0 Views

        ฉางฮวัยอันคิดไม่ถึง ว่าเรื่องนี้จะร้อนไปถึงเย่ซินหยี่ได้ ดูท่าทาง เซียวปินกับบ้านเย่จะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากันจริงๆด้วย ยังดีที่ก่อนมาเขาคำนึงถึงข้อนี้เอาไว้เผื่อแล้ว

        ความจริงแล้วหากเป็นเพียงเพราะหลานชายตัวเองเท่านั้น ฉางฮวัยอันไม่ว่ายังไงก็จะไม่มีทางมายุ่งกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด เพราะเขารู้จักหลานชายตัวเองดีกว่าใคร รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง สำหรับหลานไม่เอาไหนที่สักแต่จะหาเรื่องไปวันๆของเขา หากคนที่มันไปหาเรื่องเป็นคนธรรมดาๆล่ะก็ เขามีวิธีเป็นร้อยแปดพันเก้าที่จะช่วยเข้าข้างหลานตัวเอง แต่เรื่องในครั้งนี้โยงไปถึงตระกูลเย่ด้วย ตระกูลเย่ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะต่อกรด้วยได้ เรื่องนั้น เขารู้ดีกว่าใคร

        ฉางฮวัยอันก็เป็นดั่งจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่ง ก่อนจะทำอะไร เขาต้องคิดถึงผลดีและผลร้ายที่จะตามมาก่อน หากผลดีมากกว่า เขาถึงจะลงมือทำ ในเรื่องนี้ เขาเดาว่าเซี่ยหลุนกับเซียวปินต้องเคยมีเรื่องอะไรกันมาแน่ ไม่งั้นเซี่ยหลุนก็คงไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ดังนั้น เขาจึงเริ่มจากการรับผลประโยชน์มากมายจากเซี่ยหลุนก่อน ผลประโยชน์ที่มากจนหากเขาต้องออกจากราชการจริงๆ  เงินนั้นก็ยังมีมากพอให้เขาได้อยู่อย่างสุขสบายไปหลายชาติเลย ยิ่งไปกว่านั้น ในมือเขาก็มีหลักฐานที่แน่ชัด แม้จะไม่มากพอให้ตัดสินว่าเซียวปินก็คือฆาตกร แต่ก็เพียงพอแล้ว สำหรับการทำให้เซียวปินตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรก เป็นเช่นนี้ ด้านทางตระกูลเย่เอง เขาก็มีเหตุและผลดีพอที่จะกล่าวแย้งได้

        ที่สำคัญ เมื่อได้รู้ว่าเซียวปินเป็นแค่แรงงานจนๆคนหนึ่งเท่านั้น เขาก็มั่นใจ ว่าตระกูลเย่ไม่มีทางยอมประกาศสงครามกับตนเพียงเพราะเซียวปินคนเดียวแน่ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เชื่อ ว่าเย่ปั้นเฉิงจะเอาอนาคตลูกสาวมาฝากกับแรงงานจนๆอย่างเขาจริง!

        ในความคิดเขา เย่เสี่ยวซีก็แค่เล่นๆกับเซียวปินเท่านั้นแหละ

        เมื่อเจอเย่ซินหยี่ ฉางฮวัยอันก็บอกลูกน้องให้เก็บกุญแจมือลง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเย่ซินหยี่ เขาหัวเราะยิ้มแย้ม “คุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ มาเองเลยหรอครับ”

        เย่ซินหยี่ยังคงรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ เธอตวัดสายตามองเขา ก่อนจะกล่าวหัวเราะเบาๆ “ผอ. ฉาง  เซียวปินเป็นเพื่อนสนิทฉัน แล้วยังเพิ่งมาจากต่างถิ่นอีก คุณนำคนมาจับเขาแบบนี้ คงจะเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ?”

        ซูเสียวเสี่ยวและคนอื่นๆคิดไม่ถึง ว่าเซียวปินจะมีเพื่อนที่สวยขนาดนี้ หากแต่เซียวปินรู้ดี แม้ผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่ศัตรู แต่ก็หาใช่เพื่อนไม่ เขารู้ดี ว่าเธอต้องมาเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง จึงได้แต่รอดูสถานการณ์ต่อไปอย่างเงียบๆฉางฮวัยอันหัวเราะเจ้าเล่ห์ “คุณหนูเย่ ตามความจริงแล้ว หากเป็นเพื่อนคุณ ผมก็คงจะต้องไว้หน้าคุณ แล้วปล่อยเขาไปล่ะนะ แต่ไอ้หนุ่มคนนี้ มีส่วนเชื่อมโยงไปถึงเหตุฆาตกรรมนักเลงที่ชื่อต้วนจื่อในแถบจินซา วันที่เขาตาย พอดีกับวันที่เพิ่งมีเรื่องกับเซียวปินไป พวกเขายังถึงขั้นต่อยตีกัน เรื่องนี้มีคนหลายคนอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งทุกคนสามารถเป็นพยานได้ เรื่องนี้ผมเองก็กดดันมากเหมือนกัน ยิ่งผมเป็น ผอ. มาหลายปี การผดุงกฎหมายเป็นหน้าที่ของผม ดังนั้น หวังว่าคุณหนูเย่จะเข้าใจนะครับ ผมปล่อยเขาไปไม่ได้จริงๆ”

        เย่ซินหยี่หัวเราะกล่าว “คนที่ตายเป็นแค่นักเลงกระจอกคนหนึ่ง?”

        “เหอะๆ…. นักเลงก็เป็นชีวิตๆหนึ่งนะครับ” ฉางฮวัยอัน

        “ผอ. ฉาง คุณยังไม่เข้าใจความหมายของฉัน… ในเมื่อเขาเป็นนักเลง แสดงว่าต้องเคยมีเรื่องกับคนมามากมายนับไม่ถ้วน คนที่เกลียดเขาก็คงมีไม่น้อย ถ้าแค่เพียงเพราะเพื่อนฉันเคยมีเรื่องกับเขา มันคงไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นหลักฐานล่ะมั้งคะ…. ผอ. ฉาง  คุณคิดว่าไง?” เย่ซินหยี่ดวงตาประกายความมั่นใจออกมา เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาจริงๆด้วย… ว่ากันว่าสาวนมโตมักจะไร้สมอง แต่เธอหน้าอกใหญ่มาก ทั้งยังมีสมองอีก

        ฉางฮวัยอันส่ายหัว กล่าวพลางหัวเราะแผ่ว “หากเป็นแค่นี้ล่ะก็ ผมคงจะไม่ถ่อมาถึงนี่หรอกครับ แต่ยังมีคนพบเขาแอบเข้าไปในซอยแถวบ้านต้วนจื่อยามวิกาลอีก”

        เซียวปินมั่นใจว่าวันนั้นไม่มีใครสะกดรอยตามตนแน่ ยิ่งไม่มีทางที่ตนจะถูกใครเจอ ดังนั้น เมื่อฟังฉางฮวัยอันพูดดังนั้น เขาก็โพล่งขึ้นทันที “ใคร?”

        หากเป็นเวลาปกติ ฉางฮวัยอันไม่มีทางมาเสียเวลากับผู้ต้องสงสัยแค่คนเดียวนานขนาดนี้แน่ แต่ในเมื่อเรื่องนี้ร้อนไปถึงตระกูลเย่ด้วย เขาจึงยอมพูด “ผู้เห็นเหตุการณ์ชื่อจางเต๋อ เป็นคนรับใช้ภายในบ้านตระกูลเซี่ย ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ของเจียงเฉิง”

        ได้ฟังดังนี้ คนทีรู้เบื้องลึกก็คงจะรู้ดี ว่าเซียวปินเคยมีเรื่องกับเซี่ยหลุนมาก่อน เป็นไปได้มากว่าอีกฝ่ายจะใส่ร้ายซ้ำเติมตน และคนทุกคนในร้านบะหมี่นี้ก็รู้ดี ว่าเซียวปินเพิ่งจะมีเรื่องกับหลานชายฉางฮวัยอันไป เรื่องนี้จึงเข้าใจได้ไม่ยาก

        เย่ซินหยี่ขมวดคิ้วงาม ถาม “คำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์คนนี้เชื่อถือได้ไหม?”

        ฉางฮวัยอันหัวเราะ “นั่นก็คงต้องให้กรมตำรวจของเราพิจารณาอีกทีแล้วล่ะ คุณหนูเย่วางใจเถอะ พวกเราไม่มีวันปล่อยคนชั่ว และไม่มีวันป้านสีคนดีอย่างแน่นอน”

        เย่ซินหยีพิจารณาในใจ หากยกตระกูลตนมาข่มฉางฮวัยอัน เกรงว่าคงจะทำให้ ผอ. นี่ไม่พอใจได้ เย่ซินหยี่ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องแค่ ผอ. คนหนึ่งจะไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำอย่างนั้น หากจะต้องทำ ก็ต้องดูว่าเธอจะได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้าง ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่พอใจก็มีหนักเบา หากเธอหักหน้าเขาต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ ก็เท่ากับทำให้อีกฝ่ายเสียหน้า แบบนั้นจะไม่ใช่เพียงแค่ความไม่พอใจ แต่หมายถึงการร้าวฉานเลยต่างหาก…

        เย่ซินหยี่สีหน้าจริงจัง “ผอ. ฉาง ก่อนเรื่องนี้จะมีหลักฐานที่แน่ชัด… ก่อนศาลจะตัดสินคดี ฉันหวังว่าเพื่อนฉันจะได้รับการปรนิบัติที่เป็นธรรม”

        คำพูดนี้ราวกำลังปกป้องเซียวปิน แต่ความเป็นจริงแปลว่าเธอยอมแล้วต่างหาก

        ฉางฮวัยอันโล่งอก หากเย่ซินหยี่ยังไม่ยอมลดละง่ายๆ เขาก็คงจะกังวลใจไม่น้อย แม้เรื่องนี้เขาจะได้รับผลประโยชน์มากมายก็จริง แต่หากประกาศสงครามกับตระกูลเย่ไป แม้แต่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

        เย่ซินหยี่เดินไปหยุดอยู่หน้าเซียวปิน เซียวปินมองหญิงสาวที่เต็มไปด้วยประกายแพรวพราว กล่าวยิ้มๆ “เราเจอกันอีกแล้วนะ”

        “นั่นสิ” เพราะเธอยังต้องพึ่งเขา ท่าทีในครั้งนี้ของเธอจึงดีตามไปด้วย “สะดวกคุยอะไรส่วนตัวกันหน่อยไหม?”

        เซียวปินมองฉางฮวัยอันแวบหนึ่ง เย่ซินหยี่เองก็มองตามเช่นกัน เธอถาม “ ผอ. ฉาง  มีฉันรับประกันอยู่… ถ้าพวกเราจะไปคุยอะไรส่วนตัวกันสักหน่อย คงไม่เป็นไรใช่ไหม?”

        แน่นอนว่าฉางฮวัยอันยินดีที่จะช่วยเหลือเย่ซินหยี่อยู่แล้ว เขาตอบรับอย่างรวดเร็ว “พวกคุณไปคุยกันเถอะ แต่อย่าให้ผมรอนานเกินไปล่ะ”

       เซียวปินนำเย่ซินหยี่ไปที่ห้องพักด้านหลัง ซึ่งเป็นห้องที่พวกเขาใช้พักผ่อนกัน ในห้องนี้มีเตียงอยู่สองหลัง เซียวปินนั่งลงบนเตียงก่อน แล้วชี้ไปยังเตียงอีกหลังที่อยู่ตรงข้าม กล่าว “นั่งลงเถอะ ที่นี่เป็นที่ๆเราใช้พักผ่อนกัน แม้จะดูไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังถือว่าสะอาด คงไม่ทำให้ชุดของคุณเย่แปดเปื้อนหรอก”

        เย่ซินหยี่ยิ้มบางๆพลางนั่งลง นัยน์ตาส่อแววเศร้า “พี่ปิน เหมือนพี่จะยังระแคะระคายในตัวซินหยี่อยู่เยอะเลยนะ” เธอพูดเสียงเศร้า

        “เปล่า” เซียวปินหัวเราะ “อย่าพูดแบบนั้นเลย คนที่ไม่รู้จะคิดว่าระหว่างเราเคยมีเรื่องอะไรกันนะ”

         “เฮ้อ…” เย่ซินหยี่ถอนใจเศร้า “เรื่องในตอนนั้น ฉันยอมรับว่าเซี่ยกู้เฉิงทำผิดจริง แต่ตอนนั้นเขาไปรับคุณพ่อกับฉัน จะยังไงก็ถือว่าเราไปด้วยกัน ไม่ว่าใครถูกใครผิด แต่พี่ตีเขาต่อหน้าฉันแบบนั้น ฉันจะเอาแต่นิ่งเงียบอยู่ก็คงไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”

        เซียวปินยอมรับว่าเย่ซินหยี่พูดถูก โดยเฉพาะพวกที่เป็นทหารจะรู้ดี คนของตัว มีแค่ตัวเท่านั้นที่จะสั่งสอนได้ ดังนั้น เมื่อพบกับคนกองอื่นๆ ไม่ว่าจะยังไง พวกเขาก็ต้องเป็นหนึ่งเดียวกันเอาไว้ก่อน

        เย่ซินหยี่ฉลาดเฉลียว แค่เพียงมองตาก็รู้ถึงสิ่งที่เซียวกำลังคิดอยู่  เธอยิ้มอ่อนหวาน “ไม่โทษฉันแล้ว?”

        “ไม่แล้ว” นอกจากการอภัยให้เธอ เซียวปินยังมีเหตุผลอีกอย่าง… เย่ซินหยี่เป็นพี่สาวเย่จื่อ ตนจึงไม่พึงควรจะไปมีเรื่องหมางใจด้วย

        แต่เย่ซินหยี่กลับไม่รู้เรื่องพวกนั้น ไม่รู้กระทั่งความสัมพันธ์ของเขากับน้องสาวด้วยซ้ำ… เมื่อเธอเห็นเซียวปินให้อภัยแล้ว จึงพูดวกเข้าเรื่องอย่างรวดเร็ว “พี่ปิน ฉันอยากจะคุยกับพี่เรื่องหนึ่ง”

        “หือ? ว่ามาสิ เรื่องอะไร”

        เย่ซินหยี่ยิ้มหวาน กล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ “คุณพ่อฉันป่วยหนักอยู่ พวกเราอยากเชิญจางยีจื่อมารักษาท่าน พวกเราส่งคนไปหลายครั้ง แต่ก็โดนปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง… ได้ข่าวว่าตอนนี้จางยีจื่ออยู่เมืองเจียงเฉิง และที่เขามาได้ ก็เพราะคำเชิญจากพี่”

        เซียวปินพยักหน้า

        “ฉันอยากขอให้พี่ช่วยพูดกับท่านหน่อย ให้ท่านยอมมารักษาคุณพ่อ แล้วปัญหาที่พี่เจออยู่ในตอนนี้ ฉันจะหาทางจัดการทุกอย่างให้พี่เอง” เย่ซินหยี่ราวจะกังวล กลัวว่าเซียวปินจะไม่รับปาก จึงพูดเสริมขู่เข้าไป “ฉันคิดว่าพี่เองก็คงจะรู้ ที่ฉางฮวัยอันพาคนมาตามจับพี่ ไม่ใช่เพราะเขาต้องการจะรักษากฎหมายอะไร แต่เป็นเพราะเขาได้รับผลประโยชน์จากตระกูลเซี่ยต่างหาก เพราะฉะนั้น ถ้าพี่ไม่มีคนช่วยล่ะก็ พี่คงจะออกมาลำบาก จริงอยู่ที่พี่ต่อยตีเก่ง แต่คนแค่คนเดียว สู้รบปรบมือกับราชกาลบ้านเมืองไม่ได้หรอกนะ แค่ป้ายสีคนๆหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกมันหรอก”

        เย่ซินหยีพูดจบ ก็เอาแต่จ้องเซียวปินตาไม่กระพริบ เธอดูราวจะมีความมั่นใจมาก เริ่มจากการพูดเพียงไม่กี่คำ เพื่อทำลายความไม่เป็นมิตรระเซียวปินกับตัวเอง และใช้โอกาสในครั้งนี้ ทำข้อแลกเปลี่ยนกับเขา แล้วอย่างนี้ เซียวปินจะมีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธอีกล่ะ

        เซียวปินเข้าใจเสียที ที่แท้เย่ซินหยี่ก็มาหาเพราะเรื่องนี้นี่เอง หากเธอเข้ามาขอดีๆล่ะก็ เห็นแก่เย่จื่อ ไม่ว่ายังไงเขาก็จะต้องช่วยอยู่แล้ว แต่เธอกลับทำตัวเองทั้งนั้น… เธอกลับมองว่าเรื่องฉางฮวัยอันในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันหายากของเธอ  เธอเปลี่ยนจากการขอร้องมาเป็นการขอผสมขู่ และสิ่งที่เซียวปินเกลียดมากที่สุดก็คือการโดนข่มขู่…

        ดังนั้น เซียวปินจึงได้แต่ส่ายหัว ตอบ “ขอโทษ ฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้”

        เมื่อพูดจบ เซียวปินก็เดินตรงไปยังประตูทางออก ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคุยต่อกับผู้หญิงหยิ่งยโสคนนี้อีก

        เย่ซินหยี่นั่งอึ้งอยู่กับที่  ตั้งแต่โตมา ไม่ว่าอะไร แค่เธออยากได้ เธอก็ต้องได้ … คิดไม่ถึงเลยว่า ชายคนนี้จะบอกปฏิเสธเธอ เมื่อมองตามแผ่นหลังเซียวปินที่เดินจากไป เย่ซินหยี่นัยน์ตาประกายความโกรธเกรี้ยว… …แต่เพียงไม่นาน ความโกรธก็กลายเป็นไฟในตัวเอง

        …เธอจะต้องเอาชนะผู้ชายคนนี้ให้ได้

        เซียวปินเดินกลับไปยังโถงใหญ่อีกครั้ง เย่ซินหยี่เองก็เดินตามเขามาเช่นกัน ตั้งแต่เย่ซินหยี่ก้าวเข้ามา ซูเสียวเสี่ยวก็เอาแต่อึ้งตกใจกับความสวยสง่าและสูงส่งของเธอ แม้เธอจะคิดว่าตนก็ไม่ขี้เหร่ แต่แสงจรัสบนตัวเย่ซินหยี่ กลับกลบแสงอันริบหรี่ที่มีในตัวเอง และคนอื่นๆที่อยู่รอบๆไปสิ้น โดยเฉพาะความสง่าแลดูสูงส่งแบบนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปจะมีในตัว….

        เมื่อพบว่าเซียวปินเดินกลับมาแล้ว ซูเสียวเสี่ยวก็เลิกคิดฟุ้งซ่าน เธอมองไปยังเซียวปิน พลางกล่าวอย่างร้อนรน “พี่ปิน พี่จะถูกพวกมันเอาตัวไปไม่ได้นะ”

        เซียวปินยิ้มบางๆที่มุมปาก ส่งสายตาไปยังประตูร้าน ที่หน้าร้านเต็มไปด้วยผู้คนที่มายืนมุงดูเหตุการณ์ หนึ่งในนั้นเป็นชายเนื้อละเอียดอ่อนคนหนึ่ง เซียวปินและเขามองสบตากัน ก่อนเซียวปินจะส่งสายตาราวฝากฝังทุกสิ่งไว้กับเขา ก่อนสายตานั้นจะเบนไปยังฉางฮวัยอันอีกครั้ง  เขายื่นมือทั้งสองข้างออกไปช้าๆ พลางกล่าวยิ้มหวาน “จะจับฉันกลับไปจริงหรอ?”

        ตำรวจข้างฉางฮวัยอันเดินตรงเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทำการล็อกกุญแจมือเขา

        เซียวปินไม่ได้สนใจตำรวจคนนั้น เขายังคงจ้องไปยังฉางฮวัยอัน ยิ้มหวาน “ผอ. ฉาง  ผมชอบนะ คนที่ผดุงความยุติธรรม และรักษากฎหมายน่ะ แต่ผมเกลียดพวกที่เอากฎหมายมาอ้างเพื่อทำสิ่งเลวทรามส่วนตัวที่สุด คุณเป็นคนแบบไหน คุณคงจะรู้ตัวดี”

        ฉางฮวัยอันสีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย

        เซียวปินยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสงบ “แต่ผมก็ยังต้องเตือนอะไรคุณไว้อย่าง”

        “เตือนอะไร”

        “คุณจะจับผมก็ได้ แต่คุณต้องจำไว้อย่าง…. ผมลงตาราง คุณลงนรก”

        แกรก

        เซียวปินถูกล็อกกุญแจมือเสร็จสิ้นในที่สุด

        ความมั่นใจและสายตาเหยียดหยามนั้นของเซียวปิน ทำเอาฉางฮวัยอันรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที เขาตะคอกเสียงหลงพลางชี้ไปยังเซียวปิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเคืองอันเป็นผลมาจากความอับอาย “เอาตัวมันไป เอาไป!” มันตะโกนก้อง

        เซียวปินหัวเราะกึกก้อง แล้วเดินสาวเท้านำพวกตำรวจ แม้เขาจะถูกล็อกกุญแจมือเอาไว้ แต่ทุกคน ณ ที่นั้นกลับยังรู้สึกว่าเขาช่างแลดูยิ่งใหญ่ แข็งแกร่งนัก ราวกับพวกตำรวจที่คุมตัวเขาเป็นเพียงฝูงมดตัวเล็กๆเท่านั้น และเขา… เขาเป็นยักษ์ตัวใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางฝูงมดนั้น

        เมื่อเดินจนพ้นประตู เซียวปินหันกลับไปมองซูเสียวเสี่ยวที่ราวจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ได้แต่นิ่งเงียบไป …เขายิ้มให้เธอราวมิกังวลกับเรื่องตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย “ไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับคุณน้าหรอก อย่างมากก็สองวัน… แล้วฉันจะกลับมา!”

         นี่เป็นคำสัญญา และเป็นคำท้าทายฉางฮวัยอันไปในตัวด้วย

        เมื่อมองดูความมั่นใจที่ช่างไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ของเซียวปิน บวกกับคำเมื่อครู่ที่เขาประกาศไป จู่ๆ ฉางฮวัยอันก็รู้สึกหวาดผวา และเสียใจกับสิ่งที่ทำขึ้นมา

        ฉันลงตาราง แกลงนรก?

        ฉางฮวัยอันกำมือแน่น คนแบบนี้ หากบาดหมางด้วย ก็จะต้องฆ่ามันให้ตายเท่านั้น… ในเมื่อเข้าไปแล้ว แกยังอยากจะรอดชีวิตกลับมา… เป็นไปได้หรอ?

        ฉางฮวัยอัน  ซึ่งเป็นถึง ผอ. กรมรักษาความปลอดภัย บัดนี้ ในใจกลับมีความอาฆาตแรงกล้าขึ้นมา!

        …ฆ่า!

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม