0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 232: ไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว!

 

เมื่อระเบิดสังหารลึกลับหกลูกระเบิด พวกมันก็ทำหน้าที่ “สังหาร” สำนักยุทธภัณฑ์ทั้งหมดในพริบตา

สำนักนอกของสำนักยุทธภัณฑ์ที่ยืนหยัดมาหลายปีถูกกวาดล้างในทันที ไม่เพียงแค่นั้น แต่ตึกสูงจำนวนมากที่ครั้งหนึ่งเคยคงอยู่ก็ถูกทำลายจนหมดสิ้นเช่นกัน

หลุมใหญ่ราวขุมนรกทั้งหกถูกแทนที่ตึก มันจมลงสู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยเนื้อและโลหิตชิ้นเล็กชิ้นน้อย ภายในหลุมขนาดใหญ่เหล่านั้นล้วนมีประกายสายฟ้าและควันดำหนากำลังลอยขึ้นจากเบื้องล่าง

เจี่ยงหยวน ฟู่โจวฮุย จี้เหลี่ยวและคนอื่นจำนวนมากยืนอยู่ข้างหลุมไหม้เกรียมขนาดใหญ่ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก พวกเขาก้มศีรษะขณะมองหาบางสิ่งบางอย่าง

บนลานกว้าง

ปากของสามผู้อาวุโสสูงสุดและเจ็ดผู้อาวุโสสำนักในล้วนเปิดกว้างเพื่อปลดปล่อยเสียงคลุมเครือจนไม่อาจจำแนกออกมาได้

พวกเขาล้วนตกตะลึงจนพูดไม่ออกโดยสิ้นเชิง

เมื่อระเบิดสังหารลึกลับหกลูกระเบิดแทบจะพร้อมเพรียงกัน พละกำลังที่บังเกิดในทันทีราวกับเป็นลางสังหรณ์ของจุดจบโ,ก เมื่อเทียบกับระเบิดที่พวกเขาเคยเห็นที่บึงพิษ ของตรงหน้านี้อย่างต่ำก็ทรงพลังมากกว่าถึงสิบเท่า

เมื่อระเบิดสังหารลึกลับล้วนระเบิดอย่างพร้อมเพรียง คลื่นกระแทกราวฟ้าร้องอย่างรุนแรงกดทับกันเองจนทำให้แม้แต่อากาศยังพังทลาย การยกระดับพลังระเบิดในครั้งนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ด้วยการเพิ่มเข้าไปเพียงลูกเดียว!

แม้แต่ผู้กระทำผิดอย่างฉินเลี่ยก็ยังตกตะลึงเมื่อเห็นหายนะที่บังเกิดโดยระเบิดสังหารลึกลับทั้งหกลูกนี้

แม้แต่เขาก็ยังไม่คาดคิดว่าคลื่นกระแทกที่เกิดจากการระเบิดของระเบิดสังหารลึกลับหกลูกในเวลาเดียวกันจะสามารถสร้างพละกำลังแห่งการทำลายล้างได้มหาศาลขนาดนี้!

“ฮี่ฮี่ฮี่! ฮี่ฮี่ฮี่!” เสวี้ยลี่ผู้นั่งอยู่ใต้ค่ายเสาวิญญาณหัวเราะอย่างสบายอารมณ์ เขายินดีจนถึงขนาดที่หัวไหล่เกิดการสั่นไหว

ราวกับเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าพลังทำลายล้างแบบไหนที่จะถูกสร้างจากผลกระทบของการสอดประสานจากระเบิดที่ระเบิดพร้อมกัน ราวกับว่าเขาหวังจะให้ฉินเลี่ยทำแบบนี้อยู่แล้ว

วิญญาณอีกครึ่งหนึ่งที่ถูกกักขังอยู่ภายในก้อนผนึกวิญญาณเองก็ปลดปล่อยความสุขสันต์ออกมาจาง ๆ นี่ทำให้ฉินเลี่ยตอบสนองด้วยการถามเสวี้ยลี่อย่างใกล้ชิดว่า “ตั้งแต่เริ่ม ท่านรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าการระเบิดพร้อมกันจะสร้างพลังได้มากขนาดนี้?”

“แน่นอนว่าข้าต้องรู้อยู่แล้ว!” เสียงหัวเราะเบา ๆ แปลกประหลาดมาจากวิญญาณของเสวี้ยที่ก่อนจะก้องกังวลอยู่ภายในก้อนผนึกวิญญาณอย่างไม่มีที่สิ้นสุด “เจ้าหนู เจ้าทำได้ดีมาก เจ้าทำได้ดีมากจริง ๆ ! เจ้าควรจะรู้สึกพึงพอใจไม่ใช่เหรอ? แรงระเบิดของระเบิดสังหารลึกลับหกลูกส่งผลให้ระดับสูงของห้ากองกำลังหายไปถึงสามส่วน ถึงแม้สำนักยุทธภัณฑ์จะมีจุดจบต้องถูกทำลาย เจ้าก็สามารถนับว่านี่เป็นการแก้แค้นเพื่อพวกเขาได้ เจ้าไม่ติดหนี้อีกแล้ว!”

ร่างจริงของเสวี้ยลี่จับจ้องไปที่ฉินเลี่ยด้วยดวงตาโลหิตก่อนจะยิ้มยิงฟันและหัวเราะเสียงดัง

ยอดฝีมือที่มีพลังระดับสำนึกอีกสามคนอย่างจันเทียนอี้ ซ่งซือหยวนและเสี่ยเจอจั้งผู้กระจัดกระจายอยู่ตามริมลานกว้าง ใบหน้าของแต่ละคนล้วนตกตะลึงมากกว่าใคร ๆ

“นะ-นี่มัน…” เสี่ยเจอจั้งไม่สามารถหาคำพูดมาบรรยายความตกตะลึงในหัวใจของเขาได้

ใบหน้าของจันเทียนอี้และซ่งซือหยวนแปรเปลี่ยนเป็นตกใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ขณะจ้องมองสำนักนอกที่หายไป หลุมทั้งหกปรากฏจากที่ใดไม่ทราบได้ รวมถึงทิวทัศน์อันโหดร้ายที่สามารถเทียบได้กับแดนชำระโลหิตที่อยู่ไกลออกไป

พวกเขาให้ความสนใจที่ฉินเลี่ยโดยพร้อมเพรียง

“ลุงอวี๋ ลุงอวี๋…” ซูสื่อยังยังกระซิบกระซาบราวกับนางสูญเสียวิญญาณไปแล้ว

ร่างกายของเฉ่อจิงหยุนและวูท่าสั่นอย่างรุนแรงพร้อมกับสีหน้าโกรธเกรี้ยวราวกับพวกเขาสามารถระเบิดลงได้ทุกเมื่อ

ผู้ฝึกยุทธหอกโลหอตที่อยู่ใกล้ ๆ ถึงซือฉี เหลียนโหยวและศิษย์สำนักนอกและในสำนักยุทธภัณฑ์คนอื่น ๆ ล้วนเบิกตากว้างขณะมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออย่างถึงที่สุด

แรงระเบิดในวันนี้เป็นหายนะครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็นมาทั้งชีวิต มันสลักฝังลึกเข้าไปในใจของพวกเขา พวกเขาอาจจะไม่สามารถลืมเหตุการณ์อันน่าตกตะลึงนี้ไปชั่วชีวิตเลยก็ได้

“อา! อ๊า!”

ฉับพลัน เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งก็ดังจากก้นบึ้งของหลุมขนาดใหญ่หลุมหนึ่ง

เบื้องล่างหลุมสีดำที่ที่ซากศพถูกย่างเกรียมจำนวนมาก ร่างที่ดำเป็นตอตะโกและมีควันขโมงจนยุ่งเหยืองกระโจนออกมาขณะเผยเขี้ยวเล็บให้เห็นราวกับภูตผี

“ฉินเลี่ย! ข้าจะสับเจ้าเป็นพัน ๆ ชิ้น ถลกหนังของเจ้าออก ควักเส้นเอ็นของเจ้าออกมาและใช้โลหิตของเจ้าดื่มกินทุกวัน!” เสียงอันน่าสยดสยองหลุดออกมาจากปากของนางก่อนจะทิ่งแทงท้องฟ้า จากนั้น นางกระโจนเข้าใส่ฉินเลี่ย!

“นังแก่นี่ยังรอดอีกเหรอ!?” สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไป

ร่างอันน่าสยดสยองนั่นคือเจียวหลิวอวี้ที่รอดจากแรงระเบิด นางถูกระเบิดไปจนถึงเบื้องล่างของหลุมลึกและถูกฝังอยู่ด้านล่างด้วยซากศพจำนวนมาก

“ลงมือสิ พวกเจ้าทุกคน! จับเป็นเจ้าเด็กสารเลวนั่นซะ! ข้าจะบดกระดูกเป็นผุยผงและกลืนกินพวกมันทั้งหมด!” จี้เหลี่ยวคำรามราวกับสัตว์

“จับเป็นเจ้าเด็กนี่! หลอมมันให้ตายด้วยความทรมานที่โหดเหี้ยมที่สุด!” เจี่ยงหยวนออกคำสั่ง

ผู้ฝึกยุทธของห้ากองกำลังที่เหลือแปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งทันทีก่อนจะพุ่งเข้าใส่ฉินเลี่ยจากทุกทิศทาง พวกเขาทุกคนล้วนมีสายตาที่ร้อนแรงด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง

แรงระเบิดของระเบิดสังหารลึกลับทำลายระดับสูงของห้ากองกำลังไปถึงสามส่วน กองกำลังเหล็กดำเหล่านี้เสียหายจากะรเบิดทำลายล้างและอาจจะไม่สามารถฟื้นฟูได้แม้จะผ่านไปไม่กี่สิบปีเพียงเพราะระเบิดหกลูกนี้

ตอนนี้ ไม่ว่าสำนักยุทธภัณฑ์จะพังทลายในท้ายที่สุดหรือความมั่งคั่งที่พวกเขาช่วงชิงมาจากสำนักยุทธภัณฑ์จะมากมายเท่าไหร่ พวกมันก็ไม่อาจชดใช้ให้กับความสูญเสียครั้งนี้ได้อีกแล้ว

กล่าวได้ว่าพวกเขาพ่ายแพ้ในสงครามอันโหดร้ายนี้โดยสิ้นเชิง ต่อให้พวกเขาสังหารทุกคนในสำนักยุทธภัณฑ์ ผลลัพธ์นี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

ทั้งหมดเป็นเพราะฉินเลี่ย!

เป็นเพราะการระเบิดจนนำไปสู่การทำลายล้างของระเบิดสังหารลึกลับหกลูก ทำให้ความพยายามอย่างหนักของพวกเขาทั้งหมดล้วนสูญเปล่า มันเป็นเพราะระเบิดเหล่านั้นแท้ ๆ ที่ทำให้พวกเขาเหมือนกับกลืนผลไม้แห่งความพ่ายแพ้ที่ขมที่สุดเข้าไป!

ถ้าพวกเขาไม่สามารถทนมานฉินเลี่ยจนถึงแก่ความตายได้ งั้นพวกเขาจะกำจัดความเกลียดชังในใจนี้อย่างไร? พวกเขาจะเผชิญหน้ากับพี่น้องที่ตายไปแล้วได้ยังไง?

ขณะที่พวกเขากำลังพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยจากทุกทิศทางอยู่นั้น พวกเขาไม่สังเกตเห็นโลหิตสด ๆ จากศพทั้งหมดที่หายไปยังใต้ดินอย่างรวดเร็วโดยไร้ร่องรอยหลงเหลืออยู่ พวกเขาไม่สังเกตเห็นแม้กระทั่งรอยยิ้มที่เริ่มปรากฏบนใบหน้าของเสวี้ยลี่

“ไปกันเถอะ!”

เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังพุ่งเข้าหาเขา สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปขณะหยิบนัยน์ตาเยือกแข็งออกมาเพื่อเตรียมถอย

พลังที่แท้จริงของเขาอยู่เพียงขั้นท้ายของพลังระดับก่อเกิด ผลลัพธ์ที่มาจากผู้โจมตีทุกคนล้วนมีพละกำลังมากพอที่จะสังหารเขาได้ ถ้าเขายังอยู่ที่นี่ เขาก็โง่มากพอไม่รักตัวกลัวตาย

“จับไหล่ข้าไว้!” ฉินเลี่ยตะโกน

ขณะที่ฝูงชนพุ่งใส่พวกเขาอย่างโหดเหี้ยม ถังซือฉีและเหลียนโหยวตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง พวกนางจับไหล่ของเขาตามสัญชาตญาณทันทีที่ได้ยินเสียงของเขา

ฉินเลี่ยใช้งานนัยน์ตาเยือกแข็ง!

แสงผลึกน้ำแข็งโอบล้อมเขา ถังซือฉีและเหลียนโหยวเอาไว้ ความเย็นที่ไปถึงกระดูกเกาะกุมร่างของพวกเขาก่อนจะแช่แข็งพวกเขาในทันที

แต่ว่า ร่างกายของพวกเขากลับไม่หายไป พลังแปลกประหลาดที่สามารถบิดเบือนอากาศได้กลับไม่ก่อตัวขึ้น

นัยน์ตาเยือกแข็งไม่ทำงานเป็นครั้งแรก!

หลังจากคุมสติและความสงบเอาไว้นาน แสงแห่งความตกตะลึงปรากฏในดวงตาของฉินเลี่ย เขาไม่สามารถหลบหนีด้วยนัยน์ตาเยือกแข็งได้!

“เจ้าหนู ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีสมบัติวิญญาณที่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ไกลพันไมล์ในพริบตาสินะ” เสียงของวิญญาณเสวี้ยลี่ปรากฏในหัวของเขาอีกครั้ง “แต่เจ้าอาจจะคำนวณผิดในคราวนี้ สมบัติทั้งหมดนั้นสามารถใช้งานได้บนพื้นฐานที่อากาศมั่นคง…”

“แต่ว่า ระเบิดสังหารลึกลับหกลูกที่เจ้าจุดฉนวนได้ทำลายและบิดเบือนอากาศในพื้นที่นี้จนหมดสิ้นและไม่เหลือความมั่นคงอีก จากประสบการณ์ของข้า อย่างน้อยต้องใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งเดือนก่อนที่อากาศภายในรัศมีหนึ่งร้อยไมล์จะสามารถกลับมามั่นคงได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ข้าแนะนำว่าเจ้าทิ้งแผนอันแยบยลนั้นไปบ้างก็ดี” เสวี้ยลี่กล่าวอย่างสงบ

ฉินเลี่ยหวาดกลัวกับคำพูดที่คาดไม่ถึงของเสวี้ยลี่

เขาจะสามารถหลบหนีจากชะตากรรมอันโหดร้ายที่ต้องถูกถลกหนังและเส็นเอ็นทั้งเป็นได้ยังไงหลังจากสูญเสียความสามารถเคลื่อนย้ายพริบตาของนัยน์ตาเยือกแข็งไป?

“พาพวกเราสามคนอพยพไปจากสำนักยุทธภัณฑ์เดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนอยู่ภายในก้อนผนึกวิญญาณ

“ด้วยการคุ้มกันของผู้ฝึกยุทธที่มีพลังระดับสำนึกสามคนที่อยู่ในพื้นที่นี้ แค่ให้ข้าหนีรอดคนเดียวยังยากเลย ยิ่งให้พาพวกเจ้าสามคนไปด้วยยิ่งยากเข้าไปใหญ่” วิญญาณของเสวี้ยลี่ส่งสารอยู่ภายในหัวของเขา “หยุดคิดเรื่องที่จะหนีได้เลย อยู่ที่นี่และสู้กับจุดจบอันขมขื่นจะดีกว่า”

หลุมขนาดยักษ์ที่ขยายจากสำนักนอกไปถึงตีนภูเขาไฟอัคคีทั้งไม่ไกลและไม่ใกล้จนเกินไป ดังนั้น ผู้ฝึกยุทธผู้บ้าคลั่งที่กำลังพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางจึงอยู่ห่างจากพวกเขาไม่มากนัก

แม้เจียวหลิวอวี้จะอยู่ไกลจากฉินเลี่ยมากถึงที่สุดถึงหนึ่งกิโลเมตร แต่ว่า มีออร่าหยินอันสุดจะหยั่งและน่าขนลุกอยู่บนร่างของนางและได้โอบล้อมเขาเอาไว้ราวกับท้องฟ้าที่กำลังกดทับเขา ทำให้แม้แต่วิญญาณของเขาก็รู้สึกว่ากำลังถูกกดทับเอาไว้

“ข้าจะฆ่ามัน!” ซูสื่อยังกรีดร้องซ้ำไปมา

แต่ว่า ต้นโลหิตอันชั่วร้ายปรากฏขึ้นจากเบื้องล่างก่อนจะพันขานางอย่างแน่นหนาจนขยับไปไหนไม่ได้

อีกสองคนอย่างเฉ่อจิงหยุนและวูท่าก็กำลังเผชิญปัญหาแบบเดียวกัน ขาของพวกเขาเองก็ถูกยึเติดโดยต้นโลหิตที่เหมือนกับเถาวัลย์

“ท่านผู้อาวุโส ทำแบบนี้มันหมายความว่ายังไง?” จันเทียนอี้ขมวดคิ้ว

“ข้าพันธนาการพวกเขาสามคนมาได้พักหนึ่งแล้ว เหตุผลที่พวกเขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะวิชาโลหิต: พันธนาการที่อยู่ภายในร่างกายเกิดทำงานขึ้นมา เจ้าแค่ทำลายโซ่จากด้านนอก ไม่ได้ทำลายจากด้านใน ดังนั้น ข้าไม่ได้ทำให้พวกเขาอยู่ในสภาพอันน่าลำบากใจอย่างในตอนนี้” เสวี้ยลี่ปัดความรับผิดชอบ

“ข้าหวังว่าท่านจะรักษาสัจจะ หากพวกข้าสามคนยังอยู่เฉย ท่านก็ห้ามก้าวก่าย!” จันเทียนอี้กล่าวอย่างเคร่งขรึม

เสวี้ยลี่หัวเราะเสียงเบาอย่างแปลกประหลาด “ผ่อนคลายหน่อย ความเชื่อใจคือชื่อที่สองของข้า! ตราบใดที่พวกเจ้าไม่เคลื่อนไหว ข้าก็จะไม่เคลื่อนไหวเช่นกัน”

ขณะที่เขาพูดอยู่นั้น ความคิดของวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งดังสะท้อนอยู่ภายในก้อนผนึกวิญญาณที่อยู่ในศีรษะของฉินเลี่ยอีกครั้ง “เดิมที ข้าไม่ได้วางแผนจะบอกความลับที่อยู่เบื้องหลังค่ายสิบสองเสาวิญญาณหากเจ้ายังไม่เลื่อนระดับไปถึงพลังระดับปรากฏ แต่หลังจากดูแรงระเบิดของระเบิดสังหารลึกลับหกลูกแล้วมันไพเราะเสนาะหูข้าจริง ๆ ข้าตัดสินใจจะบอกเจ้าแล้วล่ะ! ตั้งใจฟังให้ดี!”

ร่างกายของฉินเลี่ยตึงเครียด เขารวบรวมความสนใจก่อนจะฟังเสียงของเสวี้ยลี่ที่อยู่ภายในก้อนผนึกวิญญาณ

“ฉินเลี่ย! ฉินเลี่ย! พวกเราควรทำยังไงดี? พวกมันกำลังพุ่งมาหาพวกเรา!” ใบหน้าบอบบางของเหลียนโหยวปรากฏความสิ้นหวังและความกังวลขณะกล่าวเสียงต่ำอยู่ข้างเขา

อีกด้าน ถังซือฉีจับไหล่ของฉินเลี่ยเอาไว้แน่น สีหน้าเด็ดเดี่ยวปรากฏบนใบหน้างดงามของนาง

ในตอนนี้ นางมองไปที่ถ้ำหลังหนึ่งที่อยู่ช่วงครึ่งเขา ถ้ำของฉินเลี่ย

หลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียนซวนอยู่ข้างในถ้ำในตอนนี้!

ถังซือฉีจับไหล่ของฉินเลี่ยแน่นขึ้นและมองไปที่ถ้ำที่อยู่ไกลออกไป ยิ่งผู้คนบ้าคลั่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ นางยิ่งรู้สึกยินดีอยู่ภายในใจมากเท่านั้น “อย่างน้อยที่สุดก็เป็นข้าที่ได้อยู่ร่วมกันกับเขาในตอนนี้ พวกข้าจะได้ตายด้วยกัน… นั่นหมายความว่าข้าชนะเจ้าแล้วยังไงล่ะ”

“ฉินเลี่ย!”

สามผู้อาวุโสสูงสุดและเจ็ดผู้อาวุโสใหญ่กรีดร้องอย่างพร้อมเพรียง

ในสายตาของพวกเขา เขาเหมือนกับคนโง่ที่ยืนนิ่ง ฉินเลี่ยยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหนพร้อมกับดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับว่าเขาได้สูญเสียวิญญาณไปแล้ว

“เขาไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์ครั้งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน เขายังเด็กเกินไป” เสี่ยเจอจั้งย้ายสายตาออกจากอีกฝ่าย

เขาเองก็คิดว่าฉินเลี่ยเป็นคนโง่ที่ยืนตะลึงตาค้าง

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร