0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 341: ระอุ!

 

ด้วยอสนีบาตและอสนีแทนร่างกายและความตระหนักรู้ของหม่างว่างแทนจิตวิญญาณ มังกรและนาคาเชื่อมโยงกับจิตของฉินเลี่ยและอาละวาดอยู่ตรงกึ่งกลางผู้ฝึกยุทธแปดมหาวิหาร

ผู้ฝึกยุทธที่มีพลังระดับปรากฏและบรรลุไม่สามารถทานทนการโจมตีของมังกรและนาคาได้ เพียงพริบตาก็มีสิบกว่าคนถูกสังหาร

“แตกไปซะ!”

ใกล้ ๆ กันนี้ อู๋หวังซวนจากสำนักเหือฮวนตะโกนอย่างเคร่งขรึมไปที่เสวี้ยลี่

พายุหมุนสีเทาอลหม่านพุ่งออกจากแขนเสื้อของอู๋หวังซวน พายุหมุนผสมด้วยทรายสีดำและเต็มไปด้วยพลังแปลกประหลาดที่สามารถทำลายเจตจำนงจิตวิญญาณได้

เมื่อร่างกายของถีข่าที่ครอบครองโดยเสวี้ยลี่และปีศาจโลหิตที่เกิดจากโลหิตถูกห้อมล้อมโดยพายุหมุน ปีศาจโลหิตสลายในทันที!

“ทรายลบล้างจิตวิญญาณ!”

เสวี้ยลี่กรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาดก่อนจะย้ายร่างของถีข่าเพื่อดึงตนเองออกจากพายุหมุนอย่างรวดเร็ว

“ใช่แล้ว นี่คือทรายลบล้างจิตวิญญาณ! มันสร้างขึ้นเพื่อพวกย้ายจิตวิญญาณอย่างเจ้าโดยเฉพาะ!” อู๋หวังซวนหัวเราะอย่างเคร่งขรึม

พายุหมุนสีเทาที่ผสมด้วยทรายสีดำสนิทบิดเบี้ยวไปยังทิศทางของเสวี้ยลี่ ในเวลาเดียวกัน ทรายที่อยู่ข้างในพายุหมุนคล้ายดวงดาราสีดำส่งเสียงหวีดหวิวโหยหวนขณะเคลื่อนไหว

แสงสว่างสีแดงโลหิตเข้มส่วนหนึ่งหลบหนีออกจากร่างกายของถีข่าทันที แสงสว่างโลหิตที่สัมผัสกับทรายลบล้างจิตวิญญาณหลอมละลายทันที

“ฟิ่ว!”

เสวี้ยลี่พุ่งออกจากพายุหมุนสีเทาแล้วมาอยู่ข้างฉินเลี่ยในทันที ก่อนที่ฉินเลี่ยจะทันได้ตอบสนอง เสวี้ยลี่เคลื่อนเข้าไปข้างในหน้าผากของฉินเลี่ยแล้ว

“ทรายลบล้างจิตวิญญาณถูกหลอมจากไฟฟอสฟอรัสของซากศพเน่าเปื่อย หากไม่ใช่จิตวิญญาณที่ไม่มีวันตายของผู้ที่มีพลังระดับอมตะ ไม่ว่าจะจิตวิญญาณแบบไหนก็จะถูกกัดกร่อนอยู่ดี” เสวี้ยลี่เคลื่อนกลับเข้ามาในก้อนผนึกวิญญาณแล้วออกความเห็นอย่างหวาดกลัวว่า “ข้ารับมือกับสหายคนนี้ไม่ได้ พลังดั้งเดิมของข้าคือพลังระดับนิพพาน ข้าไม่สามารถทนต่อการกัดกร่อนของทรายลบล้างจิตวิญญาณได้ ถ้าข้าต่อสู้กับชายคนนี้ด้วยจิตวิญญาณครึ่งหนึ่ง ข้าอาจถูกลบล้างได้ทุกเมื่อ”

“ไปซะ! ข้าเสียพละกำลังมากเกินไปจนไม่สามารถเสริมกำลังบนดินแดนนี้ได้! ข้ายื้อมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!” แทบจะในเวลาเดียวกันที่คู่ลั่วผู้รับมือกับมั่วเห๋อ เนี่ยฮั่นและจันเทียนอี้โบกไม้เท้ากระดูกสีขาวไปมา เขาสร้างทิวทัศน์อันน่าหวาดกลัวเป็นทะเลซากศพและกระดูกกลางอากาศก่อนจะตะโกนบอกฉินเลี่ยด้วยภาษาของอาณาจักรใต้พิภพ

ในฐานะระดับสูงหกเขา คู่ลั่วรับมือมั่วเห๋อ เนี่ยฮั่นและจันเทียนอี้โดยไม่ตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบแม้แต่น้อย ซ่งซือหยวนและเสี่ยเจอจั้งเองก็เข้าร่วมการต่อสู้มาตั้งแต่ต้น แต่พวกเขายังไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายติดกับได้

เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้ดุร้ายมากแค่ไหน

แต่ว่า ที่นี่ไม่ได้ปกคลุมไปด้วยพลังปีศาจใต้พิภพ ขณะต่อสู้กับมั่วเห๋อและคนอื่น ทุกครั้งที่คู่ลั่วใช้พละกำลัง มันจะเสียพลังไปถาวร ไม่มีทางที่มันจะเสริมกำลังหรือฟื้นฟูได้

ยิ่งไปกว่านั้น ตราบใดที่มันยังอยู่ที่นี่ มันต้องแบกสมาธิเพื่อป้องกันตนเองด้วยการขัดเกลาพลังปีศาจใต้พิภพ

นี่ก็เพื่อป้องกันไม่ให้พลังวิญญาณของโลกไหลซึมเข้ามาในร่างกาย

ในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งเวลา ภูมิประเทศหรือกำลังคนที่อยู่ข้างมัน ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะสู้กับศัตรูจนถึงแก่ความตาย

หลิงอวี้ฉีและหลางเฉียจากไปก่อนหน้านี้แล้ว จิตวิญญาณที่มีพลังระดับนิพพานของเสวี้ยลี่ไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไปหลังจากทรายลบล้างจิตวิญญาณปรากฏขึ้น

คู่ลั่วเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว ฉับพลันสถานการณ์ตรงหน้าเข้าสู่ช่วงวิกฤต

“อสนีบาตและอสนีที่อยู่ใต้ดินทรงพลังมากพอที่จะกักขังคนเหล่านี้ไว้ที่นี่หรือเปล่า?” ฉินเลี่ยขมวดคิ้วแล้วติดต่อสื่อสารกับหม่างว่าง

“นอกเหนือจากยอดฝีมือที่มีพลังระดับแยกออกแล้ว มันสามารถกักขังผู้ฝึกยุทธคนอื่นทุกคนได้อย่างต่ำหนึ่งชั่วโมง!” หม่างว่างตอบ

“เข้าใจแล้ว!” ฉินเลี่ยสบตากับคู่ลั่วจากที่ไกล ๆ ก่อนที่จู่ ๆ จะกล่าวว่า “ถอย!”

ร่างกายเคลื่อนออกมาราวกับแสงอสนี ฉินเลี่ยทะยานออกไปข้างนอกก่อนเป็นคนแรก เมื่อคู่ลั่วเห็นเขาจากไปแล้ว พลังปีศาจใต้พิภพรอบตัวมันพวยพุ่งอย่างบ้าคลั่งแล้วไหลทะลักรอบ ๆ บริเวณในทันทีด้วยพลังปีศาจใต้พิภพสีดำที่คล้ายกับหมู่เมฆสีดำก้อนหนา

สายตาของมั่วเห๋อ เนี่ยฮั่น จันเทียนอี้และคนอื่นถูกดึงดูดโดยพลังปีศาจใต้พิภพ พวกเขาไม่อาจมองเห็นว่าคู่ลั่วอยู่ที่ไหน ณ เวลานี้

ขณะเดียวกัน หุ่นเชิดกระดูกสีขาวที่รับมือกับผู้ฝึกยุทธของแปดมหาวิหาร สำนักเหือฮวนและสมาพันธ์เทวาลึกลับล้วนกระโจนเข้าสู่ใจกลางของพลังปีศาจใต้พิภพหนาแน่นราวกับได้รับสัญญาณจากคู่ลั่ว

พลังปีศาจใต้พิภพสีดำสนิทหนาแน่นคล้ายกับน้ำวนขนาดมหึมากลืนหุ่นเชิดกระดูกสีขาวแล้วเก็บกวาดด้านนอกอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกัน

“ไล่ตามไป!” มั่วเห๋อตะโกน

จันเทียนอี้ เนี่ยฮั่นและอู๋หวังซวนหัวเราะอย่างเย็นชาก่อนจะไล่ตามน้ำวนสีดำสนิทไป

“ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก!”

“ตูม ตูม ตูม!”

ฉับพลัน อสนีบาตและอสนีในท้องฟ้ากลับรุนแรงขึ้นมา

อสนีราวกับมังกรขนาดมหึมาจำนวนมากเริ่มระเบิดลงมาอย่างบ้าคลั่ง

ในเวลาเดียวกัน อสนีที่ปกคลุมพื้นผิวเองก็บ้าคลั่งและรุนแรงขึ้นมาพร้อมกัน

อสนีเริ่มเข้าหาผู้ฝึกยุทธทุกคนราวกับโซ่สุกใสหนาเท่าแขนราวกับมีจิตใจเป็นของตนเอง

ปลายต้นไม้อสนีบาตที่สร้างโดยหม่างว่างตรงชั้นนอกของการต่อสู้คายอสนีสุกใสออกมาในปริมาณที่เท่ากัน

แสงอสนีตัดผ่านเหนือศีรษะของฝูงชน มันก่อตัวเป็นใยแมงมุมอสนีบาตบนท้องฟ้าที่ส่วนโค้งกว้างหลายสิบเมตร มันปกคลุมท้องฟ้าเหนือฝูงชน

ทันทีที่อสนีบาตและอสนีบนท้องฟ้าเข้าปะทะกับใยแมงมุมอสนีบาตขนาดมหึมา พวกมันทำให้เส้นใยแมงมุมขนาดใหญ่เคลื่อนที่ด้วยอสนีบาตและร้อนแรงด้วยอสนี ราวกับพวกมันอัดฉีดพลังเข้าไปในเส้นใยแมงมุม

เส้นใยแมงมุมอสนีขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าขณะที่โซ่อสนีพัวพันทุกคนจากเบื้องล่าง

ในตอนนี้ ผู้ฝึกยุทธทุกคนในภูมิภาคนี้ต้องมองด้วยความแตกตื่น

“ไปก่อนเลย ที่เหลือให้ข้าจัดการเอง ข้าจะพยายามถ่วงเวลาพวกมันให้”

ทันทีที่ฉินเลี่ยก้าวออกจากเขตที่ปกคลุมด้วยอสนีบาตและอสนีหม่างว่างเลื้อยออกจากร่างกายของเขาทันที กลับกัน หม่างว่างแปรเปลี่ยนเป็นนาคาอสนีบาตขนาดยักษ์ มันมีความยาวสิบกว่าเมตร โหนตัวอยู่เหนือเส้นใยแมงมุมอสนีบาตขณะรับพรจากอสนีที่ฟาดลงมาจากท้องฟ้า

หม่างว่างกำลังหยิบยืมอสนีบาตจากสวรรค์ชั้นเก้าเพื่อเสริมพละกำลังขณะใช้งานค่ายอสนีและอสนีบาตขนาดใหญ่ที่ตระเตรียมไว้ด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้ขนาดมหึมา

เมื่อเงยหน้า ฉินเลี่ยมองนาคาอสนีบาตขนาดยักษ์แล้วครุ่นคิดสักพัก จากนั้นเขากล่าวว่า “ข้าจะดูแลเรื่องปลดปล่อยคนของเจ้าให้เอง”

ทันทีที่เขากล่าวเช่นนั้น เขาตามคู่ลั่วไปยังทิศทางที่หอกโลหิตและคนของตระกูลหลิงกำลังถอยทัพ

แทบจะในเวลาเดียวกันกับที่เขาจากไป หม่างว่างแผดเสียงร้องอันบ้าคลั่งออกมาราวกับเสียงร้องนั้นสามารถอัญเชิญอสนีบาตและอสนีจากท้องฟ้าได้มากยิ่งขึ้น

ใยแมงมุมขนาดยักษ์ที่ปกคลุมผู้ฝึกยุทธสมาพันธ์เทวาลึกลับ แปดมหาวิหารและสำนักเหือฮวนหนาขึ้น กระแสสายฟ้ารุนแรงไหลอยู่เต็มเปี่ยม

เนี่ยฮั่น จันเทียนอี้และอู๋หวังซวนปกคลุมทั่วทั้งร่างด้วยพลังวิญญาณ แต่ขณะที่พวกเขาพยายามพุ่งออกจากใยแมงมุมขนาดใหญ่ โล่แสงสว่างอันเจิดจ้าที่ปกคลุมร่างกายของพวกเขาแตกสลายอย่างรวดเร็วภายใต้การระเบิดอย่างรุนแรงของกระแสสายฟ้า

เนี่ยฮั่น จันเทียนอี้และอู๋หวังซวนตกลงมาจากอากาศ สีหน้าน่าเกลียดปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา

“นาคาอสนีบาตตัวนี้อยู่ระดับไหนกันแน่? เห็นได้ชัดว่ามันใช้แค่จิตวิญญาณอย่างเดียว แต่ทำไมถึงสามารถควบคุมอสนีบนท้องฟ้าให้ฟาดใส่พื้นดินได้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้?” เสี่ยเจอจั้งตั้งคำถามด้วยสีหน้าหนักอึ้งขณะป้องกันตนเองจากอสนีอันบ้าคลั่งที่ใต้เท้าของเขา

“คล้ายว่าสัตว์ตัวนี้ถือกำเนิดโดยมีอสนีอยู่ภายใน ราวกับกระดูกถูกสลักไว้ด้วยพลังของอสนีบาตและอสนี” ดวงตาของซ่งถิงอวี้สดใส “ครั้งหนึ่งตอนที่สู้กับเทพปีศาจที่มีศีรษะเป็นมนุษย์และร่างกายเป็นนาคาที่เทือกเขาเทพปีศาจจากอาณาจักรใต้พิภพ เทพปีศาจตนนั้นเองก็มีพลังอสนีบาตและอสนีเช่นกัน ตอนที่พวกมันสู้กัน มันน่ากลัวกว่าตอนนี้มาก…”

“มันมาจากไหน?” ซ่งซือหยวนลดคันธนูและลูกธนูก่อนจะถามด้วยความตกตะลึง

“มันมาจากภายในร่างกายของฉินเลี่ย” ซ่งถิงอวี้ครุ่นคิดสักพักก่อนจะเสริมว่า “ฉินเลี่ย… กุมความลับไว้มากมาย เขาไม่ใช่คนธรรมดาและไม่ใช่คนจากทวีปสายน้ำสีชาดอย่างแน่นอน”

ซ่งซือหยวนและเสี่ยเจอจั้งล้วนมีสีหน้าแปลกประหลาดขณะมองนางด้วยความประหลาดใจกับความคิดเช่นนั้น

“เฮ้อ ต่อให้ข้าบอกพวกท่านไป พวกท่านก็ไม่เชื่อข้าอยู่ดี” ซ่งถิงอวี้บ่นด้วยสีหน้าผิดหวัง

“นายท่าน พวกเราควรทำยังไงดี?” จันเทียนอี้ถามมั่วเห๋อที่อยู่ท่ามกลางอสนีบาตและอสนี

มั่วเห๋อยืนอยู่ท่ามกลางอสนีบาตและอสนีแล้วพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา “แล้วเจ้าคิดว่าพวกเราควรทำยังไงล่ะ?”

จันเทียนอี้ไม่รู้

“ข้าพุ่งออกจากค่ายอสนีและอสนีบาตขนาดใหญ่นี้ได้ แต่ข้าเพียงลำพังไม่อาจชนะนักรบปีศาจมีเขาหกเขาได้” มั่วเห๋อสงบขึ้นมาก

เขายืนยันพละกำลังของคู่ลั่วและรู้ว่าหากไม่ได้รับการสนับสนุนของจันเทียนอี้ เนี่ยฮั่นและอู๋หวังซวน หากไม่ใช่ซ่งซือหยวนและเสี่ยเจอจั้งจ้องตาเป็นมันจากที่ไกล ๆ ให้ เขาย่อมไม่คู่ควรกับคู่ลั่ว

และนี่ยังเป็นการต่อสู้ในบึงพิษอีกด้วย

ถ้าพวกเขาต่อสู้ในสมรภูมิใต้พิภพที่ที่ทั้งพลังปีศาจใต้พิภพและพลังวิญญาณของโลกคงอยู่ในเวลาเดียวกัน เขาอาจจะไม่สามารถยื้อได้นานก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับคู่ลั่ว

เขาได้เป็นสักขีพยานต่อความน่าหวาดกลัวของคู่ลั่วแล้ว

ดังนั้น เขาไม่หวังที่จะเผชิญหน้ากับคู่ลั่วเพียงลำพัง เมื่อเขาพบว่าจันเทียนอี้ เนี่ยฮั่นและอู๋หวังซวนไม่สามารถพุ่งออกจากอสนีนี้ได้ เขาตัดใจอย่างเด็ดขาดที่จะคิดเรื่องการไล่ล่า

“จ้าวศักดิ์สิทธิ์มีข้อความมาถึงข้า เขาบอกว่าจะนำยอดฝีมือจากวิหารมาร่วมกับพวกเราด้วยตนเอง เมื่อสามผู้นำของสมาพันธ์เทวาลึกลับรวมอยู่ที่นี่แล้ว ต่อให้พวกเราต่อสู้กันในเขตที่ปกคลุมไปด้วยพลังปีศาจใต้พิภพ พวกเราย่อมสามารถกำจัดสวะอย่างเผ่าพันธุ์ปีศาจได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน!” มั่วเห๋อกล่าวอย่างเย็นชา

“จ้าวศักดิ์สิทธิ์จะมาด้วยตนเองงั้นเหรอ?” จันเทียนอี้ตกตะลึง

มั่วเห๋อพยักหน้าแทนการยืนยัน

……

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร