0 Views

        ตั้งแต่ตอนกินข้าว เซียวปินพบว่าเย่จื่อมักจะมองมายังเขา แล้วเอาแต่ยิ้มหัวเราะตลอดเลย ทำเอาเขาแอบทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน หรือเป็นเพราะฉันหน้าตาหล่อเกินไป? ดึงดูดสายตาเกินไป? แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่…. เวลายัยเด็กนั่นยิ้มแบบนั้น ยิ่งทำให้คนระแวงๆอยู่ด้วย รอยยิ้มเหมือนเธอคิดอะไรได้ เหมือนเธอกำลังจะแกล้งอะไรคุณอย่างนั้นแหละ

        เซียวปินกระแอมในลำคอ ก่อนจะวางมีดและส้อมในมือลง แล้วถามอย่างลองเชิง “เธอหัวเราะอะไร?”

        “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง คิดไม่ถึงเลย ว่าพี่จะเป็นไก่ขนสวยแบบนี้”

        “แน่นอนสิ” เซียวปินพุดหลงตัวเอง “ฉันก็ต้องเป็นไก่… …หน็อยแหน่นี่เธอหาว่าฉันไม่ใช่คน แต่เป็นไก่งั้นหรอ”

        เย่ปินหัวเราะเสียงใสเมื่อได้เห็นท่าทางของเซียวปิน

        ฉันล่ะจนปัญญากับยัยสาวน้อยนี่จริงๆ “รีบกินเถอะ อีกเดี๋ยวยังต้องไปดูหนังต่ออีก” เซียวปินยิ้มแห้งๆ

        “ฉันกินเสร็จแล้ว” เย่จื่อมองมาทางเขาราวกำลังมองเด็กโง่คนหนึ่ง “พี่ไม่รู้หรอ ว่าฉันนั่งรอพี่มาตลอดอะ?”

        เซียวปินมองดูอาหารตรงหน้าเย่จื่อ เธอกินเสต็กไปแค่ครึ่งเดียว พิซซ่าก็เพิ่งกินไปแค่เศษหนึ่งส่วนสามเท่านั้น “กินน้อยจัง อาหารมีค่านะ กว่าจะได้มาก็ยากลำบาก การทิ้งอาหารไม่ใช่เรื่องดีเลย… เธอกินน้อยเกินไปหรือเปล่า”

        “ดังนั้นรูปร่างเค้าก็เลยยังดูดีอยู่ไง” เย่จื่อยิ้มหวานกลับมา หวานเสียจนเซียวปินหมดเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านได้อีก

        เมื่อเห็นเซียวปินมองตนชะงัก เย่จื่อก็เริ่มรู้สึกเขินขึ้นมา เธอหยิบกระเป๋าตัวเอง ก่อนจะลุกยืนขึ้น ยิ้มหวานกล่าว “ไปกันเถอะ หนังกำลังจะฉายละ”

        “หา? อ่า… อ้อ…” ให้ตายสิ ฉันอับอายจนไม่รู้จะเอาหัวไปมุดไว้ที่ไหนแล้วนะ ทำไมเวลาอยู่ต่อหน้ายัยเด็กนี่ ฉันถึงควบคุมสติตัวเองไม่ได้เลยนะ… เซียวปินคิดพลางกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก ก่อนจะเรียกพนักงานเข้ามาเก็บเงิน แล้วจึงเดินออกไปพร้อมเย่จื่อ

        ขณะทั้งสองเดินออกจากร้าน เย่จื่อก็เกาะเข้าที่แขนเขาอย่างเผลอตัว และนั่นทำให้เซียวปินหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ นี่เป็นครั้งแรกที่เขากับเธอทำอะไรแบบคู่รักกัน หากเป็นผู้หญิงคนอื่นล่ะก็ แม้จะเป็นดาราดังหรือเชื้อพระวงศ์ก็ตาม เซียวปินก็ไม่เคยกลัวหรือเกรงใจเลยแม้แต่น้อย ทั้งแทะโลมและเตะอั๋งเท่าที่ทำได้สารพัด แต่พอมาเป็นเย่จื่อ…. เขาได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก ความรู้สึกเขินอายราวกับเด็กวัยแรกรุ่นที่เพิ่งจะรู้จักกับคำว่ารักใหม่ๆ

        เซียวปินทั้งตื่นเต้นและมีความสุขไปในเวลาเดียวกัน เซียวปินที่รู้สึกเกร็งน้อยๆแสร้งทำให้ตัวเองดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

        เย่จื่อกระพริบตาทะเล้นดวงโตของตัวเอง ก่อนจะเหลียวมองไปยังเซียวปิน เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่มองตรงไปยังเบื้องหน้าแบบไม่กระดิกเลยแม้แต่น้อย คนตัวเล็กก็อิงตัวลงกับท่อนแขนแข็งแรงของเซียวปิน ก่อนจะแอบหัวเราะน้อยๆออกมา พลันสมองก็ผุดความคิดที่อยากจะแกล้งเขาขึ้นมาการแหย่พี่ปินที่แสนใสซื่อ..

        เพราะเธอกำลังเกาะอยู่ที่แขนเซียวปิน ขณะทั้งสองเดินไปข้างหน้า หน้าอกนุ่มนิ่มของเธอจึงสัมผัสเข้ากับท่อนแขนเซียวปินเบาๆ แล้วถูไปมาที่ท่อนแขนเขา ความจริงแล้ว เย่จื่อไม่ได้จงใจให้โดนแต่อย่างใด ยังไงเสีย เธอก็เป็นกุลสตรีคนหนึ่ง แต่เพราะเย่จื่อไม่เคยได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้ เธอจึงไม่ได้พิจารณาถึงข้อนี้ต่างหาก

        ตอนที่เธอเกาะแขนเซียวปิน เธอก็ต้องรวบรวมความกล้าอยู่นานเลยทีเดียว เพียงแต่เมื่อเธอเกาะไปที่แขนเขา เธอกลับพบว่าเซียวปินตื่นเต้นมากกว่าเธอเสียอีก คราวนี้ ความตื่นเต้นจึงหายไป กลายเป็นความรู้สึกอยากจะแกล้งแทน

        ให้ตายสิ เพ่ผ่านศึกสงครามมามากมายหลายสนามขนาดนี้…ทั้งสาวใหญ่ สาวน้อย สาวเรียบร้อย สาวข้างบ้าน… จะอะไรเพ่ก็เคยเจอมาหมด… ทำไมพอมาอยู่ต่อหน้ายัยเด็กนี่ถึงได้หมดสภาพแบบนี้นะ ไม่ได้การละ เพ่จะทิ้งความแมนในแบบผู้ชายไปไม่ได้ ต้องใจเย็น ต้องมีสติ ต้องเคร่งขรึมเข้าไว้ แสดงให้เธอเห็นถึงสปีริตสามสาวต่อวัน เพ่ยังสบายๆ เดี๋ยวนี้เลย

        เซียวปินคิดในใจอีกแบบ แต่ร่างกายกลับแสดงออกมาอีกแบบ ยิ่งจงใจทำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดูว่าตื่นเต้นมากเท่านั้น

        เย่จื่อหัวเราะคิกคัก “พี่ปิน ทำไมท่าเดินพี่เหมือนตอนทหารเดินสวนสนามแบบนี้ล่ะ?”

        “ฮะ? อ้อ….ฉัน….งั้นหรอ?” เซียวปินกระแอมแห้งๆ ทำหน้าจริงจัง “เธอไม่คิดว่าการเดทเป็นเรื่องซีเรียสมากเรื่องหนึ่งหรอ? นี่เป็นขั้นตอนแรกในการก้าวสู่ห้วงความรักแบบหญิงชาย เป็นขั้นตอนก่อนการเดินเข้าประตูวิวาห์ และเป็นเส้นทางที่ทุกคนต้องเคยผ่านไป ก่อนการมีลูก….”

        “พูดอะไรบ้าๆ” เย่จื่อเสียงแข็ง

        หลังจาการทะเลาะของคนทั้งสอง เซียวปินก็ราวจะผ่อนคลายลงไม่น้อย เขาไม่ได้เกร็งเท่าที่เคยเป็น และสีหน้าก็ไม่ได้แสดงออกว่าตื่นเต้นมากเท่าเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาพูดขำ “เคยอ่านกระทู้ในอินเทอร์เน็ตไหม? เกี่ยวกับพฤติกรรมการเดทของผู้หญิงแต่ละประเทศ”

        เย่จื่อสงสัย “ไม่เคยนะ เขาว่าไง?”

        “ถ้าคู่เดทเป็นพวกผู้หญิงผิวขาว (ยุโรป) ในการเดทครั้งแรก เธอจะยอมGoodnight kiss กับคุณ ครั้งที่สอง เธอจะยอมให้ร่างกายมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณ ครั้งที่สาม ขึ้นเตียงด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด”

        “ถ้าคู่เดทเป็นผู้หญิง ไอร์แลนด์ ครั้งแรก คุณจะได้ขึ้นเตียงหลังจากดื่มจนเมามายกับเธอ ครั้งที่สอง คุณจะได้ขึ้นเตียงกับเธอหลังจากเมาอีกครั้ง พอแต่งงานกันไปได้ยี่สิบปี… คุณก็ยังจะได้ขึ้นเตียงกับเธอหลังดื่มจนเมาอยู่ดี…”

        “ถ้าคู่เดทเป็นผู้หญิงจีน ครั้งแรกคุณกับเขาจะไปกินข้าว ดูหนังโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ครั้งที่สองก็ยังเป็นกินข้าวดูหนัง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเหมือนเดิม หลังจากนั้นก็จะไม่มีการนัดเดทครั้งที่สามอีกต่อไป… เพราะอีกฝ่ายจะพบว่า จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตลอดไปแน่”

        เย่จื่อกระพริบตาสวยดวงโตของเธอ รอให้เซียวปินสรุปคำพูดทั้งหมดของเขา ก่อนเซียวปินจะหัวเราะร่วนออกมา “ดังนั้น เขาก็เลยว่ากันว่า การเดทกับผู้หญิงเมืองไอร์แลนด์ถึงจะเป็นสวรรค์ที่แท้จริง”

        “ได้สิ!” เย่จื่อทำทำหน้ามุ่ย แล้วปล่อยแขนเซียวปินออก กล่าวอย่างงอนๆ “งั้นพี่ก็ไปเดทกับผู้หญิงเมืองไอร์แลนด์เถอะ”

        เซียวปินชะงักฝีเท้าลง แล้วมองเย่จื่ออย่าสงบ ผิวขาวเนียนของเธอราวขนแกะเนียนนุ่ม ดวงตาดำขลับที่มักจะประกายความเจ้าเล่ห์แพรวพราวออกมา จมูกกระดกรับกับริมฝีปากบางสวย ที่เผยอขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าที่มักจะประดับประดาด้วยรอยยิ้มสดใสออยู่เสมอและลักยิ้มเล็กๆที่ข้างแก้มนั้น

        เย่จื่อสังเกตเห็นสาวตาร้อนแรงจากเซียวปิน ขนตาเป็นแพสั่นไหวไปตามแววตาที่หลุบลงต่ำ เธอหลบสายตานั้นในตอนแรก ก่อนจะมองจ้องกลับไปยังดวงตานั้นของเซียวปิน

        เซียวปินเม้มปากหลายครั้ง การเผชิญหน้ากับยัยเด็กสาวปีศาจที่แฝงไปด้วยความทะเล้นแสนกล และความเจ้าเล่ห์แพรวพราว ขณะที่ก็ยังคงไว้ซึ่งความน่ารักตรงหน้านี้ ทำให้เซียวปินรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าการถูกล้อมด้วยยอดฝีมือเสียอีก หากจะเปรียบว่าผู้หญิงที่เคยผ่านมาของเขาเป็นแค่การเล่นเกมๆหนึ่ง เซียวปินก็รุ้ทันทีเลยว่า เกมตรงหน้านี้เป็นเกมที่เขาจะต้องชนะเท่านั้น

        เซียวปินยกมือขึ้นอย่างบังคับตัวเองไม่ได้ เขาปัดผมที่ปรกหน้าเย่จื่อออก แม้ในห้างขณะนี้จะมีผู้คนเดินขวักไขว่มากมาย แต่สำหรับพวกเขาแล้ว ณ ที่นี้ มีเพียงกันและกันเท่านั้น

        เย่จื่อเผยอปากแดงฉ่ำเซ็กซี่ของเธอขึ้นเล็กน้อย ฟันขาวกัดไปที่ริมฝีปากนั้นเบาๆ… เพียงการกระทำง่ายๆแค่ครั้งเดียว กลับสร้างความปั่นป่วนในจิตใจเซียวปินได้อย่างมหาศาล

        “พี่ปิน?”

        “ฮะ?”

        ดวงตาที่อ่อนหวานแต่ก็เต็มไปด้วยความกล้าหาญของเย่จื่อ วันนี้กลับแอบแฝงไปด้วยความเขินอาย ทว่า สายตาเขินอายนั้น ก็มิได้หลบหลีกสายตาเขาแต่อย่างใด “ตอนพี่เผชิญหน้ากับศัตรูในสนามรบ พี่ก็เขินแบบนี้หรอ?” เธอถามกระซิบ

        “ตลกละ … พี่ปินของเธอ.. ฉันน่ะ เป็นคนแข็งกร้าว หยาบกระด้าง กล้าหาญชาญชัยเป็นผู้ชายกระดูกเหล็กของแท้เลยคำว่าอายนี่มัน….”

        “จูบฉันหน่อย….”

        “อะไรนะ?” เซียวปินใจกระตุกวูบ

        เย่จื่อคล้ายกำลังหัวเราะ ก็แต่ราวว่าไม่ใช่ กล่าว “พี่ไม่รู้สึกว่าพนักงานขายในร้านเสื้อร้านแรกน่าโมโหมากหรอ…”

        เซียวปินฉุกคิดขึ้น ในร้านแรกที่พวกเขาไป ขณะพนักงานกำลังไปหยิบเสื้อผ้ามาให้… ในตอนนั้น เซียวปินห้ามใจไม่ไหว ก้มลงจะจูบเธอ… แต่เพราะพนักงานเดินกลับมาซะก่อน จูบนั้นจึงยังส่งไปไม่ถึงเธอ พอนึกได้ดังนี้ เขาก็รู้เสียที ว่าเพราะอะไรเย่จื่อถึงลากเขาออกจากร้านด้วยความโมโหแบบนั้น ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง…

        เมื่อนึกถึงเรื่องในตอนนั้น เซียวปินไม่เพียงแค่หัวเราะออกมา แต่ความตื่นเต้นที่เคยมีก็ลดลงไปด้วย ยัยเด็กนี่…

        เย่จื่อมองทะเล้น ก่อนจะพูดเชิงขู่ “บอกไว้ก่อนนะ ถ้าไม่จูบตอนนี้ ต่อไปก็ไม่มีโอกาสแล้วนะ”

        เซียวปินยิ้มพลางเลื่อนริมฝีปากเข้าใกล้เธอ หัวใจทั้งสองเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง… และวินาทีที่ริมฝีปากใหญ่กำลังจะสัมผัสกับริมฝีปากแดงฉ่ำของเย่จื่อนั้น จู่ๆก็มีชายหลายคนวิ่งตรงเข้ามายังพวกเขา หนึ่งในนั้นถือกุญแจมือเอาไว้ แล้ววิ่งตรงเข้ามาหาพลางปากก็ตะโกนไม่หยุด “เซียวปิน แกโดนจับแล้ว!”

         ขณะพูด มันก็พุ่งตรงเข้าหาเซียวปิน พยายามจะจับเขาล็อกกุญแจมือ

        เซียวปินมองเย่จื่อไม่ละสายตา ขณะที่ขาอีกข้างก็ยกขึ้นถีบคนที่เพิ่งวิ่งมา

        ตุ้บ บ บ ตู้ม ม

        ชายคนนั้นลอยละลิ่วออกไป เขาตีลังกาหงายหลังไปสองตลบ ก่อนร่างจะตกลงกระทบกับพื้น ที่อยู่ไกลออกไปเจ็ดถึงแปดเมตร

        เย่จื่อพูดเขินๆ “นี่เป็นครั้งแรกของฉัน…”

        แม้จะเคยจูบกับผู้หญิงมาก่อน ถึงขนาดขึ้นเตียงด้วยก็ยังเคยทำมาแล้ว ทว่า เซียวปินก็ยังพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย “ฉันก็เหมือนกัน….”

        ในที่สุด ริมฝีปากทั้งสองก็ประกบเข้าด้วยกัน แค่จูบเบาๆจูบเดียว กลับทำให้จิตใจไหวสั่น

        จูบ…พันธนาการรักกันและกัน!

        “เชี่ย!” คนที่เหลือมองตาค้าง ก่อนพวกมันจะชักปืนออกมา แล้วจ่อกระบอกปืนไปยังเซียวปินตะโกน “แม่เอ้ย.. ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ! ยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้ คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูด เพราะทุกคำที่พูดจะถูกนำไปใช้ในชั้นศาล ข้อหาของคุณคือ ทำร้ายร่างกายนักศึกษามหาลัยซือฟ่าน หยีเห้า ส่งผลให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วตอนนี้ ความผิดขอคุณก็เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งข้อหา…ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน คุณโดนจับแล้ว!”

        เย่จื่อและเซียวปินยังคงจูบกันและกันโดยไม่สนใจคนรอบข้าง เพราะตั้งแต่วินาทีที่ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกันเป็นต้นมา ในสายตาของทั้งคู่ก็มีเพียงกันและกันเท่านั้น บุคคลรอบข้างก็เป็นเพียงอากาศธาตุในสายตาพวกเขา

        เย่จื่อครางเบาๆในลำคอ เธอค่อยๆหลับตาลง ปล่อยให้ลิ้นนุ่มของเซียวปินรุกล้ำเข้ามาในปากได้อย่างตามใจ…

        ผู้คนที่เดินผ่านไปมาในห้าง ต่างก็หยุดฝีเท้าลง ยืนมุงดูพวกเขาอย่างสนอกสนใจ จนตอนนี้ รอบๆเต็มไปด้วยผู้คนที่ยืนล้อมมุงดูคนทั้งสอง บางคน ถึงขั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเอาไว้เลยก็ยังมี

        ชายที่ถูกเซียวปินถีบออกไปพยุงตัวเองลุกขึ้น ขณะรู้สึกเจ็บปวดจนสุดทนที่บริเวณท้อง เมื่อเห็นเซียวปินกำลังจูบดูดดื่มอยู่กับผู้หญิงหลังจากถีบตนออกไปแบบนั้น เขาก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ชักปืนออกมา พลางตะโกนด่า “เชี่ยเอ้ยวิสามัญแม่งเลย!”

        เพื่อนร่วมทีมเห็นเขาจะเหนี่ยวไก จึงรีบเข้าห้าม แล้วกดกระบอกปืนลง พลางกล่อม “หัวหน้า อย่าเพิ่งวู่วามไปครับ รอเราจับมันกลับไปได้ก่อน แล้วค่อยจัดการกับมัน!”

        ผู้ถูกเรียกว่าหัวหน้าเองก็รู้ดีแก่ใจ ว่าไม่สามารถกระทำดังที่อยากได้ต่อหน้าประชาชนมากมายเช่นนี้ ยิ่งอีกฝ่าย ก็มีโทษไม่ถึงตาย อีกอย่าง ตอนนี้ทั้งสองก็กำลังจูบกัน หากตนเหนี่ยวไกออกไปจริงๆ ก็จะเท่ากับการลอบทำร้ายโดยอีกฝ่ายไม่มีโอกาสตั้งรับได้ ดังนั้น จึงได้แต่อดกลั้นกับความแค้นที่มีต่อไป เพราะเมื่อคิดถึงเท้าที่ถีบเข้าตัวเมื่อกี้ เขาเองก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้อีก สุดท้าย จึงได้แต่ยืนอยู่ห่างๆกับที่ รอจนกว่าทั้งคู่จะผละออกจากกัน… ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นนัก!

         “แม่งเอ้ย… รอกูจับมึงเข้ากรงได้เมื่อไหร่ กูจะทำให้มึงตายทั้งเป็นเลยคอยดู!” เขาได้แต่พูดปลอบตัวเองในใจต่อไปเท่านั้น

        ในที่สุด จูบของทั้งสองก็สิ้นสุดลง ทั้งคู่ผละออกจากกันเบาๆ เซียวปินมองเย่จื่อด้วยความรักลุ่มลึก เย่จื่อยิ้มหวานตอบ ก่อนจะหันไปมองพวกตำรวจนอกเครื่องแบบที่เพิ่งจะขัดจังหวะการจูบเธอของพี่ปิน…

        …สายตาเรียบเฉยเย็นชาแบบนั้น… ราวไม่เห็นใครอยู่ในสายตา!

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม