0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 233: ค่ายเสาวิญญาณที่ทะยานสู่ท้องนภา!

 

ครึ่งทางขึ้นภูเขาไฟอัคคี ฉับพลันถ้ำที่ถูกปิดจากภายในได้เปิดออก

หลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียนซวนเดินออกมาจากทางเข้าถ้ำด้วยกัน

แรงระเบิดสั่นสะเทือนปฐพีของระเบิดสังหารลึกลับหกลูกทำให้แผ่นดินไหวแรงกล้าสั่นสะเทือนภูเขาไฟอัคคี มันทำให้ถ้ำจากภูเขาตกลงมาอย่างควบคุมไม่ได้

สองพี่น้องกังวลว่าถ้ำอาจจะถล่มลงมาจนทำให้หินบดขยี้พวกนาง ดังนั้น พวกนางจึงรีบออกมาโดยไม่รอคนจกาหุบเขาเจ็ดอสูรเข้ามาช่วยพวกนาง

ในตอนนี้ ไม่มีผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตผู้คอยเฝ้าระวังสถานที่นี้อีกแล้ว ผู้ฝึกยุทธสำนักยุทธภัณฑ์ทุกคนล้วนรวมตัวที่กลานกว้าง

ไม่มีใครเฝ้าระวังพวกนางอีกแล้ว

สองพี่น้องเดินเคียงข้างไปยังหน้าผาเปิดแล้วมองลงไปยังลานกว้างจากด้านบน ฉับพลัน พวกนางได้ยินเสียงอันน่าหวาดกลัวและสยดสยองของเจียวหลิวอวี้

“อาจารย์นี่!”

หลิงเสวียนซวนกรีดร้องออกมาและรีบกวาดสายตาตีนเขา จากนั้น พวกนางพบส่วนที่เหลืออยู่ของสำนักยุทธภัณฑ์และหลุมขนาดใหญ่ที่เหมือนกับขุนรกอันเจิดจ้าทั้งหกหลุม

ด้วยภาพนี้ พวกนางเลื่อนสายตาไปยังภาพอันชั่วร้ายเหล่านี้

“สวรรค์ทรงโปรด! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? อะไรที่ทำให้มันกลายเป็นแบบนี้?” ใบหน้างดงามของหลิงอวี้ฉีปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของนางสั่นเล็กน้อย นางไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“มีคนมากมายล้มตาย มีคนจากหุบเขาล้มตาย ขะ-ข้ามองเห็นร่างพวกเขา สวรรค์ พวกเขาล้วนตายกันหมดแล้ว…” หลิงเสวียนซวนสั่นเช่นกัน ความหวาดกลัวและความกังวลปรากฏบนใบหน้างดงามของนาง

“อาจารย์! อาจารย์อยู่ที่ไหน?”

สองพี่น้องเริ่มค้นหาสัญญาณของเจียวหลิวอวี้จากหน้าผา

“ฉินเลี่ย! ร่างแก่ ๆ ของข้านี่แหละที่จะฉีกกระชากแก! ข้าจะควักเส้นเอ็นและถลกหนังของแกทั้งเป็น!” ฉับพลันเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวของเจียวหลิวอวี้ดังขึ้น

ในวินาทีต่อมา สองพี่น้องผู้กำลังค้นหาเจียวหลิวอวี้ถูกดึงดูดความสนใจจนได้พบกับนางในที่สุด

พวกนางพบร่างอันน่าสยดสยองและยุ่งเหยิงที่เหมือนกับเจียวหลิวอวี้

“พี่สาว อะ-อาจารย์อยากฆ่าฉินเลี่ย!” หลิงเสวียนซวนสูญเสียการควบคุมก่อนจะกรีดร้องออกมา

ทั่วทั้งร่างของหลิงอวี้ฉีอ่อนปวกเปียกจนเกือบตกหน้าผาสูงชัน ความหวาดกลัวที่ปกคลุมใบหน้างดงามของนางอยู่แล้วเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

“จับเป็น! ลงโทษมันให้ทุกข์ทรมานที่สุด!” จี้เหลี่ยวเองก็คำรามอย่างบ้าคลั่ง

ตอนนั้นเองที่สองพี่น้องตะรหนักได้ว่าฉินเลี่ยตกเป็นเป้าของทุกคน

“พวกเราจะทำยังไงกันดี? พวกเราจะทำยังไงกันดี? พวกเราจะทำยังไงกันดี?!” หลิงเสวียนซวนถามเสียงดัง

“อาจารย์! โปรดปล่อยฉินเลี่ยไปเถอะ!” ใบหน้าของหลิงอวี้ฉีปกคลุมไปด้วยหยาดน้ำตา สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดขณะกรีดร้องออกมาสุดเสียงที่สุดเท่าที่จะทำได้

เสียงกรีดร้องราวกับหัวใจสลายของนางมาจากครึ่งทางขึ้นเขา ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ที่นั่นล้วนได้ยิน

แต่ว่า สีหน้าของเจียวหลิวอวี้กลับน่าเกลียดมากขึ้น สายตาของนางทั้งลุ่มลึก เงียบสงบและน่าหวาดกลัวราวกับภูตผีจากนรกทั้งเก้าก่อนจะพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยด้วยความคลั่งที่เพิ่มขึ้น!

จี้เหลี่ยว ฝูฉางและผู้รอดชีวิตจำนวนมากของห้ากองกำลังเองก็เมินเฉยเสียงกรีดร้องของหลิงอวี้ฉี พวกเขาเหมือนกับสัตว์กระหายเลือดที่พร้อมจะฉีกฉินเลี่ยเป็นชิ้น ๆ เพื่อกลืนกินเขาทั้งเป็น

ดูเหมือนสามผู้อาวุโสสูงสุดและเจ็ดผู้อาวุโสใหญ่สำนักในของสำนักยุทธภัณฑ์ไม่อาจทนดูสิ่งที่จะเกิดต่อจากนี้ได้ ดูเหมือนพวกเขาจะรู้ว่าฉินเลี่ยกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดในชีวิตของเขา

“ฆ่าพวกมันให้หมด!” ฉับพลันเสียงของเฝิงหยงก็ดังขึ้น

ผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตและผู้รอดชีวิตสำนักนอกที่ยังหลงเหลืออยู่โอบล้อมฉินเลี่ยทันที พวกเขาตั้งค่ายเพื่อคุ้มกันเขาอย่างแน่นหนา!

ผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตและสำนักยุทธภัณฑ์ที่ยังหลงเหลืออยู่และโชคดีที่ยังมีชีวิตรอด เพราะผ่านการสังหารหลั่งโลหิตมาถึงสองครั้ง ทำให้พวกเขาเหลือจำนวนน้อยกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์

แต่ว่า ในตอนนี้พวกเขาล้วนมารวมตัวรอบฉินเลี่ยภายใต้คำสั่งของเฝิงหยง!

“ตายก่อนฉินเลี่ย! ยอมสละชีวิตของพวกเจ้าก่อน!” นางกัดริมฝีปากอย่างยากลำบากจนโลหิตไหลออกมา เฝิงหยงออกคำสั่งพวกเขาอย่างเคร่งขรึม

“พวกเราน้อมรับคำสั่งของอาจารย์เฝิง!” ผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตทุกคนคำรามพร้อมกับจิตสังหารอันน่าหวาดกลัว

“ฆ่า! ฆ่าพวกมันให้หมด!” เจี่ยงหยวนออกคำสั่ง

“ทุกคน ลุย” ฟู่โจวฮุยเองก็พยักหน้า

ยอดฝีมือที่ยังเหลืออยู่ของห้ากองกำลังวิ่งผ่านหลุมลึกขนาดยักษ์ทั้งหกและมาถึงนอกลานกว้า พวกเขาร่วมมือกับเจียวหลิวอวี้ จี้เหลี่ยวและฝูฉางก่อนจะเริ่มลงมือสังหาร

ความน่าหวาดกลัวที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว!

มีทะเลสาบ ตึกหินสองชั้นจำนวนมากและพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินแกรนิตที่ลานกว้างตรงที่ค่ายสิบสองเสาวิญญาณตั้งอยู่บริเวณตีนภูเขาไฟอัคคี

ในตอนนี้ สามผุ้อาวุโสสูงสุด เจ็ดผู้อาวุโสใหญ่ จันเทียนอี้ ซ่งซือหยวน เสี่ยเจอจั้ง ซูสื่อยังและเสวี้ยลี่ล้วนอยู่บนลานกว้าง

ข้างพวกเขา ศิษย์สำนักยุทธภัณฑ์คนอื่นรวมถึงฉินเลี่ย ผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตและคนอื่นที่หลบหนีมายังสถานที่แห่งนี้เพราะโชคช่วยล้วนไปอยู่ริมสุดของลานกว้าง

พวกเขาใช้เนื้อและโลหิตเพื่อสร้างแนวป้องกันพร้อมกับสาบานว่าจะตายเพื่อปกป้องฉินเลี่ย สามผู้อาวุโสสูงสุด เจ็ดผู้อาวุโสใหญ่สำนักในและค่ายสิบสองเสาวิญญาณที่ปกป้องสำนักยุทธภัณฑ์มานานกว่าเก้าร้อยปี!

“ธงภูตผีปฐพีหยินลึกลับ!”

เจียวหลิวอวี้ส่งเสียงแหลมอย่างเคร่งขรึม ธงสีม่วงเข้มลอยออกจากแขนเสื้อของนาง

ธงเผาไหม้ด้วยเพลิงสีม่วงขณะที่คลื่นของพลังหยินชั่วร้ายลึกลับที่สามารถทำลายวิญญาณได้ได้ปลดปล่อยออกมาจากธงก่อนจะตกลงสู่ศูนย์กลางแนวป้องกันสำนักยุทธภัณฑ์

ทันทีที่เพลิงสีม่วงเข้มสัมผัสผู้ฝึกยุทธสำนักยุทธภัณฑ์ พวกเขากุมศีรษะแล้วกรีดร้องอย่างโหยหวนทันที เพียงไม่นาน เพลิงสีม่วงเข้มก็เผาผลาญศีรษะของทหารทั้งเจ็ดคน

“นังปีศาจเฒ่า! ข้าจะฆ่าแก!”

เฝิงหยงพุ่งออกจากฝูงชนและพ่นก้อนเนื้อโลหิตสีแดงเข้มจากปากของนาง โลหิตสด ๆ หมุนวนราวกับทับทิมเม็ดใหญ่ขณะปลดปล่อยออร่าโลหิตกระฉากปฐพีออกมาก่อนจะพุ่งเข้าหาธงสีม่วงเข้ม

“หลบไป!” จี้เหลี่ยวจากภูผานภาเมฆาพุ่งเข้าหาด้วยสีหน้าโกรธเคือง

ร่างที่เหมือนศิลาของเขาพุ่งเข้าหาเฝิงหยงด้วยท่าทางเช่นนั้น ขณะก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง หมัดสีทองเทาผิดรูปร่างกระแทกใส่กลุ่มก้อนโลหิตของเฝิงหยงราวกับอุกกาบาตที่ตกลงมา

หนึ่งในสามศิลาของภูผานภาเมฆานามฝูฉางหัวเราะอย่างเย็นชาก่อนที่กระบี่ยาวสีเงินห้าเล่มพุ่งออกจากร่างกายของเขาในทันที กระบี่ยาวลากสายรุ้งอันน่าตกตะลึงอยู่ด้านหลังก่อนจะทิ่มแทงใส่เฝิงหยง

“ครืน!”

อุกกาบาตสีทองเทากระแทกเข้าใส่กลุ่มก้อนโลหิตก่อนจะระเบิดกลุ่มก้อนดังกล่าวในทันที

หยดโลหิตขนาดเท่านิ้วมือกระจายพื้นดินราวกับดวงดาราที่แตกหัก

เฝิงหยงพ่นลมออกจมูกอย่างมืดมน นางยังไม่ได้รับการฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บสาหัสก่อนหน้านี้ ความเอื่อยเฉื่อยกลับมามากขึ้นอีกครั้ง

ผู้อาวุโสสำนักนอกทั้งสองนามถงจี้ขวาและเฉิงผิงแขวนชีวิตเอาไว้บนเส้นด้ายก่อนจะโยนอุปกรณ์วิญญาณในแหวนต่างมิติออกมาเพื่อปัดป้องกระบี่ยาวสีเงินห้าเล่มเพื่อช่วยเฝิงหยงให้รอดพ้นจากความตาย

“ฉึก!”

เฉิงผิงไม่สามารถหยุดพวกมันได้ ผลสุดท้ายจึงมีกระบี่สีเงินเล่มนี้แทงหน้าอกของเขา

เขาสูดหายใจเป็นครั้งสุดท้าย

“ลุงเฉิง!” ดวงตาของถงจี้ขวาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง

“ฆ่า!” เจี่ยงหยวนออกคำสั่ง

ผู้ที่รอดจากแรงระเบิดของระเบิดสังหารลึกลับล้วนเป็นระดับสูงที่เหนือกว่าระดับสูง พวกเขาล้วนโหดเหี้ยมและไร้ความปราณีมากที่สุดของห้ากองกำลัง!

คนเหล่านี้ในตอนนี้โอบล้อมผู้ฝึกยุทธสำนักยุทธภัณฑ์อยู่ริมนอกลานกว้างพลางกวัดแกว่งมีดหั่นเนื้อไปมาเพื่อสังหารคนของสำนักยุทธภัณฑ์อย่างไม่รู้จักหยุดหย่อน

ร่างอันน่าสยดสยองของเจียวหลิวอวี้เป็นคนแรกที่ฝ่าแนวป้องกันเข้ามาได้ ธงจำนวนมากที่เผาไหม้จนกลายเป็นสีม่วงเข้มโบกสะบัดอย่างต่อเนื่องเพื่อเผาไหม้ผู้ฝึกยุทธสำนักยุทธภัณฑ์ทุกคนที่เข้ามาขวางพวกมัน

ไม่มีใครสามารถหยุดนางได้!

ทุกคนในสำนักยุทธภัณฑ์ที่วิ่งเข้าใส่ล้วนถูกเผาไหม้ด้วยเพลิงสีม่วงที่มาจากหัวของพวกมันทันทีที่เข้าปะทะกับธง

ดวงตาอันดุร้ายของนางจับจ้องตรงไปยังฉินเลี่ยขณะเผยสีหน้าบ้าคลั่งและโหดเหี้ยมออกมา

ดวงตาของฉินเลี่ยไร้อารมณ์ราวกับเขาสูญเสียวิญญาณ

ราวกับว่าเขาเป็นคนโง่ที่ตกตะลึงเพราะภาพอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ล้อมรอบเขา

“ถงจี้ขวา! ไปอยู่กับเฉิงผิงซะ!” จี้เหลี่ยวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะบดขยี้ผู้ฝึกยุทธสำนักยุทธภัณฑ์จนกลายเป็นเนื้อและกระดูกเปื้อนโลหิตราวกับเขาเป็นรถถังเหล็กกล้า

เขาหันหน้าไปหาถงจี้ขวาก่อนจะคว้าคอของถงจี้ขวาด้วยสีหน้าป่าเถื่อน เขาอยากบดขยี้กระดูกของถงจี้ขวาด้วยมือของเขาเอง

ในตอนนี้เอง ผู้คนบ้าคลั่งทุกคนของห้ากองกำลังที่รอดชีวิตล้วนสังหารผู้ฝึกยุทธของสำนักยุทธภัณฑ์หลังจากจิตสังหารอันบ้าคลั่งที่อยู่ภายในใจของพวกเขาถูกกระตุ้นโดยระเบิดสังหารลึกลับ

ยิ่งก้าวเข้าใกล้มากเท่าไหร่ คนของสำนักยุทธภัณฑ์ก็ยิ่งถูกกำจัดมากขึ้นเท่านั้น!

ทันทีที่พวกเขาลงมือ เสวี้ยลี่ก็หลับตาแล้วไม่กล่าวอะไร เขารักษาสัญญาระหว่างเขากับอีกสามคนเอาไว้

เขาไม่แม้แต่จะเหลียวแลพวกเขา

เขากำลังอธิบายความวิเศษของค่ายสิบสองเสาวิญญาณให้ฉินเลี่ยฟังอยู่

ฉับพลันเขาลืมตาขึ้นแล้วเริ่มหัวเราะเสียงเบาแปลกประหลาดภายใต้สายตาที่เปี่ยมด้วยความกังวลและลำบากใจของจันเทียนอี้และคนอื่น

ทั้งสามคนล้วนสับสนกับเสียงหัวเราะของเสวี้ยลี่

ในตอนนั้นเองที่สายตาเฉยชาของฉินเลี่ยสั่นระริกอย่างคาดไม่ถึงก่อนที่แสงอันเจิดจ้าจะพุ่งออกจากดวงตาของเขา

เขามองไปที่ค่ายเสาวิญญาณที่อยู่ใกล้ที่สุด

มันคือค่ายเสาวิญญาณที่สลักผังศูนย์กลางจักรวาลเอาไว้!

“จงตื่นขึ้น!”

ฉัยพลันฉินเลี่ยชูมือขึ้นไป

“ครืน! ครืน!”

จากก้นบึ้งของปฐพี แผ่นดินไหวสั่นสะเทือนมาจากเบื้องล่างครั้งหนึ่ง! มันสั่นไหวจนกระทั่งทุกคนเองก็สั่นสะเทือนไปด้วย!

ค่ายเสาวิญญาณเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ผังศูนย์กลางจักรวาลระเบิดออกเป็นแต้มแสงดาราเจิดจ้ามากมายนับไม่ถ้วน!

ผังศูนย์กลางจักรวาลกลับมามีชีวิต ฉับพลันผังขนาดมหึมาและเจิดจ้าของจักรวาลปรากฏบนศีรษะของทุกคนราวกับภาพฉาย!

“ครืน!”

พลังสั่นสะเทือนอันน่าหวาดกลัวรุนแรงขึ้นจนกระทั่งภูเขาไฟอัคคีทั่วทุกหนแห่งสั่นไหวอย่างรุนแรงเช่นกัน หินขนาดมหึมามากมายนับไม่ถ้วนตกลงมาจากยอดเขาและเนินเขา มันแผ่ออกร่าอันน่าตกตะลึงออกมา

“จงตื่นขึ้น!”

ฉินเลี่ยตะโกนอีกครั้ง

“ครืน!”

เสาหินที่สูงหลายสิบเมตรพุ่งขึ้นกลางอากาศ ภายใต้การสะท้อนของทะเลดวงดาราอันกว้างใหญ่ มันปลดปล่อยแสงสว่างอันเจิดจ้าออกมา!

หลังจากนั้น แสงสว่างราวดวงดาราที่น่าจับตามองจำนวนมากพุ่งออกจากผังจักรวาลอันใหญ่โตก่อนจะกระแทกผู้ฝึกยุทธห้ากองกำลังที่บุกเข้ามา จะเรียกว่ามันเป็นดาวตกก็ไม่ผิดเพี้ยน

“ปัง!”

ผู้ฝึกยุทธพลังระดับปรากฏจากภูผานภาเมฆาถูกแสงดารากระแทกใส่ ร่างกายของเขาแตกสลายเพราะแรงกระแทกราวกับหินหยก เขาตายก่อนที่ร่างกายจะได้สัมผัสพื้นดินเสียอีก

“ดาวตก!”

ฉินเลี่ยครามอย่างบ้าคลั่งด้วยดวงตาแดงก่ำ

ดวงดาราเจิดจรัสจำนนมากตกลงมาจากทะเลดวงดาราอันกว้างใหญ่ก่อนจะพุ่งเข้าหาผู้ฝึกยุทธจากห้ากองกำลัง!

เสียงกรีดร้องอันน่าหวาดกลัวเพราะความเจ็บปวดและความตายมากมายนับไม่ถ้วนดังขึ้นจากห้ากองกำลังอีกครั้ง ทุกครั้งที่เสียงกรีดร้องดังขึ้นย่อมหมายความว่ามีอีกคนที่ถูกกำจัดเพราะดวงดารา!

“อีกครั้ง!” ฉินเลี่ยคำรามอย่างบ้าคลั่ง

ค่ายเสาวิญญาณที่สลักผังปีศาจผนึกสวรรค์เองก็พุ่งออกจากพื้นดินท่ามกลางแผ่นดินไหวที่สั่นสะเทือนเลือนลั่น!

หลังจากค่ายเสาวิญญาณพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ภาพอันน่าหวาดกลัวของปีศาจและสัตว์ประหลาดที่พยายามดิ้นรนและคำรามด้วยทุกสิ่งที่พวกมันมีแต่ก็ไม่สามารถหลุดออกจากพันธนาการของเส้นใยผนึกฟ้าอันยิ่งใหญ่ก็ได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

“คลายผนึกชั่วคราว!” ความกระหายโลหิตปรากฏขึ้นในดวงตาของฉินเลี่ย

เส้นใยขนาดยักษ์ที่กักขังปีศาจและสัตว์ประหลาดเอาไว้นานเท่าใดไม่ทราบได้หายไปในพริบตา

จากนั้น ปีศาจและสัตว์ประหลาดอันน่าหวาดที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนรกทั้งเก้าก็อยู่ในสภาพแข็งทื่อหลังจากได้กลิ่นโลหิตสด ๆ

ฉับพลันฉินเลี่ยมองไปที่เจียวหลิวอวี้

ปีศาจและสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่เพิ่งถูกปลดปล่อยพุ่งเข้าหาเจียวหลิวอวี้ทันทีราวกับกลุ่มเมฆชั่วร้ายและหนาแน่น!

พวกมันถาโถมใส่เจียวหลิวอวี้ทันที!

และเจียวหลิวอวี้ก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างบ้าคลั่งในทันทีเช่นกัน!

เนื้อและโลหิตสด ๆ ของนางถูกกิน วิญญาณของนางถูกแทะเป็นชิ้น ๆ เสียงกรีดร้องอันน่าหวาดกลัวนี้ทำให้ขนลุกชูชันจนหนาวะสท้ายไปทั่วร่างกายของผู้ที่ได้ยิน!

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร