0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 240: ไม่สังเกตเห็น

 

นอกเมืองยุทธภัณฑ์

แสงสว่างแวววาวรวมตัวอย่างช้า ๆ และก่อตัวเป็นฉินเลี่ยและคังจื้อ

เพียงไม่นาน ฉินเลี่ย คังจื้อ หานฉิงรุ่ยและคังฮุ่ยก็ปรากฏตัวขึ้นนอกเมืองยุทธภัณฑ์

นี่คือสถานที่ที่ฉินเลี่ยหายตัวไปก่อนหน้านี้

“ฉินเลี่ย คนจากสำนักหายไปไหน?” หลังจากหานฉิงรุ่ยปรากฏตัวขึ้น เขาถามด้วยน้ำเสียงต่ำ

ในห้องลับที่ทำจากน้ำแข็ง ฉินเลี่ยบอกกับพวกเขาถึงสถานการณ์ภายนอกหมดแล้ว เขาบอกพวกเขาว่าเพราะว่าเส้นทางของปีศาจใต้พิภพได้ถูกเปิดออก กองกำลังจึงถอยพร้อมกับสำนักยุทธภัณฑ์ที่หลงเหลืออยู่เล็กน้อย

“ข้าจะยังจับตาดูต่อไป คนของพวกข้าน่าจะถอยกลับไปที่หลังเขาแล้ว” ฉินเลี่ยกล่าว เขาเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปที่ลานกว้างซึ่งอยู่ไกลออกไป

กลุ่มเมฆทมิฬคล้ายกับม่านสีดำที่ปกคลุมท้องฟ้าเหนือสำนักยุทธภัณฑ์เพื่อขวางกั้นแสงสว่างสุกใสของดวงตะวัน

กลุ่มเมฆชั่วร้ายหนาแน่นปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ ในตอนนี้เขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงออร่าชั่วร้ายและมืดมนมหาศาลที่กำลังไหลหลั่งออกมา

เขารู้ว่าเส้นทางของปีศาจใต้พิภพได้ถูกเปิดแล้ว เผ่าพันธุ์ปีศาจจากอาณาจักรใต้พิภพได้เหยียบย่างลงบนดินแดนนี้แล้ว

“พวกเราควรไปที่ไหนดี?” ใบหน้าของคังจื้ออ้วนกลมบึ้งตึง “ช่างโชคร้ายจริง ๆ ถูกขับไล่จากเมืองหินน้ำแข็งมาที่เมืองยุทธภัณฑ์ พอลงหลักปักฐาน ตอนนี้ดูสิ เมืองยุทธภัณฑ์ก็ยังมาพังอีก…”

“เข้าป่าที่อยู่ด้านหลังภูเขาไฟอัคคี มีลานฝึกของหอกโลหิตอยู่ พวกเราจะอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่พลังชั่วร้ายใต้พิภพปกคลุมอยู่” ฉินเลี่ยตอบ

ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ในตอนนี้ ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงตั้งแต่เสี่ยเจอจั้ง ซ่งซือหยวน และจันเทียนอี้จากไป สำนักยุทธภัณฑ์ทั้งบริเวณถูกกัดกินโดยพลังชั่วร้ายใต้พิภพอย่างช้า ๆ พื้นที่รอบเมืองยุทธภัณฑ์ปกคลุมไปด้วยพลังมืดมนอันยุ่งเหยิง

มีเพียงกลุ่มของพวกเขาที่ยังหลงเหลืออยู่

“ไปกันเถอะ หลีกเลี่ยงสำนักและมุ่งหน้าไปด้านหลังภูเขาไฟอัคคี” หานฉิงรุ่ยกล่าว

สองชั่วโมงต่อมา

ที่เนินใกล้กับสุดขอบเมืองยุทธภัณฑ์ ดวงตาของฉินเลี่ยฉายวาบ ฉับพลันเขามองไปยังทิศทางดังกล่าว

เขากำลังมองไปยังทิศทางของสำนักยุทธภัณฑ์!

ในตอนนี้ ทุกคนล้วนออกจากเมืองยุทธภัณฑ์แล้ว ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่าเส้นทางของปีศาจใต้พิภพที่ถูกเปิดแล้ว ที่นี่ย่อมไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะกล้าไปอยู่รอความตาย

แม้แต่ยอดฝีมือที่มีพลังระดับสำนึกทั้งสามคนก็ไม่กล้าอยู่นาน พวกเขาล้วนรีบกลับสมาพันธ์เทวาลึกลับและแปดมหาวิหารเพื่อรายงานผลที่เกิดขึ้นจากภารกิจของพวกเขา ใครจะกล้าอยู่ในเมืองยุทธภัณฑ์ในตอนนี้ล่ะ?

แต่ฉินเลี่ยสัมผัสได้ถึงออร่าที่คุ้นเคยอยู่ภายในเมืองที่ถูกปกคลุมโดยพลังชั่วร้ายใต้พิภพ แรงกดดันนั้นทั้งคลุมเครือและเล็กน้อย ทำให้เขาไม่มั่นใจ

แต่ดูเหมือนว่ามันเป็นแรงกดดันของเกาอวี้…

“ไม่มีความคล้ายเท่าไหร่ ไม่มีทางที่เกาอวี้จะมาปรากฏตัวที่นี่” ฉินเลี่ยส่ายหัวทันทีก่อนจะจากไปพร้อมกับคังจื้อและหานฉิงรุ่ย

ในห้องใต้ดินของตึกที่ถูกทำลายในเมืองยุทธภัณฑ์เพราะถูกฉีกกระชากโดยจระเข้ยักษ์เกราะเงิน เกาอวี้นั่งอยู่ที่นั่นตัวคนเดียว

ขณะที่ตี้ฉีเจี่ยวกำลังดูแลธุระที่หอคอยเงาทมิฬอยู่นั้น เขาก็หลบออกมาเงียบ ๆ เขาหลบหนีมายังเมืองยุทธภัณฑ์ พื้นที่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังชั่วร้ายใต้พิภพ พื้นที่ที่กลายเป็นดินแดนสำหรับสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ปีศาจที่มาจากอาณาจักรใต้พิภพ

เขาเป็นคนเดียวที่ยืนคุ้มกันที่นี่ในฐานะตัวตนของผู้ฝึกยุทธเผ่ามนุษย์

เมื่อสูดหายใจเอาพลังชั่วร้ายมืดมนเข้าไปและมองดูพลังสีดำส่วนหนึ่งที่แผ่ซ่านมายังร่างกาย เกาอวี้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน แสงแวววาวอันเย็นเยือกและมืดมนฉายมาจากดวงตาลึกลับของเขา

“ดูเหมือนการฝึกฝนบันทึกวิญญาณนรกร่อนเร่ทั้งเก้าจะใช้พลังปีศาจใต้พิภพเป็นแหล่งพลังงาน นี่หมายความว่าแหวนหน้าอ๊อคและบันทึกวิญญาณนรกร่อนเร่ทั้งเก้าเป็นอุปกรณ์ชั่วร้ายจากอาณาจักรใต้พิภพจริง ๆ!” ในที่สุดเกาอวี้ก็เข้าใจ

สิ่งที่เขายังไม่รู้คือเมื่อเขาตั้งสมาธิกับการฝึกฝน ฉินเลี่ยอยู่ใกล้เข้าและสัมผัสได้ถึงความผันแปรที่ออกมาจากร่างกายของเขา

เกาอวี้อยู่ในเมืองยุทธภัณฑ์ อยู่ในพื้นที่ที่อาจจะถูกยึดครองโดยเผ่าพันธุ์ปีศาจ ฉินเลี่ยสามารถรับรู้ความผันแปรเหล่านั้นได้ แต่ก็สัมผัสได้ว่ามันไม่มีเค้าความเป็นจริงมากเท่าไหร่ เขาคิดแค่ว่าออร่าชั่วร้ายที่มาจากร่างกายของเกาอวี้นั้นถูกปลดปล่อยมาจากอาณาจักรใต้พิภพ

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงไม่สังเกตเห็นกันและกัน

……

ครึ่งวันต่อมา

ฉินเลี่ย หานฉิงรุ่ยและกลุ่มที่เหลือมาถึงด้านหลังภูเขาอัคคีที่ที่ลานฝึกของหอกโลหิตตั้งอยู่ พวกเขาพบว่าหมอกโลหิตที่ปกคลุมทั่วบริเวณก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว

ไม่มีน้ำโลหิตเหลืออยู่ภายในสระโลหิตหรือบ่อที่เผยหินเย็นออกมา

“ที่นี่อยู่ใกล้ภูเขาไฟอัคคีมากเกินไป คนจากสำนักจะต้องไม่กล้าอยู่นานแน่ ดังนั้น พวกเขาน่าจะมุ่งหน้าไปที่บึงพิษ” หานฉิงรุ่ยกล่าวกับฉินเลี่ยขณะจ้องมองรอบ ๆ บริเวณ

ฉินเลี่ยพยักหน้า “น่าจะเป็นเช่นนั้น”

ดังนั้น ทุกคนจึงออกจากป่าและเดินทางไปบึงพิษเพื่อพบกับผู้อาวุโสจากสำนักยุทธภัณฑ์

อีกหนึ่งวันผ่านไป

สิ่งที่เป็นพิษหลากสีสันกระจายผ่านบึง แมลงพิษไร้นามจำนวนมากส่งเสียงร้องจ๊อกแจ๊ก น้ำพิษส่วนมากในบึงส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวออกมา ทำให้ผู้ที่สูดหายใจเข้าไปรู้สึกวิงเวียนและซึมเซา

กลุ่มของฉินเลี่ยหลีกเลี่ยงสถานที่เหล่านี้อย่างระมัดระวังและพยายามหาพื้นดินแห้งเพื่อเหยียบย่าง พวกเขาเข้าไปยังส่วนลึกในบึงพิษ

“หัวหน้าสำนักฉิน!” ฉับพลันเสียงของเถียนเจี้ยนเหาดังมาจากด้านบนต้นไม้แปลกประหลาด

ใบไม้จากต้นไม้แปลกประหลาดถอยกลับไปยังกิ่งก้าน จากนั้น มันก่อตัวเป็นสิ่งที่เหมือนรังนกที่สร้างจากกิ่งไม้และใบไม้ขนาดหนึ่งคนโอบและยังเป็นที่ที่เถียนเจี้ยนเหายื่นหัวออกมาอีกด้วย

“ผู้อาวุโสถงให้ข้ามารอท่านที่นี่ นึกแล้วเชียวว่าท่านต้องมา” เถียนเจี้ยนเหากล่าว

“สามผู้อาวุโสสูงสุดและเจ็ดผู้อาวุโสสำนักในเองก็ถอยมายังบึงพิษงั้นเหรอ?” ฉินเลี่ยถามด้วยความประหลาดใจ

เถียนเจี้ยนเหากระโดดลงมาจากรังนกที่ทำจากใบไม้ก่อนจะกล่าวด้วยสภาพหดหูว่า “พวกเราถอยมายังบึงพิษ แต่ว่า…”

“แต่อะไร?” คิ้วของฉินเลี่ยขมวดเข้าหากัน

“แต่สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก คนจำนวนมากตายเพราะพิษหลังจากอยู่ที่นี่เกินครึ่งวัน” เถียนเจี้ยนเหาถอนหายใจ “สิ่งที่เป็นพิษในบึงพิษ น้ำพิษและแมลงพิษก้าวร้าวทำให้ถึงตายได้ ถึงแม้ผู้อาวุโสมั่วไห่และศิษย์พี่เหลียนโหยวจะนำทางและเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด พวกเราก็ยังตายเป็นจำนวนมากอยู่ดี”

มีสามคนที่ช่ำชองเรื่องการสร้างยาถอนพิษในสำนักยุทธภัณฑ์ หัวหน้าสำนักยิงซิ่งหยัน ผู้อาวุโสใหญ่มั่วไห่และเหลียนโหยว

เป็นเพราะมั่วไห่และเหลียนโหยวอยู่ในกลุ่ม สำนักยุทธภัณฑ์ถึงกล้าก้าวเท้าเข้ามายังบึงพิษ พวกเขาวางแผนจะอยู่ที่บึงพิษเป็นการชั่วคราว

พวกเขาไม่อยากจะเชื่อสัญญาที่สมาพันธ์เทวาลึกลับและแปดมหาวิหารให้ไว้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขากลัวว่าคนเหล่านี้จะยังโจมตีพวกเขาอยู่ ดังนั้น พวกเขาจึงไม่เสี่ยงที่จะเคลื่อนไปยังพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การปกครองของห้ากองกำลัง

พวกเขายังหวาดกลัวเผ่าพันธุ์ปีศาจจากอาณาจักใต้พิภพอีกด้วย ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ตั้งรกรากใกล้กับภูเขาไฟอัคคี ในความคิดของพวกเขาทุกคน พวกเขาทำได้เพียงถอยจนกระทั่งมาถึงบ่อพิษ พวกเขาถอยมาถึงพื้นที่อันตรายแห่งนี้ที่ที่ห้ากองกำลังและเผ่าพันธุ์ปีศาจจากอาณาจักรใต้พิภพไม่กล้าเข้าใกล้

“ได้สำรวจเส้นทางของถนนสายนี้ต่อหรือยัง? มีปัญหาอะไรไหมถ้าพวกข้าจะเข้าไปด้วย?” ฉินเลี่ยถาม

“พวกเราส่งคนมากกว่าสิบชีวิตไปสำรวจมาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ข้าสามารถพาท่านไปพบกับผู้อาวุโสได้” เถียนเจี้ยนเหาตอบอย่างขมขื่น

“งั้นก็นำทางได้เลย” ฉินเลี่ยพยักหน้า “เมื่อพวกเราพบกับผู้อาวุโส พวกเราสามารถพยายามคิดถึงวิธีรับมือกับสภาพแวดล้อมอันย่ำแย่ของบึงพิษนี้ได้”

“อืม โปรดตามข้ามา” เถียนเจี้ยนเหานำทาง

ทุกคนก้าวไปข้างหน้าทันที

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร