0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 302: ดอกเก๊กฮวยของฟั่นเอ้อร์

 

“ฉินเลี่ย ระวังตัวด้วย ถ้าฟั่นเอ้อร์คนนี้กล้าออกหน้าแทนสำนักยุทธภัณฑ์เพียงลำพัง เขาจะต้องมั่นใจในตัวเองอย่างแน่นอน” เสียงของซ่งถิงอวี้ดังอย่างแผ่วเบา “คนคนนี้มาเพราะสำนักยุทธภัณฑ์ ตัดสินจากนิสัยของเขา เขามาที่นี่เพื่อหลอมรวมสำนักยุทธภัณฑ์กับสำนักเหือฮวน ความคิดของเขาเจ้าเล่ห์มาก ตัวตนของเจ้าอาจจะเป็นอุปสรรคขวางทางก็เป็นได้”

ฉินเลี่ยมองรอบ ๆ แต่ไม่เห็นซ่งถิงอวี้ เขาไม่รู้ว่านางกำลังหลบซ่อนอยู่ที่ไหนเช่นกัน

ผู้หญิงคนนี้ต้องการหลบซ่อนอย่างเห็นได้ชัด ถึงอย่างนั้นนางยังสามารถสนทนาผ่านหูของเขาได้อย่างง่ายดาย ดูท่านางจะมีลูกเล่นตุกติกมากมายซ่อนอยู่

“ไป! ไปนอกบึงพิษ!” เฝิงหยงกล่าว

ผู้ฝึกยุทธหอกโลหิต ผู้อาวุโสและศิษย์สำนักนอก ยิงซิ่งหยันและสามผู้อาวุโสสูงสุด รวมถึงผู้อาวุโสสำนักในล้วนออกไปอย่างพร้อมเพรียง

พวกเขาล้วนตามหลังฉินเลี่ยเพื่อมุ่งหน้าออกจากบึงพิษ พวกเขาล้วนอยากเป็นสักขีพยานของการต่อสู้นี้ด้วยตาของพวกเขาเอง

สำหรับหนึ่งในคนที่ตกเป็นเป้าสายตาอย่างฟั่นเอ้อร์ เขากลับหัวเราะเสียงเบาขณะหันกลับเข้าไปในหอประชุมอย่างไม่รีบร้อนเพื่อเตรียมการบางอย่าง หลังจากผ่านไปสักพักเขาจึงเดินออกมาจากข้างใน

หลางเฉียไม่รีบจากไปเช่นกัน เขาขมวดคิ้วแล้วมองด้านหลังหอประชุมราวกับกำลังพิจารณาบางสิ่งอยู่

หลังจากผ่านไปสักพัก เขาออกมาหลังจากเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้านหลังหอประชุม

“ฉินเลี่ย เกิดอะไรขึ้น?” ด้านนอกบึงพิษ หลิงอวี้ฉีถามเสียงอ่อนทันทีที่นางเห็นเขาออกมา

“ไม่มีอะไร” ฉินเลี่ยฝืนยิ้ม

“มันไกลไปหน่อย ข้าเลยได้ยินไม่ถนัด แต่ข้ารู้ว่า… เจ้ากำลังจะดวลกับใครสักคน” หลิงอวี้ฉีขมวดคิ้วแล้วกล่าวเสียงอ่อนว่า “ฉินเลี่ย ถ้าตระกูลหลิงสร้างปัญหาให้เจ้า งั้นเจ้าก็ไม่ต้อง…”

“ไม่มีอะไรเกี่ยวกับตระกูลหลิงหรอก” ฉินเลี่ยส่ายหน้าแล้วรับปากนางว่า “ไม่มีอะไร ข้าแค่ขอดวลกับใครคนหนึ่งก็เท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก”

“ระวังตัวด้วย” หลิงอวี้ฉีไม่กล่าวอะไรอีกก่อนจะสั่งให้คนของตระกูลหลิงถอยไปอยู่ด้านหลังฉินเลี่ย

เป็นเวลานานกว่าฉินเลี่ยจะมาถึงเส้นทางที่ใช้เดินทางจากบึงพิษไปสำนักยุทธภัณฑ์ เขายืนอยู่บนพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ดวงตาหรี่เล็กขณะรอคอยอย่างเงียบงัน

มีพื้นที่แห้งมากมายอยู่ข้างเขาซึ่งเป็นที่ที่คนของสำนักยุทธภัณฑ์และผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตยืนอยู่หลังจากเดินทางมาถึง พวกเขาทุกคนล้วนจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าซับซ้อน

“ฟั่นเอ้อร์อยู่ไหน?” ยิงซิ่งหยันหันมาถาม

“ข้าอยู่นี่!” เสียงร่าเริงของฟั่นเอ้อร์ดังมาจากด้านหลัง เขาโบกพัดกระดาษด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม

พัดกระดาษสีขาวในมือของเขาปกคลุมไปด้วยภาพลามกชายหญิงกำลังมีเพศสัมพันธ์กันในหลากหลายท่วงท่า ภาพลามกเหล่านี้มากพอที่จะทำให้ใครก็ตามเขินอายตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

เขาเดินออกมาจากฝูงชน บางครั้งก็ใช้สายตาชั่วร้ายลอบมองชายหญิงที่อยู่ด้านข้าง คนที่ถูกเขามองล้วนสั่นไหวและรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

คนจำนวนมากล้วนเปิดทางทันทีเมื่อพวกเขาเห็นอีกฝ่ายเดินมา ไม่มีใครกล้าสบตากับเขา

“พี่ฉินจะต่อสู้กับผู้ชายคนนี้งั้นหรือ? ผู้ชายคนนี้… น่ารังเกียจ ดูเขาสิ อึ่ก ทำไมคนหน้าด้านหน้าทนอย่างเขาถึงเกิดมาบนโลกใบนี้กัน?” เสียงเด็กผู้หญิงสดใสของหลิงหยุนดังขึ้นท่ามกลางคนของตระกูลหลิง นางมองฟั่นเอ้อร์เพียงครั้งเดียวก็เขินอายในทันที นางกล่าวความคิดภายในออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานชัดเจน

นางพูดในสิ่งที่หลายคนอยากจะพูดแต่ไม่กล้าพูดออกมา

ดวงตาของฟั่นเอ้อร์มองมาตามเสียง ดวงตาของเขาเหมือนกับงูเย็นเยือกที่เลื้อยเข้าไปในกลุ่มคนของตระกูลหลิงในทันที

ชายหญิงทุกคนที่สบตากับเขามีจิตใจที่สั่นคลอน สีหน้าของพวกเขาผิดธรรมชาติอย่างน่าเหลือเชื่อ

แต่ว่า เมื่อเขาเห็นหลิงอวี้ฉี แสงสว่างสีม่วงในดวงตาของนางเหมือนกับดวงดาราไร้ที่สิ้นสุดที่ส่องแสงอย่างต่อเนื่อง

ฉับพลันฟั่นเอ้อร์สั่นสะท้าน

หลิงอวี้ฉีนมีรูปร่างน่ามอง แสงสว่างแปลกประหลาดในดวงตาสีม่วงของนางเจิดจ้าอย่างช้า ๆ พลังปีศาจที่สามารถทิ่มแทงหัวใจได้พุ่งออกมาจากดวงตาของนาง

ลมหายใจของฟั่นเอ้อร์หนักอึ้งขึ้น เขารีบกัดปลายลิ้นแล้วฝืนหลับตา

เขาไม่กล้ามองดวงตาของหลิงอวี้ฉีนานเกินไป!

“หืม!” ฟั่นเอ้อร์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาของเขาที่ทอแสงชั่วร้ายไม่กล้ามองดวงตาของหลิงอวี้ฉี กลับกัน เขามองคอได้รูปของนางก่อนจะถามยิงซิ่งหยันที่อยู่ด้านข้างว่า “แม่นางคนนี้เป็นใคร?”

ยิงซิ่งหยันส่ายหน้าด้วยความประหลาดใจ “ข้าไม่รู้จักนาง”

เมื่อครึ่งปีก่อน ตอนหลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียนซวนถูกคุ้มกันโดยฉินเลี่ยในลานกว้าง บังเอิญเขาถูกแช่แข็งเอาไว้ ฉะนั้นเขาจึงจำหลิงอวี้ฉีไม่ได้

“นางมีชื่อว่าหลิงอวี้ฉี นางเป็น… อดีตคู่หมั้นของฉินเลี่ย” ลัวเจ้อชังจำนางได้ก่อนจะตอบออกไป

“ผู้หญิงยอดเยี่ยมคนนี้เก็บความลับเอาไว้ในใจได้ดี” ฟั่นเอ้อร์กล่าวชมด้วยดวงตาละโมภ เขากล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “แม่นางคนนี้… จะเป็นประโยชน์ต่อวิชาวิญญาณที่ข้ากำลังฝึกฝนอยู่เป็นอย่างยิ่ง!”

สีหน้าของยิงซิ่งหยันเปลี่ยนไปเล็กน้อย

สามผู้อาวุโสสูงสุดเองก็รู้สึกกังวลเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น พวกเขาเหมือนกับรู้ว่าผู้หญิงที่ถูกเลือกโดยฟั่นเอ้อร์จะประสบกับบทสรุปอันเลวร้าย

“ฉินเลี่ย ฟั่นเอ้อร์… คิดไม่ซื่อกับหลิงอวี้ฉี” เสียงของซ่งถิงอวี้ดังอยู่ในหูของฉินเลี่ยอีกครั้ง “ข้าจะบอกให้เจ้าฟังเอง ฟั่นเอ้อร์กล่าวว่า…” นางบอกทุกสิ่งที่ฟั่นเอ้อร์กล่าวให้ฟังโดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่คำเดียว

ฉับพลันฉินเลี่ยผู้ยืนอยู่ใจกลางพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังบนบึงพิษเผยสีมโนทัศน์เยือกแข็งที่น่าหวาดกลัวและหนาวไปถึงกระดูกออกมา กลุ่มหมอกเยือกแข็งสีขาวไหลออกมาจากทุกรูขุมขนบนร่างกายของเขาอย่างควบคุมไม่ได้ ออร่าเยือกแข็งที่เขาปลดปล่อยออกมากระจายตัวอย่างต่อเนื่อง

“แคร้ก แคร้ก แคร้ก!”

น้ำโคลนสกปรกรอบบึงพิษถูกแช่แข็งในทันที เมื่อออร่าเยือกแข็งกระจายออก กิ่งไม้กลายเป็นผลึกและพื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ฤทธิ์กัดกร่อนอันน่าหวาดกลัวของมโนทัศน์เยือกแข็งกระจายไปทั่วพื้นที่ราวกับสายลมเยือกแข็ง

ขณะเดียวกัน ฉินเลี่ยอยู่ตรงใจกลางของหมอกเยือกแข็งนี้ ภายในโลกเยือกแข็งแห่งนี้ เขาเหมือนกับชายเยือกแข็งที่ดวงตาลุกโชนด้วยมโนทัศน์เยือกแข็ง เขากำลังจ้องมองอย่างเย็นชาไปที่ฟั่นเอ้อร์ผู้กำลังใกล้เข้ามาอย่างช้า ๆ

“สนามมโนทัศน์เยือกแข็ง น่าประทับใจจริง ๆ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเข้าใจมโนทัศน์เยือกแข็งแม้ว่าจะมีพลังเพียงระดับก่อเกิด พรสวรรค์ของเจ้าไม่เลวเลยทีเดียว” พัดสีขาวของเขาโบกไปมาภายใต้สายตาของฝูงชน เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาในโลกเยือกแข็งที่ฉินเลี่ยสร้างขึ้น

“แคร้ก! แคร้ก!”

เขาก้าวหาฉินเลี่ยก้าวแล้วก้าวเล่า พื้นเยือกแข็งใต้เท้าของเขาแตกละเอียด เศษน้ำแข็งปลิวไปทั่ว

“ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด เจ้าน่าจะอยู่ขั้นต้นของพลังระดับปรากฏเท่านั้น เจ้า… ไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของมโนทัศน์ออกมาได้ด้วยระดับพลังเพียงเท่านี้” ฟั่นเอ้อร์เผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ออกมาขณะกล่าวอย่างสงบว่า “อีกด้านหนึ่ง ข้าอยู่ขั้นท้ายของพลังระดับปรากฏ ข้าสามารถทำลายเจ้าด้วยพละกำลังบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียวก็ยังได้!”

ฟั่นเอ้อร์กระทืบเท้าลงกับพื้น

พละกำลังมหาศาลอันแรงกล้าถูกส่งลึกลงไปยังชั้นใต้ดินผ่านการกระทืบของเขา

“ปัง!”

ด้วยฟั่นเอ้อร์ที่อยู่ใจกลาง ฉับพลันรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏบนน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นดินราวกับกระจกที่เกิดรอยร้าว

“เอ๋? มโนทัศน์เยือกแข็งนี้ยังไม่พังทลายอีกเหรอ?” ฟั่นเอ้อร์ประหลาดใจ หลังจากส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้มไม่พึงพอใจแล้ว เขากระทืบพื้นอีกครั้ง

“แป่ก แป่ก แป่ก แป่ก!”

ราวกับกระจกทั้งบานถูกขว้างลงพื้น ฉับพลันโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและผลึกแตกสลายในพริบตา

กิ่งไม้ผลึกระเบิดออก พื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งปะทุขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น น้ำโคลนที่ถูกแช่แข็งล้วนแตกสลายกลายเป็นเศษน้ำแข็งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นของเหลว

หลังจากฟั่นเอ้อร์กระทืบเท้าสองครั้ง สนามมโนทัศน์เยือกแข็งที่สร้างโดยฉินเลี่ย… โลกน้ำแข็งและหิมะทั้งใบได้หายไป

ทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาพปกติ

“ขั้นกลางของพลังระดับปรากฏคือความห่างระหว่างพวกเรา ช่องว่างขนาดใหญ่นี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถก้าวข้ามด้วยมโนทัศน์” ฟั่นเอ้อร์หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเสริมว่า “ยิ่งไปกว่านั้น… เจ้าไม่ใช่คนเดียวที่เข้าใจมโนทัศน์”

“ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว!”

เขายิ้มและโบกพัดกระดาษสีขาวไปมา ฉับพลันภาพชายหญิงมีเพศสัมพันธ์กันแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างเด่นชัดจำนวนมากก่อนจะพุ่งออกมาจากพัด

ในขณะเดียวกัน ดอกเก๊กฮวยสีชมพูสองดอกพุ่งออกจากแขนเสื้อของฟั่นเอ้อร์ ดอกเก๊กฮวยเหล่านี้มีขนาดใหญ่อย่างน่าเหลือเชื่อ มันใหญ่เท่ากับล้อวงหนึ่งเลยทีเดียว พวกมันหมุนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะกลิ้งเข้าหาฉินเลี่ยด้วยออร่าลามกอนาจาร

แสงสว่างสีชมพูเจิดจ้าพุ่งมาออกจากดอกเก๊กฮวยที่บานสะพรั่ง ฉับพลันมโนทัศน์แปลกประหลาด เย้ายวนและเสื่อมทรามปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่

ที่ขอบแขนเสื้อยาวของฟั่นเอ้อร์อบอวลไปด้วยกลิ่นบุปผา พวกมันเริ่มเจิดจ้าดอกแล้วดอกเล่า พวกมันล้วนเป็นดอกเก๊กฮวย

“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”

ด้วยความคิดเพียงครั้งเดียว ดวงตาของฉินเลี่ยก็เต็มไปด้วยฟ้าผ่าและสายฟ้าที่เคลื่อนผ่านกระดูกทุกท่อนในร่างกายของเขา

“ตูม ตูม ตูม!”

ฟ้าผ่าลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อระเบิดมิติรอบ ๆ ตัวเขา สายฟ้าสีน้ำเงินพุ่งออกจากร่างกายของเขาราวนาคา ร่างกายเลือนรางที่เคลื่อนไหวไปมาของชายหญิงมีเพศสัมพันธ์หายไปทันที

ฟ้าผ่าและสายฟ้าเป็นปรปักษ์กับความคิดชั่วร้ายทั้งมวลที่ไม่ใช่รูปธรรม ชายหญิงเหล่านี้ล้วนถูกสร้างจากวิญญาณที่ได้รับการขัดเกลา ฉะนั้นทันทีที่พวกมันปะทะเข้ากับฟ้าผ่าและสายฟ้า พวกมันจึงแปรเปลี่ยนเป็นผุยผงในทันที

แต่ว่า ดอกเก๊กฮวยอีกสองดอกที่เหมือนกับล้อกำลังหมุนปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าจนเหมือนกับเหล็กกล้าออกมา พวกมันไม่ได้รับผลจากฟ้าผ่าและสายฟ้า พวกมันยังคงกลิ้งตรงมาหาฉินเลี่ย

ดอกเก๊กฮวยขนาดจิ๋วพุ่งออกมาจากแขนเสื้อยาวโปร่งแสงของฟั่นเอ้อร์ พวกมันปลดปล่อยเส้นด้ายสีทองจำนวนหนึ่งที่สร้างออร่ากระตุ้นกำหนัดเพื่อยั่วยวนจิตใจของผู้คน มันกำลังสร้างมโนทัศน์ที่แม้แต่ฉินเลี่ยก็ยังรู้สึกว่ามันช่างแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด

ราวกับถูกดึงดูดโดยมโนทัศน์ โลหิตของฉินเลี่ยเริ่มเดือดพล่านจนควบคุมไม่ได้ราวกับกำลังถูกอัคคีแผดเผา

“ศูนย์กลางแม่เหล็ก!”

ฉินเลี่ยเปลี่ยนวิชาวิญญาณอีกครั้ง ตำหนักก่อเกิดปฐพีสีเหลืองสามหลังในทะเลวิญญาณของจุดตันเถียนเชื่อมโยงเข้าหาหัวใจปฐพีในทันที

พลังปฐพีจำนวนมากไหลออกมาจากชั้นใต้ดินมาสู่ใต้เท้าของเขาโดยตรง

มิติและแรงโน้มถ่วงรอบตัวเขาเพิ่มขึ้นสิบเท่าในทันที!

“ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว!”

ดอกเก๊กฮวยสองดอกที่กำลังกลิ้งมาไม่อาจปรับตัวตามแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันได้ ทำให้พวกมันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

ดอกเก๊กฮวยที่เล็กกว่าที่เหลือเหมือนกับคนเมา พวกมันโอนเอนไปมาอยู่กลางอากาศก่อนจะตกลงไปในโคลน

“ฟ้าผ่าและสายฟ้า แรงโน้มถ่วง ตามด้วยเยือกแข็ง วิชาวิญญาณสามวิชาที่ฝึกฝนพร้อมกัน!” ดวงตาของฟั่นเอ้อร์เผยความประหลาดใจออกมา เขาไม่สนดอกเก๊กฮวยที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นดินอีก ร่างกายของเขาเหมือนกับเงาที่ซ้อนทับไปมาก่อนจะพุ่งเข้าหาฉินเลี่ย

ร่างกายของเขาที่อยู่กลางอากาศขยายออกจนปรากฏรูปลักษณ์ที่ไม่จางหายไป

“พวกรู้เท่าเป็ด!” ฉับพลันน้ำเสียงล้อเลียนของฟั่นเอ้อร์ดังมาจากเงาทุกสายที่ขยายออกจากเขา ทันทีที่เสียงของเขาดังขึ้น ราวกับเงาทุกสายมีชีวิตขึ้นมา

ภาพของฟั่นเอ้อร์มากมายนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยจากทุกทิศทาง ราวกับพยายามจะโหมกระหน่ำใส่ฉินเลี่ยเหมือนคลื่นทะเล

อีกด้าน ฉับพลันร่างจริงของเขาหายไป ไม่มีใครรู้ว่าเขาหลบซ่อนตนเองอยู่ที่ใด

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร