0 Views

        สายตาราบเรียบที่เธอมองไป ทำเอาพวกนอกเครื่องแบบอยู่กันไม่เป็นสุข สายตานั้น ราวสายตาแห่งเจ้าหญิงสูงส่ง ผู้กำลังสอบสวนราษฏรต่ำต้อยอย่างพวกเขา

        เย่จื่อเสยผมวาว ก่อนหัวเราะเบาๆในลำคอ “พวกคุณมีสิทธ์อะไรมาจับเขา?”

        มีสิทธ์อะไร? หัวหน้าผู้เคยโดนเซียวปินถีบจนตัวลอยหัวเราะเสียงดังอย่างโกรธเกรี้ยวเต็มที “ฉันเป็นหัวหน้าตำรวจแผนกอาญาประจำแถบจินซาแห่งเมืองเจียงเฉิง  เชียวเฮ่อยี  แฟนคุณต้องสงสัยคดีทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส  ดังนั้น มันต้องโดนจับกุม อีกอย่าง ตอนนี้คดีของมันก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคดีแล้ว… ทำร้ายเจ้าพนักงาน”

        “อ้อ..” เย่จื่อกลอกตาไปมา พูดระคนหัวเราะ “คุณบอกว่าเขาทำร้ายเจ้าพนักงาน งั้นฉันก็สงสัยล่ะสิ คุณมีสิทธิ์อะไรบอกว่าตัวเองเป็นตำรวจ? ไหนเครื่องแบบคุณ? คุณบอกปากเปล่าว่าตัวเองเป็นตำรวจ งั้นถ้าฉันบอกว่าตัวเองเป็นนายกฯ  ทุกคนเชื่อฉันหรือเปล่า?”

        คำพูดของเย่จื่อ นำมาซึ่งเสียงหัวเราะครื้นจากผู้คนรอบๆ

        เชียวเฮ่อยีโกรธจนหน้าเขียว แต่ก็ยังฝืนยิ้มกล่าว “ได้เลย  ฉันจะแสดงบัตรตำรวจให้ดู”

         พูดจบ มันก็ล้วงมือเข้าในเสื้อ ก่อนใบหน้าจะเปลี่ยนสี และนั่นก็สร้างเสียงโห่หัวเราะให้กับคนรอบๆอีกครั้ง  เชียวเฮ่อยีหน้าเสีย มันหันไปหาลูกน้องที่ข้างๆ พลางกล่าวถาม “พวกแกมีใครเอาบัตรมาบ้างไหม?”

        “ผม…ผมเอามาครับ” หนึ่งในชายกลุ่มนั้นถือบัตรไว้ในมือ ก่อนจะวิ่งมาด้านหน้าด้วยใบหน้าราวถือไพ่เหนือกว่า

        เชียวเฮ่อยีพูดอย่างอวดดี “เอาให้พวกมันดูซิ”

        ชายคนเดิมถือบัตรตำรวจชูออกไป มันหมุนเอียงตัวให้เห็นกันถ้วนทั่ว แล้วพูดอย่างอวดดี “เห็นกันเต็มตารึยัง ฉันเป็นตำรวจแผนกอาญา และฉันขอยืนยันกับทุกคน… คนๆนี้ เป็นหัวหน้าตำรวจแผนกอาญาของพวกเราจริง ใครยังมีข้อสงสัยอะไรอีก?”

        เย่จื่อพูดระคนหัวเราะ “ฉันคลายสงสัยเรื่องตัวตนของพวกคุณแล้วล่ะ แต่ว่า หัวหน้าของพวกคุณถึงขั้นลืมพกบัตรตำรวจมา ส่วนพวกคุณก็ยังไม่ทันได้เปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบตำรวจเลยด้วยซ้ำ ฉันเดาว่า พวกคุณคงจะโดนใครสักคนสั่งให้มาแบบกะทันหันสินะ? คุณน้า ผอ. ของหยีเห้าสั่งมา? นี่มันเรียกว่าการล้างแค้นส่วนตัวโดยอวดอ้างผลประโยชน์ของประชาชนหรือเปล่า เหอะ…. แล้วพวกคุณจะทำยังไงกับแฟนฉันล่ะ? สอบปากคำหรือกักขัง? พวกคุณมีหมายศาลมาด้วยรึเปล่า? หรือมีเอกสารอะไรมาด้วยบ้าง ไหนขอฉันดูหน่อยซิ?”

        เชียวเฮ่อยีกระอักกระอ่วน แถ “ตามกฎหมายแล้ว ในสถานการณ์คับขัน เรามีอำนาจในการจับตัวผู้ต้องหาก่อน แล้วค่อยจัดทำหมายศาลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง  อย่าพูดมาก ไปจับมัน!”

        ตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งหลายเดินตรงเข้าไปยังเซียวปินพร้อมๆกัน เย่จื่อขมวดคิ้วมุ่น เธอรู้ดี เชียวเฮ่อยีพูดถูกทุกอย่าง แต่สิ่งที่ทำให้เธอไม่พอใจมากกว่าก็คือ รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจใช้อำนาจรัฐฯมาสะสางเรื่องส่วนตัว แต่ถึงกระนั้น ก็ยังถือเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมายอยู่อีก… ตอนที่เซียวปินทำร้ายเขา ก็มีผู้อยู่ในเหตุการณ์เยอะเสียด้วย แม้เซียวปินจะไม่ได้ออกแรงมากจนทำให้มันสาหัสก็เถอะ แต่หากเพียงแค่มันแอบทำอะไรนิดๆหน่อยๆกับผลตรวจร่างกายล่ะก็ เรื่องคงไม่จบเพียงเท่านี้แน่… ยิ่งการเปลี่ยนแปลงผลตรวจก็เป็นแค่เรื่องง่ายๆสำหรับพวกมันเสียด้วย…

        เย่จื่อคิดลังเลอยู่นาน จนสุดท้าย ขณะเธอกำลังจะยกตระกูลตัวเองขึ้นมาปกป้อง เซียวปินที่อยู่ข้างๆก็ยิ้มหัวเราะออกมาเสียก่อน “ก็ดีเหมือนกัน งั้นฉันจะไปกับพวกแกสักรอบแล้วกัน”

        เซียวปินไม่ได้ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว  เพราะถ้าจำเป็นจริงๆ เขาก็ยังสามารถบอกตัวตนที่แท้จริงออกไป แม้เขาจะไม่ค่อยอยากเปิดเผยออกไปก็ตาม ด้วยฐานะอดีตหัวหน้าทีมที่ยิ่งใหญ่อย่างหลงหยา แม้ตอนนี้เขาจะถอนตัวออกมาแล้ว แต่อำนาจที่เขายังมี ก็ไม่ใช่ว่าไอ้พวกคนเล็กคนน้อยแบบนี้จะเทียบได้ ต่อให้เป็นไอ้ ผอ. หมาบ้านั่น ก็ยังต้องชิดซ้ายให้เขาเลย ยิ่งไปกว่านั้น เขาอาจไม่จำเป็นต้องยกข้อนั้นขึ้นมาเลยก็ได้ เพราะนอกจากฐานะแล้ว เขายังมีไม้ตายอีกอย่าง ซึ่งเป็นไม้ตายที่จะใช้ได้ผลเป็นอย่างดีกับ ผอ. นั่น… ฉางอันฮวัย เพราะนี่ถือเป็นจุดอ่อนจุดตายของเขาเลยทีเดียว!

        เย่จื่อได้ฟังดังนั้นกลับส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะยิ้มหวานถาม “พี่ปิน ฉันขอถามอะไรอย่างสิ”

        “ถามสิ”

        “พี่ชอบฉันไหม?”

        เซียวปินคิดไม่ถึงเลยว่า ในเวลาแบบนี้ เย่จื่อยังจะถามคำถามเช่นนี้ออกมา แม้แต่พวกที่ยืนมุงดูอยู่ก็ยังทำหน้าทั้งงงทั้งอึ้งไปพร้อมกัน ทว่าเซียวปินกลับแสดงสีหน้าจริงจัง พลางพยักหน้าตอบเธอ “ชอบ”

        เย่จื่อยิ้มหวาน กล่าว “งั้น ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พี่ต้องโทรหาฉันทุกคืน ต้องบอกฝันดีฉันก่อนนอนทุกวันด้วย พี่ทำได้หรือเปล่า?”

        เซียวปินยิ้มตอบ “ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

        “พี่เป็นแฟนคนแรกของฉัน…” เย่จื่อสีหน้าจริงจัง “แล้วฉันก็หวังให้เป็นคนสุดท้ายด้วย”

        หลังพูดจบ เย่จื่อก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับพวกตำรวจชุดไปรเวท ก่อนกล่าวเรียบเฉย “ผู้ชายของฉัน เย่เสี่ยวซี พวกแกก็ยังอยากจะพาไปอีก? โทรไปหา ผอ. ของพวกแก บอกว่าฉันเป็นลูกสาวของเย่ปั้นเฉิง ถามเขาหน่อย ว่าเรื่องในวันนี้จะจัดการยังไง  คิดจะรังแกแม้กระทั่งฉันเลยหรอ?”

        ยโส มั่นใจ สูงส่ง เย่จื่อในขณะนี้ ไม่ต่างอะไรกับเจ้าหญิงผู้สวยสง่า… พวกตำรวจต่างก็มองเย่จื่อตาค้าง จนถึงกับพูดไม่ออกกันเป็นแถบ ต่อมาจึงจะกลายเป็นความตกใจเมื่อรู้ว่าเย่จื่อเป็นใคร เย่ปั้นเฉิง ผู้ชายที่รวยที่สุดในเจียงเฉิง!

        เธอเป็นลูกสาวเย่ปั้นเฉิงงั้นหรอ แก้วตาดวงใจตระกูลเย่!

        ไม่เพียงแค่พวกตำรวจที่ตกใจ แม้แต่พวกคนที่ยืนมุงดูก็ยังอึ้งตกใจไปตามๆกัน เห็นได้ชัด ว่าชื่อปั้นเย่เฉิงก็เสมือนสัญลักษณ์อีกสัญลักษณ์ประจำเมืองเจียงเฉิง… สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง

        เดิมพวกไทยมุงก็คงว่าแค่จะมาดูเรื่องร้อนของชาวบ้านเท่านั้น แต่พอมาดูตอนนี้ เรื่องนี้คงจะกลายเป็นเรื่องร้อนประจำเมืองไปแล้ว สีหน้าพวกเขาบ่งบอกอย่างเห็นได้ชัด ว่าเรื่องอีกเรื่องที่เพิ่งได้รู้ ดูน่าสนุกและน่าสนใจกว่าเรื่องเก่าเป็นไหนๆ เกินกว่าที่พวกเขาเคยคาดคิดเอาไว้เสียด้วยซ้ำ

        เชียวเฮ่อยีเริ่มมีเหงื่อไหลออกจากผิวหนังซึ่งกำลังซีดเผือดของมัน “คือว่า… คุณหนูเย่โปรดรอสักครู่นะครับ ผมจะโทรไปถามเดี๋ยวนี้” มันพูดร้อนรน

        มันหยิบมือถือขึ้นมา ก่อนจะหลบไปคุยอีกที่ๆไกลออกไป เพราะคงไม่สะดวกที่จะคุยต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้

        เซียวปินมองแผ่นหลังเล็กของเย่เสี่ยวซีที่ยืนขวางตรงหน้าอย่างสงบ ที่แท้เธอชื่อเย่เสี่ยวซี  คาดว่าน่าจะเป็นน้องสาวเย่ซินหยี่สินะ… …จู่ๆเซียวปินก็รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

        ในเมื่อเป็นคนตระกูลเย่ เย่จื่อ จึงเป็นไปได้มาก ว่าจะเป็นน้องสาวของเย่ซินหยี่ คนที่ตนเคยเจอเมื่อตอนอยู่สนามบิน แต่เซียวปินไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย  เย่ซินหยี่ก็คือเย่ซินหยี่ เย่จื่อก็คือเย่จื่อ

        เซียวปินรู้ดี ว่าเย่จื่อไม่ชอบพวกคนในบ้านเธอ ไม่ชอบโอ้อวดเรื่องวงศ์ตระกูลตัวเอง การมีชาติตระกูลที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ความโชคดีสำหรับเธอ แต่เป็นความจำกัด เป็นความเศร้าอย่างหนึ่งต่างหาก

        แต่ที่เซียวปินรู้สึกเจ็บปวดอยู่ เพราะเขารู้ดี ว่าเป็นต้นเหตุให้เย่จื่อต้องกลับไปเผชิญกับรอยแผลในจิตใจที่เธอพยายามจะหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด

        เซี่ยวปินนัยน์ตาประกายความเยือกเย็น ฉางฮวัยอัน… บางทีเขาควรจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำเอาไว้บ้างแล้ว

        ขณะนั้นเองเชียวเฮ่อยีก็วิ่งกลับเข้ามา ก่อนหัวเราะกล่าว “คือ… คุณเซียว คุณหนูเย่ครับ เรื่องเข้าใจผิด…เข้าใจผิดครับ…พวกเราน่าจะเข้าใจอะไรผิดไป รบกวนเวลาเดินห้างของพวกคุณมามากแล้ว พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้ ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ…”

        เย่จื่อน้ำเสียงราบเรียบ “เพราะฉันเป็นคนตระกูลเย่ นี่ก็เลยเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ถ้าฉันเป็นแค่คนธรรมดา ตอนนี้คนรักของฉันก็คงจะโดนพวกนายพาตัวไปแล้ว บางที อาจจะต้องโดนขังเป็นเดือนๆ แล้วยังต้องหาเงินไปประกันตัวอีก… กลับไปบอก ผอ. ของพวกนายซะ ที่เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ก็เป็นเพราะหลานชายเขามาตามตื๊อหาเรื่องฉัน… ฉันเป็นแค่นักศึกษาคนหนึ่ง รู้อะไรไม่มาก แต่ฉันก็ยังเข้าใจเรื่องหนึ่ง.. ถ้าอยากให้อาชีพยืนยาว ก็ต้องทำตัวเองให้โปร่งใส ทำอะไรให้มันถูกต้อง และสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือการไม่ทำอะไรผิดกับความเป็นคนของตัวเอง!”

        คนรอบข้างต่างก็ร้องชื่นชมเห็นด้วย พวกตำรวจต่างก็เดินขายหน้ากลับไป มาไว และไปไวดีจริงๆ

        เย่จื่อหันกลับไปมองเซียวปินอีกครั้ง ยิ้มกล่าว “พี่ปิน  จบเรื่องแล้วล่ะ”

        เซียวปินยื่นนิ้วออกไป ก่อนจะไล้นิ้วไปมาบนจมูกเธอ พลางยิ้มแห้งๆ “เธอชอบที่ฉันหลบอยู่หลังผู้หญิงหรอ?”

        “เปล่า…พี่ปิน ในสายตาฉันแล้ว พี่เป็นเหมือนมังกรใหญ่ตัวหนึ่ง ดังนั้น พวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยไม่ควรค่าให้พี่ลงมือด้วยตัวเองหรอก”

        เซียวปินกล่าวหัวเราะ “พูดยอฉัน?”

        “ฉันจริงจังนะ!”

        “เอาล่ะ ฉันเชื่อเธอ!” เซียวปินสีหน้าจริงจังเช่นกัน “แต่ครั้งต่อไปจำไว้ให้ดีล่ะ ต่อไปถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก ต้องให้ฉันเป็นคนปกป้องเธอ”

        “จำได้แล้ว อา… เป็นเพราะพวกเขานั่นแหละ ดูสิ พวกเราดูหนังกันไม่ทันเลย” เย่จื่อย่ำเท้าอย่างโมโห

        เซียวปินขำแห้งๆ “ฉันไปส่ง”

        คนทั้งสองมองกันและกันด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ แต่เพราะมืดมากแล้ว จึงไม่มีที่ไหนให้ไปได้อีก… ควรจะกลับกันแล้วจริงๆ

        คนที่เคยยืนมุงอยู่ส่วนมากก็สลายกันไปหมดแล้ว เหลือแค่บางคน ที่เดินอยู่ห่างๆแต่ก็ยังมองมาทางพวกเขาอยู่ เซียวปินมองมือเล็กของเย่จื่อแวบหนึ่ง ก่อนจะคิดลังเลนิดหน่อย จากนั้นจึงค่อยๆยื่นมือใหญ่ไปกุมมือเธอเอาไว้เบาๆ

        เย่จื่อมองเซียวปิน พลางยิ้มหวาน “ไปเถอะ ส่งฉันกลับบ้านกัน”

        สุดท้ายเย่จื่อก็ยังขึ้นรถตัวเองกลับไปจนได้… เมื่อเซียวปินส่งเย่จื่อออกมานอกห้าง รถทางบ้านเธอก็ตามมาจอดรั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนเธอจะไป เซียวปินได้ให้เบอร์โทรฯที่เพิ่งได้มาใหม่ของตัวเองกับเธอ แล้วรอจนรถเธอแล่นออกไป เขาจึงเรียกแท็กซี่เอาไว้ ขึ้นไปนั่งโดยสารในนั้น  แล้วเดินทางกลับบ้านซู

        ขณะเดียวกัน ในคฤหาสน์ใหญ่ภายในเมืองเจียงเฉิง ชายรูปร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งนั่งสูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่าอยู่บนโซฟา โดยมีหญิงวัยกลางอายุห่างจากเขาไม่กี่ปีนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่หน้าเขา ร้องไปพลางก็พูดไปด้วย “พี่ หลานชายพี่โดนคนรังแกมา พี่จะไม่สนใจเลยจริงๆหรอ?”

        ชายร่างอ้วนพูดอย่างมีน้ำโห “เรื่องนี้โยงไปถึงบ้านตระกูลเย่ด้วย แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง? อีกอย่าง ที่เรื่องนี้เกิดขึ้นก็เพราะเสี่ยวเห้าเป็นคนเริ่ม แม้อีกฝ่ายจะเป็นคนทำร้ายเขาก็จริง แต่จะพูดกันจริงๆก็ยังเป็นเพราะฝ่ายเราทำตัวเอง ยังไงเสีย มันก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย ให้มันนอนพักในบ้านสักหน่อย เรื่องนี้ก็ปล่อยผ่านไปซะเถอะ”

        เมื่อเห็นผู้เป็นน้องจะพูดอะไรต่ออีก ชายอ้วนจึงกล่าว “แล้วก็ กลับไปบอกเสี่ยวเห้าด้วย อย่าไปยุ่งกับคนๆนั้นอีก ยิ่งไปกว่านั้น ห้ามไปยุ่งกับยัยเด็กสกุลเย่นั่นอีก บ้านเราสู้อะไรกับตระกูลเย่ไม่ไหว แล้วก็ไม่จำเป็นต้องสู้ด้วย”

        เธอไม่ร้องอีกต่อไป เพราะรู้จักพี่ชายดี ต่อให้จะร้องต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ที่สำคัญ หยีเห้าเองก็ไม่ได้เจ็บหนักอะไรมาก

        ขณะนั้นเอง โทรศัพท์บ้านภายในคฤหาสน์ก็ดังขึ้น เมื่อชายอ้วนยกหูโทรศัพท์ ก็ได้ยินเสียงกรอกกลับมา เสียงปลายสายเป็นชาย ซึ่งพูดด้วยน้ำเสียงระคนหัวเราะเบาๆ “ท่าน ผอ. ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่โทรมารบกวนในเวลาดึกดื่นแบบนี้”

        ฉางอันฮวัยลังเล ก่อนจะถาม “คุณเป็นใคร?”

        “ผมเซี่ยหลุนเองครับ”

        ฉางอันฮวัยหัวเราะเสียงดัง “ที่แท้ก็คุณเซี่ยนี่เอง โทรมาตอนดึกดื่นขนาดนี้ คงไม่ได้โทรมาคุยเล่นกับผมใช่ไหมครับ?”

        “ฮ่าๆ  ใช่ครับ… ได้ข่าวว่า แถบจินซาเพิ่งมีเหตุฆาตกรรมเมื่อสอวันก่อน คนตายเป็นนักเลงชื่อต้วนจื่อ  ผมก็เลยจะโทรมาบอกข้อมูลบางอย่างที่เป็นประโยชน์ให้… ผมรู้ว่าใครเป็นคนทำ”

        “หืม? คุณเซี่ยสนใจเรื่องงานนักสืบของผมตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย?”

        “ฮ่าๆๆ ประชาชนก็ต้องช่วยตำรวจสิครับ”

        “ไหนลองบอกมาหน่อยสิครับ มันเป็นใคร?”

        “พนักงานร้านบะหมี่คนหนึ่ง…เซียวปิน”

        “เซียวปิน? คุณเซี่ย หากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ผมก็ไปจับใครมั่วซั่วไม่ได้หรอกครับ เป้าหมายในการบอกข้อมูลนี้ของคุณคงไม่ธรรมดาแล้วล่ะมั้ง…” ตอนแรกที่ได้ยิน ฉางฮวัยอันก็หัวใจกระตุกวูบอยู่เหมือนกัน แต่พอมาคิดถึงคนที่ชื่อเซียวปิน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ทำร้ายหลายชายตัวเอง ใบหน้าใหญ่ก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้น รอยยิ้มนั้นช่างดูเจ้าเล่ห์ ราวกับเจ้าของรอยยิ้มเป็นสุนัขจิ้งจอกเฒ่าที่รอวันได้ชำระแค้น…

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม