0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 239: อุปกรณ์วิญญาณมิติ

 

ตอนแรกฉินเลี่ยอยู่บนแผ่นหลังกว้างของจระเข้ยักษ์เกราะเงิน ต่อมาเขาหายไป

จันเทียนอี้และเสี่ยเจอจั้งยังถกเถียงและยังไม่ตระหนักได้เลยว่าคนที่พวกเขากำลังเถียงอย่างเอาเป็นเอาตายได้หายไปจากใต้จมูกของพวกเขาแล้ว

“ฉินเลี่ยหายไปแล้ว!” ซ่งซือหยวนตะโกน

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เกิดการตอบสนอง สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป จันเทียนอี้ตบค้างคาวนักล่าสีเขียว สัตว์บินได้ระดับที่สี่ตัวนี้ขยับปีกบินขึ้นสูงเพื่อค้นหาร่องรอยของฉินเลี่ยจากตำแหน่งที่สูงกว่า

เสี่ยเจอจั้งเองก็มองรอบ ๆ ด้วยความรีบร้อน สีหน้าของเขาที่เผยให้เห็นเหมือนกับคนเมา

“ไม่พบเลย เขาจะต้องใช้อุปกรณ์วิญญาณมิติเพื่อข้ามผ่านมิติแล้วหนีไปแน่ ๆ” ซ่งซือหยวนเป็นสักขีพยานในเรื่องนี้ได้

เมื่อวงกลมสีน้ำเงินดุจน้ำแข็งของแสงสว่างปกคลุมร่างกายของฉินเลี่ย เขากลับคิดว่าฉินเลี่ยกำลังโคจรวิชาวิญญาณเพื่อทำการฟื้นฟูจึงไม่ได้ให้ความสนใจ

แต่ทว่า ทันทีที่ฉินเลี่ยหายตัวไปในมิติ ซ่งซือหยวนสังเกตได้ถึงความผันแปรอันแรงกล้าของการบิดเบือนมิติในทันที

น่าเสียดายที่ตอนเขาตระหนักได้นั้นมันไม่ถูกเวลาเท่าไหร่ ฉินเลี่ยหายตัวไปนานแล้ว

“อุปกรณ์วิญญาณมิติ?”

เสี่ยเจอจั้งตกตะลึง สมาพันธ์เทวาลึกลับและแปดมหาวิหารล้วนเป็นกองกำลังทองแดงที่ปกครองทวีปสายน้ำสีชาดมาเป็นเวลาหลายปี พวกเขามีความข้องเกี่ยวกับทวีปใกล้เคียง แต่ทว่า พวกเขาเพียงเคยได้ยินเกี่ยวกับอุปกรณ์วิญญาณที่สามารถเดินทางผ่านมิติได้ พวกเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน

ท่ามกลางอุปกรณ์วิญญาณนั้น มิติถือเป็นสิ่งที่หายากและทรงคุณค่ามากที่สุด!

มีผู้สร้างจำนวนมากในโลกก็จริง แต่คนที่สามารถหลอมอุปกรณ์วิญญาณมิติได้นั้นกลับหาได้ยากที่สุด ทางทฤษฎี แหวนต่างมิติก็ไม่ถูกนับว่าเป็นอุปกรณ์วิญญาณมิติ

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาผู้สร้างในทวีปสายน้ำสีชาดที่มีความสามารถในการทำเช่นนั้นเจอแม้แต่คนเดียว แม้แต่มั่วไห่… ก็ยังไม่มีความสามารถเช่นนั้น

เมื่อจันเทียนอี้ได้ยินคำพูดของซ่งซือหยวน เขาหยุดการค้นหาอันไร้ประโยชน์ก่อนจะวกกลับมา “อุปกรณ์วิญญาณพิเศษล้วนเป็นของมีค่าอย่างมาก ไม่มีใครในสำนักยุทธภัณฑ์ที่สามารถหลอมพวกมันได้ สำนักนี้ไม่น่าจะครอบครองอุปกรณ์วิญญาณหายากขนาดนั้นได้ ถ้าสิ่งที่ฉินเลี่ยมีคืออุปกรณ์วิญญาณมิติจริง ๆ พื้นเพของเขาก็ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน หรือบางที อาจจะเป็นท่านผู้อาวุโสนี่แหละที่มอบให้เขา…”

สีหน้าของเสี่ยเจอจั้งและซ่งซือหยวนล้ำลึก

“นั่นมันไม่ถูกต้อง! ยังมีอีกคนหนึ่ง! หลีมู่! หลีมู่จากร้านหลี!” สีหน้าของเสี่ยเจอจั้งเปลี่ยนไป ฉับพลันเขาก็ตระหนักขึ้นมาได้ “จากที่จิงเสวียนกล่าว หลีมู่คนนั้นคือผู้สร้างที่ประสบความสำเร็จ! นางได้รับการรับรองจากยิงซิ่งหยันและมั่วไห่เกี่ยวกับกระดานรวบรวมวิญญาณที่นางซื้อมาจากร้านหลี ความคิดเห็นส่วนใหญ่ของสำนักยุทธภัณฑ์เกี่ยวกับผังวิญญาณที่อยู่ภายในกระดานรวบรวมวิญญาณนั้นคือของโบราณ หลีมู่น่าจะเป็นคนที่สร้างอุปกรณ์วิญญาณมิติขึ้นมา!”

“คนที่ถูกเรียกว่าหลีมู่คนนี้อยู่ที่ไหนล่ะ?” สีหน้าของซ่งซือหยวนเปลี่ยนไป

เสี่ยเจอจั้งทำหน้าตาบูดบึ้ง เขาส่ายหน้าแล้วตอบว่า “หออสูรทมิฬค้นหาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่มีข้อมูลแม้สักนิด จิงเสวียนสืบสวนโดยใช้หูและตาของตระกูลเสี่ย แต่ไม่มีร่องรอยจากเขาแม้แต่นิดเดียว”

“ถึงกับสามารถจัดการกับค่ายเสาวิญญาณ ได้รับการปกป้องจากท่านผู้อาวุโสที่ชื่อเสวี้ยลี่คนนั้น ครอบครองระเบิดหายนะ… ตอนนี้เขายังมีอุปกรณ์วิญญาณมิติอีกด้วย…” ซ่งซือหยวนจัดลำดับความคิด เขานำทุกอย่างมาวิเคราะห์สักพัก จากนั้นจึงกล่าวกับจันเทียนอี้ว่า “เด็กชายคนนี้ไม่ธรรมดา แปดมหาวิหารไม่ควรเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม ตอนนี้ ทวีปกำลังเผชิญกับการรุกรานจากอาณาจักรใต้พิภพ เจ้าควรคิดทุกสิ่งให้รอบคอบก่อนจะกระทำการใด ๆ”

“แปดมหาวิหารของข้าไม่ต้องการให้สมาพันธ์เทวาลึกลับของเจ้ามาสอนสั่งถึงสิ่งที่พวกข้าต้องทำหรอก” จันเทียนอี้พ่นลมออกจมูก จากนั้นจึงขึ้นไปอยู่บนค้างคาวนักล่าสีเขียว

“ก่อนอื่น พวกเราต้องรู้การเกิดและประวัติของฉินเลี่ย พวกเราต้องรู้ทุกสิ่งที่พวกเราสามารถรู้ได้เกี่ยวกับเขาเพื่อที่พวกเราจะไม่กระทำความผิดพลาดมากไปกว่านี้อีก!” ซ่งซือหยวนตะโกน

เสี่ยเจอจั้งพยักหน้า

……

“จ้าวหอคอย!”

“จ้าวหอคอย!”

กลุ่มผู้ฝึกยุทธหอคอยเงาทมิฬที่สวมชุดคลุมสีเทาและมีดวงตาเย็นชาวิ่งไปหาตี้ฉีเจี่ยวอย่างปุบปับขณะหลบหนีไปยังหอคอยเงาทมิฬ

ตี้ฉีเจี่ยวเปลี่ยนเป็นชุดคลุมยาวสะอาดและกำลังนั่งอยู่บนม้าธรรมดาผอมเพรียวที่ตะบึงไปยังสำนักยุทธภัณฑ์

สีหน้าของเกาอวี้เย็นชา เขาดึงสายบังเหียนของม้าด้วยความไม่เต็มใจ เขาเตรียมขว้างบังเหียนเมื่อได้ยินกลุ่มคนพวกนั้นตะโกนเรียก “จ้าวหอคอย” สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

“จ้าวหอคอย? จ้าวหอคอยของหอคอยเงาทมิฬ!” ในที่สุดเกาอวี้ก็ได้รู้ตัวตนของตี้ฉีเจี่ยว

“ทำไมพวกเจ้าถึงถอยออกจากสำนักยุทธภัณฑ์? เกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ข้าไม่อยู่?” ตี้ฉีเจี่ยวถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“จ้าวหอคอย เหลียงยังจู่ตายแล้ว เงาโลหิตตายแล้ว พวกเรา…” หนึ่งในนั้นเดินออกมาข้างหน้าและหมอบราบกับพื้นเพราะไม่สามารถกล่าวจนจบได้ ขณะก้มหัวคำนับ เขาสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ให้ฟัง

“สำนักยุทธภัณฑ์โต้กลับจนทำให้ห้ากองกำลังได้รับความเสียหายสาหัส? ปีศาจเฒ่าปรากฏตัวขึ้น? เขาทำให้คนของสมาพันธ์เทวาลึกลับและแปดมหาวิหารเกิดการระแวดระวัง? เส้นทางของปีศาจใต้พิภพเปิดออก เผ่าพันธุ์ปีศาจของอาณาจักรใต้พิภพทำการรุกราน?” สีหน้าของตี้ฉีเจี่ยวยังเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

ด้านข้างเขา ร่างกายของเกาวี้สั่นเทาขณะฟัง แสงแปลกประหลาดฉายผ่านดวงตาเย็นชาของเขา เขาอดที่จะถามไม่ได้ว่า “หัวหน้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักยุทธภัณฑ์มีชื่อว่าฉินเลี่ย? ใช่ฉินเลี่ยคนเดียวกับที่มาจากเมืองหินน้ำแข็งหรือเปล่า?”

“ใช่ ฉินเลี่ยคนนั้นแหละ!” คนคนนั้นตอบ

เกาอวี้เงียบ แต่รอยยิ้มที่ทำให้กระดูกสันหลังของผู้มองหนาวสะท้านกลับปรากฏบนใบหน้าของเกาอวี้ “ทำได้ดี! แค่หนึ่งปีเจ้าถึงกับไต่เต้าจนสูงส่งและทำให้เกิดระลอกคลื่นเช่นนี้ได้!” เขาคิดอยู่เงียบ ๆ

“แสดงว่า แม้แต่ผู้ฝึกยุทธที่มีพลังระดับสำนึกก็ยังต้องถอยงั้นเหรอ?” ตี้ฉีเจี่ยวถาม

“ทุกคนล้วนถอยไปหมดแล้ว คนจากห้ากองกำลังกำลังกลับไปยังสำนักของตัวเอง คนจากสำนักยุทธภัณฑ์กำลังมุ่งหน้าไปที่หลังภูเขาไฟอัคคีเพื่อไปยังลานฝึกของหอกโลหิต พวกเขากำลังหลบหนีไปยังทิศทางของบึงพิษ” สีหน้าของคนพูดสั่นไหวขณะกล่าวต่อไปว่า “จ้าวหอคอย ถ้าเผ่าพันธุ์ปีศาจจากอาณาจักรใต้พิภพรุกรานพวกเรา มันจะเกิดอะไรขึ้น? ทำไมแม้แต่สมาพันธ์เทวาลึกลับและแปดมหาวิหารถึงได้หวาดกลัวขนาดนี้?”

“พวกเราหอคอยเงาทมิฬรับผิดชอบในการล่าและสังหารคน ไม่มีใครในหมู่พวกเราถูกส่งไปที่สมรภูมิใต้พิภพ เห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่รู้ถึงความโหดร้ายของที่นั่น” คิ้วของตี้ฉีเจี่ยวขมวดเข้าหากันแน่นก่อนจะถอนหายใจออกมา

เกาอวี้ยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ส่งเสียงสักเล็กน้อย มือของเขาที่สั่นอยู่ภายในแขนเสื้อลูบแหวนหน้าอ๊อคอยู่ พายุกำลังตั้งเค้าอยู่ภายในตัวเขา

เศษเสี้ยววิญญาณจากเงาของเทพปีศาจกระจัดกระจายอยู่ภายใน เขาต้องใช้เวลาและความพยายามจำนวนมากเพื่อจะใช้งานมันได้

ตอนนี้ เมื่อเขาพยายามสัมผัสถึงมัน เขากลับพบว่าชิ้นส่วนวิญญาณยุ่งเหยิงที่อยู่ภายในแหวนหน้าอ๊อคเหมือนกับถูกเปิดใช้งานโดยพลังชั่วร้ายบางอย่างก่อนจะเริ่มรวมตัวเข้าด้วยกัน…

เขามองไปยังทิศทางของสำนักยุทธภัณฑ์!

การสั่นไหวภายในแหวนหน้าอ๊อคเพิ่มขึ้นทันที ออร่าสะดวกสบายมาจากสำนักยุทธภัณฑ์ มันมาจากเส้นทางของปีศาจใต้พิภพ!

เกาอวี้ทั้งสั่นและหวาดกลัว

ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้รับแหวนหน้าอ๊อคและเริ่มฝึกฝนบันทึกวิญญาณนรกร่อนเร่ทั้งเก้า เขารู้ว่าแหวนหน้าอ๊อคคืออุปกรณ์ชั่วร้ายและบันทึกวิญญาณนรกร่อนเร่ทั้งเก้าไม่ใช่วิชาวิญญาณธรรมดา

เขาลังเล แต่ท้ายที่สุด เขาเลือกเส้นทางนี้และยังคงฝึกฝนต่อไป

เขาไม่อาจหันหลังกลับจากเส้นทางที่เขาเลือกได้อีกแล้ว ร่างกาย เนื้อ โลหิต ทะเลวิญญาณและแม้กระทั่งวิญญาณของเขาถูกสลักด้วยวิชาวิญญาณชั่วร้าย

“การเข้าใกล้เส้นทางของปีศาจใต้พิภพจะเป็นประโยชน์กับข้าและสามาถรเพิ่มพละกำลังให้ข้าได้อย่างรวดเร็ว!” เกาอวี้สรุปอย่างรวดเร็ว

เมื่อสรุปเช่นนั้น เขาก็ตัดสินใจได้

……

“พวกเจ้ากล้ากลับไปที่หุบเขาอสูรทมิฬงั้นเหรอ?” บนถนนสายใหญ่ที่มุ่งสู่หุบเขาเจ็ดอสูร ผู้คุมหญิงสง่างามจ้องมองหลิงอวี้ฉีและน้องสาวของนางด้วยสีหน้าโหดเหี้ยมและเคร่งขรึม

ที่ด้านข้าง ผู้ฝึกยุทธจากหุบเขาเจ็ดอสูรและคนจากหุบเขาอสูรทมิฬจำนวนมากล้วนจ้องมองหลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียนซวนอย่างเย็นชา

สองพี่น้องเผยสีหน้าหวาดกลัว เมื่อกำลังอยู่ท่ามกลางฝูงชน พวกนางรู้ว่าพวกนางโดดเดี่ยว

“ยัยเฒ่าถูกฆ่าโดยฉินเลี่ยและฉินเลี่ยเคยเป็นสมาชิกตระกูลหลิงของเจ้ามาก่อน ไม่เพียงแค่นั้น เขาเคยหมั้นหมายกับเจ้าด้วย หลิงอวี้ฉี!” สีหน้าของผู้คุมหญิงยิ่งมายิ่งเย็นชา “เจ้ายังมีหน้ากลับหุบเขาเจ็ดอสูรอีกเหรอ?”

สองพี่น้องก้มหัวอยู่เงียบ ๆ สีหน้าของพวกนางน่าเวทนา

“ป้าอาน พวกนางเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย?” ลู่หลีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ทันทีที่ภูเขาไฟอัคคีพังทลาย การคุมขังของผาคุกอัคคีก็พังทลาย ลู่หลีและผางเฟิงผู้ถูกคุมขังอยู่ข้างในจึงหนีออกมาได้

ลู่หลีพบกับกลุ่มจากหุบเขาเจ็ดอสูรที่กำลังถอยทัพ

“พวกนางจะไม่เกี่ยวได้ยังไง? ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนางสองคน ฉินเลี่ยจะโกรธย่าเจียวขนาดนั้นเชียวหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนาง ท่านย่าก็คงไม่เกลียดฉินเลี่ยมากขนาดนี้หรอก!” ผู้คุมหญิงที่ถูกเรียกว่าป้าอานกล่าวอย่างเย็นชา “ถ้าพวกข้าก้าวถอยหลัง แรงระเบิดของฉินเลี่ยคงสร้างความเสียหายให้กับหุบเขาเจ็ดอสูรจนเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่แน่! ยิ่งไปกว่านั้น ฉินเลี่ยอาศัยอยู่ในเมืองหลิงมานานจนถูกนับว่าเป็นสมาชิกของตระกูลหลิง! ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ไม่อยากเห็นใครจากตระกูลหลิงในหุบเขา! แม้แต่คนเดียวก็ไม่!”

“ข้าก็ด้วย!”

“ข้าไม่อยากเห็นสมาชิกของตระกูลหลิงอีก!”

“ให้พวกนางออกไป!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งจากสมาพันธ์เทวาลึกลับ พวกเราควรจะฆ่านางเพื่อแก้แค้นให้กับคนของเราจากหุบเขาที่ตายเพราะระเบิดของฉินเลี่ย!”

“ใช่แล้ว!”

ผู้ฝึกยุทธจำนวนมากจากหุบเขาเจ็ดอสูรล้วนมองหลิงอวี้ฉีและน้องสาวของนางด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม

เฉ่อจิงหยุนผู้ที่นิ้วข้างหนึ่งถูกตัดขาดอยู่ท่ามกลางฝูงชนเหล่านั้น ในอดีต เขาเป็นผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย

แต่ตอนนี้ เขากลับทำเพียงแค่มองอย่างเย็นชา

เพราะฉินเลี่ยสลักเหตุการณ์อันแสนเจ็บปวดอย่างการตัดนิ้วของเขาเอาไว้ในความทรงจำ… เขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมตัวเองได้

“ฮี่ พวกเจ้าไม่มีฝีมือที่จะแก้แค้นกับฉินเลี่ย เพราะงั้นที่พวกเจ้าทำได้ก็คือด่าทอแม่นางสองคนนี้อย่างนั้นใช่ไหม? หุบเขาเจ็ดอสูรนี่เข้มแข็งกันเสียจริง!” ถูชี่ฉองผู้มาพร้อมกับถูมัว ถูเสือและลูกน้องของเขาเองก็เดินทางร่วมกับอีกฝ่าย พวกเขาล้วนมีจุดมุ่งหมายในทางเดียวกันกับหออสูรทมิฬและหุบเขาเจ็ดอสูร เพราะแบบนี้การผจญภัยในครั้งนี้จึงได้เริ่มขึ้น

เขายิ้มยิงฟันและเมินเฉยต่อความเดือดดาลบนใบหน้าของผู้คนจากหุบเขาเจ็ดอสูร เขากล่าวว่า “แม่สาวน้อยจากตระกูลหลิง อย่ากลับไปที่หุบเขาเจ็ดอสูรเลย ตามพวกข้ากลับหออสูรทมิฬดีกว่า อีกอย่าง พาตระกูลหลิงของเจ้ามาด้วย ข้าเห็นแล้วว่าหากพวกเจ้ากลับหุบเขาเจ็ดอสูรไป อนาคตของพวกเจ้าก็ไม่สดใสอีกแล้ว”

“ไปเลย! ไปอยู่กับหออสูรทมิฬไป!” คนจากหุบเขาเจ็ดอสูรตะโกนขึ้น

“พวกข้าต้องกลับหุบเขาเพื่อไว้อาลัยให้อาจารย์” หลิงอวี้ฉีมองถูชี่ฉอง ดวงตาของนางเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา “พวกข้าขอรับความหวังดีของผู้อาวุโสถู แต่ว่า พวกข้าจะไม่ไปหออสูรทมิฬ”

ถูชี่ฉองมองนางพลางถอนหายใจเล็กน้อย เขากล่าวว่า “เฮ้อ เจ้านี่ช่างน่าเวทนานัก… ก็ได้ ในเมื่อเจ้ายังมีหัวใจ งั้นก็กลับหุบเขาเจ็ดอสูรไปไว้อาลัยให้ย่าเจียวเถอะ ถ้าเรื่องราวยากลำบากจนเจ้าไม่อาจอยู่หุบเขาเจ็ดอสูรต่อไปได้ พาคนของเจ้ามาที่หออสูรทมิฬ ตาเฒ่าถูคนนี้จะอ้าแขนรับพวกเจ้าเอง”

“ขอบคุณ ผู้อาวุโสถู” หลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียนซวนกล่าวขอบคุณ จากนั้น พวกนางเมินเฉยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังจากสมาชิกของหุบเขาเจ็ดอสูรแล้วเดินไปกับฝูงชนเพื่อมุ่งหน้าสู่หุบเขาเจ็ดอสูร

“ขอบคุณ ท่านพ่อ” ถูเสือกล่าว

ถูชี่ฉองโบกมือ เขากล่าวว่า “เจ้าเป็นพี่น้องกับฉินเลี่ย ข้าก็ดีใจที่เจ้ามีความตั้งใจเช่นนั้น พวกเราไม่ใช่ศัตรูกับฉินเลี่ยในตอนนี้ ต่อให้จะเป็น พวกเราก็ยังต้องช่วยแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อหญิงของพี่น้องเจ้า”

ถูมัว ถูเสือและจัวเฉียนพร้อมกับลูกน้องของเขาต่างให้ความเคารพเมื่อถูชี่ฉองกล่าวเช่นนี้

“ไม่ต้องห่วง อย่างมาก ตระกูลหลิงจะได้รับคำพูดเย็นชาจากหุบเขาเจ็ดอสูร พวกเขาไม่กล้าลงมือหรอก” ถูชี่ฉองปลอบพวกเขา จากนั้นเขาตบบ่าของถูเสือและยิ้มยิงฟันพลางกล่าวว่า  “พี่น้องของเจ้าที่ชื่อว่าฉินเลี่ยคนนี้น่ะ เขาไม่เลวเลย เขามีฝีมือ! ในอนาคต เจ้าและจัวเฉียนต้องตีสนิทกับเขาเอาไว้ คนจากสมาพันธ์เทวาลึกลับเองก็หวังว่าเจ้าจะเข้ากันได้ดีกับเขา”

เมื่อถูเสือและจัวเฉียนได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาก็เปี่ยมด้วยความสุขสันต์ พวกเขาพยักหน้าพร้อมกับเผยรอยยิ้มบนใบหน้า

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร