0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 344: เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ

 

“เจ้าไม่ต้องประหลาดใจนักหรอก ทันทีที่ผู้ฝึกยุทธเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเจ้าเข้าถึงพลังระดับนิพพาน อายุขัยของพวกเจ้าจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ถ้าพวกเขาไม่ประสบกับผลย้อนกลับอันโหดเหี้ยมหรือถูกฆ่าจากการต่อสู้ มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ฝึกยุทธที่มีพลังระดับนิพพานที่จะมีชีวิตอยู่ได้หนึ่งหรือสองพันปี”

เมื่อเห็นฉินเลี่ยแตกตื่นทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริงจัง คู่ลั่วอดที่จะอธิบายไม่ได้ “หลังจากผู้ฝึกยุทธเลื่อนระดับจากพลังระดับนิพพานไปยังพลังระดับอมตะ พวกเขาจะสามารถมีชีวิตได้ยืนยาวยิ่งขึ้น ทุกการเลื่อนระดับจะเพิ่มอายุขัยของผู้ฝึกยุทธ ฉะนั้นไม่ต้องประหลาดใจมากนัก”

“คุณตาข้ากล่าวไว้ว่าเขาจะช่วยท่านสร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตา มันเสร็จสมบูรณ์หรือยัง?” ฉินเลี่ยถามอีกครั้ง

“เสร็จแล้วล่ะ” เมื่อเรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมา คู่ลั่วถอนหายใจอย่างเงียบงัน “มันอยู่ในท้องภูเขาชื่อ ‘ภูเขาสมุนไพร’ ข้าส่งน้องชายนามคู่หลู่ไปยืนยันเส้นทางมาแล้ว แต่คู่หลู่กลับไม่ตอบกลับตั้งแต่นั้นมา ชะตากรรมของเขาคงเต็มไปด้วยความเป็นไปได้อันน่าสยดสยองอย่างแน่นอน”

“ภูเขาสมุนไพร!” สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไป

“เจ้ารู้จักสถานที่นั้นด้วยเหรอ?” คู่ลั่วกล่าวด้วยความประหลาดใจ

“ข้าเคยไปฝึกฝนอยู่ภายในภูเขาสมุนไพรมาโดยตลอด!” ฉินเลี่ยจ้องมองคู่ลั่วก่อนจะขมวดคิ้วแน่น “ก่อนที่ข้าจะจากภูเขาสมุนไพรมา ข้าทำลายค่ายแปลกประหลาดตามคำสั่งของคุณตาข้า หรือว่าไปทำลายค่ายเดียวกับที่ท่านกล่าวถึงเมื่อครู่?”

“อาจจะไม่” คู่ลั่วส่ายหน้า “ยังมีอีกจุดอยู่ภายในค่ายนั่น ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตายังคงอยู่ภายในภูเขาสมุนไพร เพราะท่านผู้นั้นสัญญากับพวกข้าเอาไว้ เขาจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายมันอย่างแน่นอน สิ่งที่เจ้าทำลายไปอาจจะไม่ใช่ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาจริง ๆ ก็ได้”

ฉับพลันฉินเลี่ยนึกถึงคู่หลู่ขึ้นมาได้

จากที่ซ่งอวี้ได้บอกกับเขา คู่หลู่ออกจากสมรภูมิใต้พิภพมาหลายปี ฝ่าแนวป้องกันมากมายที่แปดมหาวิหารและสมาพันธ์เทวาลึกลับสร้างขึ้นก่อนพุ่งไปยังตำแหน่งหอเมฆดาราอย่างบ้าคลั่ง ระหว่างทาง มันสังหารยอดฝีมือสมาพันธ์เทวาลึกลับไปมาก

ท้ายที่สุด คู่หลู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการผนึกกำลังของซ่งอวี้ เนี่ยฮั่น เสี่ยเย่าหยางและยอดฝีมือสมาพันธ์เทวาลึกลับคนอื่นตรงจุดที่ห่างจากเมืองหลิงสามร้อยไมล์ ตั้งแต่นั้น มันถูกขังไว้ในคุกของสมาพันธ์เทวาลึกลับ

เมื่อเชื่อมโยงเรื่องนี้กับคำพูดของคู่ลั่ว ฉินเลี่ยก็ตระหนักขึ้นมาได้ทันที

คู่หลู่ไม่ได้จะมุ่งหน้าไปหอเมฆดารา แต่เป็นภูเขาสมุนไพรที่เมืองหลิง มันพยายามยืนยันตำแหน่งของค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาก่อนจะกำหนดเส้นทางให้!

“น้องชายของท่านที่ชื่อคู่หลู่ยังไม่ตาย เขาถูกขังอยู่ภายในคุกของสมาพันธ์เทวาลึกลับและถูกพันธนาการเอาไว้อย่างแน่นหนา” ฉับพลันฉินเลี่ยกล่าวขึ้นมา “ข้าพบเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนและได้สนทนากับเขาแล้ว”

ดวงตาของคู่ลั่วเป็นประกาย ความยินดีอย่างบ้าคลั่งปรากฏบนใบหน้าของมัน มันกล่าวซ้ำไปมาว่า “ดีจริง ๆ ที่เขายังมีชีวิต! ดีจริง ๆ ที่เขายังมีชีวิต!”

“ข้าได้วางแผนจะค้นหาท่านอยู่แล้ว สามผู้นำของสมาพันธ์เทวาลึกลับต้องการแลกเปลี่ยนชีวิตน้องชายของท่านนามคู่หลู่กับเก้ากลีบปทุมเสวียนหยิน” ฉินเลี่ยอธิบาย “สามผู้นำของสมาพันธ์เทวาลึกลับล้วนมีพลังระดับแยกออก พวกเขาวางแผนจะใช้เก้ากลีบปทุมเสวียนหยินเพื่อต่อต้านการกัดกร่อนของไฟนิพพาน แต่ว่า ผู้ฝึกยุทธของทวีปสายน้ำสีชาดต่อสู้กับท่านและเห็นท่านเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัวมานาน ทำให้แม้แต่บุคคลสำคัญในสมาพันธ์เทวาลึกลับก็ไม่กล้าแลกเปลี่ยนกับท่านอย่างเปิดเผย ฉะนั้น พวกเขาจึงขอให้ข้าช่วยดำเนินการเรื่องนี้อย่างลับ ๆ …”

ฉินเลี่ยยิ้มขมขื่นแล้วส่ายหน้า “ผลที่ได้ ขณะที่หลิงอวี้ฉีกำลังฝึกฝนคัมภีร์ปีศาจนรกชั้นเก้าลึกเข้าไปในบึงพิษ นางกลับดึงดูดพลังปีศาจใต้พิภพโดยไม่ได้ตั้งใจ พลังปีศาจใต้พิภพนั่นก็ได้ดึงดูดความสนใจของสมาพันธ์เทวาลึกลับ แปดมหาวิหารและสำนักเหือฮวนด้วย พวกเขาตามติดจนมาถึงตำแหน่งของพวกข้าก่อนจะพบความผิดปกติของตระกูลหลิง…”

เขาแบมือแล้วกล่าวด้วยสีหน้าจนใจว่า “ตอนนี้ข้า หอกโลหิตและตระกูลหลิงล้วนกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของทวีป… ในฐานะสายลับของท่าน”

“เผ่าพันธุ์ของพวกข้ามีทะเลใต้พิภพเสวียนหยิน ข้าย่อมยอมแลกเปลี่ยนสิ่งนี้เพื่อชีวิตน้องชายของข้า!” คู่ลั่วกล่าวด้วยดวงตาร้อนแรง

“มันสายไปแล้ว ตัวตนของตระกูลหลิงถูกเปิดเผย หอกโลหิตและข้าเองก็ถูกตีตราว่าเป็นสายลับของเผ่าพันธุ์ปีศาจ ต่อให้พวกเราในตอนนี้อยากแลกเปลี่ยนกับสมาพันธ์เทวาลึกลับ พวกเขาอาจจะเกรงกลัวที่จะทำเช่นนั้นก็ได้” ฉินเลี่ยถอนหายใจอยู่ภายใน

“ท่านผู้นั้น… รู้เกี่ยวกับตัวตนของตระกูลหลิงหรือไม่? พวกเขารู้เกี่ยวกับภูมิหลังของตนเองหรือเปล่า?” คู่ลั่วครุ่นคิดสักพักก่อนจะจับจ้องฉินเลี่ยด้วยสีหน้าแปลกประหลาด “เจ้ามีความสัมพันธ์กับตระกูลหลิงยังไงกันแน่?”

“ช่างเรื่องนี้ไปก่อนเถอะ ภูเขาสมุนไพร… อยู่ข้างเมืองหลิง สถานที่ที่คุณตาของข้าและข้าอาศัยอยู่เป็นการชั่วคราวตอนมาตั้งแต่มาถึงทวีปสายน้ำสีชาดครั้งแรกก็คือเมืองหลิง…” ฉินเลี่ยยิ้มเล็กน้อย “เมื่อเร็ว ๆ นี้ข้าเห็นแท่นบูชากระดูกสีขาววิญญาณใต้พิภพทรงแปดเหลี่ยมตั้งอยู่ด้านหลังภูเขาสมุนไพร ข้ายังได้รับข้อความจากที่นั่นมา ผู้ส่งข้อความนั้นได้ทิ้งเล่มแรกของคัมภีร์ปีศาจนรกชั้นเก้าเอาไว้ภายในแท่นบูชากระดูกสีขาววิญญาณใต้พิภพ ถ้าการสันนิษฐานของข้าไม่ผิด เล่มแรกนี้ถูกเตรียมไว้ให้คนของตระกูลหลิงโดยคุณตาของข้า คนที่สลักแท่นบูชากระดูกสีขาววิญญาณใต้พิภพอาจจะเป็นระดับสูงแปดเขาจากเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาของท่านก็เป็นได้!”

“แท่นบูชากระดูกสีขาววิญญาณใต้พิภพทรงแปดเหลี่ยมและเล่มแรกของคัมภีร์ปีศาจนรกชั้นเก้า!” คู่ลั่วกลับซีดเผือดจากความตกตะลึง “เจ้าแน่ใจหรือ?”

“มั่นใจเต็มร้อย!” ฉินเลี่ยกล่าว

ฉับพลันคู่ลั่วพลันตื่นเต้นแล้วหัวเราะออกมาอย่างแปลกประหลาด “เขายังไม่ตาย เขายังมีชีวิตอยู่จริง ๆ !”

“ใคร?” ฉินเลี่ยถาม

“เขาคือท่านผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์ของข้า พวกข้าล้วนคิดว่าเขาตายไปนานแล้ว แต่พวกข้าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่… ไม่แปลกใจเลยที่เขาไม่ปรากฏตัวในอาณาจักรใต้พิภพเมื่อสามพันปีก่อน เขาไม่ได้กลับมาตั้งแต่แรกแล้ว เขาอยู่ในอาณาจักรวิญญาณจนไม่ได้กลับมา!” คู่ลั่วเผยความตื่นเต้นอย่างน่าเหลือเชื่อออกมา

ตัวลัวและข่าเหมิงผู้ฟังฉินเลี่ยและคู่ลั่วสนทนามาโดยตลอดต่างก็ตื่นเต้นอย่างน่าเหลือเชื่อเมื่อฟังถึงตรงนี้

“แล้วเรื่องตระกูลหลิงล่ะ?” ฉินเลี่ยขมวดคิ้วพลางถาม

“ท่านลุง ได้เวลาคุยกับตระกูลหลิงแล้วใช่หรือไม่?” ข่าเหมิงกล่าว

คู่ลั่วพยักหน้าแล้วเดินออกมาจากห้องลับกับฉินเลี่ย พวกเขามาถึงด้านหน้าตระกูลหลิงที่อยู่ภายในถ้ำ

หลิงอวี้ฉีและคนอื่นดูกังวลเล็กน้อย พวกเขาทุกคนเหมือนกับขมวดคิ้วเล็กน้อยจนดูวิตกกังวลอย่างน่าเหลือเชื่อ

พวกเขาไม่รู้เรื่องราวตัวตนของตนเองแม้แต่นิดเดียว พวกเขาอยากรู้คำตอบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงอย่างนั้นพวกเขากลัวว่าตัวตนของเผ่าพันธุ์ปีศาจนี้จะได้รับการยืนยันเช่นกัน

“ในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหมดในอาณาจักรใต้พิภพ มีเผ่าพันธุ์เดียวที่ถือกำเนิดจากโลหิตของเทพปีศาจ!” หลังจากกล่าวเช่นนี้ คู่ลั่วจ้องมองลึกเข้าไปยังหลิงอวี้ฉี หลิงเสวียนซวน หลิงเฟิงและคนของตระกูลหลิงคนอื่นที่ครอบครองดวงตาสีม่วง จากนั้นมันกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “เผ่าพันธุ์นี้มีชื่อว่าเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ พวกเขาคือราชาของเผ่าพันธุ์ทั้งหมดในอาณาจักรใต้พิภพ! เทพปีศาจทั้งห้าของอาณาจักรใต้พิภพคือผลจากการวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬระดับสูง!”

หลิงเสวียนซวนและหลิงเฟิงมองดูสับสน พวกเขาไม่เข้าใจภาษาของอาณาจักรใต้พิภพ แต่ว่า หลิงอวี้ฉีกลับมีสีหน้าประหลาดใจก่อนจะถามด้วยภาษาของอาณาจักรใต้พิภพว่า “เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬงั้นหรือ?”

หลังจากหลอมรวมกับเล่มแรกของคัมถีร์ปีศาจนรกชั้นเก้า ไม่เพียงแค่นางเข้าใจภาษาของอาณาจักรใต้พิภพเท่านั้น… นางยังสามารถพูดได้อีกด้วย

“เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ?” ฉินเลี่ยเองก็ดูสับสน

“ใช่แล้ว เจ้าคือส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ!” ไฟผีภายในดวงตาของคู่ลั่วเผาไหม้ขณะจ้องมองลึกเข้าไปในตัวหลิงอวี้ฉีพลางกล่าวว่า “เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรใต้พิภพเป็นเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬมาโดยตลอด พวกเขามีพลังเหนือกว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขา เผ่าพันธุ์นัยน์ตาผีและเผ่าพันธุ์เงาทมิฬเสมอมา ถ้าไม่ใช่เพราะการต่อสู้ภายในของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬจนทำให้พวกเขามีประชากรลดน้อยลงจนถึงขั้นสูญพันธุ์โดยสมบูรณ์ พวกข้าอาจจะไม่แพ้ในสงครามเมื่อสามพันปีก่อนก็ได้!”

“เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬถูกทำลายไปแล้วงั้นเหรอ?” ฉินเลี่ยตกตะลึง

“พวกเขาตายไปนานแล้ว” สีหน้าของคู่ลั่วขมขื่น “ทวีปใต้พิภพถูกพัฒนาโดยเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬคล้ายกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพียงแต่มีเส้นผมสีม่วง ดวงตาสีม่วงและโลหิตสีม่วงเท่านั้น นี่คือความแตกต่างเดียวระหว่างเผ่าพันธุ์ของเจ้าและเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ”

เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงและสงสัยของฉินเลี่ยและหลิงอวี้ฉี คู่ลั่วอธิบายต่ออย่างเงียบงัน

“เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬประสบกับความยากลำบากในการเพิ่มประชากรมาโดยตลอด ฉะนั้นประชากรของพวกเขาจึงมีน้อยมาตั้งแต่แรก ถึงอย่างนั้น เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬที่มีประชากรประปรายก็ยังเป็นผู้ปกครองและเป็นนายเหนือหัวอย่างแท้จริงของเผ่าพันธุ์ทั้งหมดในอาณาจักรใต้พิภพ!”

“สมาชิกทุกคนของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬถือกำเนิดมาพร้อมกับพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมและประสาทสัมผัสพลังปีศาจใต้พิภพอันแม่นยำอย่างน่าเหลือเชื่อมาตั้งแต่เกิด พวกเขาเป็นนักรบโดยธรรมชาติมาตั้งแต่เกิด เด็กทารกเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬธรรมดาถือกำเนิดมาพร้อมกับความแข็งแกร่งกว่าเด็กทารกของเผ่าพันธุ์อื่นถึงสองสามเท่า พวกเขายังมีข้อได้เปรียบอย่างถึงที่สุดในด้านพรสวรรค์การฝึกฝนอีกด้วย”

“ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬที่ถือกำเนิดพร้อมโลหิตสีม่วงเหล่านั้นล้วนเป็นลูกหลานอันเป็นที่รักของทวยเทพและเป็นลูกหลานอันโปรดปรานของเทพปีศาจ! เมื่อพวกเขาเหล่านั้นกับโลหิตของเทพปีศาจที่อยู่ภายในเพิ่มพูนจนสามารถใช้โลหิตของเทพปีศาจที่อยู่ภายในร่างกายได้ พวกเขาจะสามารถเปลี่ยนร่างกายเป็นเทพปีศาจและกลายเป็นเทพปีศาจได้อย่างแท้จริง!”

“เทพปีศาจทั้งห้าที่พวกข้าบูชาก็เคยเป็นคนของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬมาก่อนเช่นกัน พวกเขาล้วนเป็นเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬระดับสูงที่มีโลหิตสีม่วงไหลเวียนอยู่ภายใน! นั่นก็เพราะพวกเขาทรงพลังเทียบเท่าทวยเทพและโลหิตสีม่วงที่อยู่ภายในร่างกายของพวกเขาก็ยังเป็นโลหิตของเทพปีศาจ! สมาชิกทุกคนของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬที่มีโลหิตสีม่วงไหลเวียนอยู่ภายในล้วนเป็นลูกหลานของเทพปีศาจ พวกเขาทุกคนอาจจะสามารถเปลี่ยนร่างกลายเป็นเทพปีศาจในอนาคตได้!”

“น่าเสียดาย ความขัดแย้งในระดับของพวกเขาทำให้เผ่าพันธุ์อันทรงพลังนี้มีประชากรน้อยลงจนถึงเข้าสู่การสูญพันธุ์”

“สามพันปีก่อน เมื่อเผ่าพันธุ์ทรงพลังของพวกข้าทำศึกกับตำหนักผู้ซ่อมนภา เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬล้วนตายไปเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว ไม่เช่นนั้น ด้วยเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬที่บัญชาการสามเผ่าพันธุ์ทรงพลังและการยื่นมือเข้าช่วยพวกข้า พวกข้าอาจจะไม่แพ้ให้กับตำหนักผู้ซ่อมนภาอย่างอัปยศเช่นนี้!”

คู่ลั่ว ตัวลัว และข่าเหมิงต่างจ้องมองคนของตระกูลหลิงด้วยความคาดหวังสูง

“อวี้ฉี ทำไมตระกูลหลิงถึงอยู่ที่เมืองหลิง? เจ้ารู้เกี่ยวกับ… บรรพบุรุษของเจ้ามากแค่ไหน?” ฉินเลี่ยหันหน้ามาถามนาง

ดวงตาสีม่วงของหลิงอวี้ฉีลุกวาบก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยภายใต้การจับจ้องของฉินเลี่ย “พวกข้ารู้เกี่ยวกับภูมิหลังตนเองไม่มาก”

“พวกท่านไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬยังมีชีวิตอยู่ในทวีปอื่นของอาณาจักรวิญญาณงั้นเหรอ?” ฉินเลี่ยถามคู่ลั่วอีกครั้ง

คู่ลั่วเองก็ส่ายหน้า “พวกข้าไม่มั่นใจ แม้แต่คัมภีร์ของเผ่าพันธุ์พวกข้ายังบันทึกว่าเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬได้ตายไปแล้ว กล่าวได้ว่าไม่มีเทพปีศาจตนใหม่ถือกำเนิดอีกในอนาคต นี่คือสิ่งที่เผ่าพันธุ์ทั้งหมดในอาณาจักรใต้พิภพรู้และเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างเสียใจอย่างถึงที่สุด”

“ถึงอย่างนั้นตระกูลหลิงยังคงอยู่และ… เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬยังไม่สูญพันธุ์ ท่านจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง?” ฉินเลี่ยถามอีกครั้ง

“ท่านผู้นั้นอาจจะรู้”

“ตาฉินชานอาจจะรู้ว่าทำไม”

หลังจากทิ้งช่วงไปสักพัก ทั้งคู่ลั่วและหลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างแผ่วเบาโดยพร้อมเพรียง ความสงสัยทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่คุณตาของฉินเลี่ยนามฉินชาน

เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขา ฉินเลี่ยก็ตระหนักขึ้นมาได้

ข้อสันนิษฐานของพวกเขาไม่ผิด คุณตาของเขาได้ขอคัมภีร์ปีศาจนรกชั้นเก้าจากระดับสูงแปดเขาของเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขา เขาพาฉินเลี่ยมาอยู่ที่เมืองหลิงชั่วคราว เขาสร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาในภูเขาสมุนไพรและครั้งหนึ่งยังบอกหลิงเฟิงว่าถ้าดวงตาและเส้นผมของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงก็อย่าได้แตกตื่นไป…

เห็นได้ชัดว่าคุณตาของเขามาเมืองหลิงเพราะรู้ถึงตัวตนของตระกูลหลิง

น่าเสียดาย เพราะคุณตาของเขาไม่อยู่ที่นี่ ความสงสัยและคำถามของฉินเลี่ยจึงไม่ได้รับคำตอบแม้แต่ข้อเดียว

……

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร