0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 303: ตัวเขาก่อนจะอายุสิบขวบ

 

ภาพฟั่นเอ้อร์จำนวนมากพุ่งเข้าหาเขาจากทุกทิศทาง

ฟั่นเอ้อร์ทุกคนเต็มไปด้วยออร่ากระตุ้นกำหนัดที่เกิดจากพลังวิญญาณ พวกมันแบกรับความผันแปรวิญญาณขนาดจิ๋วเอาไว้

ขณะเดียวกัน ร่างจริงของฟั่นเอ้อร์หายไปอย่างไร้ร่องรอย ฉินเลี่ยไม่สามารถมองเห็นหรือตรวจจับร่างของเขาได้

ฉับพลันฉินเลี่ยนั่งลง

เขาหลับตา ตบฝ่ามือ สายฟ้าสีน้ำเงินเข้มก่อตัวอย่างรวดเร็วในตักของเขาราวกับดอกไม้ไฟอันเจิดจ้า

“บอลอสนีบาตกัมปนาท!”

เขากล่าวจากก้นบึ้งหัวใจ ฉินเลี่ยอัญเชิญพลังฟ้าผ่าและสายฟ้าทั้งหมดในตำหนักก่อเกิด กระดูก อวัยวะภายในและเส้นลมปราณมา เขารวบรวมทั้งหมดจนกลายเป็นบอลสายฟ้าที่ใจกลางหน้าอก ตามมาด้วยเสียงคำรามของฟ้าร้องที่ดังแสบแก้วหู

บอลอสนีบาตกัมปนาทขยายตัวอย่างรวดเร็วราวกับลูกโป่ง มันปกคลุมตัวเขาอย่างรวดเร็ว

“แป่ก แป่ก แป่ก!”

สายฟ้าที่วาบผ่านและหนาแน่นโอบล้อมฉินเลี่ยอยู่ภายในใจกลางของบอลอสนีบาตกัมปนาทขนาดมหึมา เส้นผมของเขาโบกสะบัดแม้จะไม่มีสายลมพัดผ่าน นาคาสายฟ้าเลื้อยไปมาผ่านดวงตาของเขา

“แคว่ก! แคว่ก!”

ร่างนับไม่ถ้วนของฟั่นเอ้อร์ที่กำลังพุ่งเข้าหาเขาปะทะเข้ากับสายฟ้าที่พุ่งออกจากบอลอสนีบาตกัมปนาท พวกมันระเบิดเป็นผุยผงร่างแล้วร่างเล่าก่อนที่จะได้แตะต้องฉินเลี่ยเสียอีก

บอลอสนีบาตกัมปนาทอยู่ใจกลาง พื้นที่รอบ ๆ ส่องสว่างด้วยแสงสว่างอันน่าหวาดกลัว อีกทั้ง พลังบริสุทธิ์แปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงส่วนหนึ่งที่กระจัดกระจายไปทั่วหลังการระเบิด

เป็นเวลานานกว่าภาพที่สร้างโดยฟั่นเอ้อร์จะถูกทำลายโดยบอลอสนีบาตกัมปนาทจนหมดสิ้น

แต่ทว่า บอลอสนีบาตกัมปนาทยังไม่พบเป้าหมายแท้จริง

“เงาเร้นกาย! ฉินเลี่ย เงาของเจ้า!” คำพูดของซ่งถิงอวี้ดังมาจากต้นไม้โบราณที่มีต้นไม้ใบเขียวชอุ่มใกล้เคียง

ทันทีที่นางกล่าวเช่นนี้ สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เงาของฉินเลี่ย

ภายใต้แสงตะวันอันร้อนแรง ฟั่นเอ้อร์ปรากฏตัวขึ้นจากเงายาวของฉินเลี่ย

พัดกระดาษสีขาวในมือของเขาส่องแสงด้วยแสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุด พลังรุนแรงจำนวนมากเหมือนกับทะเลที่ซัดใส่จนแผ่นดินถล่ม ฉับพลันปลายพัดสีขาวทิ่มแทงหัวใจของฉินเลี่ยจากด้านหลัง

“ตูม!”

บอลอสนีบาตกัมปนาทขนาดใหญ่และปลาไหลไฟฟ้าที่ตัดผ่านไปมาอยู่ภายในเกิดความอลหม่านก่อนที่แรงปะทะขนาดใหญ่จะพุ่งเข้ามา ฉับพลันสายฟ้าสูญเสียการควบคุมและพุ่งออกไปทุกทิศทาง

บอลสายฟ้าที่ก่อตัวจากฟ้าผ่าและสายฟ้าแตกสลายในทันทีจนกลายเป็นสายฟ้าจำนวนมากที่พุ่งออกมาราวกับนาคาตัวยาว

พัดกระดาษสีขาวกระแทกเข้าไปตรงหัวใจของฉินเลี่ย พลังมหาศาลระเบิดอยู่ภายในร่างกายของเขา

ราวกับเขาถูกกระแทกอย่างรุนแรงโดยสัตว์โบราณจากด้านหลัง ร่างกายของฉินเลี่ยกระเด็นไปข้างหน้า

เขากระอักโลหิตขณะอยู่กลางอากาศ กระดูกทั่วทั้งร่างกายของเขาแตกร้าว ราวกับพวกมันถูกขดขยี้โดยขุนเขา

“ฉินเลี่ย!”

“ฉินเลี่ย!”

“ฉินเลี่ย!”

ซ่งถิงอวี้ หลิงอวี้ฉี เฝิงหยง คังจื้อ หานฉิงรุ่ยและผู้ฝึกยุทธที่เหลือที่รู้จักเขาอดที่จะกรีดร้องด้วยความตกตะลึงไม่ได้ ใบหน้าพวกเขาล้วนซีดเผือดในทันที

สีหน้าของหลางเฉียมืดมน

อีกด้าน ยิงซิ่งหยัน ลัวเจ้อชัง เจี่ยงห้าวและฝางฉีจ้องมองครั้งหนึ่งก่อนที่จู่ ๆ จะผ่อนคลาย

“ฟั่นเอ้อร์! เอาแค่ค่ายเสาวิญญาณออกมา! เจ้าต้องไม่พรากชีวิตของฉินเลี่ย!” ยิงซิ่งหยันระงับความสุขสันต์ในใจเอาไว้ก่อนจะรีบตะโกนหลังจากเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

“ฮี่ฮี่ ข้าคิดว่าเจ้าบอกช้าเกินไปแล้วล่ะ เจ้าเด็กคนนั้น… ตายแล้ว” ฟั่นเอ้อร์กล่าวด้วยความมั่นใจ เขาจ้องมองยิงซิ่งหยันที่อยู่ด้านหลังก่อนจะกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “เขาถูกอัดโดย ‘ระเบิดทลายปฐพี’ น้อยคนในขั้นกลางหรือขั้นท้ายของพลังระดับปรากฏจะรอดจากการโจมตีนี้ ยิ่งเป็นระดับขั้นต้นอย่างเขาแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง!”

ทันทีที่เขากล่าวเช่นนี้ ผู้ฝึกยุทธสำนักยุทธภัณฑ์จำนวนมากล้วนจ้องมองเขาด้วยความโกรธเคือง

ผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตจ้องมองฟั่นเอ้อร์ด้วยดวงตาโลหิตและสีหน้ามืดมน พลังโลหิตภายในร่างกายของพวกเขาเดือดพล่าน

ดวงตาของหลิงอวี้ฉีกลายเป็นสีแดงจาง ๆ เพราะความโกรธ ดวงตาสีม่วงของนางลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีม่วงที่เหมือนกับกำลังรวมตัวเข้าด้วยกันอย่างช้า ๆ

ออร่าอันตรายย่างน่าเหลือเชื่อปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของนาง นางเหมือนกับภูเขาไฟหลับใหลที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งพร้อมจะพ่นเปลวเพลิงที่ทำลายโลกใบนี้

แม้กระทั่งหลางเฉียยังประหลาดใจ ดวงตาของเขามองผ่านฉินเลี่ยเพื่อจับจ้องไปที่นาง

“สะ-สามหาว!” ยิงซิ่งหยันเองก็ถูกสายตาโกรธเคืองจำนวนมากมองมา เขาตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดใส่ฟั่นเอ้อร์ว่า “ใครบอกให้เจ้าฆ่าเขา? ข้าแค่ต้องการให้เจ้านำค่ายเสาวิญญาณออกมาก็เท่านั้น ทำไมเจ้าต้องทำให้กลายเป็นเรื่องยากด้วย? ทำไมเจ้าต้องพรากชีวิตของเขา?!”

“เขาเป็นคนที่ขอศึกถึงตายนี้เอง” ฟั่นเอ้อร์อ้าแขนกว้างเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ราวกับเขาไม่มีทางเลือก

“ระ-เรื่องนั้น…” ยิงซิ่งหยันถอนหายใจยาวก่อนจะกล่าวกับหลางเฉียด้วยสีหน้ารู้สึกเสียดายว่า “เจ้าเองก็เถอะ ทำไมถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้? ถ้าเจ้ายอมลงมือ เรื่องมันจะวุ่นวายเช่นนี้หรือ? เจ้าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำไมเจ้าเลือกที่จะนิ่งเฉยโดยไม่ทำอะไรล่ะ? เจ้าทำให้ฉินเลี่ยต้องตาย!”

หลางเฉียอึ้งไปสักพักก่อนจะถอนสายตาจากหลิงอวี้ฉีมามองยิงซิ่งหยันที่อยู่ไกลออกไป เขากล่าวว่า “ท่านบอกว่าข้าเป็นคนฆ่าฉินเลี่ยงั้นเหรอ?”

“ข้า… ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น ที่ข้าหมายถึง คือถ้าเจ้ายอมลงมือ ฉินเลี่ยจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน…” ยิงซิ่งหยันรีบหดตัวหลังจากสบตากับหลางเฉียก่อนจะพึมพำเช่นนั้นออกมา

“ใครบอกว่าฉินเลี่ยตายแล้ว?” สีหน้าของหลางเฉียแปลกประหลาดขณะกล่าวอย่างเย้ยหยันว่า “เขาคือคนที่สามารถแช่ในสระโลหิตที่มีเพียงคนระดับขั้นท้ายของพลังระดับปรากฏเท่านั้นที่แช่ได้แม้ว่าเขาจะยังอยู่ในพลังระดับก่อเกิดก็ตาม ถ้าเขาไม่สามารถรับการโจมตีครั้งเดียวอย่าง ‘ระเบิดทลายปฐพี’ จากสำนักเหือฮวนได้ งั้นเขาจะรอดกลับมาจากอาณาจักรใต้พิภพได้ยังไง?”

เฝิงหยงอึ้ง ฉับพลันนางกลับมามีสติแล้วก่นด่าว่า “ฉินเลี่ย! เจ้าทำบ้าอะไรน่ะ?!”

ในตอนนั้นเองที่นางจำได้ เมื่อครึ่งปีก่อน นางคือคนที่พาฉินเลี่ยมายังพื้นที่ฝึกฝนของหอกโลหิตและตรวจดูสระโลหิตที่เขาต้องแช่ด้วยตนเอง นางรู้ดีกว่าใครว่าร่างกายภาพของฉินเลี่ยนั้นทนทานอย่างน่าเหลือเชื่อมากกว่าใคร ๆ

คนที่มีร่างกายเกินกว่าจนผิดมนุษย์จะมีสภาพน่าสมเพชเช่นนี้ได้อย่างไร? เขาจะล้มลงเพราะการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวอย่างนั้นหรือ?

ถ้าคนที่หลังชี้ฟ้า หน้าสู้ดินคือฉินเลี่ยจริง ๆ เขาจะถูกสังหารได้ง่ายขนาดนี้ได้อย่างไร?

ถ้าเขาไม่เป็นอะไร งั้นฉินเลี่ยกำลังทำอะไรอยู่?

“ฉินเลี่ย!” หลางเฉียกล่าวอย่างเย็นชา

กลุ่มของยิงซิ่งหยันและฟั่นเอ้อร์เองก็มองฉินเลี่ยด้วยความตกตะลึง

สายตาของทุกคนจับจ้องฉินเลี่ยตามคำบอกกล่าวของหลางเฉีย

เขาตายหรือว่ายังไม่ตาย?

ขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยอยู่นั้น ฉับพลันฉินเลี่ยพลิกตัว ร่องรอยโลหิตที่มุมปากของเขาเด่นชัด แต่เขากลับนั่งอย่างสบาย ๆ

มีร่องรอยความสับสนอยู่ในดวงตาของเขา เขาเหมือนกับกำลังรวบรวมความทรงจำและระลึกถึงบางสิ่งอยู่…

ภาพลักษณ์ของเขาเหมือนกับชายที่หลับไปนานและจู่ ๆ ก็สัปหงกขึ้นมา ฉะนั้นเขาจึงสับสนอยู่พักหนึ่ง

ไม่มีใครรู้ว่าผนึกภายในก้อนผนึกวิญญาณได้ฉีกออกเล็กน้อยด้วยผลจากการโจมตีอันหนักหน่วงอย่าง ‘ระเบิดทลายปฐพี’ ของฟั่นเอ้อร์ นิสัยอีกด้านของฉินเลี่ยก่อนที่เขาจะอายุสิบขวบเหมือนกับกระแสความตระหนักรู้ที่ผสมปนเปเข้ามาในตอนนี้

ก่อนที่เขาจะอายุสิบขวบ เขาก็คือเขา หลังจากเขาอายุสิบขวบแล้ว เขาก็ยังเป็นเขา

แต่ว่า เพราะความทรงจำของเขาเมื่อสิบปีก่อนถูกผนึกไว้โดยก้อนผนึกวิญญาณ มันเหมือนกับว่า “เขา” ในตอนนั้นได้ถูกพันธนาการเอาไว้ มันไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้ตลอดช่วงเวลานี้ ฉะนั้นจึงไม่สามารถส่งผลกับเขาในปัจจุบันได้

แต่ว่า “เขา” ในตอนนั้นกลับไหลออกมาจากหนึ่งในผนึกที่เกิดรอยร้าวของก้อนผนึกวิญญาณจนหลอมรวมกับ “เขา” ในตอนนี้

สองนิสัยหลอมรวมเป็นหนึ่งอย่างเชื่องช้า…

ฉินเลี่ยยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่เขาจะอายุสิบขวบ แต่เขาค่อย ๆ เข้าใจว่าตัวเขาที่เป็นในตอนนั้นเป็นแบบไหน หรือบางทีเขาไม่ใช่สิ่งที่สามารถจะถูกเรียกว่า “คน” ในตอนนั้นได้…

เขาในตอนนั้นคือ “คน” ที่ลวงหลอก บ้าคลั่ง บิดเบี้ยว และรุนแรง แทบจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปโดยสมบูรณ์!

ตัวเขาก่อนที่จะอายุสิบขวบเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง แต่เด็กคนหนึ่ง… จะมีนิสัยที่บ้าคลั่งและบิดเบี้ยวไปได้อย่างไร?

บนพื้น ฉินเลี่ยขมวดคิ้วแน่น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง

เขาไม่อาจพบความทรงจำที่กำลังค้นหาจากรอยแยกผนึกของก้อนผนึกวิญญาณได้ กลับกัน เขาได้พบ “เขา” ในช่วงอายุก่อนสิบขวบแทน…

“ฉินเลี่ย… เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” หลิงอวี้ฉีกล่าวเสียงอ่อนขณะถามด้วยสีหน้ากังวล

ฉินเลี่ยหันหน้ามามองนางราวกับอีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้า

“เป็นอะไรน่ะ?” หลิงอวี้ฉีสั่น

“อวดดีนัก!” ฟั่นเอ้อร์ยิ้มกว้างอย่างเย็นชาขณะเดินไปหาฉินเลี่ยอีกครั้งขณะโบกพัดกระดาษสีขาวไปมาพลางกล่าวด้วยความยโสว่า “ยอมยกค่ายสิบสองเสาวิญญาณให้ซะแล้วข้าจะให้เจ้าได้ตายสบาย!”

ในตอนนั้น ฉินเลี่ยยืนขึ้นแล้วจ้องมองฟั่นเอ้อร์ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าไม่เคยปล่อยให้ใครตายสบาย”

“ตูม!”

ออร่ารุนแรงและบ้าคลั่งระเบิดออกจากร่างกายของฉินเลี่ยในทันที กลิ่นโลหิตเหม็นฉุนหนาแน่นปกคลุมทั่วทั้งสมรภูมิในทันที

“วิชาวิญญาณโลหิต!” ผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตจำนวนมากกรีดร้องออกมาพร้อมกัน

“สร้าง!”

ฉินเลี่ยกดมือลงไปในโคลนตรงหน้าก่อนจะยกฝ่ามืออันทรงพลังขึ้น งูหลามโคลนขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นราวกับมันถูกลากออกมาจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง

นี่คือพลังของปฐพี

“กระดูกน้ำแข็ง!” ฉินเลี่ยกล่าวเสียงต่ำ

กระดูกโปร่งแสงก่อตัวจากพลังเยือกแข็งเริ่มปกคลุมภายในงูหลาม

“พลังโลหิต!” ฉินเลี่ยกล่าวเสียงอ่อน

หมอกโลหิตสีแดงเจิดจ้าไหลจากร่างกายของเขาเข้าไปในงูหลามก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโลหิตและเส้นประสาทของงูหลาม

“ฟ้าผ่าและสายฟ้า!” ฉินเลี่ยกล่าวอีกครั้ง

โซ่สายฟ้าพันรอบร่างกายของงูหลามราวกับปลาไหลไฟฟ้า

งูหลามได้รับร่างกาย โลหิตและเส้นประสาท กระดูกและพลังของฟ้าผ่าและสายฟ้า

ราวกับมันได้รับชีวิตจนมามีชีวิตจริง ๆ งูหลามตัวนั้นได้กระโจนเข้าใส่ฟั่นเอ้อร์ทันที

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร