0 Views

        หลังร้านบะหมี่ปิดลง เซียวปินเดินส่งสาวทั้งสามจนถึงหน้าประตูร้าน

        “ให้ฉันไปส่งเถอะ”

        ขณะเย่จื่อกำลังจะตอบตกลง ก็มีรถหรูคันหนึ่งขับฝ่าความมืดเข้ามาจอดลงตรงหน้าพวกเขา ก่อนหน้าต่างรถจะเลื่อนลง  ชายคนหนึ่งยื่นใบหน้าออกมาทางหน้าต่าง เขาพูดอย่างเคารพ “คุณหนูครับ คุณท่านให้พวกผมมารับครับ”

        เย่จื่อมองตรงไปยังเซียวปินอย่างจนปัญญา “พี่จะไปส่งฉันไหม?”

        “ไม่ดีกว่า” เซียวปินหัวเราะ “นี่ก็ดึกแล้ว เธอกับเพื่อนรีบกลับไปเถอะ ฉันบอกฝันดีล่วงหน้าตรงนี้เลยแล้วกัน”

        “ฝันดี” ดวงตาเย่จื่อเปล่งประกายระยิบระยับ ทำให้เซียวปินรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา “พี่ปิน อย่าลืมล่ะ พี่ยังติดเลี้ยงข้าวฉันอีกมื้อ”

        “จำได้น่า ฉันเลี้ยงแน่!”

        เฉินหยวนหยวนและสี่เหวินถิงหัวเราะขึ้น “เอาน่า อย่าอาลัยอาวรณ์เลย ครั้งหน้าพวกเรารับรอง ว่าจะไม่มาเป็น กขค. อีกแน่… พี่ปิน พวกเราไปก่อนนะ เย่จื่อ ขอติดรถไปด้วยคนสิ”

        เย่จื่อรับคำ รอจนเฉินหยวนหยวนและสี่เหวินถิงเดินขึ้นรถกันแล้ว เย่จื่อจึงขึ้นตามเป็นคนสุดท้าย เธอหันมาโบกมือให้เซียวปินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนประตูจะปิดลง

        เซียวปินมองตามรถหรูที่ค่อยๆแล่นหายไปในความมืดด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์  เหตุการณ์เมื่อครู่นี้… เซียวปินยังคงคิดรำลึกถึงมัน ตอนที่สายตาเธอและเขาประสานเข้าด้วยกัน…

        นี่เป็นครั้งแรก ที่เขารู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนหนึ่ง เวลาอยู่ด้วยกัน เขามักแอบเหลียวมองเธออย่างอดไม่ได้ เขาไม่อยากจะละสายตาไปจากเธอเลย แม้เพียงวินาทีเดียว…เมื่อเธอมองมาที่เขา เขาก็อดไม่ได้ทีจะหลบหลีกสายตานั้นเช่นกัน ทุกครั้งที่สายตาสบเข้าด้วยกัน หัวใจของเขาก็พลันเต้นแรงและสั่นไหวไปด้วย เวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาก็เอาแต่คิดถึงเธอ…

        เซียวปินคิดไปเดินไป จนกลับมาถึงบ้านซู

        เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้าน เซียวปินพบว่าไฟในบ้านเปิดสว่างอยู่ และห้องที่ไฟเปิดอยู่ก็คือห้องที่เขาพักอาศัยอยู่นั่นเอง

        เซียวปินสวมรองเท้าบ้าน ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนั้น พอดีกับซูเสียวเสี่ยว ที่วิ่งกุลีกุจอออกมาจากห้องพอดี ทำเอาทั้งสองเกือบจะชนเข้าด้วยกัน

        “เป็นอะไรไป  ใจลอยซะ…. …” เมื่อเห็นอัฐิในมือซูเสียวเสี่ยว รอยยิ้มบนใบหน้าเขาก็หายวับไป

        ซูเสียวเสี่ยวดวงตาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา  เธอกรอกตามองบนใส่เซียวปิน  แสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลางพูดอย่างเย็นชา “พรุ่งนี้ไปที่สุสานเป็นเพื่อนฉันหน่อย ฉันอยากจะหาที่ดีๆสักที่ ฝังอัฐินี้ไป”

        “ได้” เซียวปินพยักหน้า “นั่นมันก็สมควร ว่าแต่ พรุ่งนี้เธอไม่มีเรียนหรอ?”

        “ฉันลาช่วงเช้าเอาไว้แล้ว” ซูเสียวเสี่ยวมองไปยังเซียวปินด้วยสายตาพิกล พลางกล่าวเสียงเย้ยหยัน “ในเมื่อนายก็เข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว คำพูดบางอย่าง ฉันก็จำเป็นต้องบอกให้นายรู้ อย่างแรกเลย นายไปเก็บไอ้พวกของสกปรกในห้องนายให้เรียบร้อยก่อน แล้วห้องของแม่ฉัน ห้ามเข้าไปโดยเด็ดขาด อีกอย่าง ถ้าให้ฉันรู้ว่าของในห้องฉันหายไปแม้แต่ชิ้นเดียวล่ะก็… …นายก็ขนข้าวของออกไปจากบ้านฉันได้เลย”

        ให้ตาย… …ฉันทำอะไรงั้นหรอ?

        เซียวปินเมื่อได้ฟังก็งงเต็มประดา โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาทิ่มแทงของซูเสียวเสี่ยวแล้วด้วย ตกลงฉันไปทำอะไรไว้วะเนี่ย?

        นี่มันหมิ่นศักดิ์ศรีกันชัดๆ ฉันดูจนขนาดนั้นเลย? ขนาดที่ต้องไปขโมยอะไรในห้องเธอเลยใช่ไหม?

        เขาและซูเสียวเสี่ยวเคยผิดใจกันมาหลายหนก็จริง และแม้ซูเสียวเสี่ยวจะผลักใสเขามาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยโกรธเธอเลย นอกเสียจากครั้งนี้ ที่เขาเริ่มจะโกรธขึ้นมานิดหน่อยแล้ว

        เซียวปินสีหน้าขรึม กำลังจะว่าเธอกลับ แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าอัฐิเดิมอยู่ในกระเป๋าของตน และในกระเป๋าของเขาก็เหมือนจะยังมีของอย่างอื่นอยู่ด้วย… …

        มาตอนนี้ เซียวปินลืมซูเสียวเสี่ยวไปสิ้น เขารีบวิ่งตรงเข้าไปในห้อง และเป็นดังที่คิด กระเป๋าเดินทาง

        ของเขาถูกเปิดวางอยู่บนพื้น ข้าวของภายในกระเป๋าถูกรื้อออกมาวางกระจัดกระจายเต็มเตียงไปหมด รวมไปถึงนิตยาสารสำหรับผู้ใหญ่สองเล่ม กางเกงในตาข่าย และชุดชั้นในสีแดงเซ็กซี่นั่น…

        เชี่ยเอ้ย… ไม่น่าเอาของวาบหวิวแบบนั้นใส่ไว้ในกระเป๋าตั้งแต่แรกเลย… ในที่สุดเขาก็รู้เสียที ว่าคำพูดเมื่อครู่ ซูเสียวเสี่ยวกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่  เธอกำลังกลัวฉันจะไปขโมยชุดชั้นในเธอ… ..แม่งเชี่ยเอ้ย .. ไปหมดแล้วภาพพจน์ตู  แม่งไม่น่าเลยฉัน!

        เซียวปินอายจนแทบจะมุดดินหนี แต่ก็ต้องจำใจเดินกลับไปหาซูเสียวเสี่ยว แล้วอธิบายกับเธอ “เสียวเสี่ยว อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ  นิตยาสารสองเล่มนั้น เป็นของฉันจริง แต่เรื่องชุดชั้นในพวกนั้น…. นั่นไม่ใช่ของฉัน…”

        ซูเสียวเสี่ยวเดินไปจนถึงหน้าประตูห้องตัวเอง แล้วจู่ๆเธอก็หยุดลง ก่อนจะหันกลับมามองเซียวปินด้วยสายตาราวกำลังมองคนโง่อยู่  เธอยิ้มประชด กล่าว “ใช่สิ นั่นมันต้องไม่ใช่ของนายอยู่แล้ว  น่าจะเป็นของที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ของผู้หญิงสักคน  ฉันเข้าใจน่า… กลิ่นธรรมชาติ….”

        พูดจบ ซูเสียวเสี่ยวก็เปิดประตูออก ก่อนจะเดินเข้าไปในนั้น เซียวปินราวยังได้ยินเสียงเธอบ่นไม่หยุด “คิดไม่ถึงจริงๆ  เป็นความชอบที่พิเศษจริงๆ…”

        แม่เจ้า ยัยเด็กนี่ชักจะรู้มากเกินไปแล้ว  ฉันทำตัวเองแท้ๆเลย ย ย ย!!!!

        เซียวปินกลับเข้าห้องด้วยสีหน้าโอดครวญ ก่อนจะยัดนิตยาสารและ… เอ่อ… ‘กลิ่นธรรมชาติ’ ลงกระเป๋าอย่างคับแค้น พรุ่งนี้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปซื้อกระเป๋าเดินทางแบบล็อครหัสมาให้ได้ ของอะไรต่อมิอะไร ใส่ไว้แค่นี้คงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว หากเป็นเวลาปกติ ถ้ามีคนมาข้นข้าวของตัวเองแบบนี้ เซียวปินคงโมโหไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ พอมาเห็นนิตยาสารและกางเกงลิงพวกนี้… …ช่างเสียความมั่นใจจริงๆ

        หลังเก็บข้าวของเสร็จ เซียวปินก็นอนพลิกไปมาอยู่บนเตียงอย่างนอนไม่หลับ สักพัก ก็ได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบกับพื้น… คาดว่าซูเสียวเสี่ยวคงกำลังอาบน้ำอยู่ คนเรา เมื่อนอนไม่หลับก็มักจะชอบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พอคิดเรื่อยเปื่อยก็อดที่จะทำอะไรวู่วามไม่ได้…  เซียวปินหยิบนิตยาสารนั้นขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้สวยจริง.. เด็กสาวคนนั้นฉันก็ชอบนะ… …

        เสียงน้ำหยุดลงในที่สุด เซียวปินรอต่ออีกสองนาที จนเขาคิดว่าซูเสียวเสี่ยวกลับเข้าห้องไปแล้ว จึงปิดนิตยาสารลง ก่อนจะพลิกตัวลงจากเตียง สวมรองเท้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

        ห้องน้ำและห้องสำหรับอาบน้ำเป็นห้องติดกัน ตรงกลางกลั้นเอาไว้ด้วยประตูกระจกและหน้าต่างกระจกเท่านั้น แน่นอนว่ามีม่านปิดทับอีกชั้นหนึ่ง

        เซียวปินเพิ่งเข้ามาถึงในห้องน้ำ จู่ๆก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ไฟในห้องน้ำยังเปิดอยู่ ชุดชั้นในทั้งท่อนบนและล่างของซูเสียวเสี่ยวก็เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นไปหมด… …เอ่อ… … ซูเสียวเสี่ยวมีความเป็นเด็กพอตัวเลย เป็นผู้หญิงที่น่าสนใจทีเดียว …กางเกงในลายการ์ตูน

        เซียวปินเริ่มจินตนาการภาพตอนสวมแค่ชุดชั้นในของซูเสียวเสี่ยว… อึก.. เขากลืนน้ำลายคงคอ แล้วเตรียมถอยออกไปจากห้องน้ำ

        ครืด ด

        จู่ๆประตูกระจกก็เปิดออก เซียวปินที่กำลังก้มหน้าอยู่ สายตาปะทะเข้ากับท่อนขาขาวเรียวตรงหน้าอย่างจัง

        เชี่ย… เซียวปินแอบร้องตะโกนว่าแย่แล้วในใจ ยังไม่ทันจะได้ถอยหลังไปไหน ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจนแสบแก้วหูของซูเสียวเสี่ยวดังขึ้น

        กรี๊ด ด ด ด

        เซียวปินเงยหน้าขึ้น ก่อนจะเจอกับซูเสียวเสี่ยวที่หุ้มผ้าขนหนูสีขาวอยู่  ตั้งแต่ส่วนหน้าอกลงไปจนถึงบั้นท้าย ล้วนถูกผ้าสีขาวห่อหุ้มเอาไว้แน่นหนา แต่ก็ยังสามารถเห็นสัดส่วนยั่วเย้านั่นได้เลือนราง

        โอ้โห… สวยจริงเว้ย กำไรจริงตู… เซียวปินไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าจะได้เห็นอะไรๆเป็นบุญตาเช่นนี้ เพียงแต่ จู่ๆก็ได้เห็นสาวสวยยืนเปลือยอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นสุภาพบุรุษมากขนาดไหน ก็ต้องมีสติหลุดลอยกันบ้าง

        ซูเสียวเสี่ยวรู้สึกหน้าร้อนไปหมด ด้วยความอายเต็มประดา เธอเดินเท้าเปล่าตรงไปยังเซียวปิน เตรียมจะฟาดมือลงบนใบหน้าเขา แต่เพราะพื้นห้องน้ำเปียกชุ่มไปหมด อีกทั้ง เธอเองก็เดินจ้ำอ้าวเร็วๆอีก

        กรี้ด ด

        เพราะพื้นลื่น เธอจึงเซล้มเข้าไปในอ้อมอกเซียวปินอย่างจัง

        ด้วยพละกำลังที่มีของเซียวปิน การจะรับเธอไว้เป็นเรื่องง่ายดายนัก แต่เพราะพื้นที่ลื่น บวกกับตัวเซียวปินเองก็สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำให้เขาพลาดท่า

        ตุ้ม ม

        เขาหงายหลังไป ก่อนแผ่นหลังจะกระแทกกับพื้นอย่างจัง

        แม่เจ้า ท้ายทอยฉันเจ็บไปหมดเลย  พื้นแข็งชะมัด… แต่ทำไมบนตัวกลับนุ่มนิ่ม โอ้… ที่ปากเองก็เปียกชุ่มไปหมด…

        ซูเสียวเสี่ยวเกาะอยู่บนร่างเซียวปินอย่างเผลอตัว แขนเรียวนิ่มคล้องลงบนคอเซียวปินทั้งสองข้าง ใบหน้าคนทั้งคู่แนบชิดกัน และที่รู้สึกว่าปากเปียกชุ่มไปหมด เพราะปากของทั้งสองแทบจะประกบเข้าด้วยกันอยู่แล้ว กลิ่นหอมอ่อนๆจากลมหายของซูเสียวเสี่ยวก็พ่นลงตรงหน้าเขาพอดี

        เซียวปินกลืนน้ำลายลงคออย่างตื่นเต้น มือทั้งสองข้างยื่นจับไปด้านบนอย่างเผลอตัว เด้งจริง  นุ่มมาก… …จนเมื่อสำนึกได้ว่าสิ่งที่จับอยู่คืออะไร เซียวปินจึงรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับสิ่งที่จับเป็นลูกระเบิดยังไงยังงั้น  เขาพูดอย่างรีบร้อน “ขอ ขอ ขอ ขอ….ขอโทษ ฉัน…. ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ…”

        ซูเสียวเสี่ยวรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความเป็นชายที่แผ่ซ่านออกจากตัวเซียวปิน  ตั้งแต่เล็กจนโต เธอยังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน เธอหัวใจปั่นป่วนรุนแรง จนลืมเรื่องที่เซียวปินเพิ่งสัมผัสหน้าอกตัวเองไป… ..เธอกระเด้งตัวยืนขึ้นด้วยใบหน้าแดงจัด ก่อนจะพูดอายๆ “นาย… … ไอ้… …ไอ้ลามก”

        “คือ…. …ฉันต่างหาก ที่เป็นผู้โดนกระทำ”

        ได้ยินดังนั้น ซูเสียวเสี่ยวก็ทั้งอายทั้งเขิน เธอทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที…

        ขณะนั้นเอง จู่ๆ เธอก็ยกเท้าขึ้น ก่อนจะเหยียบลงจุดยุทธศาสตร์เซียวปิน เธอไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่นั่นก็ยังทำให้เซียวปินเจ็บปวดมากมาย จนร้องดังลั่น

        อ๊าก ก ก ก!

        หลังเหยียบไปบนนั้นแล้ว ซูเสียวเสี่ยวก็ราวได้ระบายอารมณ์โกรธออกไปไม่น้อย แต่ขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย ได้ยินมาว่า ที่ตรงนั้นของผู้ชายอ่อนไหวมาก ไม่รู้ว่าเหยียบลงไปแบบนั้นจะเป็นอะไรหรือเปล่า

        เธอเป็นห่วง แต่ก็อายเกินกว่าจะถามเขา จึงได้แต่แสร้งทำว่าโกรธมากมาย กล่าว “ดูซิ ว่าต่อไปยังจะกล้ามาลวนลามฉันอีกหรือเปล่า ฮึ!”

        โอ้เชี่ย… เป็นหมันไปแล้วมั้งเนี่ย… …เซียวปินกุมน้องชายเอาไว้ สีหน้าเจ็บปวด เขากระเสือกกระสนลุกขึ้นนั่ง ขณะที่ซูเสียวเสี่ยวรีบก้มเก็บเสื้อผ้า วิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

        “คุณพระคุณเจ้า…. เป็นจริงอย่างที่เขาว่า สรรพสิ่งมิโหดร้าย เท่าใจนารีที่โหดกว่า…”

        เมื่อเห็นเซียวปินยังมีกระจิตกระใจมานั่งบ่นเช่นนี้ ซูเสียวเสี่ยวที่บัดนี้วิ่งมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องตน ก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย เธอแอบมองเซียวปินแวบหนึ่ง เขายังคงนั่งกุมจุดนั้นเอาไว้เหมือนเดิม ซูเสียวเสี่ยวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ เธอรีบเปิดประตู ก่อนจะวิ่งเข้าด้านในอย่างรวดเร็ว

        เมื่อประตูปิดลง ซูเสียวเสี่ยวรีบล็อคกลอนประตูอย่างระมัดระวัง ดูจากท่าทางแล้ว ภาพลักษณ์ลามกของเซียวปินคงจะฝังลึกในจิตใจซูเสียวเสี่ยวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอพิงตัวเบาเข้ากับประตู เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ หัวใจก็ยังเอาแต่เต้นเร็วแรงไม่หยุด

        เมื่อกี้นี้ฉันเหยียบแรงเกินไปหรือเปล่า เขาจะมีอะไรผิดปกติไหม? อันที่จริง เมื่อกี้ก็เหมือนเราเป็นคนโผเข้ากอดเขาเองจริงๆแหละ ฉันทำเกินไปหรือเปล่านะ… …ไม่สิ เมื่อกี้เขาแอบเข้ามาในห้องน้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการแอบดูฉันอาบน้ำ  ก็ต้องคิดจะขโมยกางเกงในฉันอยู่แน่ๆ  เหยียบให้เละไปเลยสิดี ฮึ…ไอ้คนลามก!

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม