0 Views

บทที่ 57

หอคอยแห่งความลำเค็ญ

 

 

ในแง่ของการบ่มเพาะ หลี่ฟู่เฉินต่ำกว่าที่คาด

 

ในด้านขั้นวิชา หลี่ฟู่เฉิน ก็ต่ำกว่าที่คาดเช่นกัน

 

แต่ในแง่ของความแข็งแกร่งทางร่างกายและการต้านทาน หลี่ฟูเฉินมีทั้งสองอย่างเกินกว่าหนึ่งลี้

 

ในนิกายชั้นนอกทั้งหมดยกเว้นหลี่ฟูเฉินเป็นศิษย์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ฝึกฝนรูปแบบการต่อสู้สีเลือดให้สำเร็จ

 

บูม!

 

ทันทีทันใดฟางหลี่ไห่และเกาซ่างเทียนปะทะกันพลังลมปราณที่รุนแรงของพวกเขาเหมือนฟ้าร้องคำรามเหนือทะเลสาบ

 

“ ดาบคลื่นโหมกระหน่ำ!”

 

มันเป็นวิชาดาบดาบคลื่นโหมกระหน่ำแต่เมื่อถูกดำเนินการโดยฟางหลี่ไห่ ความสามารถของมันก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า

 

น้ำที่สาดกลางอากาศค่อยๆไหลไปทางที่ที่ดาบพลังลมปราณอยู่ ด้วยพลังระเบิดของแรงดาบ น้ำที่ถูกปล่อยออกมาก็เหมือนกับกระแสน้ำต้านทานเกาซ่างเทียน

 

“ทะเลหมอกเมฆา!”

 

วิชาดาบกระแสเมฆ ของ เกาซ่างเทียนมีความคล้ายคลึงกับวิชาดาบคลื่นโหมกระหน่ำ หนึ่งวิชาเป็นคลื่นของทะเลในขณะที่อีกหนึ่งวิชาเป็นคลื่นของเมฆทั้งสองเป็นวิชาที่ใช้น้ำ

 

วิชาดาบกระแสเมฆ ในมือของเกาซ่างเทียนมีกระบวนท่าที่งดงามและไม่ด้อยไปกว่ารูปแบบดาบคลื่นโหมกระหน่ำของฟางหลี่ไห่

 

เกาซ่างเทียน เหวี่ยงดาบของเขาใกล้น้ำเพื่อเพิ่มพลังวิชาดาบ

 

บูมบูม…

 

การต่อสู้ระหว่างสองยอดอัจฉริยะนั้นรุนแรงมากมันเหมือนกับการดูการต่อสู้ระดับต่ำกว่าขอบเขตก่อกำเนิดต่อสู้กัน

 

“เจ้าสองคนหยุดอยู่ตรงนี้ก่อนที่จะเลยเถิดไปนี้! เจ้าคิดว่ากฎของ นิกายคังเหลียน มีอยู่เพื่ออะไร?”

 

ในที่สุดความโกลาหลที่เกิดขึ้นบนทะเลสาบได้รับความสนใจจากผู้อาวุโสนิกายชั้นนอก

 

ผู้อาวุโสนิกายชั้นนอกเป็นเหมือนลูกศรที่พุ่งทะลุทะลวงผ่านอากาศ ด้วยคลื่นในมือของผู้อาวุดส พลังลมปราณที่ทรงพลังแยกทั้งสองออกจากกัน

 

“ผู้อาวุโส”

 

ฟางหลี่ไห่ และ เกาซ่างเทียน เอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ

 

“ออกไปจากที่นี่ซะ! มันไม่เหมาะที่พวกเจ้าทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่

 

ผู้อาวุโสไม่ได้ตั้งใจจะลงโทษใคร การต่อสู้ระหว่างเหล่าศิษย์ได้รับการสนับสนุนจริง ๆ ภายใน นิกายคังเหลียน ตราบใดที่ไม่ได้มากเกินไป

 

ดังนั้นการต่อสู้ครั้งใหญ่ในทะเลสาบจึงสิ้นสุดลง แต่ทุกคนรู้ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบและยังเป็นบาดแผลสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป

 

***

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่ฟู่เฉิน อยู่ใน นิกายคังเหลียน เป็นเวลานับได้เก้าเดือน

 

มีหอคอยแห่งความลำเค็ญสูง 3 ชั้นภายในนิกายชั้นนอก

 

ตามกฎของนิกาย สำหรับศิษย์นิกายนอกชั้น 1 ผู้ที่ไม่ผ่านชั้นแรกของหอคอยภายในปีแรกสถานะศิษย์ระดับชั้นที่1 ของพวกเขาจะถูกลบออกและลดระดับเป็นศิษย์ชั้นที่ 2

 

ในเวลาเดียวกันทุกคนที่สามารถผ่านชั้นแรกของหอคอยภายในปีแรกจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นศิษย์นิกายชั้นนอกชั้นที่ 1 โดยไม่คำนึงถึงสถานะปัจจุบันของพวกเขา

 

นอกเหนือจากกฎของนิกาย หอคอยแห่งความลำเค็ญ ยังเป็นที่สำหรับจัดลำดับของศิษย์นิกายชั้นนอก

 

เมื่อผ่านชั้นแรกของหอคอยนั่นหมายความว่าผู้นั้นอยู่ในลำดับ 5000 แรก

 

การผ่านชั้นที่สองหมายความว่าผู้นั้นอยู่ในลำดับ 500 แรก

 

เมื่อผ่านชั้นสามหมายความว่าอย่างน้อยผู้นั้นเป็นหนึ่งในศิษย์ชั้นนอกลำดับ100 คนแรก

 

เวลาที่ใช้ในการผ่านหอคอยจะเป็นตัวกำหนดลำดับที่แท้จริง

 

ยกตัวอย่างเช่นถ้าทุกคนผ่านชั้นสามของหอคอย แต่ช้ากว่าศิษย์คนอื่น นั่นหมายความว่าจะมีลำดับต่ำกว่า

 

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมความแตกต่างของลำดับระหว่างศิษย์สองคนมีเพียง 10, 20 หรือ 30 ความสามารถในการต่อสู้ที่แท้จริงอาจไม่แตกต่างกันมากนัก

 

นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมศิษย์ใน 100 อันดับแรกและ 10 อันดับแรกนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก

 

หลี่ฟู่เฉินกลัวว่าเขาจะลืมความพยายามที่จะผ่านหอคอยแห่งความลำเค็ญ ดังนั้นเขามาที่นี่เพื่อพยายามและในเวลาเดียวกันเพื่อดูว่าเขาจะได้รับตำแหน่งระดับใด

 

หอคอยแห่งความลำเค็ญตั้งอยู่ลึกลงไปในเขตชั้นนอก ศิษย์นิกายชั้นนอกหลายคนอยู่ในแถวรอ รอดูความพยายามของพวกเขาแต่ละคน

 

“ทีละคน. ก่อนอื่นให้สั่นระฆังหอคอย หากเสียงระฆังไม่สามารถเปล่งออกมาได้มันก็ไม่จำเป็นที่จะเข้าหอคอยลำเค็ญ”

 

ด้านนอกหอคอยลำเค็ญซึ่งเป็นระฆังสูงหลายสิบเมตร มีนักบวชนิกายชั้นนอกไม่กี่คนและนักบวชฝึกหัดจำนวนมากยังคงรักษาคำสั่งของสถานที่นี้

 

“หลีกทางให้ข้า”

 

ศิษย์นิกายชั้นนอกที่ไร้เหตุผลบังคับให้เปิดทางฝูงชนและเข้าตำแหน่งที่แรกของแถว นักบวชฝึกหัดที่พยายามรักษาระเบียบปฏิบัติทำราวกับว่าพวกเขาไม่เห็นอะไรเลย สถานการณ์แบบนี้เป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่พวกเขาเคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว

 

แด้ง!

 

ศิษย์นิกายชั้นนอกกลุ่มนี้มีทักษะที่ยอดเยี่ยม แค่ชกแบบเบาๆเพื่อสั่นระฆังแห่งความลำเค็ญเพื่อทำให้เกิดเสียงสะท้อน

 

“เอาล่ะ ตาเจ้า!”

 

นักบวชออกท่าทางโบกไม้โบกมือ

 

ราวสิบสองคนผ่านไปก่อนที่แสงบนชั้นแรกจะดับ หมายความว่าศิษย์คนนี้ผ่านชั้นแรกของหอคอยได้

 

เมื่อเวลาผ่านไป 15 นาทีแสงที่ชั้นสองก็ดับลงเช่นกัน

 

“ตามบันทึก เวลาที่ใช้ไป: 48 ขีด”

 

หนึ่งในนักบวชนิกายชั้นนอกประกาศผลให้แก่ศิษย์นักบวชจับเวลา

 

“ 48 ขีดเหรอ?”

 

ก่อนที่จะมาหลี่ฟูเฉินพบว่าหอคอยแห่งความลำเค็ญใช้ นาฬิกาน้ำสำหรับบันทึกเวลา 1 ชั่วโมงมี 180 ขีดและ 45 ขีดแทน 15 นาที ดังนั้น 48 ขีดถูกประมาณคร่าว ๆ เป็นมากกว่า 15 นาทีเล็กน้อย

 

“น่าอนาถ! เจ้าไม่ผ่านชั้นสามอีกครั้ง”

 

ในไม่ช้าศิษย์ชั้นนอกก็ออกมาพร้อมกับอารมณ์ขุ่นหมอง

 

“หลิวต้าเชง ผลของเจ้าคือ: ชั้นสองของหอคอยลำเค็ญ เวลาที่ใช้: 48 ขีด,ลำดับ 250”

 

นักบวชฝึกหัดพูดพร้อมหยิบแผ่นไม้ที่สลัก หลิวต้าเชง ลงไปแล้วแขวนไว้บนกำแพงหินที่อยู่ด้านข้าง

 

มันเป็นกำแพงหินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแผ่นไม้ รวมทั้งหมด 500 แผ่น

 

แผ่นโลหะทุกแผ่นมีชื่อติดอยู่ด้านหลังและมีแผ่นไม้เล็ก ๆ ที่บันทึกเวลาเอาไว้

 

“250 อาจฟังดูไม่ดี แต่ก็ดีกว่าความพยายามครั้งล่าสุดของข้าอย่างมาก”

 

ในที่สุดใบหน้า หลิวต้าเชง ก็ดีขึ้นหลังจากได้ยินผลลัพธ์

 

“คนต่อไป”

 

นักบวชชั้นนอกโบกมือให้หลิวต้าเชงออกไป

 

หลังจากนั้นศิษย์นิกายชั้นนอกคนต่อไปก็เข้ามาที่หอคอยแห่งความลำเค็ญ น้อยคนที่ไม่สามารถสั่นกระดิ่ง ส่วนใหญ่สามารถผ่านชั้นแรกได้เและคนที่ไปถึงชั้นสองนับได้แค่หยิบมือ

 

เมื่ออยู่ด้านหน้ากำแพงหิน หลี่ฟู่เฉินมองขึ้นไปที่กำแพง

 

ลำดับหนึ่งคือ ยู่เวิ่นเทียนใช้เพียง 15 ขีดเพื่อผ่านชั้นสาม ลำดับที่สองคือจางกวงฮงที่ใช้ 21 ขีดเพื่อผ่านชั้นสาม …

 

ลำดับที่สิบเกาช่างเทียน ใช้ 30 ขีดผ่านชั้นสาม ลำดับ 12 ฟางหลี่ไห่ ที่ใช้30 ขีดเพื่อผ่านชั้นสาม …

 

ลำดับที่ 361 คือ กวนเซี่ยใช้ 60 ขีดเพื่อผ่านชั้นสอง

 

“ น่าสนใจ แต่การประเมินการจัดอันดับนั้นไม่ค่อยแม่นยำมาก”

 

หลี่ฟู่เฉินคิดอย่างถี่ถ้วน

 

บางคนเก่งกลยุทธ์ ในขณะที่บางคนชอบที่จะทำอย่างตรงไปตรงมา แน่นอนที่สุด

 

บางคนเป็นผู้เชี่ยวชาญการจู่โจมขณะที่คนอื่นเป็นผู้เชี่ยวชาญการป้องกัน

 

บางคนใช้พลังระเบิด แต่บางคนก็พึ่งพาความแข็งแกร่งแทน

 

ลำดับในแง่ของความสามารถที่แท้จริงนั้นซับซ้อนมากและสามารถเปิดเผยได้หลังจากการต่อสู้อย่างเป็นทางการเท่านั้น

 

การจัดลำดับที่กำหนดโดยหอคอยแห่งความลำเค็ญ สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้มีการอ้างอิงที่ถูกต้อง การจัดลำดับมีความผันผวนอยู่เสมอ

 

ฮืมม์!

 

เมื่อลี่ฟู่เฉินมองผนังหินบนหอคอยแห่งความลำเค็ญ แสงไฟที่ชั้นสามก็ดับลงทันที

 

“มีคนผ่านชั้นสามไปได้อย่างน่าทึ่ง…”

 

ทันใดนั้นทั้งกลุ่มต่างมึนงง

 

โดยปกติแล้วศิษย์ที่อยู่ที่นี่จะมีลำดับใน 5,000 คน สำหรับพวกศิษย์ที่อยู่ใน 500 ลำดับแรกนั้นเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพล ศิษย์ 100 อันดับแรกถือเป็นจุดสูงสุดของบุคคลผู้มีอิทธิพลทั้งหมดนี้

 

แต่พวกเขาทั้งหมดมีบางสิ่งที่เหมือนกันคืออนาคตของพวกเขา

 

“ ใช้เวลาไป 54 ขีด ลำดับ 59 ไม่เลวเลย…”

 

นักบวชนิกายชั้นนอกยิ้มแย้มขณะกำลังพูดกับศิษย์ที่ออกมา

 

***

 

1 ชั่วโมงต่อมาเป็นตาของหลี่ฟู่เฉิน

 

แต้ง!

 

หลี่ฟู่เฉินสั่นระฆังหอคอยโดยไม่มีเหตุใดๆเกิดขึ้น

 

เนื่องจากเป็นความพยายามครั้งแรกของ หลี่ฟู่เฉินที่หอคอยแห่งความลำเค็ญ เขาจึงไม่มีแผ่นไม้ นักบวชชั้นนอกโคจรพลังลมปราณในความมืดและแกะสลักชื่อหลี่ฟู่เฉินลง บนแผ่นไม้เปล่า

 

“เข้ามาได้!”

 

นักบวชไม่ได้คาดหวังมากสำหรับหลี่ฟู่เฉิน ในฐานะที่เป็นคนส่วนใหญ่ที่มาครั้งแรก มักทำได้ไม่ค่อยดี หากพวกเขาสามารถผ่านชั้นแรกได้ ถือว่าทำได้ดีและคนที่มาครั้งแรกน้อยคนที่สามารถผ่านชั้นสองได้

 

หลี่ฟู่เฉินปล่อยลมหายใจแห่งพลังลมปราณ และก้าวเข้าสู่ชั้นแรกของหอคอยแห่งความลำเค็ญ….