0 Views

        เมื่อออกจากห้องขัง ซูเสียวเสี่ยวก็รีบร้อนกลับบ้าน เธอหาแฟรชไดรฟ์ในกระเป๋าเซียวปินจนเจอ และเมื่อเธอนำแฟรชไดรฟ์ที่เจอเสียบเข้ากับเครื่องคอมของตน เธอก็ถึงกับตะลึง… ข้อมูลที่อยู่ในนี้เป็นบัญชีสินบนทั้งหมดที่ฉางฮวัยอันเคยรับ แล้วยังมีคลิปเสียงที่บันทึกเสียงของฉางฮวัยอันเอาไว้อย่างชัดเจนอีกหลายอัน

         ของพวกนี้ พี่ปินได้มาได้ยังไง?

        เซียวปินเพิ่งมาเจียงเฉิงได้ไม่กี่วัน ทำไมถึงมีของสำคัญแบบนี้ได้? อีกอย่าง… เป้าหมายในการรวบรวมหลักฐานพวกนี้ของพี่ปินคืออะไรกัน หรือพวกเขาเคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อนหน้านี้แล้ว?

        ซูเสียวเสี่ยวรู้ดีว่าแฟรชไดรฟ์เล็กๆนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง หากแค่เธอมอบมันให้ สำนักงาน ป.ป.ป. ตรวจสอบ ฉางอันฮวัยก็หลุดจากตำแหน่งแล้ว

        ทั้งเจียงเฉิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!

        ซูเสียวเสี่ยวคิดทบทวนในหัว เธอส่งข้อมูลไปเก็บไว้เป็นข้อมูลสำรองในอีเมลล์ก่อน จากนั้นจึงเก็บแฟรชไดรฟ์นั้นไว้ในลิ้นชักบนหัวเตียงแล้วล็อกไว้อย่างระมัดระวัง จนเมื่อเสร็จจึงรู้สึกโล่งอกออกไปที เดิมเธอคิดว่าจะนำไปเปิดเผยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย แต่พอมาคิดอีกที การเดินหมากในครั้งนี้สำคัญเกินไป… เธอต้องการความเห็นของเซียวปิน ต้องการให้เซียวปินชี้นำการเดินหมากในเกมนี้…

        เซียวปินกลับเข้าห้องขังได้ไม่นาน ผู้เข้าเยี่ยมคนที่สองก็มาเยือน คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเย่ เย่ซินหยี่

        เมื่อเย่ซินหยี่ได้พบกับเซียวปิน เธอกลับพบว่าเขาไม่ได้กลัดกลุ้มอย่างที่คิดเอาไว้เลย แม้แต่ความกังวลใจสักนิดก็ยังไม่มีให้เห็น นั่นทำให้เย่ซินหยี่รู้สึกแปลกใจอย่างมาก และเป็นอีกครั้ง ที่ความมั่นใจของเธอลดถอยลงไปมากเพราะเซียวปิน

        อาจเป็นเพราะอำนาจที่ตระกูลเย่มี เมื่อเธอเข้าเยี่ยมเซียวปิน ภายในห้องทั้งห้องจึงไม่มีผู้คุมเฝ้าอยู่เลยสักคน เธอก้าวเข้ามาด้วยชุดเดรสรัดรูปสีดำ ความเซ็กซี่ยั่วยวนช่างประกายร้อนแรงนัก

        พวกเขานั่งลงที่คนละฟากของโต๊ะ เย่ซินหยี่มองไปยังเซียวปินด้วยแววตาอ่อนโยน แววตานั้นช่างมีพลังรุนแรงเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของสายตาเป็นหญิงผู้งดงามเช่นเธอ  ผู้ชายคนไหนได้เห็นก็คงจะตกหลุมรักเธอได้ง่ายๆเลย แต่น่าเสียดาย ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคือเซียวปิน… ซึ่งเขาไม่มีวันจะตกหลุมพรางเธออยู่แล้ว

        เซียวปินระคนหัวเราะกล่าว “คิดไม่ถึงว่าเราจะเจอกันเร็วขนาดนี้ เพียงแต่.. ในนี้เป็นห้องขัง ไม่ใช่ที่ๆเธอควรจะมาหรอกนะ”

        เย่ซินหยี่กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนยิ้มบางๆ กล่าว “เมื่อคืนนอนในนี้เป็นยังไงบ้าง? ในห้องขังมีสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คงจะนอนลำบากใช่ไหม?”

        “ก็ยังดี มีของให้กินให้ดื่ม แล้วยังมีคนนวดให้อีก ได้รับการปรนนิบัติเหมือนเสี่ยใหญ่เลย”

        เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เชื่อ เย่ซินหยี่กล่าวระคนหัวเราะ “ความจริง ตอนเห็นพี่ครั้งแรกฉันก็รู้แล้ว ว่าพี่ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ถ้าเป็นคนธรรมดาคงไม่ใจกล้าแบบพี่… พี่ปิน พี่เป็นใครกันแน่?”

        “ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็นแค่อดีตทหารธรรมดาๆคนหนึ่ง เธอเชื่อหรอ?” เซียวปินถาม

        เย่ซินหยี่ส่ายหัว “อดีตทหารธรรมดาๆ คงเชิญเบอร์หนึ่งทางการแพทย์อย่างจางยีจื่อไม่ได้หรอก”

        เซียวปินหัวเราะร่วน “คนใหญ่คนโตก็มีพรมลิขิตของเขา คนตัวเล็กๆกระจอกๆอย่างฉันก็มีพรมลิขิตเหมือนกัน ฉันรู้จักกับจางเหล่าได้ ก็เพราะความบังเอิญเท่านั้น… คุณหนูเย่ถ่อมาถึงที่นี่ คงไม่ได้เพื่อจะมาคุยเรื่องพวกนี้หรอกมั้ง”

        เย่ซินหยี่หัวเราะร่วน “ต่อให้จะเป็นแค่คนธรรมดา พี่ก็เป็นคนธรรมดาที่ทั้งฉลาดทั้งเก่งคนหนึ่งเลย”

        เซียวปินยิ้มราบเรียบ “ขอบคุณที่ชม”

        เย่ซินหยี่ท่าทางสุขุมขึ้นบ้าง กล่าว “เซียวปิน นายคงจะยังไม่รู้ เซี่ยหลุนเป็นคนจิตใจคับแคบ ฉางฮวัยอันก็โลภมาก เห็นแก่ได้ ครั้งนี้พวกเขาร่วมมือกัน ก็เพราะต้องการเหยียบนายให้จมดิน ผู้ชายที่มีความสามารถแบบนาย ถ้าต้องติดอยู่ในนี้ไปตลอดชีวิตจริงๆ แบบนั้นไม่น่าเสียดายแย่หรอ?”

        เซียวปินยิ้มบางๆมองเย่ซินหยี่อย่างสงบ แววตาแบบนั้นทำให้เธอรู้สึกอึดอัด… บรรยากาศตรงหน้าทำให้เธอเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา ความรู้สึกที่แทบจะไม่เคยมีมาก่อน… เธอรู้สึกว่าไม่สามรถควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าได้เลย

        เย่ซินหยี่ฝืนข่มความอึดอัดภายในจิตใจ แล้วกล่าวอย่างจริงจัง “อย่างที่ฉันเคยบอกกับนายไป ถ้านายช่วยให้จางยีจื่อยอมรักษาพ่อฉันได้ ฉันจะหาทางช่วยนายออกไปจากที่นี่ ถึงแม้ฉันจะเป็นผู้หญิงก็จริง แต่ฉันก็รักษาคำพูดของตัวเอง!”

        เซียวปินถอนหายใจเบาๆ ถามอย่างสงสัย “คุณหนูเย่ ฉันปฏิเสธเธอเพราะอะไรรู้ไหม?”

        เย่ซินหยี่ส่ายหัว กล่าวจากใจจริง “ฉันไม่รู้”

        เซียวปินหัวเราะ กล่าว “เพราะคุณหนูที่สูงส่งแบบเธอไม่มีวันเข้าใจเรื่องหนึ่ง  ไม่ว่าใคร ก็ล้วนต้องการความเคารพให้เกียรติทั้งนั้น…  ถ้าเมื่อวานเธอขอฉันด้วยความอ้อนวอน ฉันคงจะช่วยไปแล้ว แต่ฉันไม่ชอบการขอด้วยการแลกเปลี่ยน…. ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็ช่วยอะไรฉันไม่ได้ แล้วถึงแม้จะไม่ได้เธอช่วย ที่แค่นี้ก็ขังฉันเอาไว้ไม่ได้หรอก เชื่อไหม?”

        ทั้งสองมองตากัน จู่ๆเย่ซินหยี่ก็รู้สึกโมโหขึ้นมา อย่างที่เซียวปินบอก เธอโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนตามเอาใจ และเธอเองก็เป็นผู้หญิงที่ฉลาด รู้จักว่าเวลาไหนควรจะรุก เวลาไหนควรจะถอย ผู้หญิงระดับเธอ แค่ยอมลดตัวลงมาคุยกับเซียวปินด้วยตัวเองก็ถือว่าให้เกียรติเขามากแล้ว แต่เซียวปินกลับขอเธอมากเกินไป อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้สึกเช่นนี้…

        เย่ซินหยี่ลุกยืนอย่างช้าๆ  ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นฉันจะกลับไปรอคำตอบดีๆจากพี่ปินแล้วกัน ถ้าพี่ปินต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ ก็อย่าลืมติดต่อหาฉัน… พวกตำรวจแถวนี้ล้วนหาทางติดต่อฉันได้ทั้งนั้น ฉันไปก่อนล่ะ…”

        เซียวปินใช้สายตามองส่งเธอเดินจากไป เขารู้ดี ว่าตัวเองทำให้เธอไม่พอใจไปอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลย เพราะเขารับมือกับเธอได้อยู่แล้ว!

        เซียวปินกำลังรอ รอผู้มาเยือนคนที่สาม  … ผอ. กรมรักษาความปลอดภัยแถบจินซา

        …ฉางฮวัยอัน!

        การรอคอยในครั้งนี้ลากยาวมาจนฟ้ามืด หลังจากเพิ่งกินข้าวเสร็จ ประตูห้องขังก็เปิดออก ผู้คุมคนหนึ่งเดินเข้ามา ก่อนจะมองเซียวปินด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์ กล่าว “ออกมาเถอะ ท่าน ผอ. อยากพบนาย”

        เซียวปินหัวเราะพลางลุกยืน แล้วเดินจ้ำอ้าวผ่านประตูออกไป วินาทีนั้น จู่ๆก็มีความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นกลางใจทุกคน ความรู้สึกราวเซียวปินไม่ใช่นักโทษ แต่เป็นแม่ทัพใหญ่ที่กำลังเดินตรวจตราการทำงานของทหารต่ำต้อยเท่านั้น!

        ขณะที่ฉางฮวัยอันกำลังรอการมาถึงของเซียวปินอย่างกระสับกระส่ายนั้น อีกด้าน เย่จื่อก็มาถึงร้านบะหมี่เล็กๆนี้อีกครั้ง ใบหน้าเธอแฝงไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคืนเธอนอนรอข้อความบอกฝันดีจากเซียวปินทั้งคืน แต่ก็ไม่มีข้อความเข้าเลยสักข้อความ เมื่อวานนี้ เธอจึงเอาแต่โมโหไปทั้งวัน  จนตกเย็น เมื่อยังติดต่อเซียวปินไม่ได้ คราวนี้เธอจึงเริ่มคิดได้ว่าต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ แม้จะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรก็เถอะ

        เฉินหยวนหยวนและสี่เหวินถิงก็ตามเย่จื่อมาด้วย พวกเธอดูออกว่าเย่จื่อมีเรื่องอะไรในใจ ดังนั้น ตลอดทางที่มาพวกเธอจึงเอาแต่พูดปลอบใจเย่จื่อไม่หยุด  ทั้งที่ตนเองก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเซียวปินจะหายไปด้วยเหตุผลอะไร

        เมื่อถึงร้าน พวกเธอก็เดินตรงไปยังจางจิ้งที่หน้าแคชเชียร์ ก่อนถาม” พี่ปินล่ะ?”

        “พี่ปิน…. พี่ปินเขา…”

        เมื่อเห็นจางจิ้งเอาแต่อ้ำอึ้ง เย่จื่อก็เริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมา เธอถามอย่างเร่งรีบ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ รีบบอกมาเร็ว”

        “เขาโดนตำรวจจับไปแล้ว”

        “โดนจับ? ทำไมล่ะ?” เย่จื่อหน้าถอดสี เธอกัดฟันกรอด “หรือจะเป็นเรื่องหยีเห้า?”

        “เหมือนจะไม่ใช่แค่เรื่องนั้นนะ” จางจิ้งถอนหายใจ  ก่อนจะเล่าเรื่องในวันนั้นให้พวกเธอฟัง

        เมื่อฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งสามก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปมาก เฉินหยวนหยวนและสี่เหวินถิงมองเย่จื่ออย่างเป็นห่วง กล่าว “เย่จื่อ…. วางใจเถอะ ต้องไม่มีอะไรแน่”

        เย่จื่อส่ายหัว ก่อนจะวิ่งตรงไปยังประตูทางออกโดยไม่สนใจอะไรอีก เฉินหยวนหยวนสี่เหวินถิง เมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามออกไปพลางปากก็ตะโกนเรียกชื่อเธอไปด้วย

        ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันจะไปหาเขา… ไปถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ถ้าพวกมันกล้าใส่ร้ายพี่ปิน ไม่ว่ามันจะเป็นใคร… ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางปล่อยพวกมันไปแน่!” เธอตะโกนก้องอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

        ‘เธออยากจะบินจริงๆหรือเปล่า?….ส่งมือมาสิ ฉันจะพาไปบิน’

        ‘เธอไม่ว่างหรอก… เพราะคืนนี้เธอมีนัดเดทแล้ว…นัดเดทกับฉัน’

        ‘เดทคืนนี้ ยังจะเดทอยู่ไหม?’

         ‘เดทสิ…’

        เย่จื่อนั่งบนรถส่วนตัวของเธอ ในหัวมีแต่เรื่องราวระหว่างเธอกับเซียวปินวนเวียนเต็มไปหมด มาจนถึงตอนนี้ เธอจึงจะรู้… แม้จะรู้จักกับเซียวปินได้ไม่นาน แต่เซียวปินกลับมีความสำคัญกับเธอมากมายเหลือเกิน

        บัดนั้น ในที่สุดเซียวปินและฉางฮวัยอันก็ได้พบกันเสียที

        ตั้งแต่เซียวปินก้าวเข้ามาในห้อง ฉางฮวัยอันก็รู้สึกกระสับกระส่าย อยู่ไม่เป็นสุขขึ้นมา เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเพราะอะไรการเจอกับนักโทษที่รอวันตายแค่คนเดียว จะทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยได้ถึงเพียงนี้  ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขาร้อนรนอย่างมาก เขาสูดหายใจลึก ก่อนจะปัดมือไล่ผู้คุม “ออกไปก่อนเถอะ ออกไปให้หมด”

        เหล่าผู้คุมน้อมรับคำนั้น พลางพากันเดินออกไป ทว่าผู้คุมคนหนึ่งกลับหยิบกุญแจมือออกมา ก่อนเซียวปินจะยื่นมือออกไปอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขาล็อกข้อมือตนไว้อย่างตามใจ จนเมื่อพวกเขาออกไป ห้องทั้งห้องก็เหลือเพียงเซียวปินและฉางฮวัยอันเพียงสองคนเท่านั้น

        ฉางฮวัยอันนั่งบนเก้าอี้ในห้องผู้คุม ก่อนจะชี้ไปยังโซฟา กล่าว “นั่งสิ ผู้คุมที่นี่ถูกฉันไล่ออกไปหมดแล้ว ไม่มีใครเข้ามารบกวนพวกเราแน่นอน… นายอยากพบฉัน มีเรื่องอะไร?”

        เซียวปินนั่งลงบนโซฟา เขามองฉางฮวัยอันด้วยสายตาราบเรียบ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่ไม่ควรจะมีขึ้นมา “ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกต้องมา เพราะแกเป็นคนฉลาด และคนฉลาดก็ย่อมกระทำแต่เรื่องที่ฉลาดเสมอ”

        ฉางฮวัยอันขมวดคิ้ว กล่าว “เวลาของฉันมีค่า…”

        “อ้อ” เซียวปินยิ้มบางๆ “เดือนมิถุนาปีก่อน นายรับเงินมาจาก คุณหลี่  เจ้าของบริษัทเหมาสร้างอาคารที่มีชื่อเสียงในเจียงเฉิงห้าล้านหยวน… เพราะคุณหลี่เพิ่งมีคดีมา  เขาเมาแล้วฆ่าข่มขืนนักเรียนคนหนึ่ง เงินนั่นคือเงินที่ใช้ซื้อชีวิตนักเรียนหญิงคนนั้นจากแก… หลังรับเงินนั่นมา แกก็ปิดคดีนี้แบบชุ่ยๆ แล้วปล่อยให้เลยผ่านไป…”

        ฉางฮวัยอันหน้าถอดสี เขาตบโต๊ะอย่างแรง ตวาดก้อง “พูดเหลวไหล!”

        เซียวปินน้ำเสียงราบเรียบ พูดท่าทางสงบ “ปลายเดือนตุลาปีก่อน นายใช้อำนาจที่มี ดันชู้ตัวเองจนเธอได้เป็นผู้ดูแลแถบนี้…  ต้นเดือนมกราที่ผ่านมา นายรับเงินสินบนหนึ่งล้านหยวนมาจากชายที่สอบตำรวจไม่ผ่านคนหนึ่ง เพื่อแลกกับการให้เขาเข้าเป็นตำรวจ… อ้อ  ฉันอยากสูบบุหรี่อีกแล้ว ขอสูบบุหรี่ได้ไหม?”

        ฉางฮวัยอันพูดไม่ออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เซียวปินก้าวเข้าไปหาเขาทีละก้าวช้าๆ ก่อนจะหยิบเอาบุหรี่ในซองบนโต๊ะขึ้นมามวนหนึ่ง  ฉางฮวัยอันยกไฟขึ้นจุดให้เซียวปินโดยไม่รอคำสั่ง มือของมันเอาแต่สั่นไม่หยุด แช็ก..แช็ก… มันกดไปหลายครั้งกว่าไฟจะติดในที่สุด ก่อนทาบไฟไปที่บุหรี่ของเซียวปินอย่างยากลำบาก

        เซียวปินพ่นควันบุหรี่ออก เขาวางมือที่สวมกุญแจคู่นั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะโย้ตัวไปด้านหน้าจนหน้าเขาและฉางฮวัยอันใกล้กันแค่คืบ… เซียวปินจ้องเขม็งไปยังบุคคลตรงหน้า

        เมื่อเผชิญกับสายตากดดันเช่นนี้ ฉางฮวัยอันไม่หลงเหลือความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามดังวันวานอีกต่อไป “แก…แกจะเอายังไง?” เขาถามน้ำเสียงสั่นเครือ

        “ฉันจะออกไป!”

        “ไม่…ไม่มีปัญหา”

        “นายต้องไปยืนต่อหน้าผู้คุมทุกคน… แล้วขอร้องฉัน ขอร้องอ้อนวอนให้ฉันออกไป!”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม