0 Views

บทที่ 62

คนงามทั้งสี่ของนิกายชั้นนอก

วิชาสกัดกั้นเต๋า​ ขอเปลี่ยนเป็น วิชาสกัดกลั่นเต๋า

“หลี่ฟู่เฉิน เจ้าทำแบบนี้จะไม่เป็นไรหรือ?”

จือฮงซิ่วตกตะลึงกับความสามารถของหลี่ฟู่เฉิน แต่เธอก็สนใจอารมณ์ของหลี่ฟู้เฉินมากกว่าว่าเขาจะดีใจหรือเสียใจ

ถ้าอารมณ์ของเขาไม่ดี มันคงจะยากที่จะกู้คืนความรู้สึกแก่กันหลังจากนี้

หากมันเป็นความตั้งใจของเขาเอง นั่นก็หมายความว่าหลี่ฟู่เฉินรู้ว่าเขามีความสามารถมากพอและไม่ได้ติดใจอะไรนาง

หลี่ฟู่เฉิน “นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการ? เขาจะไม่มารบกวนเจ้าอีกต่อไปในอนาคต”

จือฮงซิ่วตอบ “ข้าเป็นกังวลแทนเจ้า ชิงเฉาหยูเป็นบุคคลที่ต้องทวงคืนความเคียดแค้นของตัวเอง และจะไม่ยอมให้สิ่งต่างๆ อยู่ในลักษณะเช่นนี้”

หลี่ฟู่เฉิน “อย่าเป็นกังวล ทั้งหมดนั้นมันก็แค่แมลงเม่า เพิ่มอีกตัวสามตัวก็ไม่นับว่าเป็นไร”

จือฮงซิ่วขอโทษ “ไม่ว่าอะไรก็ตาม นี่ก็เป็นความผิดของข้าที่ต้องลากเจ้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“สิ่งที่ข้าไม่อยากทำ จะไม่สามารถมีใครบังคับให้ข้าทำได้ เจ้าอย่าได้โทษตัวเอง”

แม้ว่าเธอจะใช้เขาเป็น ‘เกราะ’ แต่ถ้าเขาไม่ตอบสนอง มันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มันเป็นทางเลือกของเขาเอง

ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่แม้แต่จะเห็นเจ้าชิงเฉาหยูนั้นอยู่ในสายตา

จบมื้ออาหาร พวกเขาก็แยกทางและกลับไปยังที่พักของตนเอง

วิชาสกัดกลั่นเต๋ายากยิ่งกว่าที่หลี่ฟู่เฉินคาดการณ์เอาไว้ เขาใช้เวลากว่า 3 วันถึงจะบรรลุขั้นแรก

แม้ว่าวิชาสกัดกลั่นเต๋าขั้นแรกจะไม่เพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพของลี่ฟู่เฉิน มันก็ปรับเปลี่ยนปฏิกิริยาตอบสนองของเขาและปฏิกิริยาการโต้กลับของเขาได้พอควร

***

วันถัดไป หลี่ฟู่เฉินมาถึงหอทรัพยากร วางแผนที่จะแลกของขั้นสูงบางอย่าง เช่น โอสถบรรเทาร่างกายขั้นเหลือง เพื่อเพิ่มการฝึกฝนของเขาในวิชาสกัดกลั่นเต๋า

โอสถบรรเทาร่างกายมีราคาแพง

โอสถบรรเทาร่างกายสีเหลืองขั้นกลาง ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 250 คะแนนต่อเม็ด

โอสถบรรเทาร่างกายสีเหลืองขั้นกลาง ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1500 คะแนนต่อเม็ด

หลี่ฟู่เฉินแลกโอสถพยัคฆ์มังกรมา 6 เม็ด

ระหว่างทางกลับไปที่ลานบ้านของตัวเอง หลี่ฟู่เฉินได้พบกับเกาช่างเทียน

เกาช่างเทียนเป็นหนึ่งใน 10 อัจฉริยะ แต่เขาไม่มีความเย่อหยิ่งเหมือนอัจฉริยะอื่นๆ แต่เขาค่อนข้างที่จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นวีรบุรุษผู้กล้าหาญ

เกาช่างเทียนถาม “หลี่ฟู่เฉิน ช่วงนี้ฟางหลีไห่ได้มาหาเจ้ารึเปล่า?”

หลี่ฟู่เฉินส่ายหัว “ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือก่อนหน้านี้”

ด้วยความสามารถในการต่อสู้ครั้งก่อนของเขา เขาอาจไม่สามารถจัดการกับฟางหลีไห่ได้ เขาแม้แต่กระทั้งเสียเปรียบ

“ชายผู้นั้นดื้อรั้นและเห็นแก่ตัว ข้าเกรงว่าเขาจะไม่ปล่อยเราไปง่ายๆ มันเป็นที่เห็นได้ชัดว่า ข้า เกาช่างเทียนไม่มีใครกลัว ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับเจ้า”

เกาช่างเทียนมองไปยังหลี่ฟู่เฉิน แม้ว่าหลี่ฟู่เฉินจะมีการรับรู้ที่ท้าทายตรรกะ เขามันก็ยังไม่ถึงระดับอัจฉริยะ

หลี่ฟู่เฉินตอบกลับ “ในช่วงเวลานี้ ข้าก้าวหน้าขึ้นมาก ดีแล้วที่เขาไม่ได้มา ถ้าเขามา ก็ขอให้มา”

“โหห?”

เกาช่างเทียนเลิกคิ้ว สัญชาตญาณของเขาบอกเขาว่าหลี่ฟู่เฉินไม่ใช่คนที่ชอบโอ้อวด ดังนั้นการที่เขากล้าท้าทายด้วยคำเช่นนี้ ความสามารถของเขาก็คงจะไม่น้อยไปกว่านั้น

“ดูเหมือนว่าฟางหลีไห่จะทำให้ผู้อื่นไม่พอใจเข้าแล้ว แต่เจ้าก็ไม่ควรประมาทเช่นกัน พวกเรา 10 คนมีสิทธิ์พิเศษ และแต่ละคนสามารถแลกคู่มือทักษะต่อสู้ระดับลึกลับได้ ฟางหลีไห่มีโครงกระดูกเหล็กทองและได้แลกวิชากระบวยเหล็กมาฝึกฝน ที่เขาไม่มองหาเจ้า อาจจะเป็นเพราะเขาวางแผนที่จะไปถึงขั้นหนึ่งของวิชากระบวยเหล็กก่อนที่มาจะเผชิญหน้ากับเจ้า”

เมื่อได้ยินเรื่องนี้ หลี่ฟู่เฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เขาคิดว่า 10 อัจฉริยะชั้นนอกจะเป็นเพียงแค่ชื่อและไม่ได้มีสิทธิ์พิเศษอะไร

แต่หลังจากคิดไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่ศิษย์ลำดับ 1 ของนิกายชั้นนอกยังมีสิทธิพิเศษ อัจฉริยะก็คงจะมีเหมือนกัน

สำหรับวิชากระบวยเหล็กที่เขาได้ดูในเมื่ออยู่ในโถงทักษะต่อสู้ของนิกาย

เทคนิคการปรับแต่งร่างกายนี้เมื่อฝึกได้เสร็จสมบรูณ์แล้ว ความสามารถทางกายภาพจะเพิ่มขึ้น 7500 กิโลกรัม ในเวลาเดียวกัน ก็ทำให้ผู้ฝึกฝนร่างกายคล้ายกับเหล็ก ไม่ทราบว่าการป้องกันทางกายภาพของเทคนิคนี้จะความแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกับวิชาการต่อสู้สีเลือด

แต่หลี่ฟู่เฉินไม่คิดว่าเพียงไม่กี่เดือน ฟางหลีไห่จะไม่สามารถบรรลุวิชากระบวนเหล็กได้

เทคนิคการขัดเกลาร่างกายระดับลึกลับไม่ใช่สิ่งที่เทคนิคระดับสีเหลืองขั้นสูงจะสามารถเปรียบเทียบได้ มันยากมาก

“ทำไมเขาถึงไม่แลกเทคนิครุดหน้า?”

หลังจากเข้าไปฟางหลีไห่ก็แลกวิชากระบวยเหล็กกลับมาเป็นหัวหอกใหญ่ และเทคนิครุดหน้าก็เป็นเทคนิคเหล็กทองขั้นลึกลับ

เกาช่างเทียนหัวเราะอย่างขมขื่น “เทคนิครุดหน้าคือเทคนิคระดับกลางขั้นลึกลับ ความลำบากในการฝึกฝนมันเป็นสิ่งไม่สามารถบรรยายมาเป็นคำพูดได้ ยิ่งไปกว่านั้น ครึ่งปีต่อจากนี้จะมีการแข่งขันระหว่างศิษย์ภายนอก ศิษนิกายนอกชั้นจะสามารถแลกทักษะต่อสู้ระดับลึกลับได้ มันคงจะไม่สายเกินไปที่จะแลกเทคนิครุดหน้าแล้ว”

หลี่ฟูเฉินพยักหน้าเห็นด้วย มันเป็นความจริงที่ว่าสามารถแลกเทคนิครุดหน้ามาได้ตอนนี้ได้ และยังเหลือเวลาครึ่งปี แต่จะบรรลุได้หรือไม่นั้นไม่แน่นอน

เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อระดับเทคนิคที่บ่มเพาะสูงขึ้น มันก็ต้องการความสามารถในการบ่มเพาะที่สูงขึ้นไปด้วย

อัจฉริยะหมายถึงการทำลายตรรกะ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็มีข้อจำกัด

ตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนส่งเทคนิคระดับปฐพีให้ พวกเขาจะสามารถฝึกฝนมันรึเปล่า?

คนที่ไม่ก็จะไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เขียนไว้ได้

แม้ว่าการรับรู้ของหลี่ฟู่เฉินจะสูงส่ง แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาก็รู้สึกถึงความท้าทายระหว่างการฝึกฝนวิชาเปลวเพลงลี้ลับเข้าแล้ว

การรับรู้ไม่ใช่ปัญหา แต่มันอยู่ที่สติปัญญาของเขา

สำหรับการแข่งขันของศิษย์ชั้นนอก หลี่ฟู่เฉินเคยได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว ทุกสามปี นิกายชั้นนอกจะจัดการแข่งขันสำหรับเหล่าศิษย์ ก็เพื่อกำหนดศิษย์สาวกสิบอันดับแรก

อันดับแรกจะได้รับคะแนนสะสม 100,000 คะแนน

80,000 คะแนนสำหรับอันดับสองและสาม

60,000 คะแนนสำหรับอันดับสี่และห้า

30,000 คะแนนสำหรับอันดับที่หกถึงสิบ

มันเป็นโอกาสอันดีสำหรับศิษย์สาวกนิกายชั้นนอกที่จะได้รับคะแนนสะสมจำนวนมาก

ฟามหลีไห่ ผู้ละทิ้งโอกาสในการแลกเทคนิครุดหน้า และเลือกวิชากระบวยเหล็กแทน มันเป็นไปได้มากที่สุดที่เขากำลังวางแผนเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของตัวเองก่อนที่จะมาแข่งขันและทำให้ศิษย์ฝ่ายนอกตกใจ

ในขณะที่เกาช่างเทียนกำลังพูด ทันใดนั้นเขาก็กลายเป็นกระวนกระวายใจ จ้องมองไปยังซอยซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พวกเขายืนอยู่

สายตาของหลี่ฟู่เฉินมองไปตามสายตาของเกาช่างเทียน

บนทางเดิน เป็นชายหนุ่มและหญิงสาวที่เดินเคียงข้างกัน

ผู้ชายคนนั้นมีความสูง 1.8 ม ผมสีดำยาวถูกผูกด้วยมงกุฎทอง ใบหน้าของเขาราวกับแกะกสักมาจากหยกและรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาให้ความรู้สึกราวกับขุนนางชั้นสูงที่ไม่อาจหาคำอธิบายใดๆ มาเปรียบเปรยได้

แม้แต่ฟามหลีไห่ผู้เป็นนายน้อยของเมืองส่านไฮ่ ก็ไม่สามารถเทียบราศีกับชายหนุ่มที่สวมมงกุฎทองผู้นี้ได้

และหญิงสาวอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มคนนั้น นางมีคิ้วราวกับถูกป้ายด้วยหิมะ ผิวขาว และผมยาวสีดำอ่อนนุ่มซึ่งกำลังเปล่งประกาย

เธอเป็นคนสวยที่ไม่แพ้กู่เซี่ย

หลี่ฟู่เฉินถาม “เกาชีเซียง พวกเขาเป็นใคร?”

(หมายเหตุ : ชีเก่อและชีเซียงเหมือนกัน = ศิษย์ชายที่อายุเยอะกว่า)

“ชางกวนหง และหวูฉิงเหม่ย!” เกาช่างเทียนกล่าวในขณะที่การแสดงออกของเขาดูมืดมนลง

“ชางกวนหง หวูฉิงเหม่ย?”

หลี่ฟู่เฉินจำได้ทันที ชางกวนหงและหวูฉิงเหม่ยต่างก็เป็นหนึ่งใน 10 อัจฉริยะของศิษย์ชั้นนอก ชางกวนหงติดอันดับ 2 ในหอคอยแห่งความลำเค็ญ รองลงมาจากด้านบนของ 10 อัจฉริยะ หยูเหวินเทียน

หวูฉิงเหม่ยอยู่ในอันดับที่ 15 ของหอคอยแห่งความลำเค็ญ และยังเป็นหนึ่งในสี่หญิงสาวผู้งดงามของนิกายชั้นนอก

ในนิกายชั้นนอก นอกจากจะมีชื่อ 10 อัจฉริยะ ยังมีสี่สาวงามอยู่ด้วยเช่นกัน

พวกนางคือ หวูฉิงเหม่ย กั่วเซี่ย จือฮงซิ่ว และจ้าวหมิ๋งยือ

สี่สาวงามที่ผู้คนนับไม่ถ้วนหมายปอง

หวูฉิงเหม่ยและชางกวนหงดูเหมือนจะค่อนข้างใกล้ชิดกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะต่อสู้กับชางกวนหง

สำหรับอีกสามคนงาม ไม่มีใครที่สามารถเข้าใกล้พวกนางได้ กั่วเซี่ยและจ้างหมิ๋งยือได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากทั้งคู่ยังได้รับตำแหน่ง 10 อัจฉริยะมา

จือฮงซิ่วผู้ซึ่งด้อยความสามารถเล็กน้อย ก็ยังคงดึงดูดความสนใจของอัจฉริยะเช่นชิงเฉาหยูได้

หลี่ฟู่เฉินถาม “ดูเหมือนว่าเกาชีเซียงจะชอบหวูฉิงเหว่ยอยู่?”

เกาช่างเทียนหัวเราะอย่างเชื่องช้าและไม่ปฏิเสธมัน

หลี่ฟู่เฉินสังเกตชางกวนหงและหวูฉิงเหม่ย จากนั้นก็กล่าวว่า “จากสิ่งที่ข้าสังเกต พวกเขาทั้งสองคนดูเหมือนจะไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน เกาช่างเทียนสมควรยังมีโอกาส”

เกาช่างเทียนส่ายหัว “สุภาพบุรุษย่อมต้องไม่รับสิ่งที่เป็นของผู้อื่น”

เมื่อได้ยินคำตอบของเกาช่างเทียน หลี่ฟูเฉินก็ส่ายหัวอยู่ในใจ แม้ว่าเกาช่างเทียนจะเป็นคนที่มีความชอบธรรม แต่เขาก็อวดรู้มากเกินไป

แต่เขาก็ไม่ได้กล่าวคำที่ทำให้ผู้อื่นต้องรู้สึกใดๆ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ให้ข้อเสนอแนะใดๆ กลับคืน

 

 

ติดตามก่อนใครได้ที่เพจ INdyNovel

ในกลุ่มลับมีถึงตอนที่ 294 แล้วนะครับ