0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 269: เจ้าหนู ให้ข้ายืมร่างของเจ้า!

“ตู้ม!”

งูยักษ์ที่มีประกายสายฟ้าตัวยาวกว่าร้อยเมตรบิดตัวอย่างเจ็บปวดอยู่แทบเท้าของเทพปีศาจเศียรงู

หินขนาดมหึมาทับถมเพราะแรงระเบิดจากยอดเขาที่แตกออกเป็นเสี่ยง ชิ้นส่วนปลิวว่อนไปทั่วพร้อมกับแรงระเบิดสะเทือนปฐพี

ฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้อยู่ภายในปากของงูยักษ์ ยามถูกโยนเช่นนี้พวกเขาถึงกับมึนงงจนไม่อาจรับรู้ทิศทางได้ ว่าด้านไหนบนหรือล่าง

งูยักษ์ที่ก่อตัวขึ้นจากสายฟ้า ฟ้าผ่า และพลังวิญญาณบริสุทธิ์ มันสามารถจับต้องได้ มันม้วนตัวรอบหินเพื่อทำการบดขยี้

งูยักษ์ปลดปล่อยเสียงร้องที่เต็มไปด้วยโทสะออกมาดังก้องจากส่วนลึกของวิญญาณ มันบิดตัวไปมาก่อนจะพุ่งกลับขึ้นไปบนท้องฟ้า

และเป็นอีกครั้งที่มันบินอยู่เหนืออีกเขาเทพปีศาจ!

ยามเมื่อมันปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า นักรบปีศาจมีเขาและนักบวชปีศาจต่างส่งเสียงกรีดร้องออกด้วยความเดือดดาลและเริ่มโคจรพลังของพวกมัน

ตอนนี้ มีทั้งหินแปลกประหลาด ไม้ตะบองหนาม ค้อนเหล็ก กะโหลก มีดกระดูก ลูกธนูกระดูกขาว ราวกับพวกมันเป็นพายุห่าใหญ่ที่ซัดเข้าใส่งูยักษ์

ภายในปากของงูยักษ์ สีหน้าของฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้ได้แปรเปลี่ยนไปมาอย่างซับซ้อน พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังปีศาจใต้พิภพแก่กล้าและน่าหวาดหวั่นที่มาพร้อมกับอาวุธที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า

ทั้งสองคนสังเกตเห็นปีศาจห้าเขาระดับสูงสองตนที่อยู่ท่ามกลางปีศาจมีเขาเบื้องล่าง พวกมันแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ปีศาจ เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธระดับสำนึกเลยทีเดียว!

มันสองตนกำลังขว้างกะโหลกและมีดกระดูกเข้ามา

กะโหลกและมีดกระดูกว่องไวยิ่ง พวกมันมาพร้อมกับความผันแปรด้านลบอันหนักหน่วงที่ไม่อาจลดทอนพลังลงได้ ออร่าความอาฆาต ความวิกลจริต ความกระหายโลหิต ความป่าเถื่อน และความพินาศได้โถมเข้ามาราวมหาสมุทรที่สามารถกลบฝังสรรพสิ่งได้

แม้แต่งูยักษ์ก็คล้ายกับต้องระมัดระวังต่อกะโหลกและมีดกระดูกเช่นกัน ยามเห็นสองสิ่งนี้มันได้ขยับตัวหลบเลี่ยง

เห็นได้ชัดว่ากะโหลกและมีดกระดูกเหล่านี้ไม่เหมือนกับอาวุธชิ้นอื่น หลังการโจมตีครั้งแรกพลาดไป คลื่นวิญญาณได้ปลดปล่อยออกมาจากตัวพวกมัน วิญญาณเริ่มสั่นไหวและมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการทำลายล้าง วิญญาณพุ่งเข้าใส่มีดและกะโหลกจนพวกมันสั่นสะท้านกลางอากาศ จากนั้นจึงแปรเปลี่ยนทิศทางเพื่อเข้าโจมตีงูยักษ์อีกครั้งหนึ่ง

อาวุธชิ้นอื่นล้วนตกลงมาจากท้องฟ้ายามงูยักษ์แปรเปลี่ยนเป็นภาพมายา

ในบรรดาอาวุธเหล่านั้น มีเพียงกะโหลกและมีดกระดูกเท่านั้นที่ยังไม่ตกลงมา พวกมันยังสามารถโจมตีต่อได้

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!” น้ำเสียงตกตะลึงของเสวี้ยลี่ดังก้องอยู่ภายในจิตของฉินเลี่ย “เจ้าหนู นี่เจ้าอยู่ที่ใด? กำลังทำอะไร? ทำไมข้าสัมผัสได้ถึงออร่าของเทพปีศาจ?!”

“ตอนนี้อยู่อาณาจักรใต้พิภพบริเวณเทือกเขาเทพปีศาจที่พวกเผ่าพันธุ์ปีศาจมาทำพิธีสังเวย มีเทพปีศาจที่คล้ายกับเพิ่งตื่นขึ้นมาอยู่ด้วย…” ฉินเลี่ยส่งจิตเข้าไปในส่วนหนึ่งของก้อนผนึกวิญญาณเพื่อตอบกลับเสวี้ยลี่ แต่ความสนใจของเขานั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่กะโหลกและมีดกระดูก

เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นรังสีความชั่วร้ายจากกะโหลกและมีดกระดูก คล้ายกับอาวุธสองชิ้นนี้มีวิญญาณในตัว มันทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง

กะโหลกและมีดกระดูกได้ชักนำเอาพลังปีศาจใต้พิภพในเทือกเขาเทพปีศาจเข้าหาพวกมัน คล้ายกับพลังดังกล่าวจะเข้าไปเพิ่มพลังให้กับอาวุธสองชิ้นนี้ อีกทั้งยังช่วยให้พวกมันได้สำเร็จหน้าที่อย่างการสังหารงูยักษ์อีกด้วย

“เทือกเขาเทพปีศาจ นี่เจ้าปลุกเทพปีศาจตื่นขึ้น!” วิญญาณอีกครึ่งหนึ่งของเสวี้ยลี่ตะโกนดังก้องด้วยความตกตะลึงอยู่ภายในก้อนผนึกวิญญาณ “เจ้านี่มัน ให้ตายเถอะ บ้าชัด ๆ เจ้าเพิ่งมีพลังเพียงแค่ระดับปรากฏขั้นต้นเท่านั้น แต่นี่เจ้ากลับกล้าเข้าเทือกเขาเทพปีศาจ แถมยังกล้าเข้ารบกวนเทพปีศาจอีกด้วย! เจ้ามันบ้าไปแล้ว ไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้วหรือไงกัน!”

ฉินเลี่ยไม่อาจโต้แย้ง ครั้งนี้ความสนใจของเขากำลังจดจ่ออยู่กับความเปลี่ยนแปลงของเทือกเขาเบื้องล่าง เขากำลังรอคอยการตัดสินใจจากงูยักษ์อยู่

งูยักษ์เคลื่อนตัวอยู่เหนือเทือกเขาเทพปีศาจ คล้ายกับมันไม่เร่งรีบที่จะจากไป ที่ก่อนหน้านี้มันตกลงมาจากท้องฟ้าเพราะมีบางสิ่งคว้าจับหางของมันเอาไว้ มันกำลังเดือดดาล ขณะที่หลบหลีกกะโหลกและมีดกระดูกเหล่านั้นอยู่ มันกำลังเพ่งเล็งถึงบางสิ่ง…

“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”

ฉับพลันประกายสายฟ้าในดวงตาของเทพปีศาจเศียรงูได้แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกและหมองหม่น

ตอนนี้เอง คล้ายกับงูยักษ์ที่กำลังวนเวียนอยู่กลางอากาศได้เห็นโอกาสและพุ่งเข้าใส่เทพปีศาจจากเบื้องบน

คล้ายกับมันต้องการบางสิ่งจากเทพปีศาจในจังหวะที่มันตื่นขึ้น… ราวกับมันต้องการบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าจากเทพปีศาจ

“อู๋!”

เสียงร้องชั่วร้ายที่ราวกับว่ามันสามารถทำลายท้องฟ้าได้ดังขึ้นจากยอดเขาที่เกาอวี้อยู่ เทพปีศาจที่อยู่ใจกลางหินเริ่มก้าวเดินออก

ก่อนหน้านี้ เทพปีศาจตนนี้ถูกปกคลุมเอาไว้ภายในหิน ยามเมื่อดึงงูยักษ์จนตกลงมา มันได้หายวับไปและไม่เข้าโจมตีอีก

คล้ายกับมันกำลังรอให้เกาอวี้รับการสืบทอดเสร็จสิ้น และเพื่อให้เกาอวี้หลอมรวมเข้ากับความตระหนักรู้ของเทพปีศาจให้หมดสิ้นเสียก่อน

ยามเห็นว่างูยักษ์เข้าโจมตีใส่พรรคพวกของมัน เทพปีศาจที่ยังไม่ฟื้นตัวสมบูรณ์เริ่มโทสะพลุ่งพล่านจนพุ่งกายออกมาจากหิน

ฉับพลันปีกขนาดใหญ่คู่หนึ่งที่ราวกับว่าจะสามารถเข้าปกคลุมโลกเอาไว้ได้ทั้งใบ มันได้กางออก เทพปีศาจมหึมาตนนี้กำลังเดินออกมา อย่างกะทันหัน มันได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพลังปีศาจที่กลอกกลิ้งไปมาจนคล้ายกับว่ามันมีอำนาจที่จะทำลายสรรพสิ่งได้ มันกำลังพุ่งเข้าหางูยักษ์ด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน

คลื่นวิญญาณตระหนักรู้มากมายได้กระจายออกมาจากเทพปีศาจตนนี้ มันคล้ายกับหุบเหวสีดำที่เข้าคุกคามร่างวิญญาณของงูยักษ์

คล้ายกับเทพปีศาจเศียรงูตนนี้จะตระหนักได้ถึงบางสิ่ง อย่างกะทันหัน มันได้ส่งเสียงร้องออกมา เกลียวสายฟ้าพุ่งออกจากปากงูของมัน มันเป็นสายฟ้าสีดำทมิฬ!

สายฟ้าสีดำนี้ผสมผสานไปด้วยความดุร้ายจากฟ้าผ่าแห่งสวรรค์ แต่มันก็มีความมืดมิดและความชั่วร้ายของปีศาจใต้พิภพอยู่เช่นกัน มันกำลังเผาไหม้ด้วยเพลิงสีดำและเข้ากลืนกินงูยักษ์สายฟ้าในทันที

สายฟ้าสีดำฟาดเข้าใส่งูยักษ์ แสงเจิดจ้าบังเกิดขึ้นราวกับว่าร่างวิญญาณกำลังถูกเผาไหม้โดยเพลิงสีดำทมิฬนี้

เทพปีศาจอีกตนได้พุ่งเข้ามาพร้อมกับคลื่นพลังปีศาจสีดำมืด ราวกับมันปรารถนาที่จะฉีกกระชากงูยักษ์

ด้วยตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ภายในปากของงูยักษ์ ฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้ไม่อาจมองเห็นภายนอกได้ สิ่งที่ล้อมรอบพวกเขาเอาไว้มีเพียงสายฟ้าและเปลวเพลิงสีดำมืดที่วิ่งไปมา พวกเขาถูกปกคลุมเอาไว้ซึ่งพลังปีศาจจนไม่อาจมองเห็นแสงสว่างได้

พวกเขาสัมผัสได้เพียงแค่การสั่นไหวอย่างรุนแรงจนทำให้งูยักษ์เผยโทสะจนต้องบิดตัวไปมาเพราะความเจ็บปวด มันส่งเสียงร้องออกมาอย่างโกรธแค้นจากก้นบึ้งของวิญญาณ มันพยายามเข้าต่อกรกับเทพปีศาจโบราณเหล่านี้

“เจ้าหนู! ปล่อยข้าเร็วเข้า! ปล่อยข้าออกไปจากที่นี่!” เสียงร้องของเสวี้ยลี่ดังก้องภายในก้อนผนึกวิญญาณ คล้ายกับเขาตื่นเต้นจนเกิดบ้าขึ้นมา “ให้วิญญาณอีกครึ่งหนึ่งของข้าออกมา! เร็วเข้า! ข้าช่วยเจ้าได้!”

ฉินเลี่ยมึนงงเพราะถูกโยนไปมาอยู่ภายในปากของงูยักษ์ เขาไม่อาจคาดเดาทิศทางได้ว่าทางไหนมันบน ทางไหนมันล่าง แสงสว่างก็ไม่ได้เห็นแม้แต่น้อย

ราวกับเขาเป็นคนโง่งม

ยามเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของเสวี้ยลี่ คล้ายกับความเฉลียวฉลาดที่เคยมีได้ผุดขึ้นกลับมา

ด้วยความมึนงง จิตตระหนักรู้ส่วนหนึ่งของเขาได้เปิดผนึกสายฟ้าภายในก้อนผนึกวิญญาณ เพื่อปลดปล่อยวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งของเสวี้ยลี่

“ฮ่าฮ่าฮ่า! วะ ฮ่าฮ่าฮ่า!” วิญญาณของเสวี้ยลี่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างคึกคะนอง เขาคำรามขึ้นภายในจิตของฉินเลี่ย “เจ้าหนู ให้ข้ายืมร่างเจ้า!”

วินาทีถัดมา ฉินเลี่ยเห็นเงาโลหิตปรากฏขึ้นภายในทะเลสาบวิญญาณ มันคล้ายกับเงาโลหิตนี้ได้กระจายไปทั่วทั้งผืนน้ำ

มันแผ่กระจายออกไปในทะเลสาบวิญญาณอย่างรวดเร็ว

อย่างกะทันหัน ความคิด ความตระหนักรู้ ความปรารถนา และวิญญาณของเขาคล้ายกับสูญเสียการควบคุมไปพร้อมกัน!

เสวี้ยลี่เข้าต่อต้านเขาแล้ว!”

“ไม่ต้องกังวลไปเจ้าหนู ข้าไม่ได้สนใจร่างกายเจ้าหรอก แต่ฟ้าผ่าแห่งสวรรค์กำลังคำราม อีกทั้งสายฟ้ายังอยู่ด้านนอก ต่อให้เป็นข้าก็ไม่อาจหาญกล้าออกมาทั้งร่างวิญญาณหรอก นั่นทำให้ข้าทำได้เพียงแค่ยืมร่างกายของเจ้าเป็นการชั่วคราว ร่างกายของเจ้านั้นไม่หวาดเกรงต่อการสังหารโดยฟ้าผ่าและสายฟ้าเลยแม้แต่น้อย!” เสียงของเสวี้ยลี่ดังก้องอยู่ภายในจิต ฉินเลี่ยสังเกตเห็นว่าตัวเองกำลังเดินออกไปจากปากของงูยักษ์ “เจ้าหนู! การต่อสู้ระดับนี้หาได้ยากยิ่งนักบนพื้นโลก! เจ้าจะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยความช่วยเหลือจากข้า! จงตั้งใจดูให้ดี!”

ฉับพลันร่างกายของฉินเลี่ยพุ่งออกจากปากของงูยักษ์ ท่ามกลางฟ้าผ่าดังครืนอันน่าหวาดหวั่นนี้ เขาได้ร่วงหล่นไปยังเทือกเขาเทพปีศาจ

“เพื่อให้เจ้าได้เห็นอย่างชัดเจน ข้าต้องเปิดวิญญาณให้เจ้าด้วย!” เสวี้ยลี่ส่งเสียงดังขึ้น

ฉับพลันจิตของฉินเลี่ยสั่นไหว เขาพบตัวตนนั้นกลับคืนสู่ร่างและสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในร่างกาย เขาสามารถสัมผัสถึงโลหิตภายในร่างที่กำลังเอ่อล้นออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับมันเป็นน้ำหลาก

เขาสามารถมองเห็นกล้ามเนื้อและเส้นโลหิตที่ขยายออกอย่างต่อเนื่องโดยมีโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ เขาสามารถเห็นหยดโลหิตที่ปรากฏบนปลายนิ้วได้

เขาสามารถสัมผัสได้ถึงทุกความเปลี่ยนแปลงอันน้อยนิดภายในร่างกาย เขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งอย่างรายรอบได้ เขาสามารถมองเห็นกลุ่มเมฆปีศาจที่กำลังเคลื่อนตัวในอากาศและเกลียวสายฟ้าอันเจิดจ้าได้ เขาสามารถมองเห็นร่างมหึมาที่ลุกวาบอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆปีศาจที่กำลังชักนำพลังปีศาจได้

แต่กระนั้นเขาไม่อาจควบคุมร่างกายตัวเองได้

ยามฉินเลี่ยส่งความคิดออกไป ร่างกายไร้ซึ่งการตอบสนอง เขาสามารถมองเห็น สามารถคิดอ่าน แต่ไม่อาจควบคุมร่างกายของตัวเองได้

ตอนนี้ผู้ที่ควบคุมร่างกายเขาอยู่คือเสวี้ยลี่

เสวี้ยลี่กำลังใช้ร่างกายของเขา กำลังใช้โลหิตเพื่อสร้างบางอย่าง…

เขาสามารถมองเห็นโลหิตที่กำลังไหลจากปลายนิ้วทั้งสิบ โลหิตออกมาหลอมรวมกันและไม่ร่วงหล่นขณะอยู่กลางอากาศ โลหิตเหล่านั้นที่ออกมาจากร่างกายของเขาเป็นรูปหยดน้ำบิดเบี้ยวอยู่กลางอากาศ คล้ายกับมันกำลังสร้างบางสิ่งขึ้นมา

มันคือผัง ผังแปลกประหลาดที่ซับซ้อนราวกับระบบโลหิตภายในร่างกายของมนุษย์

เส้นใยโลหิตนี้คล้ายกับเส้นโลหิตภายในร่างกายมนาย์ มันวาดขึ้นด้วยการไหลเวียนของโลหิต เส้นใยเหล่านี้ก่อตัวขึ้นเป็นภาพแปลกประหลาดอยู่กลางอากาศ

นี่คือวิชาต้องห้ามของสำนักอสูรโลหิต!

อย่างกะทันหัน ฉินเลี่ยเกิดความสงสัยใคร่รู้ว่าผังระบบหมุนเวียนโลหิตมนุษย์นี้สามารถทำอะไรได้?

“เดี๋ยวก็รู้! ฮ่าฮ่า!” เสวี้ยลี่รู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ เขาจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงของฉินเลี่ย

ราวกับฉินเลี่ยกำลังตอบคำถามกับตัวเอง

“ตึก ตึก! ตึก ตึก! ตึก ตึก!”

อย่างกะทันหัน ฉินเลี่ยได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างรุนแรง เขาพบว่านักรบปีศาจมีเขาล้วนกำลังมองขึ้นมาในท้องฟ้า

เสียงหัวใจเต้นรุนแรงดังขึ้นจากนักรบปีศาจมีเขาเหล่านั้น ดูคล้ายกับพวกมันถูกดึงดูดโดยวิชาต้องห้าม โลหิตภายในร่างของพวกมันกำลังเผาไหม้!

แต่ถึงอย่างนั้น พวกมันคล้ายไม่รู้สึกตัว

แต่ฉินเลี่ยรู้

เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่าหัวใจของชาวปีศาจมีเขาเหล่านั้นกำลังเต้นถี่รัวและเร็วยิ่ง โลหิตของพวกมันสูบฉีดเพราะระบบหมุนเวียนโลหิตอันแปลกประหลาด มันเกิดจากภาพที่วาดขึ้นจากโลหิตของเขา

ฉินเลี่ยพบเห็นโลหิตกำลังไหลซึมออกมาจากทวารทั้งเจ็ดของปีศาจมีเขาตนหนึ่ง มันไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจนก่อเกิดขึ้นเป็นสายโลหิต

หลังจากนั้น โลหิตของปีศาจตนที่สองก็เป็นเช่นเดียวกัน มันเริ่มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตนที่สาม ตนที่สี่ ตนที่ห้า…

เขาสังเกตเห็นว่านอกจากนักรบปีศาจห้าเขาแล้ว พวกที่มีสี่เขา สามเขา และสองเขาล้วนมีโลหิตหลั่งไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด

ตอนแรกนั้นพวกมันหาได้ตระหนักถึงโลหิตที่ไหลออกจากร่าง ราวกับพวกมันไม่รู้สึกตัวถึงเรื่องราวนี้

หลังจากที่เกิดเสียงตะโกนเสียงแรกดังขึ้น ถัดจากนั้น ปีศาจมีเขาทุกคนต่างก็เริ่มตะโกนออกมา พวกมันบ้างกระโดด บ้างวิ่งไปมาด้วยความหวาดกลัว พวกมันพยายามปิดทวารทั้งเจ็ดที่มีโลหิตไหลออกมา

พวกมันต้องการหยุดโลหิตที่ไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด

ถึงกระนั้นโลหิตก็ยังคงไหลซึมออกมาอย่างไม่หยุดยั้งสายแล้วสายเล่าพลางไหลลงสู่พื้น

ภาพที่เห็นนี้ช่างแปลกประหลาดและน่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร