0 Views

บทที่ 64

กระบวยเหล็ก ปะทะกับ รูปแบบการต่อสู้สีเลือด

หลี่ฟู่เฉินเลือกใช้เชือกชนิดพิเศษเพื่อเอามาผูกกับแร่ทองแดงสีแดงและลากออกจากถ้ำ

เมื่อเห็นแสง หลี่ฟู่เฉินไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแสงได้ในทันที หลังจากนั้นครู่นึงเขาก็ปรับตัวหาทิศทางและจากนั้นก็เตรียมที่จะออกจากภูเขาแร่ตงหลู

“นั้นไม่ใช่หลี่ฟู่เฉิน? เขามีแร่ชนิดประเภทไหนกัน? มันถึงใหญ่ได้มากขนาดนี้”

บนยอดเขามีเงาของบุคคลยืนอยู่ตรงนั้น

ฟึบบ!

เช่นเดียวกับชะมด(สามารถรับกลิ่นได้ดี) ร่างนั้นลงมาอย่างรวดเร็วและปิดกั้นเส้นทางของหลี่ฟู่เฉิน

“หลี่ฟู่เฉิน เผยสิ่งที่เจ้ากำลังถืออยู่ซะ” ชายหนุ่มอายุประมาณ 19 ปี สูงและตั้งมั่น แขนของเขาหนากว่าต้นขาของคนส่วนใหญ่

หลี่ฟู่เฉินที่กำลังเดินไปตามเส้นทางหยุดลง “เจ้าคือ?”

“ข้า ขุ่ยเที่ย หากเจ้ารู้ว่าอะไรดีสำหรับตัวเอง เป็นเช่นนั้นเจ้าควรส่งมอบแร่มา”

เขารู้ว่าไม่ว่าจะมีแร่อะไรอยู่ใต้ผ้านั้น ด้วยขนาดของมัน มันก็คงเป็นแต้มคะแนนที่ไม่เล็กน้อย

‘ขุ่ยเที่ย’ หลี่ฟู่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่นึงว่าขุ่ยเที่ยเป็นใคร

ขุ่ยเที่ย หัวหน้า 7 ผู้เชี่ยวชาญภายใต้ฟางเหล่ยไห่ อันดับที่ 48 ในหอคอยแห่งความลำเค็ญ มีข่าวลือว่าเขามีโครงกระดูกเหล็กทองเหมือนกันกับฟางเหล่ยไห่

แต่ฟางเหล่ยไห่มีโครงกระดูกเหล็กทอง 4 ดาว ในขณะที่ขุ่นเที่ยมีโครงกระดูกเหล็กทองระดับ 3 ดาว

หลี่ฟู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าไม่มีคุณสมบัติ ไปบอกให้เจ้านายของเจ้าออกมา บางทีเขาอาจจะเหมาะสมกว่าถ้าต้องการต่อสู้กับข้า”

“โอหัง! คนอย่างเจ้าไม่คู่ควรหากต้องต่อสู้กับฟางเหล่ยไห่ ข้า ขุ่ยเที่ย ก็เพียงพอที่จะดูแลเจ้าแล้ว”

ขุ่ยเที่ยพุ่งเข้าไปหาหลี่ฟู่เฉินราวกับวัวตัวผู้

ปั๊ง!

เมื่อหมัดของพวกเขาปะทะกัน ขุ่ยเที่ยถึงกับถอยออกไป 8 ก้าวและกระอักเลือด

ด้านหลี่ฟู่เฉินเขาไม่ขยับแม้แต่เพียงนิ้วเดียว

ขุ่ยเที่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ อดทนต่อความเจ็บปวด เขารู้สึกราวกับว่ากระดูกในหมัดของเขาถูกบดขยี้ เขายังอยู่ในความไม่เชื่อ ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้น และมองไปที่หลี่ฟุเฉินที่ด้วยความงุนงง

หลี่ฟู่เฉินอยู่ในอันดับที่ 60 ของหอคอยแห่งความลำเค็ญ ขณะที่เขาอยู่ในอันดับที่ 48

ตามเหตุผล หลี่ฟูเฉินไม่ควรเป็นภัยคุกคามต่อเขา

เขาผู้ที่มีโครงกระดูกเหล็กทองระดับ 3 ดาว ซึ่งเหมาะกับเทคนิคการปรับแต่งร่างกาย

นอกจากนี้ เขายังได้บรรลุทั้งเสื้อหุ้มเหล็กและระฆังทองคำ

เสื้อหุ้มเหล็กและระฆังทองคำต่างก็เสริมซึ่งกันและกันได้

เพียงฝึกฝนหนึ่งในพวกมัน ก็จะเพิ่งความแข็งแกร่งทางกายภาพให้มากกว่า 2000 กิโลกรัม

แต่เมื่อทั้งสองเทคนิคได้รับการฝึกฝนไปพร้อมๆ กัน มันก็จะได้รับความแข็งแรงทางกายภาพ 3,500 กิโลกรัม

นอกจากนั้น กาผสานการป้องกันของทั้งสองเทคนิคมีความทนทานยิ่ง มันคงจะไม่เกินจริงเกินไปหากจะบอกว่าเขามีผิวเป็นทองแดงและกระดูกเป็นเหล็ก แต่พวกมันก็แตกออกอย่างง่ายดายด้วยการชกเพียงครั้งเดียวจากหลี่ฟู่เฉิน

‘นอกจากว่าเขาจะฝึกฝนวิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือด?’ ความคิดเปล่งประกายขึ้นในใจของขุ่ยเที่ย

ในบรรดาศิษย์ชั้นนอก หยูเหวินเที่ยนเป็นหมายเลข 1 อย่างไม่ต้องสงสัย

แม้ว่าจะเป็นฟางเหล่ยไห่ เมื่อเผชิญหน้ากับหยูเหวินเที่ยนเขาก็ยังต้องลดความเย่อหยิ่งและความก้าวร้าวลง

หยูเหวินเที่ยนเป็นอัจฉริยะเพียงคนเดียวในบรรดาศิษย์นิกายชั้นนอกจาก 30,000 คนที่ฝึกฝนวิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือดสำเร็จ และมีความแข็งแกร่งทางกายภาพ 5,000 กิโลกรัม

หนึ่งปีที่ผ่านมา ศิษย์สาวกสองคนที่ติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของหอคอยแห่งความลำเค็ญพยายามต่อสู้กับหยูเหวินเที่ยน แต่หยูเหวินเที่ยนก็สามารถจัดการทั้งคู่ลงได้อย่างง่ายดาย หยูเหวินเที่ยนทำให้ทั้งคู่ต้องตกตะลึงเมื่อตอนที่การโจมตีถูกส่งไปยังเขา หยูเหวินเที่ยนเกิดเพียงแค่บาดแผลตื่นๆ

ตั้งแต่ที่หนึ่งปีนั้นได้ผ่านไปแล้ว ก็มีการกล่าวขานกันว่าหยูเหวินเที่ยนหยิบพยัคฆ์กระเรียนทะยานกำลังขึ้นมาและทำลายขีดจำกัดความแข็งแกร่ง 5,000 กิโลกรัม

‘มันต้องเป็นวิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือด สิ่งที่จะอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เทคนิคการขัดเกลาร่างกายระดับสีเหลืองที่สามารถเอาชนะเสื้อหุ้มเหล็กและระฆังทองคำของข้าได้’

ขุ่ยเที่ยคำรามอยู่ในใจของเขาอย่างบ้าคลั่ง

ครืน!

หลี่ฟู่เฉินวางแร่ทองแดงสีแดงลงอย่างช้าๆ และเดินไปยังขุ่ยเที่ย “เจ้าได้ใช้โอกาสที่จะส่งหมัดชกต่อยมายังข้าไปแล้ว ตอนนี้ถึงคราวของข้า”

ได้ยินคำกล่าวดังนั้น ขุ่ยเที่ยไม่ได้โง่ เขาดึงดาบเหล็กของเขาออกมา

ใช่ ไม่ใช่ดาบไม้ แต่เป็นดาบเหล็ก

กับผู้ที่ฝึกฝนวิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือด ถ้าใช้ดาบไม้ มันก็จะสร้างบาดแผลให้เขาได้อย่างเบาบาง

“หลี่ฟู่เฉิน การต่อสู้ระหว่างจอมยุทธ์ไม่ได้มีข้อกำหนดที่ว่าการป้องกันของใครดีกว่า!”

ด้วยการขยับข้อมือของเขา คลื่นดาบที่บ้าคลั่งก็ถูกฟาดฟันไปยังหลี่ฟู่เฉิน

“ช้าเกินไป”

หลี่ฟู่เฉินเอียงร่างของตัวเอง และหลบหลีกกระบวนดาบได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็ชกไปที่หน้าอกของขุ่ยเที่ย

ปึก!

เลือดสดถูกพ่นออกมาจากปากของขุ่ยเที่ย เขารู้สึกราวกับว่าซี่โครงของเขาหักไปอย่างน้อย 2 ซี่

เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าหลี่ฟู่เฉินเองก็ฝึกฝนวิชาสกัดกลั้นเต๋าอีกด้วย แม้ว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาจะไม่เพิ่มขึ้น ความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนองของเขาก็ก้าวขึ้นไปอีกระดับแล้ว

หันกลับ หลี่ฟู่เฉินยกแร่ขึ้นและเตรียมที่จะจากไป

“หลี่ฟู่เฉิน เจ้าจะจากไปทั้งๆ ที่ตีคนของข้าไปแล้ว? เจ้าไม่ได้มองเห็นข้า ฟางเหล่ยไห่อยู่ในสายตา?” เสียงดังออกมาจากภายในถ้ำแห่งหนึ่งใกล้เคียง

ในไม่ช้า ฟางเหล่ยไห่ก็ปรากฏตัวออกมาจากถ้ำแห่งหนึ่ง

เดิมที ฟางเหล่ยไห่มาที่ภูเขาแร่ตงหลูพร้อมกับขุ่ยเที่ย แต่พวกเขาก็พึ่งแยกกันไปในไม่กี่วันที่ผ่านมา

“ฟางเหล่ยไห่” เมื่อวางแร่ลง สายตาของหลี่ฟู่เฉินก็ถูกบรรจุไว้ด้วยเจตจำนงแห่งของการต่อสู้แล้ว

หลังจากได้พูดคุยกับเกาช่างเทียน เขาก็ได้รู้ว่าเขาประเมินค่าฟางเหล่ยไห่ในอดีตต่ำเกินไป

ฟางเหล่ยไห่ได้ทำการฝึกฝนระฆังทองคำ เสื้อคลุมเหล็ก และวิชากระบวยเหล็ก ความสามารถของเขาไม่อาจหยั่งรู้ได้

มันราวกับว่าเขาเป็นรุ่นที่พัฒนาแล้วของขุ่ยเที่ย

เหลียวมองไปที่ขุ่ยเที่ย ฟางเหล่นไห่ขมวดคิ้ว ก็ในเมื่อเขาบาดเจ็บสาหัสกว่าที่เขาคิดไว้

“คุณทำลายระฆังทองและเสื้อคลุมเหล็กของขุ่ยเที่ยได้จริงๆ ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป แต่มันช่างน่าเสียดาย ครั้งนี้จะไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าได้”

หากก่อนหน้านี้ไม่ได้เกาช่างเทียนที่เข้ามายุ่มย่าม หลี่ฟู่เฉินก็จะนอนอยู่บนเตียงอย่างน้อยสองถึงสามสัปดาห์

หลี่ฟู่เฉิน “ข้า หลี่ฟูเฉิน ไม่เคยพึ่งพาใครมาก่อน ฟางเหล่ยไห่ ลงมือซะ! ให้ข้าได้ชมดูวิชากระบวยเหล็ก งั้นแล้วข้าจะได้รู้ถึงระดับที่เจ้าไปถึง”

“อะไร? เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าฝึกฝนวิชากระบวยเหล็ก?”

รูม่านตาของฟางเหล่ยไห่หรี่แคบลงเนื่องจากความประหลาดใจ

“มันต้องเป็นเพราะเกาช่างเทียน แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่สำคัญ เจ้าหักซี่โครงของขุ่ยเที่ยไป 2 ท่อน ข้าจะหักของเจ้าเป็น 4 ท่อน”

ฟางเหล่ยไห่เข้าหาหลี่ฟู่เฉินอย่างช้าๆ

หลี่ฟู่เฉินยิ้มและเข้าหาฟางเหล่ยไห่เช่นกัน

เพิ่มความเร็วของตนเอง ในที่สุดพวกเขาก็ปะทะกัน

ตึง!

ประกายไฟพุ่งออกมาเมื่อหมัดปะทะกัน

กำปั้นของฟางเหล่ยไห่มีร่องรอยของสีทองและสีดำ มันดูไม่เหมือนเนื้อหนังอีกต่อไป แต่กลับกันมันดูเหมือนร่างจำแลงของเหล็ก ด้านนอกของกำปั้นเป็นหนังหุ้มสีดำซึ่งเคลือบพลังฉีที่แข็งแกร่งเอาไว้

กำปั่นของหลี่ฟู่เฉินดูสมดุลและหนักแน่น มันเต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งเปลวเพลิง มันอาจดูเหมือนกำปั้นปกติ แต่มันก็เกินขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้วเนื่องจากผิวหนังมีความแข็งแกร่งดุจผิวหนังของสัตว์อสูร กำปั้นถูกปกคลุมไปด้วยชั้นของสีแดงซีด พลังฉีที่บ้าคลั่ง

เมื่อหมัดของพวกเขาชนกัน ก็มีคลื่นกระแทกพลังฉีอันทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมา มันราวกับว่ามีหลุมดำดูดทั้งคู่ไว้ตรงกลาง

สิ่งที่ตามมาคือแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ใต้ฝ่าเท้าทั้งสอง

พลังภายในที่คลุ่มคลั่งได้ส่งพวกเขาทั้งสองบินออกไป

ฟางเหล่ยไห่กล่าวออกมาอย่างแค้นเคือง “วิชารูปแบบการต่อสู้สีเลือด!”

พลังฉีของเขาแข็งแกร่งกว่าของหลี่ฟู่เฉิน แต่กำปั้นของเขาก็ไม่ได้ทนทานและไม่ได้มีความแข็งแกร่งทางร่างกายเท่าเขา

หลังจากฝึกฝนรูปวิชากระบวยเหล็ก ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาอยู่ที่ 4,000+ กิโลกรัม

“แข็งแกร่งจริงๆ”

หลี่ฟู่เฉินรู้ดีว่าเขายังคงประเมินฟางเหล่นไห่น้อยไปมาก

“เขาแม้แต่ทำให้ฟางชีเซียงกระเด็นออกไปได้?”

ขุ่ยเที่ยที่บาดเจ็บหนักกลายเป็นมึนงง เขารู้ความสามารถของฟางเหล่นไห่ดีกว่าใครๆ

เห็นได้ชัดว่าว่าฟางเหล่ยไห่ได้ส่งการโจมตีที่ดีที่สุดไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถจัดการหลี่ฟู่เฉินลงไปได้

 

ติดตามก่อนใครได้ที่เพจ INdyNovel