0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 301: ไม่ละอายใจต่อความผิด!

 

ผู้รับผิดชอบต่อการต่อสู้กว่าครึ่งของสำนักยุทธภัณฑ์ล้วนเป็นสำนักนอกและหอกโลหิต สำนักในก็แค่กลุ่มผู้สร้าง

ในตอนนี้ ภายใต้คำสั่งของหลางเฉียและเฝิงหยง ผู้ฝึกยุทธของหอกโลหิตล้วนเลือกที่จะนิ่งเฉย ถงจี้ขวาและกลุ่มผู้อาวุโสและศิษย์สำนักนอกกลับถอนหายใจแล้วครางออกมาก่อนจะล้ม “ป่วย” ในเวลาเดียวกัน…

ใบหน้าของยิงซิ่งหยันและสามผู้อาวุโสสูงสุดน่าเกลียดเกินกว่าผู้คนจะจินตนาการ

สถานการณ์ตอนนี้คือสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อน พวกเขาไม่คิดว่าฉินเลี่ยจะมีความสำคัญต่อจิตใจของหอกโลหิต รวมถึงผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักนอกมากขนาดนี้

“ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมมาก!” ยิงซิ่งหยันจ้องมองหลางเฉีย ด้วยสายตาเคร่งขรึมที่ไม่คิดปิดบัง “สำนักชุบเลี้ยงพวกเจ้ามาหลายปีและจัดหาทรัพยากรฝึกฝนมามากมาย ถึงอย่างนั้น เมื่อเกิดเรื่องขึ้น พวกเจ้ากลับปัดความรับผิดชอบ! พวกเจ้าไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไง?!”

“พวกเราไม่ละอายใจต่อความผิดครั้งนี้!” หลางเฉียตอบอย่างเฉยชา

ทันทีที่เขากล่าวเช่นนี้ สีหน้าของผู้ฝึกยุทธหอกโลหิต รวมถึงผู้อาวุโสและศิษย์สำนักนอกจำนวนมากล้วนสั่นไหว

ยิงซิ่งหยันหน้าเขียว แก้มของเขาสั่น แต่เขาพบว่าตนเองก็ไม่อาจพูดอะไรออกไปได้พักหนึ่ง

“หัวหน้าสำนัก ถ้าไม่ใช่เพราะคำขอของฉินเลี่ย สมาพันธ์เทวาลึกลับคงไม่ช่วยท่านหรอก” เฝิงหยงถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะกล่าวตามตรงว่า “ความจริง ตอนสำนักพบอันตรายถึงฆาต ร่างกายของท่าน… ก็ได้ตายไปแล้ว เป็นท่านผู้อาวุโสเสวี้ยลี่ที่อัดพลังโลหิตส่วนหนึ่งเข้าไปในร่างกายของท่าน เป็นฉินเลี่ยที่แช่แข็งท่านเอาไว้เพื่อให้ท่านอยู่ได้นานขึ้นจนกระทั่งสมาพันธ์เทวาลึกลับมาช่วยท่าน ไม่เช่นนั้น ท่านคงตายไปตั้งแต่เมื่อครึ่งปีก่อนแล้ว”

ผู้ประสบกับโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของสำนักล้วนพยักหน้าอยู่ภายในขณะฟังคำพูดของเฝิงหยง

แม้กระทั่งผู้อาวุโสสำนักในอย่างถันตงหลิงและเว่ยซิงก็มองยิงซิ่งหยันด้วยสายตาไม่มั่นใจ

“ข้ารู้ดีกว่าใครว่าฉินเลี่ยทำเพื่อสำนัก เจ้าไม่ต้องมาบอกข้า!” ยิงซิ่งหยันส่งเสียงหึอย่างเย็นชาก่อนจะกล่าวด้วยใบหน้ามืดมนว่า “ถ้าฉินเลี่ยไม่ทำทั้งหมดนี้ เจ้าคิดหรือว่าข้าจะใจกว้างยกค่ายสิบสองเสาวิญญาณให้? เขาเข้าใจสิ่งที่จารึกของสิบสองผังและยังค้นคว้าคัมภีร์ลับของสำนักอีก พวกมันควรจะถูกเรียกกลับคืนให้สำนัก! แต่เพราะเขาทำความดีความชอบต่อสำนักจนสำนักต้องแสดงความปราณีด้วยการขอเพียงค่ายสิบสองเสาวิญญาณคืนเท่านั้น ข้าใจกว้างมามากพอแล้ว!”

“เฮ้อ ช่างเถอะ ข้าจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว” เมื่อเห็นว่านางไม่อาจโน้มน้าวเขาได้ เฝิงหยงจึงส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง นางเข้าใจว่าเขาตัดสินใจที่จะไล่ฉินเลี่ยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

หลังจากเฝิงหยงพูดไปแล้ว ฉินเลี่ยก็ไม่กล่าวอะไรอีก เขาแค่เงียบแล้วยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับไปไหน

เขาจ้องมองหัวหน้าสำนักและสามผู้อาวุโสสูงสุดอย่างเย็นชาเพื่อรอดูว่าพวกเขาจะทำยังไง เขาอยากรู้ว่าพวกเขาจะเจรจาต่อรองเพื่อค่ายสิบสองเสาวิญญาณอย่างไรในเมื่อตอนนี้หอกโลหิตและศิษย์สำนักนอกล้วนจับตาดูจากด้านข้างโดยไม่ทำอะไร

ฉินเลี่ยรู้สึกประทับใจในหอกโลหิต รวมถึงผู้อาวุโสและศิษย์สำนักนอก

เดิมที เขาผิดหวังกับสำนักยุทธภัณฑ์เป็นอย่างมาก เขาคิดว่าทั้งสำนักมีแต่คนน่ารังเกียจ แต่การกระทำของหอกโลหิตและสำนักนอกทำให้เขาตระหนักได้ว่าคนอย่างยิงซิ่งหยันและสามผู้อาวุโสสูงสุดเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ยังมีผู้ฝึกยุทธสำนักยุทธภัณฑ์จำนวนมากที่ไม่ลืมสิ่งที่เขาทำให้พวกเขา

“สำนักในเป็นเพียงกลุ่มผู้สร้างที่ไม่เก่งการต่อสู้ มันอาจจะ… ยากเกินไปที่พวกเจ้าจะรับมือกับปัญหานี้ได้” ฟั่นเอ้อร์จากสำนักเหือฮวนขัดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์น้อย ข้า… สามารถนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของสำนักยุทธภัณฑ์เช่นกัน ถ้าหากไม่ว่าอะไร ทำไมไม่ให้ข้าช่วยทวงค่ายเสาวิญญาณกลับคืนมาล่ะ?” เขาหยิบปัญหามาไว้กับตัว

เมื่อยิงซิ่งหยันและสามผู้อาวุโสสูงสุดได้ยินคำของอีกฝ่าย ดวงตาของพวกเขาเป็นประกายขึ้นมา

“แน่นอนว่าท่านเป็นหนึ่งในสำนักยุทธภัณฑ์!” ลัวเจ้อชังไม่อาจควบคุมความสุขสันต์ขณะกล่าวออกมาได้

ยิงซิ่งหยันลูบเคราก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ถ้าท่านต้องการยื่นมือเข้าช่วย งั้นก็ดีเลย ท่านต้องไม่จัดการให้ดี อย่าได้กระทำการรุนแรงจนเกินไป ท่านต้อง… ท่านต้องไม่ทำร้ายฉินเลี่ยจนสาหัสเกินไปนัก…”

“ยังไงซะฉินเลี่ยก็ทำคุณแก่สำนักยุทธภัณฑ์เอาไว้มาก” เจี่ยงห้าวเองก็สนับสนุน

“แน่นอน ข้าเป็นชายที่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร” ฟั่นเอ้อร์ดึงมือออกจากสัตว์เลี้ยงชายหญิงของเขาก่อนจะเดินไปด้านหน้าพลางสะบัดมือไปมา

ทันทีที่เขามายืนอยู่ต่อหน้าฉินเลี่ย เขาไม่โจมตีในทันที กลับกัน เขามองหลางเฉีย สีหน้าของเขาจริงจังมากขึ้นขณะกล่าวว่า “ท่านหลางเฉีย หอกโลหิตของท่านอาจจะไม่เต็มใจที่จัดการฉินเลี่ย แต่ท่านคงไม่ว่าอะไรถ้าข้าจะทวงสิ่งที่เป็นของสำนักยุทธภัณฑ์กลับคืนมาด้วยตัวของข้าเอง ใช่หรือไม่?”

เห็นได้ชัดว่าฟั่นเอ้อร์ระแวดระวังหลางเฉีย ดังนั้น เขาต้องยืนยันให้ได้ว่าหลางเฉียจะไม่ก้าวก่ายก่อนจะลงมือ

เฝิงหยงเผยสีหน้าวิตกกังวลให้หลางเฉีย

ใบหน้าของผู้ฝึกยุทธหอกโลหิต รวมถึงผู้อาวุโสและศิษย์สำนักนอกเปลี่ยนไปขณะมองหลางเฉียด้วยความกังวล

พวกเขาเหมือนกับรู้ถึงความสามารถของฟั่นเอ้อร์และเชื่อสนิทใจว่าฉินเลี่ยไม่ใช่คู่มือของเขา พวกเขาหวังว่าหลางเฉียจะปฏิเสธเรื่องนี้เพื่อให้ฉินเลี่ยถอยกลับไปได้อย่างปลอดภัย

“ฉินเลี่ย ชายคนนั้น… อาจจะอยู่ขั้นท้ายของพลังระดับปรากฏ” เสียงบางเบาเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังฉินเลี่ย

เขาไม่ต้องหันหน้าไปก็รู้ว่าคนที่เตือนเขาคือหานฉิงรุ่ย เขาตระหนักได้ว่าหานฉิงรุ่ยลอบคลานเข้ามาโดยไม่เป็นที่สะดุดตาของใคร เขามาที่นี่เพื่อแจ้งพลังการฝึกฝนของฟั่นเอ้อร์ให้ทราบ

“หลางเฉีย! ถ้าหอกโลหิตของเจ้าไม่เต็มใจที่จะลงมือ เจ้าคงไม่ว่าอะไรถ้าคนอื่นจะทวงสมบัติล้ำค่าของสำนักคืน ใช่หรือไม่?” ยิงซิ่งหยันจ้องมองหลางเฉียขณะกล่าวเช่นนั้น

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หลางเฉีย พวกเขาล้วนรู้ว่าการตัดสินใจของเขามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ฉับพลันหลางเฉียมองฉินเลี่ย

ความต้องการที่จะสู้ลุกโชนอยู่ภายในดวงตาของฉินเลี่ย เขาพยักหน้าเมื่อสบตากับหลางเฉียแทบจะในทันที

หลางเฉียถอนสายตากลับก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยดวงตาหรี่เล็กว่า “หอกโลหิตจะไม่ก้าวก่ายในการต่อสู้ครั้งนี้”

ยิงซิ่งหยันและสามผู้อาวุโสสูงสุดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

หลางเฉียกลับกล่าวเสริมว่า “แต่ข้าขออย่างหนึ่ง”

“เจ้ายังจะขออะไรอีก?!” ยิงซิ่งหยันระงับความโกรธเอาไว้ขณะถาม

“จะต้องมีศึกเดียวระหว่างท่านและฉินเลี่ยเท่านั้น ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ห้ามมีเรื่องโต้เถียงกันอีก” หลางเฉียงมองยิงซิ่งหยัน จากนั้นจึงมองฉินเลี่ยก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าไม่อยากเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสำนักยุทธภัณฑ์และฉินเลี่ยต้องมาพังทลายย่อยยับไปต่อหน้า! ถ้าฟั่นเอ้อร์มีความสามารถจริง งั้นเขาก็คว้าค่ายเสาวิญญาณจากมือของฉินเลี่ยไปได้ ถ้าเขาไม่มี งั้นค่ายเสาวิญญาณก็ต้องเป็นของฉินเลี่ยนับแต่นี้และสำนักห้ามรบกวนเขาอีก ท่านต้องคิดเรื่องนี้ให้ดี!”

“หัวหน้าสำนัก พวกเราสำนักนอกไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างฉินเลี่ยและสำนักยุทธภัณฑ์ต้องมาพังทลายต่อหน้าเช่นกัน พวกเราเห็นด้วยกับเงื่อนไของหลางเฉีย” ถงจี้ขวาขัด

“หัวหน้าสำนัก โปรดตัดสินใจด้วยการต่อสู้ครั้งนี้แค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวเท่านั้น” แม้กระทั่งผู้อาวุโสสำนักในอย่างถันตงหลิงยังถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะออกความเห็น

เมื่อเห็นว่ามีคนจำนวนมากที่เห็นด้วยกับหลางเฉีย สีหน้าของยิงซิ่งยันและสามผู้อาวุโสสูงสุดยิ่งหนักอึ้ง พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากพิจารณาปัญหานี้อย่างจริงจัง

ฟั่นเอ้อร์เป็นตัวแทนของสำนักยุทธภัณฑ์ในการต่อสู้ครั้งนี้เพื่อทวงค่ายเสาวิญญาณมาจากฉินเลี่ย ถ้าฟั่นเอ้อร์ชนะ งั้นค่ายสิบสองเสาวิญญาณจะกลับคืนมา ถ้าเขาแพ้ ฉินเลี่ยจะรับค่ายเสาวิญญาณไว้กับตนแล้วจากไป

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร ฉินเลี่ยก็ไม่มีข้อผูกมัดกับสำนักยุทธภัณฑ์ ในอนาคต ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ห้ามต่อสู้กันจนถึงตายอีก

คำแนะนำของหลางเฉียได้รับความเห็นชอบจากคนจำนวนมาก ตอนนี้จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา

พวกเขาถกกันเงียบ ๆ ท่ามกลางสายตาของคนจำนวนมากก่อนจะมองฟั่นเอ้อร์ พวกเขาอยากทราบความเห็นของฟั่นเอ้อร์เกี่ยวกับปัญหานี้

ฟั่นเอ้อร์หัวเราะเสียงเบาพลางกล่าวว่า “ตราบใดที่ไม่เอาระเบิดสังหารลึกลับมายัดใส่หน้าข้า ข้าก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”

ยิงซิ่งหยันสั่นกลัวก่อนจะตระหนักเรื่องนี้ได้ จึงกล่าวในทันทีว่า “หลางเฉีย! ฉินเลี่ยต้องห้ามใช้ระเบิดสังหารลึกลับ!”

หลางเฉียมองฉินเลี่ยอีกครั้ง

“ก็ได้! ข้าจะไม่ใช้ระเบิดสังหารลึกลับ!” แสงสว่างบ้าคลั่งปรากฏอยู่ภายในดวงตาของฉินเลี่ยขณะยิ้มกว้างราวบ้าคลั่งพลางกล่าว “ความขัดแย้งระหว่างสำนักยุทธภัณฑ์และข้าจะแก้ไขด้วยการต่อสู้เพียงครั้งเดียว! ข้าจะตัดขาดสัมพันธ์กับสำนักยุทธภัณฑ์ทั้งหมดหลังจากนี้!”

“น่ายินดี!” ฟั่นเอ้อร์หัวเราะเสียงดัง

“ข้ายังมีคำแนะนำอีกข้อ!” ความบ้าคลั่งลุกโชนอยู่ภายในฉินเลี่ยอีกครั้ง ภายใต้สายตาของทุกคน เขาจ้องมองฟั่นเอ้อร์แล้วกล่าวอย่างดุดันว่า “นี่เป็นศึกถึงตาย!”

ทุกคนสั่นกลัวเป็นอย่างยิ่ง

ความตกตะลึงที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นปรากฎอยู่ภายในดวงตาของทุกคนขณะจ้องมองด้วยความไม่อยากเชื่อ

“เขาบ้าไปแล้วหรือไง?” ทุกคนครุ่นคิดเช่นนั้น

จะยิงซิ่งหยันหรือสามผู้อาวุโสสูงสุด พวกเขาล้วนไม่กล้าให้ฟั่นเอ้อร์ทำร้ายเขามากเกินไปเพราะความอ่อนไหวและแรงกดดัน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีหลางเฉียอยู่ใกล้ ๆ ฟั่นเอ้อร์ย่อมไม่กล้าลงมือโดยไม่ไตร่ตรองผลลัพธ์ก่อน

ต่อให้ฉินเลี่ยแพ้ศึกนี้ กรณีเลวร้ายที่สุดคือเขาทิ้งค่ายสิบสองเสาวิญญาณเอาไว้ เขายังสามารถจากไปอย่างปลอดภัยได้

ทำไมเขาถึงทำเรื่องบ้าบิ่นอย่างการเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อสู้กับฟั่นเอ้อร์จนถึงตายด้วย?

นี่มันไม่มีความหมายเอาเสียเลย!

ช่างโง่เง่าอย่างถึงที่สุด!

ไม่มีใครเข้าใจเขา แม้กระทั่งหลางเฉียและเฝิงหยงก็ยังเผยสายตาตกตะลึง พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเลือกที่จะทำเช่นนี้

ซ่งถิงอวี้เป็นคนเดียวในฝูงชนที่เผยรอยยิ้มแล้วมองร่างของฉินเลี่ยที่ยืนตระหง่านด้วยความภูมิใจ นางเดาได้ลาง ๆ ถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจอันบ้าบิ่นของเขา

“เขาทำหลายอย่างเพื่อสำนักยุทธภัณฑ์ ทำเหมือนกับว่าที่นี่เป็นบ้านหลังสุดท้ายของเขา เคารพหัวหน้าสำนักและสามผู้อาวุโสสูงสุดในฐานะผู้อาวุโสที่น่าเชื่อถือ… เขาอยู่นานจนคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของสำนักยุทธภัณฑ์ แม้แต่ตอนอยู่ในอาณาจักรใต้พิภพ เขายังคิดกังวลถึงสถานการณ์ของสำนักยุทธภัณฑ์ที่อยู่โลกภายนอก ตอนนี้เขากลับมายังที่ที่เรียกว่าบ้านในที่สุดเพื่อเติมเต็มความสุขสันต์หลังจากรอดจากอันตรายอันล้นพ้นมาได้ แต่จู่ ๆ เขาได้รับการต้อนรับด้วยการกระทำน่ารังเกียจที่สร้างโดยยิงซิ่งหยันและสามผู้อาวุโสสูงสุด…”

“เขาไม่อาจยอมรับความแตกต่างสุดขั้วนี้ได้ มันคือสิ่งที่แทบจะทำลายเขา มันทำให้เกิดความขุ่นเคืองอย่างมากมายมหาศาลภายในใจของเขา”

“เห็นได้ชัดว่าเพราะเขารักสำนักยุทธภัณฑ์มาก เขาถึงรู้สึกเจ็บปวดมากและโกรธที่ต้องถูกบังคับให้จากไป เขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับผลเช่นนี้ เขาต้องทุ่มเทกับการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยความขุ่นเคืองในใจของเขาออกมาให้หมดสิ้น!”

เมื่อเห็นฉินเลยร้องขอศึกถึงตายแม้จะดูไม่สมเหตุสมผลก็ตาม แต่เมื่อเห็นถึงความเศร้าโศกในดวงตาของเขาและความบ้าคลั่งที่ปรากฏบนใบหน้า ซ่งถิงอวี้รู้สึกราวกับว่าหัวใจของนางถูกทิ่มแทงด้วยแรงมหาศาล

“ศึกถึงตาย! ดี! ศึกถึงตายสินะ!” ฟั่นเอ้อร์หัวเราะเสียงดังก่อนจะเผยความยินดีออกมา “ข้าก็เพิ่งคิดได้เมื่อกี้เอง ต่อให้ข้าชนะเจ้าได้ ข้าก็ได้แค่ดูเจ้าจากไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้า เป็นเจ้าที่อยากฆ่าตัวตาย! ดี! ดีจริง ๆ !”

“เรื่องนี้…” ยิงซิ่งหยันและสามผู้อาวุโสสูงสุดสับสนและไม่มั่นใจว่าจะจัดการอย่างไร พวกเขามองหลางเฉีย

ไม่มีร่องรอยของความรู้สึกอยู่ในดวงตาของหลางเฉียขณะกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “การต่อสู้จะจัดขึ้นที่ด้านนอกบึงพิษ”

เขายอมรับการต่อสู้ครั้งนี้

ฉินเลี่ยหันหลังแล้วก้าวเดินออกไปด้านนอกด้วยก้าวยาว สำหรับผู้สังเกตการณ์ในสำนักยุทธภัณฑ์ ร่างของเขานั้นช่างโดดเดียวหาใดเปรียบ

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร