั้นเป็นหญิงวัยกลางคนที่บอกว่าเธอเป็นคนป้อนยาคุณนายซู ส่วนอีกสองคนเป็นเด็กสาวอายุประมาณยี่สิบต้นๆ

        เซียวปินมองไปยังพนักงานหญิงที่อายุมากที่สุด “ชื่ออะไรครับ?”

        “ฉันชื่อ หวังกุ้ยจือ…”

        “น้าหวัง ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมอาการคุณน้าถึงได้กำเริบ?”

        น้าหวังและพนักงานสาวทั้งสองมีสีหน้าโกรธเคืองขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้  เซียวปินทราบเรื่องจากหวังกุ้ยจือในเวลาต่อมา ว่าถนนสายนี้มีชื่อเรียกว่าถนนหมินหาง เพราะละแวกนี้ล้วนเป็นมหาวิทยาลัย กิจการต่างๆในถนนสายนี้จึงดีมากเป็นพิเศษ

        สองปีก่อน จู่ๆชายชื่อ ต้วนจื่อ ก็เข้ามาตั้งตัวเป็นใหญ่ มันตั้งกฎว่าร้านทุกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสายนี้ต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้มันทุกเดือน แต่เดือนนี้มันกลับผิดกฎที่ตัวเองตั้งไว้ ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนลูกน้องของมันก็เพิ่งจะเก็บค่าคุ้มครองไป แล้วนี่ยังไม่ทันไร ไอ้ต้วนจื่อก็กลับมาเก็บค่าคุ้มครองอีก พอหวังกุ้ยจือเข้าไปพูดทักท้วง มันก็เข้ามาพังร้านแล้ว ตอนนั้นตัวเธอเองก็เกือบตายเพราะโรคหัวใจกำเริบเช่นกัน

        เซียวปินสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างระงับอารมณ์ เมื่อตอนที่ยังอยู่ในหลงหยา เพ่ยหย่าต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อให้คนในประเทศชาติได้อยู่อย่างสงบสุข หลังจากถอนตัวออกจากหลงหยา มาก่อตั้งหลงเหมิน สิ่งที่เพ่ยหย่าคำนึงถึงมากที่สุดก็ยังเป็นประชาชนร่วมชาติ แต่มาบัดนี้ เมื่อเพ่ยหย่าตายไป คนในครอบครัวกลับถูกเพื่อนร่วมชาติที่เธอปกป้องด้วยชีวิตทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด!

        ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้เซียวปินอยากฆ่าพวกมันมากแค่ไหน!

        บัดนี้ รถพยาบาลได้มาหยุดลงตรงหน้าประตูแล้ว หน่วยแพทย์เองก็เข้ามาพร้อมกับเตียงหาม เมื่อเห็นคุณนายซูถูกหามขึ้นเตียงไป เซียวปินไม่พูดไม่จา เดินขึ้นรถพยาบาลไปพร้อมกับซูเสียวเสี่ยวอย่างเงียบๆ ส่วนทางหวังกุ้ยจือและเด็กสาวอีกสองคน ให้อยู่ทำความสะอาดในร้าน

        หลังจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ปฏิกิริยาของซูเสียวเสี่ยวที่มีต่อเซียวปินก็เปลี่ยนไป เธอไม่ได้ผลักไสเขาเท่าแต่ก่อนแล้ว แต่ทว่า ก็ไม่ได้เป็นมิตรกับเขาเลย ยิ่งบวกกับข่าวร้ายเรื่องการจากไปของพี่สาวคอยซ้ำเติม เธอจึงจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมาตลอดทาง จนรถโรงพยาบาลมาถึงจุดหมาย ทุกคนพากันลงจากรถหมดแล้วเธอก็ยังคงเหม่ออยู่ จนกระทั่งพยาบาลที่อยู่ข้างๆพูดเร่ง เธอถึงค่อยรู้สึกตัว “อ้อ..อา..ค่ะ…”

        เซียวปินยื่นมือออกไป “ให้ฉันช่วยเถอะ” เขาพูดอ่อนโยน

        “ไม่ต้อง” ซูเสียวเสี่ยวมองข้ามมือที่ยื่นนั้นแล้วปฏิเสธน้ำใจด้วยเสียงแข็งกร้าว ก่อนโดดลงจากรถด้วยตัวเอง “เรื่องพี่สาวเธอ…อย่าเพิ่งให้แม่เธอรู้จะดีกว่า ร่างกายท่านเป็นแบบนี้ ฉันเกรงว่าท่านจะรับความเจ็บปวดนี้ไมไหว” เซียวปินพูดเสียงแผ่วหลังเธอลงจากรถ

         “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน  แล้วก็  ก่อนหน้านี้ในร้านน่ะ…ขอบคุณนะ” ซูเสียวเสี่ยว

        “ไม่ต้องขอบคุณหรอก แค่เรื่องเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ฉันเคยเรียนการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินมาจากเพื่อนพอดี เธอก็เรียนเอาไปใช้สิ มันมีประโยชน์ใช้ได้เลย” เขาพูดยิ้มๆ

        ซุเสียวเสี่ยวพยักหน้า “ฉันจะรู้สึกขอบคุณนายมากกว่านี้ ถ้านายไปซะตั้งแต่ตอนนี้ แล้วไม่กลับมารบกวนฉันกับแม่อีก”

        เซียวปินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนทั้งสองจะรีบตามหน่วยแพทย์ ซึ่งขณะนี้นำตัวคุณนายซูเข้ารักษาในห้องฉุกเฉินแล้วเข้าไป

        เมื่อทั้งคู่เข้าไปถึงหน้าห้องฉุกเฉิน เซียวปินก็รีบชิงจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอาไว้ก่อน เมื่อกลับมา การผ่าตัดก็เริ่มขึ้นแล้ว ซูเสียวเสี่ยวมองเซียวปินแวบหนึ่งด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “เพราะรีบออกจากบ้านเลยไม่ได้เตรียมมาด้วย ไว้ฉันจะจ่ายคืนให้”

        เซียวปินส่ายหัว “นี่ก็ไม่ใช่เงินของฉันเหมือนกัน นี่เป็นบัตรเครดิตของพี่เธอ ในนี้มีเงินเก็บทั้งหมดของเขา ก่อนตาย พี่เธอวานให้ฉันเอามันมาให้พวกเธอน่ะ เธอเก็บมันไว้เถอะ”

        เงินในนี้รวมไปถึงเงินค่าจ้างในภารกิจพิเศษ และค่าตอบแทนที่เธอได้รับ ตอนปฏิบัติภารกิจในหลงเหมินด้วย เพราะพวกเขามักจะได้รับแต่ภารกิจที่เสี่ยงอันตราย ค่าตอบแทนที่ได้ก็เลยสูงไปด้วย ในบัตรนี้จึงมีเงินมากพอให้คนธรรมดาๆใช้ได้หลายชาติเลย

        เพราะไม่อยากให้คนทางบ้านเป็นห่วง เวลาส่งเงินกลับไป เธอจึงไม่กล้าส่งให้เยอะนัก จนกระทั่งก่อนตาย ถึงได้ฝากให้เซียวปินนำบัตรเครดิตที่มีเงินทั้งหมดของเธอกลับมาให้คนทางบ้านเธอ

        ซูเสียวเสี่ยวดันบัตรเครดิตในมือเซียวปินกลับออกไป แล้วพูดน้ำเสียงเย็นเยียบ “บัตรเครดิตแค่ใบเดียวทดแทนชีวิตพี่สาวฉันได้งั้นหรอ? เงินนี่ ฉันไม่ต้องการ”

        “แต่เงินนี่เป็นเงินที่พี่เธอสมควรจะได้รับอยู่แล้ว!”

        “ฉันแค่ต้องการให้เธอมีชีวิตกลับมา!” เธอตวาดออกมาในที่สุด ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ เซียวปินเห็นดังนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วเก็บรักษาบัตรนั้นแทนไปก่อน

        อาจเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ซูเสียวเสี่ยวนึกถึงพี่สาวที่ตายขึ้นมาอีกครั้ง เธอเริ่มไม่พูดไม่จากับเซียวปิน เห็นได้ชัดว่า เธอโทษเขาที่พี่สาวตาย

        เซียวปินนั่งลงบนเก้าอี้ยาวอย่างเงียบๆ ขณะที่ซูเสียวเสี่ยวเอาแต่เดินไปเดินมาหน้าห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางร้อนรน จนประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดประตูก็เปิดออก หมอผู้เป็นเจ้าของไข้ก้าวผ่านประตูออกมาคนแรก  เขาถอดผ้าปิดปากออก แล้วพ่นลมหายใจออกมา “ใครเป็นญาติคนไข้ครับ?”

         “ฉันเป็นลูกสาวค่ะ”

        เขามองไปยังเธอ “ยังดีที่นำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา บวกกับพวกคุณเองก็ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างถูกวิธี ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ”

        ซูเสียวเสี่ยวรู้สึกโล่งราวกับยกภูเขาออกจากอก “ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ” เธอพูดอย่างขอบคุณ

         “แต่เรากลับพบว่าในตัวคนไข้มีบางอย่างแปลกๆ”

        ซูเสียวเสี่ยวหน้าถอดสี อ้าปากเตรียมจะถามต่อ “แต่ก็อย่าเพิ่งเป็นห่วงมากไปเลยครับ ระหว่างพักที่โรงพยาบาล ทางเราจะตรวจสอบให้โดยละเอียดอีกที” คุณหมอชิงพูดขึ้นก่อนซูเสียวเสี่ยวจะได้พูดอะไร

        ซูเสียวเสี่ยวรีบร้อนกล่าวขอบอกขอบใจคุณหมอ ตอนนี้เอง คุณนายซูบนเตียงผู้ป่วยก็ถูกดันออกมาจากห้องพอดี ขณะที่เธอกำลังจะผ่านหน้าซูเสียวเสี่ยวกับเซียวปินไป คุณนายซูหันมองไปยังเซียวปิน ก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จากนั้นจึงถูกดันเข้าห้องพักฟื้นไป

        นางพยาบาลมองดูคนทั้งสอง แล้วถามขึ้น “พวกคุณเป็นแฟนกันสินะ คนไข้เพิ่งจะพ้นขีดอันตราย ตอนนี้ยังต้องการการพักผ่อน พวกคุณอยู่เฝ้าเธอแค่คนเดียวก็พอ”

        ซูเสียวเสี่ยวหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง เตรียมจะบอกปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ก็ถูกเซียวปินพูดขัดขึ้นก่อน “งั้นฉันกลับก่อนนะ เสียวเสี่ยว ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาฉันแล้วกัน!”

        ซูเสียวเสี่ยวถือนามบัตรเอาไว้ในมือ แล้วมองเขม็งเซียวปินส่งท้าย

        เซียวปินไม่ได้สนใจสายตาเธอนัก เขาเดินตรงไปยังบันได ซูเสียวเสี่ยวมองตามแผ่นหลังของเซียวปินที่ไกลออกไป สายตาคู่เดิมก็แสดงความรู้สึกหลากหลายออกมา

        ชายในเสื้อคลุมตัวโตสีขาวเดินตรงไปยังทางขึ้นอาคาร เขาเดินสวนผ่านเซียวปินไป และวินาทีที่ร่างกายทั้งสองเฉียดผ่านกันนั้น

        พรึ่บบ

        เซียวปินจู่โจมโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง เขายื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด มือนั้นพุ่งเข้าไปที่คอเสื้อของอีกฝ่ายหวังจะจับมันเอาไว้

        เซียวปินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแม่นยำ ทั้งยังเป็นการจู่โจมโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว แม้เป็นยอดฝีมือก็คงยากที่จะหลบพ้นได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับหลบไปได้เสียอย่างนั้น หากแต่การโจมตีของเซียวปินทั้งคาดเดาได้ยาก และรวดเร็วยิ่งกว่า

        เพียะ !!

        เซียวปินฟาดฝ่ามือลงที่กลางอกของอีกฝ่ายอย่างพอดิบพอดี

        ตุบ บ

        แผ่นหลังของชายในเสื้อคลุมชนเข้ากับผนังอย่างจัง เซียวปินได้จังหวะ จับไปที่คอเสื้อของอีกฝ่าย แล้วพาเดินจ้ำอ้าวลงจากอาคาร ก่อนจะทั้งลากทั้งดึงอีกฝ่ายเดินเข้าห้องน้ำที่ไร้ซึ่งผู้คนไป เมื่อเข้ามาถึง เซียวปินยื่นมือกลับไปล็อคประตูที่ด้านหลัง ก่อนจะยืนประจันหน้ากับชายคนดังกล่าว

         “เสียวเป่ย แกตามฉันมานานเท่าไหร่แล้ว?”

         เสียวเป่ยเป็นชายวัยรุ่นผู้มีเนื้อหนังนวลเนียนละเอียดอ่อน อายุเพียงยี่สิบต้นๆเท่านั้น เขาลูบที่อกตัวเอง แล้วหัวเราะแห้งๆ “หัวหน้า หัวหน้าเกือบตบผมตายแล้วเนี่ย ผมแต่งมาขนาดนี้แล้ว หัวหน้าดูผมออกได้ยังไงกัน? แต่ก็นะ…ถ้าดูลูกไม้ตื้นๆแค่นี้ไม่ออกก็คงไม่ใช่หัวหน้าของผมแล้วล่ะ”

        เซียวปินขมวดคิ้ว “ฉันออกจากหลงยาตั้งนานแล้ว”

        “อ้อ” เสียวเป่ยใบหน้าหมองลงเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมายิ้มสดใสดังเดิม “หัว…พี่ปิน เห็นหลินตุ้ยบอกว่าพี่ต้องการคนมาช่วยทางนี้”

        “นายก็เลยเสนอตัว?”

        เสียวเป่ยเกาหัว “แหะๆ ผมมาถึงก่อนพี่ไม่กี่ชั่วโมง พอมาถึงผมก็ไปเฝ้าอยู่หน้าบ้านพี่เพ่ยหย่าตลอดเลย จนต่อมาผมเห็นพวกพี่เข้ามาในโรงพยาบาล ผมก็เลยตามมาด้วย”

        “อืม…พี่เพ่ยหย่าของแกจากไปแล้ว ในหลงเหมินมีหนอนบ่อนไส้ ซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นใครกันแน่ แต่เพ่ยหย่าเคยบอกเอาไว้ก่อนตาย ว่าถ้าอยากจะหาตัวคนทรยศให้เจอ เราต้องเริ่มสืบเอาจากตัวน้องสาวเธอ ซูเสียวเสี่ยว”

        “ซูเสียวเสี่ยว?” เสียวเป่ยพูดตกใจ “ซูเสียวเสี่ยวก็เป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆไม่ใช่หรอ แม้เธอจะหน้าตาดี ได้เป็นถึงดาวประจำชั้นเรียน แต่นอกจากพวกนี้ ก็เหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษแล้วนี่”

        เซียวปินพยักหน้า นัยน์ตาหม่นราวกับมีเมฆครึ้มปกคลุม “หลายเดือนก่อน หลงเหมินได้รับงานใหญ่เข้ามา พวกเราต้องไปปฏิบัติภารกิจที่โซมาเลีย ก่อนไป แม้รู้ว่าภารกิจในครั้งนี้อาจไม่ราบรื่นเหมือนทุกครั้ง แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าศัตรูจะรู้ทันแผนการของเราไปหมดทุกขั้นทุกตอนแบบนี้….ต่อมา มีคนติดต่อไปยังเพ่ยหย่าอย่างลับๆ บอกว่าในหลงเหมินมีหนอนบ่อนไส้ เพราะเหตุนี้ เพ่ยหย่าจึงยอมออกไปเจอกับคนๆนั้น ก่อนทั้งสองจะโดนคนร้ายซุ่มโจมตี…ตอนที่พวกเราไปถึง เพ่ยหย่าก็ไม่ไหวแล้ว คนที่นัดเธอออกมาก็ตายไปแล้ว ทว่าก่อนตาย เขาได้บอกกับเพ่ยหย่าเอาไว้ ว่าหลักฐานที่เกี่ยวกับไอ้คนทรยศนั้น อยู่กับซูเสียวเสี่ยว เพียงแต่ แม้แต่ตัวซูเสียวเสี่ยวเองก็ยังไม่รู้ว่ามี”

        “พี่เลยมาที่นี่?” เสียวเป่ย

        “อืม…หนึ่งคือฉันต้องการสืบให้รู้ว่าใครเป็นคนทรยศกันแน่ แล้วก็ ก่อนจะหาตัวคนทรยศเจอ ฉันต้องปกป้องซูเสียวเสี่ยวให้ดี แต่ฉันเองก็คงจะอยู่ข้างกายเธอตลอดไม่ได้ ฉันเลยอยากให้แกแอบตามดูแลเธอแบบลับๆ ฉันดูแลในที่แจ้งแกในที่ลับ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในเวลาที่ฉันไม่อยู่ล่ะก็ แกต้องรีบบอกฉันทันทีเลยเข้าใจไหม”

            “ผมเข้าใจครับ…” เสียวเป่ยยิ้มสดใส ทว่าที่ดวงตาทั้งคู่กลับแดงก่ำ “พี่ปิน เดิมทีก็เป็นเพราะผมเลื่อมใสในตัวพี่ ถึงได้พยายามตั้งมากมายเพื่อจะเข้าหลงหยาแบบพี่ ที่ผ่านมาผมนับถือพี่ว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ และนับถือพี่เพ่ยหย่าว่าเป็นพี่สาวแท้ๆมาโดยตลอด ตอนที่พวกพี่ถอนตัว ผมเองก็อยากจะถอนตัวออกไปตามพี่ แต่พี่ก็ไม่ยอม…. …พอมาตอนนี้ พี่เพ่ยหย่าก็ไม่อยู่แล้ว ผมจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นแทนพี่เพ่ยหย่าให้ได้”

            “อืม” เซียวปินตบบ่าเสียวเป่ย “แกมาสิดี ถึงแกอายุยังน้อย แต่กลับฝีมือดีไม่เบาเลย ยิ่งไปกว่านั้น แกกับเพ่ยหย่าก็มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ฉันเชื่อใจแก ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันกับแกต้องคอยปกป้องเธอทั้งในที่แจ้งและที่ลับให้ดี คอยระวังไม่ให้เธอถูกฆ่าปิดปาก”

            “แล้วคุณน้าล่ะ?”

        เซียวปินหยุดคิด ก่อนจะพูด “ทางคุณน้าคงไม่ต้อง เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าหลักฐานอยู่ในมือซูเสียวเสี่ยวล่ะก็ เป้าหมายของมันก็คือซูเสียวเสี่ยว ถ้ามันทำอะไรคุณน้า ก็จะเท่ากับแหวกหญ้าให้งูตื่น… เอาเป็นว่าในเวลาที่ฉันไม่อยู่ ปกป้องเธอให้ดี!”

        “ผมรู้ครับ” เสียวเป่ยกัดริมฝีปากพลางพยักหน้าหนักๆ

        เซียวปินมองไปยังดวงตาแดงก่ำของเสียวเป่ยแล้วถอนหายใจ ก่อนจะบอก “เสียวเป่ย…ตอนนี้พี่เพ่ยหย่าของแกไม่อยู่แล้ว ตอนยังอยู่ เธอเอาแต่พะวงถึงแก… …ถ้ามันเจ็บก็ร้องออกมาเถอะ”

        เสียวเป่ยส่ายหัวพลางกัดริมฝีปากแน่น

        “งั้นฉันไปก่อนล่ะ” เซียวปินถอนหายใจ “ช่วงนี้ก็ฝากด้วยแล้วกัน ต้องมาคอยเปลี่ยนกะกับฉัน ระวังอย่าให้ซูเสียวเสี่ยวเจอแกล่ะ”

        หลังจากที่เซียวปินออกจากห้องน้ำ ประตูห้องน้ำก็ถูกเข้ากลอนจากด้านในอีกครั้ง เขาราวกับได้ยินเสียงร้องไห้โฮดังออกมาจากด้านใน เจ้าเด็กนี่… วางใจเถอะ ฉันไม่ปล่อยให้แกเสียใจนานนักหรอก

        เลือด…มันก็ต้องล้างด้วยเลือด

        ซูเสียวเสี่ยวทำตามที่เซียวปินสั่ง และมันได้ผล สีหน้าของคุณนายซูดูดีขึ้นมากว่าเก่านิดหนึ่งแล้ว เมื่อเห็นเช่นนั้น ตัวเธอเองก็รู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย เมื่อเริ่มรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากกว่าเก่าแล้ว จึงเริ่มทำตามขั้นตอนที่เซียวปินเคยสอนซ้ำต่อไป

        เมื่อเห็นสีหน้าของคุณนายซูดีขึ้นเรื่อยๆ เซียวปินก็โล่งอกไปที ดูเหมือนการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินที่เรียนมาจากจางยีจื่อจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง

        เซียวปินมองสำรวจไปรอบๆ หน้าต่างในร้านถูกทุบจนแตกเกลื่อน บนพื้นเต็มไปด้วยเศษแก้ว  เห็นได้ชัดว่า ที่คุณนายซูโรคหัวใจกำเริบในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

        ในร้านบะหมี่มีพนักงานอยู่ 3 คน ซึ่งขณะนี้ทุกคนต่างก็มายืนห้อมล้อมกันอยู่ที่นี่อย่างพร้อมเพรียง หนึ่งในนั้นเป็นหญิงวัยกลางคนที่บอกว่าเธอเป็นคนป้อนยาคุณนายซู ส่วนอีกสองคนเป็นเด็กสาวอายุประมาณยี่สิบต้นๆ

        เซียวปินมองไปยังพนักงานหญิงที่อายุมากที่สุด “ชื่ออะไรครับ?”

        “ฉันชื่อ หวังกุ้ยจือ…”

        “น้าหวัง ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมอาการคุณน้าถึงได้กำเริบ?”

        น้าหวังและพนักงานสาวทั้งสองมีสีหน้าโกรธเคืองขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้  เซียวปินทราบเรื่องจากหวังกุ้ยจือในเวลาต่อมา ว่าถนนสายนี้มีชื่อเรียกว่าถนนหมินหาง เพราะละแวกนี้ล้วนเป็นมหาวิทยาลัย กิจการต่างๆในถนนสายนี้จึงดีมากเป็นพิเศษ

        สองปีก่อน จู่ๆชายชื่อ ต้วนจื่อ ก็เข้ามาตั้งตัวเป็นใหญ่ มันตั้งกฎว่าร้านทุกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสายนี้ต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้มันทุกเดือน แต่เดือนนี้มันกลับผิดกฎที่ตัวเองตั้งไว้ ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนลูกน้องของมันก็เพิ่งจะเก็บค่าคุ้มครองไป แล้วนี่ยังไม่ทันไร ไอ้ต้วนจื่อก็กลับมาเก็บค่าคุ้มครองอีก พอหวังกุ้ยจือเข้าไปพูดทักท้วง มันก็เข้ามาพังร้านแล้ว ตอนนั้นตัวเธอเองก็เกือบตายเพราะโรคหัวใจกำเริบเช่นกัน

        เซียวปินสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างระงับอารมณ์ เมื่อตอนที่ยังอยู่ในหลงหยา เพ่ยหย่าต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อให้คนในประเทศชาติได้อยู่อย่างสงบสุข หลังจากถอนตัวออกจากหลงหยา มาก่อตั้งหลงเหมิน สิ่งที่เพ่ยหย่าคำนึงถึงมากที่สุดก็ยังเป็นประชาชนร่วมชาติ แต่มาบัดนี้ เมื่อเพ่ยหย่าตายไป คนในครอบครัวกลับถูกเพื่อนร่วมชาติที่เธอปกป้องด้วยชีวิตทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด!

        ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้เซียวปินอยากฆ่าพวกมันมากแค่ไหน!

        บัดนี้ รถพยาบาลได้มาหยุดลงตรงหน้าประตูแล้ว หน่วยแพทย์เองก็เข้ามาพร้อมกับเตียงหาม เมื่อเห็นคุณนายซูถูกหามขึ้นเตียงไป เซียวปินไม่พูดไม่จา เดินขึ้นรถพยาบาลไปพร้อมกับซูเสียวเสี่ยวอย่างเงียบๆ ส่วนทางหวังกุ้ยจือและเด็กสาวอีกสองคน ให้อยู่ทำความสะอาดในร้าน

        หลังจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ปฏิกิริยาของซูเสียวเสี่ยวที่มีต่อเซียวปินก็เปลี่ยนไป เธอไม่ได้ผลักไสเขาเท่าแต่ก่อนแล้ว แต่ทว่า ก็ไม่ได้เป็นมิตรกับเขาเลย ยิ่งบวกกับข่าวร้ายเรื่องการจากไปของพี่สาวคอยซ้ำเติม เธอจึงจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมาตลอดทาง จนรถโรงพยาบาลมาถึงจุดหมาย ทุกคนพากันลงจากรถหมดแล้วเธอก็ยังคงเหม่ออยู่ จนกระทั่งพยาบาลที่อยู่ข้างๆพูดเร่ง เธอถึงค่อยรู้สึกตัว “อ้อ..อา..ค่ะ…”

        เซียวปินยื่นมือออกไป “ให้ฉันช่วยเถอะ” เขาพูดอ่อนโยน

        “ไม่ต้อง” ซูเสียวเสี่ยวมองข้ามมือที่ยื่นนั้นแล้วปฏิเสธน้ำใจด้วยเสียงแข็งกร้าว ก่อนโดดลงจากรถด้วยตัวเอง “เรื่องพี่สาวเธอ…อย่าเพิ่งให้แม่เธอรู้จะดีกว่า ร่างกายท่านเป็นแบบนี้ ฉันเกรงว่าท่านจะรับความเจ็บปวดนี้ไมไหว” เซียวปินพูดเสียงแผ่วหลังเธอลงจากรถ

         “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน  แล้วก็  ก่อนหน้านี้ในร้านน่ะ…ขอบคุณนะ” ซูเสียวเสี่ยว

        “ไม่ต้องขอบคุณหรอก แค่เรื่องเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ฉันเคยเรียนการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินมาจากเพื่อนพอดี เธอก็เรียนเอาไปใช้สิ มันมีประโยชน์ใช้ได้เลย” เขาพูดยิ้มๆ

        ซุเสียวเสี่ยวพยักหน้า “ฉันจะรู้สึกขอบคุณนายมากกว่านี้ ถ้านายไปซะตั้งแต่ตอนนี้ แล้วไม่กลับมารบกวนฉันกับแม่อีก”

        เซียวปินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนทั้งสองจะรีบตามหน่วยแพทย์ ซึ่งขณะนี้นำตัวคุณนายซูเข้ารักษาในห้องฉุกเฉินแล้วเข้าไป

        เมื่อทั้งคู่เข้าไปถึงหน้าห้องฉุกเฉิน เซียวปินก็รีบชิงจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอาไว้ก่อน เมื่อกลับมา การผ่าตัดก็เริ่มขึ้นแล้ว ซูเสียวเสี่ยวมองเซียวปินแวบหนึ่งด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “เพราะรีบออกจากบ้านเลยไม่ได้เตรียมมาด้วย ไว้ฉันจะจ่ายคืนให้”

        เซียวปินส่ายหัว “นี่ก็ไม่ใช่เงินของฉันเหมือนกัน นี่เป็นบัตรเครดิตของพี่เธอ ในนี้มีเงินเก็บทั้งหมดของเขา ก่อนตาย พี่เธอวานให้ฉันเอามันมาให้พวกเธอน่ะ เธอเก็บมันไว้เถอะ”

        เงินในนี้รวมไปถึงเงินค่าจ้างในภารกิจพิเศษ และค่าตอบแทนที่เธอได้รับ ตอนปฏิบัติภารกิจในหลงเหมินด้วย เพราะพวกเขามักจะได้รับแต่ภารกิจที่เสี่ยงอันตราย ค่าตอบแทนที่ได้ก็เลยสูงไปด้วย ในบัตรนี้จึงมีเงินมากพอให้คนธรรมดาๆใช้ได้หลายชาติเลย

        เพราะไม่อยากให้คนทางบ้านเป็นห่วง เวลาส่งเงินกลับไป เธอจึงไม่กล้าส่งให้เยอะนัก จนกระทั่งก่อนตาย ถึงได้ฝากให้เซียวปินนำบัตรเครดิตที่มีเงินทั้งหมดของเธอกลับมาให้คนทางบ้านเธอ

        ซูเสียวเสี่ยวดันบัตรเครดิตในมือเซียวปินกลับออกไป แล้วพูดน้ำเสียงเย็นเยียบ “บัตรเครดิตแค่ใบเดียวทดแทนชีวิตพี่สาวฉันได้งั้นหรอ? เงินนี่ ฉันไม่ต้องการ”

        “แต่เงินนี่เป็นเงินที่พี่เธอสมควรจะได้รับอยู่แล้ว!”

        “ฉันแค่ต้องการให้เธอมีชีวิตกลับมา!” เธอตวาดออกมาในที่สุด ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ เซียวปินเห็นดังนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วเก็บรักษาบัตรนั้นแทนไปก่อน

        อาจเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ซูเสียวเสี่ยวนึกถึงพี่สาวที่ตายขึ้นมาอีกครั้ง เธอเริ่มไม่พูดไม่จากับเซียวปิน เห็นได้ชัดว่า เธอโทษเขาที่พี่สาวตาย

        เซียวปินนั่งลงบนเก้าอี้ยาวอย่างเงียบๆ ขณะที่ซูเสียวเสี่ยวเอาแต่เดินไปเดินมาหน้าห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางร้อนรน จนประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดประตูก็เปิดออก หมอผู้เป็นเจ้าของไข้ก้าวผ่านประตูออกมาคนแรก  เขาถอดผ้าปิดปากออก แล้วพ่นลมหายใจออกมา “ใครเป็นญาติคนไข้ครับ?”

         “ฉันเป็นลูกสาวค่ะ”

        เขามองไปยังเธอ “ยังดีที่นำส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา บวกกับพวกคุณเองก็ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างถูกวิธี ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ”

        ซูเสียวเสี่ยวรู้สึกโล่งราวกับยกภูเขาออกจากอก “ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ” เธอพูดอย่างขอบคุณ

         “แต่เรากลับพบว่าในตัวคนไข้มีบางอย่างแปลกๆ”

        ซูเสียวเสี่ยวหน้าถอดสี อ้าปากเตรียมจะถามต่อ “แต่ก็อย่าเพิ่งเป็นห่วงมากไปเลยครับ ระหว่างพักที่โรงพยาบาล ทางเราจะตรวจสอบให้โดยละเอียดอีกที” คุณหมอชิงพูดขึ้นก่อนซูเสียวเสี่ยวจะได้พูดอะไร

        ซูเสียวเสี่ยวรีบร้อนกล่าวขอบอกขอบใจคุณหมอ ตอนนี้เอง คุณนายซูบนเตียงผู้ป่วยก็ถูกดันออกมาจากห้องพอดี ขณะที่เธอกำลังจะผ่านหน้าซูเสียวเสี่ยวกับเซียวปินไป คุณนายซูหันมองไปยังเซียวปิน ก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จากนั้นจึงถูกดันเข้าห้องพักฟื้นไป

        นางพยาบาลมองดูคนทั้งสอง แล้วถามขึ้น “พวกคุณเป็นแฟนกันสินะ คนไข้เพิ่งจะพ้นขีดอันตราย ตอนนี้ยังต้องการการพักผ่อน พวกคุณอยู่เฝ้าเธอแค่คนเดียวก็พอ”

        ซูเสียวเสี่ยวหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง เตรียมจะบอกปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ก็ถูกเซียวปินพูดขัดขึ้นก่อน “งั้นฉันกลับก่อนนะ เสียวเสี่ยว ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาฉันแล้วกัน!”

        ซูเสียวเสี่ยวถือนามบัตรเอาไว้ในมือ แล้วมองเขม็งเซียวปินส่งท้าย

        เซียวปินไม่ได้สนใจสายตาเธอนัก เขาเดินตรงไปยังบันได ซูเสียวเสี่ยวมองตามแผ่นหลังของเซียวปินที่ไกลออกไป สายตาคู่เดิมก็แสดงความรู้สึกหลากหลายออกมา

        ชายในเสื้อคลุมตัวโตสีขาวเดินตรงไปยังทางขึ้นอาคาร เขาเดินสวนผ่านเซียวปินไป และวินาทีที่ร่างกายทั้งสองเฉียดผ่านกันนั้น

        พรึ่บบ

        เซียวปินจู่โจมโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง เขายื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด มือนั้นพุ่งเข้าไปที่คอเสื้อของอีกฝ่ายหวังจะจับมันเอาไว้

        เซียวปินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแม่นยำ ทั้งยังเป็นการจู่โจมโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว แม้เป็นยอดฝีมือก็คงยากที่จะหลบพ้นได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับหลบไปได้เสียอย่างนั้น หากแต่การโจมตีของเซียวปินทั้งคาดเดาได้ยาก และรวดเร็วยิ่งกว่า

        เพียะ !!

        เซียวปินฟาดฝ่ามือลงที่กลางอกของอีกฝ่ายอย่างพอดิบพอดี

        ตุบ บ

        แผ่นหลังของชายในเสื้อคลุมชนเข้ากับผนังอย่างจัง เซียวปินได้จังหวะ จับไปที่คอเสื้อของอีกฝ่าย แล้วพาเดินจ้ำอ้าวลงจากอาคาร ก่อนจะทั้งลากทั้งดึงอีกฝ่ายเดินเข้าห้องน้ำที่ไร้ซึ่งผู้คนไป เมื่อเข้ามาถึง เซียวปินยื่นมือกลับไปล็อคประตูที่ด้านหลัง ก่อนจะยืนประจันหน้ากับชายคนดังกล่าว

         “เสียวเป่ย แกตามฉันมานานเท่าไหร่แล้ว?”

         เสียวเป่ยเป็นชายวัยรุ่นผู้มีเนื้อหนังนวลเนียนละเอียดอ่อน อายุเพียงยี่สิบต้นๆเท่านั้น เขาลูบที่อกตัวเอง แล้วหัวเราะแห้งๆ “หัวหน้า หัวหน้าเกือบตบผมตายแล้วเนี่ย ผมแต่งมาขนาดนี้แล้ว หัวหน้าดูผมออกได้ยังไงกัน? แต่ก็นะ…ถ้าดูลูกไม้ตื้นๆแค่นี้ไม่ออกก็คงไม่ใช่หัวหน้าของผมแล้วล่ะ”

        เซียวปินขมวดคิ้ว “ฉันออกจากหลงยาตั้งนานแล้ว”

        “อ้อ” เสียวเป่ยใบหน้าหมองลงเล็กน้อย แต่ไม่นานก็กลับมายิ้มสดใสดังเดิม “หัว…พี่ปิน เห็นหลินตุ้ยบอกว่าพี่ต้องการคนมาช่วยทางนี้”

        “นายก็เลยเสนอตัว?”

        เสียวเป่ยเกาหัว “แหะๆ ผมมาถึงก่อนพี่ไม่กี่ชั่วโมง พอมาถึงผมก็ไปเฝ้าอยู่หน้าบ้านพี่เพ่ยหย่าตลอดเลย จนต่อมาผมเห็นพวกพี่เข้ามาในโรงพยาบาล ผมก็เลยตามมาด้วย”

        “อืม…พี่เพ่ยหย่าของแกจากไปแล้ว ในหลงเหมินมีหนอนบ่อนไส้ ซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นใครกันแน่ แต่เพ่ยหย่าเคยบอกเอาไว้ก่อนตาย ว่าถ้าอยากจะหาตัวคนทรยศให้เจอ เราต้องเริ่มสืบเอาจากตัวน้องสาวเธอ ซูเสียวเสี่ยว”

        “ซูเสียวเสี่ยว?” เสียวเป่ยพูดตกใจ “ซูเสียวเสี่ยวก็เป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆไม่ใช่หรอ แม้เธอจะหน้าตาดี ได้เป็นถึงดาวประจำชั้นเรียน แต่นอกจากพวกนี้ ก็เหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษแล้วนี่”

        เซียวปินพยักหน้า นัยน์ตาหม่นราวกับมีเมฆครึ้มปกคลุม “หลายเดือนก่อน หลงเหมินได้รับงานใหญ่เข้ามา พวกเราต้องไปปฏิบัติภารกิจที่โซมาเลีย ก่อนไป แม้รู้ว่าภารกิจในครั้งนี้อาจไม่ราบรื่นเหมือนทุกครั้ง แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าศัตรูจะรู้ทันแผนการของเราไปหมดทุกขั้นทุกตอนแบบนี้….ต่อมา มีคนติดต่อไปยังเพ่ยหย่าอย่างลับๆ บอกว่าในหลงเหมินมีหนอนบ่อนไส้ เพราะเหตุนี้ เพ่ยหย่าจึงยอมออกไปเจอกับคนๆนั้น ก่อนทั้งสองจะโดนคนร้ายซุ่มโจมตี…ตอนที่พวกเราไปถึง เพ่ยหย่าก็ไม่ไหวแล้ว คนที่นัดเธอออกมาก็ตายไปแล้ว ทว่าก่อนตาย เขาได้บอกกับเพ่ยหย่าเอาไว้ ว่าหลักฐานที่เกี่ยวกับไอ้คนทรยศนั้น อยู่กับซูเสียวเสี่ยว เพียงแต่ แม้แต่ตัวซูเสียวเสี่ยวเองก็ยังไม่รู้ว่ามี”

        “พี่เลยมาที่นี่?” เสียวเป่ย

        “อืม…หนึ่งคือฉันต้องการสืบให้รู้ว่าใครเป็นคนทรยศกันแน่ แล้วก็ ก่อนจะหาตัวคนทรยศเจอ ฉันต้องปกป้องซูเสียวเสี่ยวให้ดี แต่ฉันเองก็คงจะอยู่ข้างกายเธอตลอดไม่ได้ ฉันเลยอยากให้แกแอบตามดูแลเธอแบบลับๆ ฉันดูแลในที่แจ้งแกในที่ลับ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในเวลาที่ฉันไม่อยู่ล่ะก็ แกต้องรีบบอกฉันทันทีเลยเข้าใจไหม”

            “ผมเข้าใจครับ…” เสียวเป่ยยิ้มสดใส ทว่าที่ดวงตาทั้งคู่กลับแดงก่ำ “พี่ปิน เดิมทีก็เป็นเพราะผมเลื่อมใสในตัวพี่ ถึงได้พยายามตั้งมากมายเพื่อจะเข้าหลงหยาแบบพี่ ที่ผ่านมาผมนับถือพี่ว่าเป็นพี่ชายแท้ๆ และนับถือพี่เพ่ยหย่าว่าเป็นพี่สาวแท้ๆมาโดยตลอด ตอนที่พวกพี่ถอนตัว ผมเองก็อยากจะถอนตัวออกไปตามพี่ แต่พี่ก็ไม่ยอม…. …พอมาตอนนี้ พี่เพ่ยหย่าก็ไม่อยู่แล้ว ผมจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นแทนพี่เพ่ยหย่าให้ได้”

            “อืม” เซียวปินตบบ่าเสียวเป่ย “แกมาสิดี ถึงแกอายุยังน้อย แต่กลับฝีมือดีไม่เบาเลย ยิ่งไปกว่านั้น แกกับเพ่ยหย่าก็มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ฉันเชื่อใจแก ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันกับแกต้องคอยปกป้องเธอทั้งในที่แจ้งและที่ลับให้ดี คอยระวังไม่ให้เธอถูกฆ่าปิดปาก”

            “แล้วคุณน้าล่ะ?”

        เซียวปินหยุดคิด ก่อนจะพูด “ทางคุณน้าคงไม่ต้อง เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าหลักฐานอยู่ในมือซูเสียวเสี่ยวล่ะก็ เป้าหมายของมันก็คือซูเสียวเสี่ยว ถ้ามันทำอะไรคุณน้า ก็จะเท่ากับแหวกหญ้าให้งูตื่น… เอาเป็นว่าในเวลาที่ฉันไม่อยู่ ปกป้องเธอให้ดี!”

        “ผมรู้ครับ” เสียวเป่ยกัดริมฝีปากพลางพยักหน้าหนักๆ

        เซียวปินมองไปยังดวงตาแดงก่ำของเสียวเป่ยแล้วถอนหายใจ ก่อนจะบอก “เสียวเป่ย…ตอนนี้พี่เพ่ยหย่าของแกไม่อยู่แล้ว ตอนยังอยู่ เธอเอาแต่พะวงถึงแก… …ถ้ามันเจ็บก็ร้องออกมาเถอะ”

        เสียวเป่ยส่ายหัวพลางกัดริมฝีปากแน่น

        “งั้นฉันไปก่อนล่ะ” เซียวปินถอนหายใจ “ช่วงนี้ก็ฝากด้วยแล้วกัน ต้องมาคอยเปลี่ยนกะกับฉัน ระวังอย่าให้ซูเสียวเสี่ยวเจอแกล่ะ”

        หลังจากที่เซียวปินออกจากห้องน้ำ ประตูห้องน้ำก็ถูกเข้ากลอนจากด้านในอีกครั้ง เขาราวกับได้ยินเสียงร้องไห้โฮดังออกมาจากด้านใน เจ้าเด็กนี่… วางใจเถอะ ฉันไม่ปล่อยให้แกเสียใจนานนักหรอก

        เลือด…มันก็ต้องล้างด้วยเลือด

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม