0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 270: สิ่งมีชีวิตดุร้ายทั้งสี่!

 

ภายในเทือกเขาเทพปีศาจ สายธารโลหิตกำลังไหลอยู่แทบเท้าของชาวปีศาจมีเขา

เสียงกรีดร้องเหล่านี้น่าสลดใจ เสียงคำรามและความพยายามของชาวปีศาจมีเขาที่ปรารถนาจะหยุดการไหลของโลหิตเหล่านั้น แม้กระนั้นโลหิตก็ยังคงหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

“ฮี่ฮี่ฮี่!” เสียงหัวเราะแปลกประหลาดของเสวี้ยลี่ดังก้องออกมาจากปากของฉินเลี่ย

การมองเห็นของฉินเลี่ยเด่นชัดขณะที่มองดูโลหิตกำลังหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของชาวปีศาจมีเขา พวกมันกำลังหลอมรวมเข้าเป็นหนึ่ง

เป็นเวลานานกว่าที่เงาปีศาจโลหิตจะบังเกิดขึ้นภายในสระโลหิตอย่างเชื่องช้า

ร่างกายของฉินเลี่ยแปรเปลี่ยนเป็นเกลียวแสงโลหิตและพุ่งออกไปไกลโดยมีผังแปลกประหลาดที่คล้ายกับเส้นโลหิตตามติดมาด้วย เขาได้หลอมรวมเข้าไปกับเงาปีศาจโลหิตนั้นในทันที

เพียงพริบตา ร่างกายของฉินเลี่ยบังเกิดความรู้สึกประหลาดคล้ายกับหลอดเลือด เส้นเลือด และโลหิตกำลังเชื่อมโยงเข้ากับเงาปีศาจโลหิตขนาดยักษ์อย่างใกล้ชิด

ในทันที เขาตระหนักได้ว่าร่างกาย วิญญาณ กระทั่งทะเลวิญญาณภายในจุดตันเถียนได้หลอมรวมเข้ากับเงาปีศาจโลหิตเพื่อสร้างตัวตนขึ้นมา คล้ายกับตัวเขาเป็นแกนกลางของเงาปีศาจโลหิต และวิญญาณนั้น… ตกอยู่ในความควบคุม

ท่ามกลางเสียงร้องน่าอนาถใจของชาวปีศาจมีเขา โลหิตทั้งหมดได้หลอมรวมเข้ากันและสร้างเป็นเงาปีศาจโลหิตขึ้นมา ร่างกายของมันก่อขึ้นจากโลหิตพร้อมกับพลังของโลหิตที่เอ่อล้นออกมา มันข้ามผ่านซากศพของเผ่าพันธุ์เดียวกันออกจากสระโลหิต

ออร่าหนาแน่นของปีศาจและโลหิตเริ่มแผ่ขยายออกจากร่างของเงาปีศาจโลหิต มันทำให้หมอกโลหิตแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณใกล้เคียง มันไปกระตุ้นให้โลหิตของชาวปีศาจมีเขาเริ่มเดือดพล่าน

“อู๋!”

ภายในเงาปีศาจโลหิต อย่างกะทันหัน ฉินเลี่ยได้ส่งเสียงร้องออกมา เงาปีศาจโลหิตยักษ์เริ่มมีสภาพคล้ายกับฉินเลี่ยเล็กน้อย ฉับพลันมันได้พุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้า

งูยักษ์ยาวหลายร้อยเมตรและเทพปีศาจสองตนยังต่อสู้กันอยู่กลางอากาศเหนือเทือกเขาเทพปีศาจ พวกมันเข้าปะทะกันท่ามกลางกลุ่มเมฆปีศาจ สายฟ้าสีดำ และเปลวเพลิงสีดำที่กำลังม้วนตัวไปมา

งูยักษ์เริ่มสูญเสียกำลัง เดิมทีแล้วมันไร้ซึ่งเลือดเนื้อ มันมีเพียงแค่วิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น หากเริ่มการต่อสู้ยืดถ่วงภายในอาณาจักรใต้พิภพโดยมีสภาพร่างกายอ่อนแอเช่นนี้แต่แรกหาใช่ทางเลือกที่ชาญฉลาดนัก

ท่ามกลางเปลวเพลิงสีดำและกลุ่มเมฆปีศาจที่ม้วนตัวไปมา ร่างกายของงูยักษ์คล้ายกับเกลียวสายฟ้าอันรุนแรงที่กำลังหดตัวลงและสูญเสียพลัง…

ซ่งถิงอวี้ยังคงถูกโอบล้อมอยู่ภายในปากงู นางสัมผัสได้ถึงพลังฟ้าผ่าและสายฟ้าบนร่างกายของงูยักษ์ได้อย่างชัดเจน งูยักษ์ได้กัดและพ่นสายฟ้าออกอย่างต่อเนื่อง มันทำให้ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยแสงสว่างเลือนรางก่อนที่จะเกิดเสียงฟ้าผ่าดังครืน คล้ายกับร่างกายของมันยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งหดเล็กลง

ขณะที่ซ่งถิงอวี้กำลังหัวหมุนอยู่นั้น นางเริ่มเป็นกังวลต่องูยักษ์ นางพบเห็นเงาโลหิตปรากฏตัวอยู่ภายในกลุ่มเมฆปีศาจที่ลอยล่องไปมา

มันคือปีศาจยักษ์โลหิตที่มีกรงเล็บโลหิตแหลมคม มันได้ฉีกกระชากกลุ่มเมฆปีศาจและพุ่งออกไปด้วยความบ้าคลั่ง มันได้เข้าร่วมศึกระหว่างงูยักษ์และสองเทพปีศาจ!

ระดับของการต่อสู้เช่นนี้ทำให้หัวใจของซ่งถิงอวี้สั่นสะท้าน นางรู้สึกได้ถึงความไร้ซึ่งพลังของตัวนาง

“วะฮ่าฮ่าฮ่า!”

เสียงหัวเราะดังก้องมาจากภายในปีศาจยักษ์โลหิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะแสบแก้วหู อย่างกะทันหัน ปีศาจยักษ์โลหิตได้พุ่งเข้าใส่เทพปีศาจที่มีปีกสีดำ มันคือเทพปีศาจที่เกาอวี้กำลังรับมรดกสืบทอดอยู่!

แม่น้ำโลหิตสายแล้วสายเล่าได้เคลื่อนลงมาคล้ายดาวตก พวกมันเหล่านั้นได้โอบรัดร่างกายของเทพปีศาจ คล้ายกับเส้นโลหิตที่เข้าพันธนาการร่างกายและปีกนั้นเอาไว้อย่างแน่นหนา มันกำลังฝืนดึงร่างกายนั้นให้ร่วงหล่นลงมา

ความตกตะลึงเผยให้เห็นในดวงตางดงามของซ่งถิงอวี้ขณะที่นางจับจ้องไปยังปีศาจยักษ์โลหิต

เสียงหัวเราะป่าเถื่อนที่ดังก้องออกมานั้น มันไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากฉินเลี่ย!

การค้นพบนี้ทำให้นางเกิดความหวาดกลัวยิ่งขึ้น นางรวบรวมวิญญาณให้เกิดขึ้นเป็นเกลียวบางก่อนจะทำการสำรวจระยะไกล นางพบเห็นจุดร่วมที่มีความคล้ายคลึงกับฉินเลี่ยอย่างบางเบาจากร่างของปีศาจยักษ์โลหิต มันคล้ายกับร่างกายฉินเลี่ยเกิดการระเบิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งจนถูกปกคลุมไปด้วยชั้นโลหิต…

ดวงตาของซ่งถิงอวี้ปรากฏความเจิดจ้าขึ้นขณะที่จิตของนางสับสนเป็นอย่างยิ่ง นางครุ่นคิดกับตัวเองอย่างต่อเนื่อง “หรือว่าจะเป็นฉินเลี่ยจริง?” แต่ทว่า นางไม่อาจหาคำตอบที่แน่ชัดได้

“อู๋!”

หลังถูกกระชากลงมา เทพปีศาจปีกดำได้คำรามเข้าใส่ท้องฟ้า มันได้ผละออกจากงูยักษ์สายฟ้าและหันมาสนใจปีศาจยักษ์โลหิตแทน

ในตอนนี้เงาโลหิตได้เคลื่อนผ่าน เกลี่ยวโลหิตได้พุ่งออกมา มันได้เข้าปะทะกับพลังปีศาจสีดำจนทำให้เกิดแรงระเบิดอย่างยิ่งยวด

ยักษ์ทั้งสี่ตนกำลังเข้าต่อสู้กันภายในเทือกเขาเทพปีศาจ พวกมันปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมิด ความผันแปรมากมายกำลังบ้าคลั่งและกระสับกระส่ายไปมา ความหวาดกลัวได้ถาโถมเข้าใส่หัวใจของชาวปีศาจมีเขา ดวงตาของพวกมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเกรงกลัว

การปรากฏขึ้นของงูยักษ์สายฟ้าและปีศาจยักษ์โลหิต มันทำให้ภายในของพวกมันบังเกิดความกลัวขึ้น พวกมันไม่อาจรู้ได้ว่าตัวตนอันน่าหวาดหวั่นทั้งสองที่กำลังเผชิญหน้ากับเทพปีศาจนั้นมาจากที่ใด

แม้แต่นักบุญปีศาจมีเขาชราภาพยังคงเงียบงัน พวกมันสับสนอย่างถึงที่สุดเพราะการต่อสู้ที่น่าตกตะลึงในครั้งนี้

ภายในปีศาจยักษ์โลหิต ฉินเลี่ยไม่อาจควบคุมร่างกายและโคจรพลังเพื่อใช้วิชาใดได้เลย เขาไม่อาจกระทั่งขยับนิ้ว

เขาทำได้เพียงแค่มองดูและครุ่นคิด เขาสามารถรับรู้ได้ถึงการต่อสู้ที่น่าตกใจเหล่านี้ผ่านทางทะเลสาบวิญญาณ

ฉากแล้วฉากเล่าได้ปรากฏขึ้นภายในทะเลสาบวิญญาณที่มีพื้นผิวใสราวกระจก งูยักษ์สายฟ้าได้เข้าต่อสู้กับเทพปีศาจเศียรงู ปีศาจยักษ์โลหิตได้เข้าต่อสู้กับเทพปีศาจปีกดำเขาโค้ง

ตัวตนทั้งสี่ต่างเข้าต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกมันใช้สารพัดพลัง ปลดปล่อยวิชาอันหลากหลาย รวมทั้งวิชาลับและวิชาต้องห้ามแทบทั้งหมดออกมาจนสิ้น แม้มันอาจจะมีบางสิ่งแปรเปลี่ยนไปบ้างน้อยนิด แต่ทั้งหมดนี้ล้วนปรากฏขึ้นภายในทะเลสาบวิญญาณ

คล้ายกับว่า เสวี้ยลี่กำลังระมัดระวังเขาด้วยความรอบคอบ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเปลี่ยนองศาการมองเพื่อให้ฉินเลี่ยสามารถเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้อย่างชัดเจน

ฉินเลี่ยตอนนี้คล้ายกับผู้สังเกตการณ์ในพื้นที่อันตรายเหนือล้ำที่บังเกิดการศึกอันยิ่งใหญ่ระหว่างตัวตนทรงอำนาจทั้งสี่

“ด้วยพลังระดับปรากฏ คนผู้หนึ่งจะต้องสังเกตการณ์ปรากฏการของชีวิต คนผู้นั้นจะต้องเหลือบมองสิ่งพิศวงและความลึกลับหาใดเปรียบ จากนั้นจึงค่อยใช้จิตวิญญาณและใจสัมผัสรับรู้ คนผู้นั้นต้องใช้ทะเลสาบวิญญาณเพื่อสะท้อนภาพและทำการวิเคราะห์ซ้ำไปมาอย่างต่อเนื่อง…” ฉินเลี่ยครุ่นคิดพลางรับชมอย่างเงียบงัน เขาคิดถึงเรื่องราวการวิธีการฝึกฝนอันลึกลับของพลังระดับปรากฏ เขาสังเกตเรื่องราวเหล่านี้ด้วยดวงตาและวิญญาณของตน จากนั้นจึงจดจำและบันทึกความเข้าใจเหล่านี้ลงในทะเลสาบวิญญาณ

ต่อมา ตัวเขาได้เข้าสู่สภาวะความสงบอันเลินเล่อ วิญญาณตระหนักรู้ ทะเลสาบวิญญาณ จิต และร่างกายของเขาล้วนจดจ่อกับการสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงอันน่าพิศวงเหล่านี้ที่เกิดขึ้นอยู่รอบตัว ราวกับจิตและร่างกายของเขาได้รวมเข้าเป็นหนึ่ง

ขณะที่เคลื่อนผ่าน ภาพมายาได้ปรากฏขึ้นบนทะเลสาบวิญญาณอย่างต่อเนื่อง เขากำลังใจจดจ่ออยู่กับการมองดูงูยักษ์สายฟ้ามาพักหนึ่งแล้ว หลังจากนั้นเขาได้จดจ้องไปยังปีศาจยักษ์โลหิต และตามมาด้วยเทพปีศาจอีกสองตน…

พวกมันเผยประสบการณ์ที่แตกต่างกันให้เขาได้เห็น ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตนเองปรากฏเป็นรูปลักษณ์เหล่านั้น ความรู้สึกเหล่านี้น่าพิศวง แต่ก็ยากที่จะอธิบายออกมา เขาสนุกกับวิธีการต่อสู้อันแสนลึกลับซ้ำไปมา

ฉินเลี่ยกำลังจมลงสู่สัมผัสการรับรู้ของตัวเอง…

ระหว่างเทือกเขาเทพปีศาจ ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสี่ได้เข้าต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางกลุ่มเมฆปีศาจ การระเบิดของฟ้าผ่าและสายฟ้า รวมทั้งความบ้าคลั่งของเปลวเพลิงสีดำที่ลุกไหม้ไปมา กระแสพลังอันน่าหวาดหวั่นที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ราวกับพวกมันเหล่านี้กำลังจะทำให้อาณาจักรใต้พิภพกำลังพบเจอกับความหวาดกลัว

เมืองหลวงของเผ่าพันธุ์ปีศาจ เมืองเขาดำ นักรบปีศาจหกเขาทรงอำนาจกำลังยืนอยู่ในลานกว้างไร้ที่สิ้นสุด มันตะโกนออกด้วยท่าทีกระตือรือร้นพลางกล่าวถ้อยคำปลุกใจด้วยภาษาอาณาจักรใต้พิภพ

ภายในลาน ผู้ฝึกยุทธปีศาจมีเขาส่วนใหญ่กำลังขี่สัตว์ใต้พิภพขณะรับฟังอย่างตั้งใจ

พวกมันกำลังเตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนจะบุกเข้าสู่เส้นทางปีศาจใต้พิภพ เพื่อเข้าโจมตีทวีปสายน้ำสีชาด

ในตอนนี้ แสงเลือนรางแปลกประหลาดได้ปรากฏขึ้นในดวงตาของนักรบปีศาจหกเขา อย่างกะทันหัน มันได้หันศีรษะไปมองเทือกเขาเทพปีศาจในทันที

มันเลิกกล่าวคำปลุกใจเหล่าทหารพลางปลดปล่อยเสียงโหยหวนออกมา ร่างกายของมันห่อหุ้มเอาไว้ด้วยชุดสีดำไร้ขอบที่ดูบริสุทธิ์ มันได้พุ่งตรงออกไปยังเทือกเขาเทพปีศาจราวกับเป็นเกลียวสายฟ้าสีดำมืด

อีกด้านหนึ่ง ปีศาจมีเขาอาวุโสตนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในสุสานของชาวปีศาจมีเขา ตอนนี้มันกำลังกล่าวคำปลอบโยนวิญญาณศพที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสหายของมัน

มันก็มีหกเขาเช่นกัน!

ขณะที่มันกำลังพูด มันสัมผัสได้ถึงความผันแปรมหาศาลของพลังภายในเทือกเขาเทพปีศาจ มันได้เลิกปลอบโยนวิญญาณในทันที มันลืมตาขึ้นจนเผยให้เห็นลูกตาสีดำสนิทคู่หนึ่ง มันได้พุ่งกายออกไปจากสุสานเพื่อตรงไปยังเทือกเขาเทพปีศาจ

“โอ! โอ! โอ!”

นักบุญปีศาจมีเขาชราภาพกำลังกวัดแกว่งคทากระดูกสีขาวและเริ่มปลดปล่อยคลื่นความผันแปรทางวิญญาณออกมาเพื่อใช้อัญเชิญบางสิ่งบางอย่าง

ในขณะที่มันกระทำ ภูตผีวิญญาณเริ่มถูกปลดปล่อยออกมาจากเนินและยอดเขาขนาดเล็กนอกพรมแดนของเทือกเขาเทพปีศาจ พวกมันเหล่านั้นได้พุ่งเข้าใส่เทพปีศาจทั้งสองตน ภูตผีวิญญาณเหล่านั้นได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเทพปีศาจทั้งสองคล้ายกับหยดน้ำที่ร่วงหล่นเข้าสู่มหาสมุทร

กำลังและวิญญาณอันเหนื่อยล้าของเทพปีศาจได้ถูกเติมเต็มขึ้นในทันที

เทพปีศาจทั้งสองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง ออร่าของพวกมันกว้างใหญ่ดุจมหาสมุทร พละกำลังของพวกมันแปรเปลี่ยนเป็นคล้ายจะไม่มีวันหมดสิ้น

“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”

ในตอนนี้ งูยักษ์สายฟ้ายาวหลายร้อยเมตรเริ่มหดตัวเหลือขนาดเพียงแค่หนึ่งในสาม ความยาวของมันลดเหลือเพียงแค่สามสิบเมตร

ขนาดของปีศาจยักษ์โลหิตเองก็ลดลง มันเหลือเพียงครึ่งหลังจากผ่านการต่อสู้มา

สำหรับเทพปีศาจทั้งสองตนนั้น หลังได้รับการเติมเต็มพลังจากภูตผีและวิญญาณ ร่างกายของพวกมันที่ก่อนหน้านี้หดเล็กลงได้เติบโตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

“ที่นี่คืออาณาจักรใต้พิภพ อีกทั้งยังต่อสู้กับพวกมันในเทือกเขาเทพปีศาจ โอกาสที่จะชนะนั้นหาได้มีไม่” เสียงของเสวี้ยลี่ดังขึ้นภายในจิตของฉันเลี่ย “ปีศาจหกเขาระดับสูงกำลังใกล้เข้ามา! ก่อนที่มันจะมาถึงพวกเราต้องหนีไปจากเทือกเขาเทพปีศาจ สหายหกเขาพวกนี้หาได้อ่อนแอไปกว่าร่างจำแลงของเทพปีศาจเหล่านี้เลย ไปได้แล้ว!”

“ไป!” ความผันแปรวิญญาณที่หลอมรวมขึ้นโดยสายฟ้าและฟ้าผ่าได้ออกมาจากร่างของงูยักษ์สายฟ้า

งูยักษ์สายฟ้าและปีศาจยักษ์โลหิตต่างเข้าใจถึงเรื่องราวเหล่านี้ ทั้งสองเร่งหนีออกจากการต่อสู้และมุ่งไปยังทิศทางของสมรภูมิใต้พิภพ

“อู๋!”

เทพปีศาจทั้งสองได้ปลดปล่อยเสียงคำรามลั่นออกมาขณะที่ไล่ตามล่า

ร่างกายของฉินเลี่ยกำลังแยกออกจากร่างของปีศาจยักษ์โลหิต บริเวณระหว่างคิ้วของมันกำลังเผยร่างของฉินเลี่ยออกมา

ปีศาจยักษ์โลหิตมองด้านหลังหลายต่อหลายครั้ง ฉินเลี่ยมองไปก็พบเห็นเทพปีศาจทั้งสองที่ไล่ล่าพวกตนมาอย่างบ้าคลั่ง ตนหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงยิ่ง อีกตนหนึ่งช้าลงมา

ความเร็วของเทพปีศาจปีกดำเขาโค้งเร็วเป็นอย่างยิ่ง เป็นเพราะมันบินได้ มันคล้ายกับกลุ่มเมฆปีศาจหนาแน่นที่ไม่อาจทำลายได้ มันกำลังเข้าใกล้พวกเขาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ

“หลังการเติมเต็มพลังโดยภูตผีวิญญาณ พละกำลังของเทพปีศาจเหล่านี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น… หือ?” เสวี้ยลี่กล่าวขึ้นคล้ายกับสัมผัสบางสิ่งได้ อย่างกะทันหัน เขาตะโกนขึ้น “ไม่! นี่มันผิดปกติ! เทพปีศาจตนนี้ เศษเสี้ยววิญญาณของมันได้หลอมรวมเข้ากับผู้สืบทอดไปแล้ว! ภายในร่างจำแลงเทพปีศาจตนนี้คือผู้สืบทอดที่หลอมรวมเข้ากับเศษเสี้ยววิญญาณและรับพลังเข้าไป! แย่แล้ว!”

เมื่อคำพูดเหล่านี้ของเสวี้ยลี่พูดออกมา ฉินเลี่ยสัมผัสได้ว่าเทพปีศาจด้านหลังนี้ มันกำลังปลดปล่อยความผันแปรชั่วร้ายไร้ที่สิ้นสุดออกมาจากภายในร่างของมัน

ขณะที่ปีศาจยักษ์โลหิตกำลังมองหลังอยู่นั้น ฉินเลี่ยได้พบเห็นร่างเลือนรางมนุษย์ภายในส่วนลึกของดวงตาเทพปีศาจ

ภายในนั้นคือเกาอวี้ เขาอยู่ภายในใจกลางของเทพปีศาจ ใจกลางที่ดำมืดดุจน้ำหมึก!

ร่างเปลือยเปล่าที่กำลังกางแขนขานั้นคือเกาอวี้ที่อยู่ภายในใจกลางดำมืด!

กลุ่มก้อนพลังปีศาจสีดำมืดกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าได้ไหลผ่านใจกลางดำมืดและร่างกายของเกาอวี้ ตัวตนของเกาอวี้ในตอนนี้ได้หลอมรวมเข้ากับเทพปีศาจ!

วิญญาณของเกาอวี้ได้เข้าสู่ภวังค์และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเศษเสี้ยววิญญาณของเทพปีศาจอย่างต่อเนื่อง มันทำให้เขาได้เข้าใจทักษะและวิชาอันมากมายของเทพปีศาจได้

ดวงตาของเทพปีศาจก็เปรียบได้กับดวงตาของเขา ด้วยดวงตาคู่นี้เขากำลังจ้องมองปีศาจยักษ์โลหิตเบื้องหน้า

ปีศาจยักษ์โลหิตกำลังหันกลับมามอง ครานี้ เกาอวี้ได้เห็นร่างอันคุ้นเคยอยู่บริเวณระหว่างคิ้วของปีศาจยักษ์โลหิต ร่างนั้นคือฉินเลี่ย!

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร