0 Views

         “พี่ปิน ช่วยปกป้องน้องสาวและคนในครอบครัวฉันด้วย การที่ฉันได้อยู่เคียงข้างพี่ ได้ร่วมเป็นร่วมตายกับผู้ชายที่ฉันรัก หกปีมานี้…ฉันไม่เคยเสียใจ”

        ไม่เคยเสียใจ!

        เซียวปินกำมือแน่น เมื่อนึกถึงคำสั่งเสียของซูเพ่ยหย่า แววตาแข็งกร้าวก็มีน้ำตาคลอขึ้นมา นาทีนั้น เขาปฏิญาณกับตัวเอง… จนกว่าจะหาตัวหนอนบ่อนไส้ในหลงเมินได้ เขาจะต้องปกป้องคนในครอบครัวของซูเพ่ยหย่าให้ดี และจะต้องเรียกร้องความยุติธรรมแก่ซูเพ่ยหย่าให้จงได้!

        แม้เซียวปินจะไม่มีความรู้สึกรักใคร่แบบหญิงชายต่อซูเพ่ยหย่า แต่เธอก็เป็นสตรีที่รู้ใจเพียงหนึ่งเดียวในใจเขา!

         หลังจากเครื่องบินร่อนลงจอด เซียวปินปลดเข็มขัดนิรภัยออก พลางสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่อัฐิในมือ เขาถอนหายใจยาว “ฮู่ว…นี่สินะเมืองเจียงเฉิน เพ่ยหย่า เธอถึงบ้านแล้วนะ”

        เซียวปินเดินออกจากเครื่องบินด้วยจิตใจที่วุ่นวาย เขาแทรกตัวผ่านฝูงคนที่เดินขวักไขว่  และเดินจ้ำอ้าวออกจากสนามบิน ก่อนจะได้ยินเสียงเบรกรถที่ดังเสียจนแสบแก้วหูมาจากที่ใดสักแห่ง เขาเงยหน้าและมองไปยังต้นเสียง ก่อนจะพบกับพนักงานทำความสะอาดอายุราวๆห้าสิบกว่าๆล้มอยู่ข้างล้อรถคันหนึ่งนอกสนามบิน ที่ข้อศอก และบริเวณแก้มมีรอยเลือดจากแผลถลอกเป็นริ้วๆ ที่หัวเข่าเอง ก็มีบาดแผลเลือดออกเป็นรอยใหญ่

        นอกจากนี้ ก็ยังมีรถ BMW จอดอยู่ที่ข้างตัวพนักงานทำความสะอาดสูงอายุ และท่อรถนั้นก็ยังมีควันออกอยู่ตลอดอีกด้วย

        ชายวัยรุ่น ผู้แต่งกายด้วยแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้าเดินลงจากรถ ก่อนจะมีชายสวมแว่นดำอีกสองคนซึ่งเรียกชายวัยรุ่นว่าคุณชายเดินตามมาติดๆ

        เด็กหนุ่มมองพนักงานชราที่กำลังตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้น พลางขมวดคิ้วหลายครั้ง “ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

        “ฉันไม่เป็นไร…ไม่เป็นไร…”

        เด็กหนุ่มมองดูพนักงานชรา พบว่าคนตรงหน้านั้น มีสภาพแย่ มอมแมม และซอมซ่อมาก จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก “ในเมื่อไม่เป็นไร ครั้งหน้าก็ดูให้มันดีๆหน่อย รู้ไหมว่ารถของฉันเป็นรถอะไร ถ้าแกเผลอทำให้มันเป็นรอยขีดข่วนขึ้นมา ต่อให้จะขายตัวเองทิ้ง แกก็ไม่มีปัญญาชดใช้หรอก!”

        ชายชราได้ฟังดังนั้นก็ตกใจจนลืมความเจ็บปวดไปหมดสิ้น เขารีบพยักหน้ารับคำ “ฉัน…ฉันขอโทษ…ขอโทษ…”

        ขาเรียวยาวของใครคนหนึ่งยื่นออกจากรถ ก่อนเจ้าของขาสวยนั้นจะก้าวออกมาจากรถ เธอน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบสามยี่สิบสี่ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนโค้งเว้าสมบูรณ์แบบภายใต้ชุดเดรสยาวนั่น หรือจะเป็นผิวขาวๆบริเวณคอเสื้อที่โผล่ออกมา หรือแม้แต่ขายาวเรียวสวย ที่ทำให้คนมองตาลายใต้เอวบางนั่น ล้วนเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดอย่างเหลือหลาย นอกจากความสวยงามที่มีแล้ว เธอยังดึงดูดสายตาทุกคนได้อย่างมากอีกด้วย

        หลังลงจากรถ เธอเพียงแต่กวาดสายตาไปมองชายชราแวบหนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปนรำคาญออกมา “เซี่ยกู้เฉิง นายอยากเอาเวลาที่จะไปรับคุณพ่อฉันมาเสียเปล่ากับคนกวาดถนนนี่หรือไง”

        เซี่ยกู้เฉิงได้ฟังดังนั้นก็รีบโพล่งขึ้น “อา.. ดูฉันสิ เกือบจะทำเสียเรื่องเพราะตาแก่บ้านี่ซะแล้ว พวกเรารีบเข้าไปรับคุณลุงในสนามบินกันเถอะ”

        หญิงสาวแสดงสีหน้าพอใจได้ไม่เท่าไร ชายอายุสี่สิบกว่าๆผู้มีผิวสีน้ำผึ้งด้านหลังเธอก็พูดขึ้น “คุณหนู คุณท่านลงจากเครื่องแล้วครับ” ชายวัยกลางพูดเสียงต่ำ

        “อืม” เธอพยักหน้า “ไปเถอะ”

        เซียวปินขมวดคิ้วน้อยๆ พลางก้าวออกไปขวางหน้าคนกลุ่มนั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว เซี่ยกู้เฉิงรีบชะงักฝีเท้าลงทันที เขาจึงรอดพ้นจากการเดินชนกับคนตรงหน้าไปได้อย่างฉิวเฉียด

        ทันทีที่เห็นเซียวปินซึ่งเพิ่งกลับจากทวีปแอฟริกาในชุดเสื้อผ้าธรรมดาเก่าๆนั่นแล้ว เซี่ยกู้เฉิงก็แสดงสีหน้าโมโหและรังเกียจออกมาจนถึงขีดสุด “แกตาบอดหรือไง? ไม่เคยได้ยินคำว่าหมาที่ดีไม่อยู่ขวางทางหรือไง?”

        เซียวปินชี้ไปทางพนักงานชราที่ถูกชนจนบาดเจ็บ แล้วพูดเคือง “ชีวิตคนสำคัญเท่าฟ้า พวกคุณไม่เห็นหรือไงว่าที่ตัวเขามีเลือดออก? ถ้าเกิดเขาฟกช้ำภายใน กลับบ้านไปแล้วเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ?”

        “เขาก็บอกอยู่ว่าไม่เป็นไร แกจะเอาอะไรอีก” เซี่ยกู้เฉิง

        “คุณต้องพาเขาไปตรวจที่โรงพยาบาล แล้วก็ขอโทษกับการกระทำเมื่อกี้นี้ด้วย คุณตาเขาอายุมากแล้ว จะนับว่าเป็นพ่อคุณเลยก็ยังได้ คุณจะไปเหยียดหยามเขาง่ายๆแบบนี้ได้ยังไง” เซียวปิน

        เซี่ยกู้เฉิงแสยะยิ้มน้อยๆ “ฉันเข้าใจละ พวกแกคงเป็นพวกเดียวกันสินะ จะมาแกล้งโดนชนเพื่อหลอกเอาเงินล่ะสิ”

        เซี้ยกู้เฉิงหยิบกระเป๋าตังค์ออกมา แล้วหยิบเงินออกมาปึกหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาปาเงินในมือใส่หน้าชายแก่อย่างแรงจนเกิดเสียงดัง เปี๊ยะ  เงินเหล่านั้นกระจายออกจากกันก่อนจะร่วงลงที่ข้างเท้าของชายชรา ชายแก่ได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าแก่ซีดเผือดไปชั่วขณะ

        “เงินน่ะ กูมีถมไป เงินพวกนี้คงพอสำหรับค่าหมอแล้วนะ? รีบเก็บเงินแล้วไสหัวไปซะ! ถ้ายังไม่ไปก็อย่ามาหาว่าฉันใจร้ายที่สั่งให้คนมาสั่งสอนพวกแกละกัน”  เซี่ยกู้เฉิงพูดอย่างอวดดี

        พนักงานชราทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะเก็บเงินที่กระจัดกระจายขึ้นมาทีละแผ่น แล้วยื่นเงินนั้นไปตรงหน้าเซี่ยกู้เฉิงอย่างกล้าๆกลัวๆ ดวงตาที่แดงก่ำคู่นั้น ราวกับกำลังจะมีน้ำตาไหลออกมาอย่างมากมาย “เงินนี่…ผมไม่ต้องการเงินนี่…ผมไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ…ไม่ใช่พวกต้มตุ๋น” เขาพูดน้ำเสียงสั่นเครือ

        เก็บเงินขึ้นมาแล้ว แต่หัวใจกลับแหลกสลายไปหมด

        เซี่ยกู้เฉิงมองไปยังมือที่สกปรกของชายแก่ ก่อนจะผลักมันออกไปอย่างแรง ชายสูงอายุ ถูกเขาผลักด้วยแรงจนหงายหลังไปหลายตลบ ชายแก่ล้มกองอยู่กับพื้น เซี่ยกู้เฉิงมองคนตรงหน้าแล้วถมน้ำลายใส่เขาอีกที “ชิ ไสหัวไปไกลๆเลยไป ไอ้คนกวาดถนน แม่ง ไอ้พวกต่ำตม!”

        ตาเฒ่ามองดูน้ำลายบนตัวและเงินที่ตกกระจายเต็มพื้นอย่างอึ้งๆ สีหน้าก็ซีดลงมากขึ้นไปอีก

        ความโกรธปะทุในจิตใจเซียวปินจนมิอาจเก็บกลั้นอีกต่อไป ขณะที่เซี่ยกู้เฉิงก็ยังคงพูดจาอวดดีอย่างไม่ลดละจากเดิมเลย “เงินพวกนี้ก็คงจะพอให้พวกแกใช้แล้วล่ะ อย่าได้คืบจะเอาศอกให้มันมากนัก ระวังจะหาเหาใส่หัวนะเว้ย!”

        หญิงสาวหน้าตาสะสวยก้มดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ก่อนจะอ้าปากเตรียมพูดบางอย่างออกมา แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงอะไร เซี่ยกู้เฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆก็โดนเซียวปินต่อยอย่างแรงเข้าที่หน้าเสียก่อน เขาโดนต่อยอย่างจังจนเธอได้ยินเสียงดังจากหมัดนั้น ร่างของเซี่ยกู้เฉิงลอยหงายออกไปทันที เลือดสีแดงสดกระฉูดออกจากปากของเซียกู้เฉิง อีกทั้งฟันในปากก็ร่วงไปหลายซี่ สภาพน่าอนาถเหลือทน

        ใครจะไปคิดว่าเซียวปินจะลงมือแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ เขาไม่แม้แต่จะเตือนเลยด้วยซ้ำ กว่าบอดี้การ์ดทั้งสองของเซี่ยกู้เฉิงจะรู้ตัวอีกที เซี่ยกู้เฉิงก็ลอยออกไปเสียแล้ว เห็นดังนั้น ทั้งสองจึงตรงเข้าไปจู่โจมเซียวปินทันที แต่ถึงจะจู่โจมพร้อมกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี เซียวปินใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่หัวของการ์ดทั้งสอง จากนั้นก็ชนเข้าด้วยกันอย่างแรงจนการ์ดทั้งสองนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น

         เซียวปินเดินไปหยุดลงตรงหน้าเซี่ยกู้เฉิง แล้วก้มลงมองเขา “พวกฉันไม่ได้ต้องการเงินของนายหรอกนะ ถ้าเขาเป็นอะไรไปจริงๆ จะให้ฉันออกค่ารักษาพยาบาลให้เลยก็ยังได้ แต่ที่พวกเราต้องการ คือคำขอโทษเว้ย ขอโทษคุณตาเขาซะ!”

        เซี่ยกู้เฉิงตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้น เพราะฟันร่วงไปหลายซี่ ทำให้การเปล่งเสียงผิดแปลกไป “แม่งเอ้ย ฝันไปเถอะ มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร? กูเป็นถึงคุณชายใหญ่ของบ้านเซี่ยแห่งเจียงเฉินเลยนะเว้ย พ่อกูก็เป็นถึงหัวหน้าตระกูลเซี่ย มึงตายแน่!”

        เซียวปินถอนหายใจเบาๆ ก่อนรองเท้าหนังข้างหนึ่ง จะถูกวางลงที่เหนือหัวเข่าของเซี่ยกู้เฉิง แล้วเจ้าของรองเท้า ก็กดเหยียบลงไปอย่างเต็มแรง เซี่ยกู้เฉิงร้องด้วยความเจ็บปวดราวกับหมูที่ถูกเชือด จากนั้นก็ทรุดลงไปกองกับพื้น กระดูกหัวเข่าของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆจากการกระทำนั้น ความเจ็บปวดที่นำมา ก็ทำให้เขาแทบหมดสติไป

        เซียวปินยกเท้าขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะวางมันลงที่ขาอีกข้างของคนตรงหน้า พลางมองเขาด้วยท่าทางสุขุม ทันใดนั้น ก็มีเสียงระคนสั่นของหญิงสาวดังมาจากด้านหลังเขา “หยุดนะ…นายรู้รึเปล่า ว่าเขาเป็นใคร?”

        เซียวปินยิ้มบางๆ “เขาเป็นคนในตระกูลเซี่ยแห่งเจียงเฉิน หัวหน้าตระกูลเป็นพ่อของเขา”

          หญิงสาวถึงกับชะงัก ก่อนนึกขึ้นได้ ว่าคำพูดเหล่านี้เซี่ยกู้เฉิงเองก็เพิ่งพูดไป ชายคนนี้ทำร้ายเขา ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเป็นใครงั้นหรอ “แล้วนายเป็นใคร?” หญิงสาวถามหวั่นๆ

         “ฉันก็แค่คนธรรมดาจากต่างถิ่น”

          หญิงสาวโล่งอกไปที เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งเหมือนเดิม “แล้วนายรู้รึเปล่า ว่าคนธรรมดาที่มีเรื่องกับตระกูลเซี่ยแห่งเจียงเฉินจะมีจุดจบยังไง? อย่าว่าแต่แค่คนธรรมดาเลย ต่อให้นายจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลจากที่อื่น ก็คงจะเคยได้ยินคำๆนี้มาบ้างใช่ไหม”

         “คำว่าอะไร?” เซียวปินถาม

         “แม้แต่มังกรก็ยังไม่ยุ่งกับงูเจ้าถิ่น!”

         เซียวปินพยักหน้ารับหงึกหงักราวกับรับรู้ แต่ก็ยังกดเท้าซ้ายของตนลงไปอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง เซี่ยกู้เฉิงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แล้วจึงสลบไป เท้าซ้ายที่เหยียบลงนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้เซี่ยกู้เฉิงหมดสติไป มันยังบดขยี้ความมั่นใจและความเย่อหยิ่งทั้งหมดของหญิงสาวให้แหลกละเอียดไปด้วย

        เซียวปินหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับหญิงสาว เขามองหญิงสาวใบหน้างดงามด้วยแววตาที่สุขุมผิดจากปกติ ไม่มีความบีบคั้นในดวงตานั้น แต่แววตานี้ กลับทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความเชื่อมั่นอันแรงกล้าในจิตใจของเขาอย่างที่ไม่เคยรับรู้จากใครมาก่อน

        “ผมว่าคุณเองก็คงจะเคยได้ยินคำๆนี้เช่นกัน”

        “คำว่าอะไร?” เธอกัดฟันกรอด

        “ถ้ามังกรไม่เก่งจริง คงไม่กล้าข้ามฟากมาหรอก!”

        พูดจบ เซียวปินก็ไม่สนใจหญิงสาวที่ขณะนี้เอาแต่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงอีกต่อไป เขาหันกลับไปหาชายแก่ เก็บเงินที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาทีละใบจนครบ จากนั้นก็ยัดมันลงไปในมือของชายเฒ่า “ตาครับ ไปเถอะ ผมจะพาไปหาหมอ”

        พนักงานเฒ่ากำเงินนั้นเอาไว้ในมือ แล้วพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าพลางส่ายหัว “ไม่ต้องหรอก ไม่เป็นไรจริงๆ”

           “ไปเถอะครับ จริงๆนะ ให้ผมพาไปตรวจร่างกายสักหน่อยเถอะ ไปดูให้แน่ใจว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ” เซียวปินพูดพลางพยุงชายชราลุกขึ้นจากพื้นเตรียมจะเดินจากไป

           “นายชื่ออะไร?” หญิงสาวพูดหยุดพวกเขาเอาไว้

         เซียวปินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิหนักแน่น “เซียวปิน!”

         หลังจากเซียวปินประคองชายแก่เดินจากไปไกลแล้ว ชายวัยกลางผู้มีผิวสีน้ำผึ้งที่หลังหญิงสาวจึงถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูด “คุณหนูครับ คนๆนี้โหดมาก เขาเหยียบไปที่คุณชายแบบนั้น ภายในเวลาครึ่งปี เกรงว่าคุณชายจะลงจากเตียงไม่ได้แล้วล่ะ”

           สาวสวยหันกลับไปมองผู้พูดแวบหนึ่ง นัยน์ตาส่อแววขุ่นเคือง “ลุงหลี ทำไมเมื้อกี้ลุงถึงไม่ทำอะไรเลยล่ะ? จริงอยู่ว่า คนที่ถูกทำร้ายน่ะ เป็นคนตระกูลเซี่ย แต่จะยังไง เซี่ยกู้เฉิงก็มากับเรา ทำร้ายเขา ก็เท่ากับทำร้ายหน้าตาตระกูลเย่ของเราไปด้วยนะ”

         ลุงหลียิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะส่ายหัวไปมา “เพราะผมไม่อยากทำให้คุณหนูต้องเดือดร้อนไงครับ ผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งมาก…ผมไม่ใช่คู่ต้อสู้ของเขา”

         หญิงสาวแสดงสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้ยินดังนั้น ทักษะการต่อสู้ของลุงหลีอยู่ในระดับยอดฝีมือเชียวนะ เก่งกว่าบอดี้การ์ดไร้ประโยชน์ทั้งสองคนของเซี่ยกู้เฉิงไม่รู้กี่เท่า แต่ถึงกระนั้นก็ยัง…

         ลุงหลีมองแผ่นหลังที่จากไปไกลของเซียวปินอย่างประเมิน ”อีกอย่าง ในตัวเขามีกลิ่นของความตายอยู่…เขาต้องเคยฆ่าคนมาแล้วแน่ๆ แล้วน่าจะเคยฆ่ามามากกว่าหนึ่งเสียด้วย… คุณหนูครับ กับคนแบบนี้ ผมว่าควรอยู่ให้ห่างเอาไว้จะดีกว่า”

        เธอไม่คิดเลย ว่าลุงหลีจะประเมินผู้ชายคนนั้นสูงขนาดนี้ แววตาของเธอบ่งบอกว่าเจ้าหล่อนกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ ขณะนี้ เธอได้ลืมเรื่องที่เคยเสียหน้าไปสิ้น ดวงตาคู่เดิมปรากฏให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและความทะเยอทะยานที่ควรมีในนางพญา เธอหันกลับไปมองคุณชายตระกูลเซี่ยกับบอดี้การ์ดสองคนที่กำลังนอนสลบราวคนตายแวบหนึ่ง แล้วดวงตาคู่สวยก็เป็นประกายเจ้าเล่ห์ราวกับตัวเป็นนักล่า “สั่งให้คนมาพาพวกเขาไปส่งโรงพยาบาล ส่วนพวกเราไปรับคุณพ่อกลับบ้านกัน แล้วฉันจะเป็นคนแจ้งเรื่องนี้กับคุณลุงเซี่ยเอง…”

        “ความหมายของคุณหนูคือ?” ลุงหลี

        “ถ้าเขาตายเพราะโดนตระกูลเซี่ยเล่นงาน เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเรา แต่ถ้าเขาเก่งจริงแบบที่ลุงว่า ถ้าเขาสามารถรอดพ้นจากเงื้อมือของตระกูลเซี่ยไปได้ล่ะก็…บนโลกนี้ไม่มีมิตรที่แท้จริง แล้วก็ไม่มีศัตรูตลอดกาลหรอกจริงไหม ถึงตอนนั้น เราก็ลากเขาเข้ามาทำงานให้เราไปเลยก็ได้นี่ จริงไหม?”

        ลุงหลีถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอก ก่อนจะหัวเราะด้วยความปลาบปลื้ม “คุณหนูช่างเฉลียวฉลาดนัก”

        หญิงสาวแสยะยิ้ม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ ในแววตาสาวงามเยี่ยงนี้ กลับมีความทะเยอทะยานแรงกล้าซ่อนอยู่ภายใน หากเซี่ยกู้เฉิงเป็นเพียงชายไร้น้ำยาคนหนึ่งแล้วล่ะก็ หญิงสาวคนนี้ก็คงเปรียบเป็นยอดอสรพิษตัวจริงเลยล่ะ

        หลังจากเซียวปินพาชายชราไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้วพบว่าชายแก่ไม่เป็นไร เขาจึงเดินทางไปตามแผนที่ๆซูเพ่ยหย่าเคยให้เขาเอาไว้ก่อนที่เธอจะสิ้นใจ เซียวปินประคองอัฐิเอาไว้ ขณะที่ยืนอยู่หน้าบ้านของซูเพ่ยหย่า ความรู้สึกก็แปรเปลี่ยนจากเดิมเป็นหนักอึ้งมากขึ้นทุกที

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค
https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^)
เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม