0 Views

        คำพูดประโยคสุดท้ายจากเซียวปิน ทำให้ฉางฮวัยอันโมโหจนถึงขีดสุด ขอร้องอ้อนวอนต่อหน้าทุกคน? สำหรับคนที่มีหน้ามีตาในสังคมแบบเขา นี่มันเป็นการหยามเหยียดศักดิ์ศรีกันชัดๆ

        ฉางฮวัยอันกัดฟันกรอด “อย่าทำเกินไป”

        เซียวปินถอยกลับไปอย่างใจเย็น แล้วนั่งลงบนโซฟา จู่ๆ เขาก็สะเดาะกุญแจมือออกจากข้อมือราวมายากล ก่อนจะยกขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง ขณะที่ปากก็ยังคาบบุหรี่อยู่

        ฉางฮวัยอันอึ้งจนตาค้าง เขาพูดตะกุกตะกัก “แก…แก…”

        เซียวปินหัวเราะเสียงกึกก้อง เสียงหัวเราะนั้น ช่างเป็นเสียงที่บีบคั้นหัวใจเหลือเกิน แค่เสียงหัวเราะก็ทำให้ฉางฮวัยอันกระวนกระวายใจจนแทบจะตัวสั่นแล้ว ยิ่งคำพูดประโยคต่อไปของเซียวปินยิ่งทำให้เขาราวตกไปในเหวลึก “แกเป็นคนทำอะไรรอบคอบมาก เงินสกปรกทุกบาทที่แกได้รับ จะถูกบันทึกลงในคอมฯเสมอ แต่แกก็ไม่ค่อยจะรอบคอบมากเท่าไหร่ ไม่งั้นแกคงไม่มีวันทำแบบนั้น…. ข้อมูลพวกนั้นถูกฉันทำสำรองไว้หมดแล้ว ถ้าคืนนี้ฉันไม่ได้กลับออกไป… จะมีคนเอาข้อมูลพวกนี้ไปส่งให้ ป.ป.ป. ตรวจสอบ  ผอ. ฉาง   อันที่จริงไอ้ฉันก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรหรอก  คุณก็คิดตัดสินใจเอาเองแล้วกัน…”

        เซียวปินยันตัวลุกขึ้น ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังประตูทางออก พลางปากก็เปล่งเสียงเรียบ “ฉันจะรอในห้องขัง”

        หลังเซียวปินเดินจากไป ฉางฮวัยอันก็ได้แต่นั่งอยู่กับที่ราวร่างกายหยุดการทำงานไป เขาประสานมือวางบนโต๊ะ  กำลังตกอยู่ในห้วงความคิด… เขาคิดทบทวนเป็นเวลานาน จนในที่สุด เขาก็ค่อยๆยืดตัวลุกจากที่นั่ง วินาทีนั้น ราวเขาชราลงมาก ภายในเวลาเพียงแวบเดียว

        แม้ตัวเขาเองก็ยังคิดว่าตัวเองแก่ชรามากแล้วจริงๆ  ที่ผ่านมาเขารุ่งโรจน์ราบลื่นมาตลอดชีวิตการทำงานของเขา ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ตัวเองโดนบีบให้จนมุม… แล้วคนที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ กลับยังเป็นแค่เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆคนหนึ่ง…

        เมื่อครู่เขาคิดอะไรได้มากมาย คนเรา ไม่ว่าจะสูงส่งมากแค่ไหน หน้าตาก็มีค่าไม่เท่าชีวิตอยู่ดี  หากไม่มีชีวิตอยู่ แล้วยังจะต้องการหน้าตาไปทำไมอีก?

        เซียวปินกลับไปยังห้องขังอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแข็ง เขามั่นใจว่าฉางฮวัยอันต้องยอมมาอ้อนวอนตามที่เขาสั่งแน่  เพราะปกติแล้ว ยิ่งเป็นคนใหญ่โตมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรักชีวิตตนมากเท่านั้น…

        ไม่นาน ฉางฮวัยอันก็เดินเข้ามาพร้อมผู้คุม หลังจากผู้คุมเปิดประตูห้องขังออก ฉางฮวัยก้าวผ่านประตูเข้าไป ก่อนจะหันไปบอกผู้คุม “พวกนายปิดประตูแล้วออกไปก่อน”

          เหล่าผู้คุมต่างก็ชะงักเมื่อได้ฟังคำสั่ง พวกเขามองหน้ากัน ก่อนจะรีบร้อนกล่าวเตือน “ท่าน ผอ.  แต่คนพวกนี้เป็นนักโทษเลวๆทั้งนั้น”

          ฉางฮวัยอันขมวดคิ้ว เตรียมจะอ้าปากบ่นลูกน้อง แต่เซียวปินก็แทรกขึ้นก่อน “เขาพูดถูก… ไม่ต้องปิดประตูหรอก อีกอย่าง ในนี้มีความลับอะไรงั้นหรอ? ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย  ผอ. ฉาง ผมพูดถูกไหม?”

          ฉางฮวัยอันได้แต่ร่ำร้องในใจ พลางเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม “คุณเซียวปิน ครั้งนี้ที่เราจับคุณเข้ามาในนี้เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกันทั้งนั้น พวกเราทำงานผิดพลาดกันเอง ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด เดี๋ยวผมจะปล่อยคุณออกไปนะครับ”

          ถือว่าฉางฮวัยอันก็ยอมอ่อนข้อให้เซียวปินมากแล้ว เขาลดศักดิ์ศรีลง ยอมพูดจาอ่อนน้อมกับเซียวปินถึงเพียงนี้ ผู้คนรอบๆต่างก็ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปตามๆกัน นอกจากเอ้อหั้วที่เอาแต่ทำหน้าแบ๊วไม่สนโลกอยู่นั่น… ชายกำยำทั้งสี่ต่างก็มองเซียวปินด้วยความนับถือ เซียวปินเป็นนักโทษที่เจ๋งที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอมาเลย เขาเป็นนักโทษคนแรกที่ฉางฮวัยอันใช้น้ำเสียงแบบนั้นเวลาพูดด้วย

          ฉางฮวัยอันให้เกียรติเซียวปิน แต่เซียวปินกลับไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย  เขาพลิกตัวหันไปอีกด้าน เหลือเพียงแผ่นหลังให้ฉางฮวัยอันได้มองเท่านั้น พลางพูดด้วยเสียงเกียจคร้าน “ผอ. ฉางเป็นคนเคร่งในกฎหมาย เพิ่งจับผมเข้ามาแล้วจะปล่อยออกไปง่ายๆแบบนี้ คงจะดูไม่ดีหรอกมั้ง… ใครที่ไม่รู้อาจจะคิดว่าที่ ผอ. จับผมมาเพราะรับสินบนมาจากใครคนอื่นก็ได้นะ… ช่างเถอะ ท่าน ผอ. กลับไปก่อนดีกว่า”

        ฉางฮวัยอันยอมลงมาขอร้องให้เขาออกไปนั่นก็ว่าน่าตกใจแล้ว แต่เซียวปินกลับยังไม่ยอมออกไปอีกนี่สิ… ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็มองตาค้าง คอแห้งไปตามๆกัน เช่นเดียวกับฉางฮวัยอันที่ขณะนี้ในใจมีความรู้สึกหลายอย่าง ทั้งเศร้า โกรธ อาย แต่ทว่ากลับไร้ซึ่งสุขแม้แต่น้อย …เขาพ่ายแพ้อย่างตกต่ำเหลือเกิน

        ขณะนั้นเอง เย่จื่อก็มาถึงหน้าห้องขังเช่นกัน เมื่อมาถึง จั่งเหวินฮุย หัวหน้าผู้คุมซึ่งเป็นคนนำทางเย่จื่อเข้ามา เมื่อเห็นฉางฮวัยอันกำลังขอร้องเซียวปินเสียงอ่อน ด้วยความสงสัย เขาจึงเตรียมเดินเข้าไปถามไถ่ แต่ก็โดนเย่จื่อจ้องเขม็งใส่เสียก่อน… เขาจำต้องหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะถอยกลับไปยืนยังจุดเดิมด้านหลังเย่จื่อ  ตระกูลเย่เป็นตระกูลใหญ่ ที่ขนาดฉางฮวัยอันก็ยังไม่กล้าหือด้วย นับประสาอะไรกับเขา…

        ฉางฮวัยอันสูดหายใจลึกๆเข้าปอด ก่อนจะกล่าวเสียงอ่อนอย่างระมัดระวัง ท่าทีของเขาก็นอบน้อมลงกว่าเก่ามาก “คุณปินครับ เรื่องนี้เป็นความผิดของผมเอง ผมตรวจสอบเรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว คุณไม่ใช่คนฆ่าต้วนจื่อ…”

           “หืม? มีหลักฐานไหม?” เซียวปินพูดเสียงยานคางอย่างเกียจคร้าน ขณะนอนหันหลังให้ฉางฮวัยอัน

           “คืนนั้นคุณพักอยู่แต่ในโรงแรม หลังเข้าโรงแรม คุณก็ไม่ได้ออกมาอีกทั้งคืน จึงไม่มีเวลาในการฆาตกรรมเขาแน่นอน มีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดครับ…”

        คืนนั้น เซียวปินเปิดห้องในโรงแรมเอาไว้ก่อน แล้วแอบหลบมุมกล้องออกจากโรงแรมไป จึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่กล้องวงจรปิดจะจับภาพตอนเขาออกไปได้ ดังนั้น ต่อให้จะไม่มีหลักฐานการรับสินบนของฉางฮวัยอัน  พวกมันก็ยังทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะเขามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ยืนยันว่าเขาอยู่ในโรงแรมตลอด …กลัวก็แต่ฉางฮวัยอันจะทำลายหลักฐานจากกล้องไปเท่านั้น

        ฉางฮวัยอันกล่าวนอบน้อม “ในเมื่อเรื่องในครั้งนี้ก็ได้รับการยืนยันแล้ว ว่าไม่ใช่ฝีมือของคุณเซียวปิน  ดังนั้น คุณเซียวปินกลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะครับ ส่วนเรื่องความผิดพลาดในครั้งนี้ เป็นความผิดของผมเองครับ ผมในฐานะผู้นำของตำรวจ ยอมรับความผิดในครั้งนี้  และจะพิจารณาตัวเองใหม่แน่นอนครับ คุณปินคิดว่าแบบนั้นพอได้ไหมครับ?”

        “ไม่ได้” เซียวปินพลิกตัวกลับมา ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ชี้ไปยังโซ่หนักๆที่ล่ามอยู่ที่ขา พลางพูดเยาะ “ฉันเคยบอกไปตั้งแต่เพิ่งเข้ามาแล้ว การจะสวมไอ้นี่ที่ขาฉัน มันง่ายนิดเดียว แต่จะยากมาก ถ้าอยากจะถอดมันออก”

        ฉางฮวัยอันฝืนยิ้ม กล่าว “งั้น… งั้นคุณอยากให้เราทำยังไง?”

        “ง่ายมาก” เขาหัวเราะ “ไม่ว่าใคร เมื่อทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษ ถ้านายยอมคำนับฉันสามครั้ง แล้วบอกว่า ผมผิดไปแล้วอีกสามรอบ ถ้านายยอมทำล่ะก็ ฉันก็จะไป”

        เย่อหยิ่ง  จะบอกว่าเขาเป็นนักโทษที่เย่อหย่งที่สุดเท่าที่เคยมีเลยก็ว่าได้ แต่เขาก็มีสิทธิ์คู่ควรกับการเย่อหยิ่งเช่นนี้จริงๆ

        ฉางฮวัยอันหน้าซีดเผือด เขาพยักหน้าหนักๆ ก่อนจะกลั้นใจโค้งคำนับลงต่ำ ช่างบีบคั้นหัวใจเหลือเกิน เขาหัวใจสั่นเครือ เช่นเดียวกับเสียงที่เปล่งออกมา “คุณเซียวปิน ผมผิดไปแล้ว กรุณาให้อภัยผมเถอะครับ”

        เหยียยดหยาม  นี่มันหยามศักดิ์ศรีกันชัดๆ

        ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมฉางฮวัยอันจึงเป็นได้ถึงเพียงนี้ หากเป็นเพราว่าจับคนผิด คงไม่มีใครเชื่อแน่ โดยเฉพาะผู้คนที่รู้จักฉางฮวัยอันจะรู้ดี ว่าเขาไม่มีวันมาทำเรื่องแบบนี้เพราะเรื่องเล็กๆอย่างแค่การจับคนผิดแน่…. หรือเซียวปินจะกุมความลับอะไรของเขาเอาไว้

        ตั้งแต่ตอนเซียวปินบอกว่าจะพบฉางฮวัยอันในตอนนั้น จั่งเหวินฮุยก็เดาเอาไว้แล้ว ว่าเขาต้องกุมจุดอ่อนอะไรบางอย่างของฉางฮวัยอันเอาไว้… พอมาดูตอนนี้ ความเป็นไปได้ในสิ่งที่เขาคิด มีมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นแน่นอน

        เย่จื่อที่เดิมเข้ามาด้วยความโกรธ บัดนี้บนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข นี่ถึงจะเป็นผู้ชายของเธอ ผู้ชายที่สักวันจะขี่เมฆสีสวยเจ็ดสีมาแต่งงานกับเธอ …ผู้ชายคนนี้ ไม่ว่าใครก็ทำให้เขาก้มหัวให้ไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรที่ผู้ชายคนนี้จะทำไม่ได้

        ฉางฮวัยอันจำไม่ได้ว่าตัวเองพูดประโยคพวกนั้นออกไปได้ยังไงตั้งสามรอบ รู้เพียงแค่ ต้องพูดออกไป ต้องโค้งลงต่ำ… และทุกครั้งที่เขาทำเช่นนั้น ภายในใจก็จะเจ็บปวดขึ้นมาจนสุดทน ราวมีดเป็นพันๆเล่มกำลังสับลงในใจ เจ้าคนที่ชื่อเซียวปินช่างน่ากลัวเหลือเกิน เขาฆ่าคนได้โดยไม่ต้องใช้มีด เขาเพียงจู่โจมหัวใจเหยื่อเท่านั้น… ฆ่าเขาให้ตายยังจะเจ็บน้อยกว่านี้เลยไ

        เมื่อโค้งขอโทษเสร็จ ฉางฮวัยอันก็พ่นลมหายใจยาวออกมา เขารู้สึกโล่งอกราวเพิ่งปฏิบัติภารกิจที่ยิ่งใหญ่เสร็จไป …ฉางฮวัยอันมองตามเซียวปินที่กำลังลุกขึ้นยืนช้าๆ เซียวปินเองก็รู้สึกว่าเพียงพอแล้ว ก่อนการตัดสินโทษประหารใครคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องทำให้คนๆนั้นขายหน้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว… เซียวปินก็พอมีจิตใจเมตตาอยู่บ้าง เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงเดินตรงออกไปจากห้องเท่านั้น

        ผู้คุมกำลังจะปลดโซ่ออกให้เขา

        แครก

        โซ่หนาๆซึ่งทำมาจากเหล็กแข็งแรง กลับถูกเซียวปินดึงจนขาดด้วยมือเปล่า… ผู้คุมที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตกใจกับสิ่งที่เห็นจนขนลุกไปทั้งตัว

        เซียวปินชี้ไปยังเอ้อหั้ว กล่าว “ฉันจะพาเขาไปด้วย”

        “ปล่อยเขาไป ปล่อยเขา..” ฉางฮวัยอันกล่าวรีบร้อน

        เซียวปินเดินนำ ขณะเอ้อหั้วเดินตาม พวกเขาเดินไปจนถึงประตู ก่อนเซียวปินจะยิ้มบางๆให้เย่จื่อ พลางกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน “เธอก็ยังมาจนได้”

        เย่จื่อกรอกตามองบน กล่าวโมโห “ลืมไปแล้วหรือไงว่าพี่เป็นแฟนใคร? ตอนเกิดเรื่องทำไมไม่มาบอกฉัน?”

        เซียวปินหัวเราะ “เพราฉันไม่อยากทำให้เธอลำบากใจไง”

        ได้ฟังดังนั้น จู่ๆเย่จื่อก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้ดีว่าเซียวปินกำลังหมายถึงอะไร หากเขาบอกเธอ เธอก็ต้องไปขอให้ทางบ้านช่วย เพราะเพียงแค่เธอคนเดียว พวกตำรวจคงไม่ยอมปล่อยแน่ และถ้าไปขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน เย่จื่อเองก็ต้องรู้สึกไม่สบายใจ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เซียวปินเลือกทนลำบากสินะ

        เย่จื่อรู้สึกแสบจมูกขึ้นมา ที่ตาก็มีน้ำใสๆรื้นขึ้น เธอหลบสายตามองไปทางอื่น “ชิ… ใครจะไปลำบากใจเพราพี่… ไปเถอะ ฉันกลับเป็นเพื่อน”

        “อื้ม” เซียวปินหัวเราะยิ้มแย้ม ก่อนจะเดินจากไปพร้อมเย่จื่อ

        จั่งเหวินฮุยมองตามเซียวปินเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปในห้องขัง “ผอ. ครับ  แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดี” เขาพูดอย่างระมัดระวัง พลางแสดงท่าทางนอบน้อม

        เปรียะ

        ฉางฮวัยอันฟาดฝ่ามือเข้าข้างแก้มจั่งเหวินฮุยอย่างแรง ผู้ถูกตบได้แต่นิ่งอึ้งไป สีหน้าทั้งแดงทั้งซีดสลับกัน อย่างไรเสีย ที่นี่ก็ยังเป็นถิ่นของเขา เขาเป็นถึงหัวหน้าผู้คุม ต่อให้ฉางฮวัยอันจะมีตำแหน่งสูงกว่าเขามาก ทั้งยังเป็นเจ้านายเขา แต่การตบเขาต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ เป็นการหยามเกียรติเขามากเกินไป เช่นนี้แล้ว เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก

        เมื่อตบลงไปเต็มแรง ฉางฮวัยอันก็ตวาดลั่น “ไสหัวไป! ไป!”

        จั่งเหวินฮุยมือทาบใบหน้าที่โดนตบพลางเดินจากไป นัยน์ตาส่อแววพยาบาท

        ฉางฮวัยอันเดินโซซัดโซเซออกจากห้องขัง เขารู้สึกอ่อนแรง ราวร่างกายเป็นอัมภาสไปชั่วขณะ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ … เขารู้ดี ว่าชั่วชีวิตนี้คงจะลืมความเหยียดหยามในครั้งนี้ไม่ได้แน่

        การจะล้างความอับอายนี้ได้ มีเพียงการจบชีวิตเซียวปินลงเท่านั้น แต่นั่น ก็ต้องหลังจากที่เขาทำลายหลักฐานในมือเซียวปินก่อน

        หลังออกจากห้องขัง เย่จื่อหันมองเอ้อหั้วที่เดินด้วยท่าทางบื้อๆอยู่ด้านหลัง ก่อนจะหันมาถามเซียวปิน “พี่ปิน นั่นใครหรอ?”

        “เอ้อหั้ว” เซียวปิน

        เย่จื่อกรอกตาใส่เซียวปิน กล่าวติ “พี่ไปว่าเขาแบบนั้นได้ยังไง ตกลงเขาชื่ออะไรกันแน่?”

        เซียวปินอยากร้องไห้เต็มที ยิ่งพูดความจริงไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่มีใครเชื่อ “ก็เขาน่ะ เอ้อหั้วจริงๆ” เขาพูดอย่างจนปัญญา

        ก๊อก

        เย่จื่อเขกไปที่หัวเซียวปินเบาๆ  กล่าวระคนหัวเราะ “เขาเป็นเอ้อหั้ว งั้นพี่ก็เป็นไอ้ไข่บื้อ”

        เอ้อหั้วกล่าวอึ้ง “ให้ตายสิ  เธอรู้ได้ยังไง? เมื่อก่อนฉันเกือบจะชื่อไอ้ไข่บื้อไปแล้ว…”

        เย่จื่อรู้สึกราวมีอีกาบินผ่านหัวไป…

        …ความมึนงงเข้าครอบงำอย่างสิ้นเชิง

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม