0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 231: เสียงระเบิดดังสนั่นทั้งหก!

 

ที่ทางเข้าของสำนักยุทธภัณฑ์

ผู้นำของห้ากองกำลังนำยอดฝีมือของตนเองเข้ามา

ฉับพลันใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นของถูชี่ฉองยื่นมือออกไป เขาส่งสัญญาณให้ทุกคนที่อยู่ภายใต้คำสั่งของเขาหยุด หลังจากนั้นในทันทีที่ผู้ฝึกยุทธหออสูรทมิฬที่อยู่ใกล้เคียงก็หยุดลง

กลุ่มคนมองมาที่เขาด้วยความสงสัยว่าทำไมเขาถึงสั่งให้พวกเขาหยุด

“อย่าเข้าไปในทางเข้านี้” ถูชี่ฉองกล่าวเสียงต่ำ

“แต่ทุกคนล้วนเข้าไปทางนี้” จัวเฉียนแสดงความเห็นด้วยความประหลาดใจ

“ก่อนที่สิ่งที่อยู่ในมือของฉินเลี่ยจะระเบิด ไม่มีพวกเจ้าคนใดได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าไปในสำนักยุทธภัณฑ์แม้แต่ก้าวเดียว” ถูชี่ฉองจ้องมอง

กลุ่มคนล้วนเงียบราวกับคนตาย

ถูมัวเป็นคนเดียวที่กล้าพูดในสิ่งที่เขาสงสัย “ท่านพ่อ ทำไมท่านถึงสังหารเหลียนดงล่ะ?”

“เพราะข้าเลื่อนระดับไปถึงขั้นกลางของพลังระดับบรรลุแล้ว ดังนั้น เฉาชวนรุ่ยไม่สามารถตรึงพ่อไว้ได้อีกแล้ว เหตุผลที่เขาส่งเหลียนดงมาอยู่ข้างข้ามีความหมายเดียวก็คือเขาระแวดระวังในตัวพ่อ” สายตาของถูชี่ฉองเจิดจ้าด้วยแสงแห่งความโหดเหี้ยม “อย่าห่วงไปเลย พ่อทำสงครามทั่วทั้งทวีปตั้งแต่วันที่พ่อถือกำเนิดแล้ว ชั่วชีวิตของพ่อ นอกเหนือจากมนุษย์แล้วก็ล้วนเกี่ยวข้องกับการสังหารเผ่าพันธุ์ต่างแดนและสัตว์อสูรนานาชนิด อีกอย่าง พ่อไม่เคยเปิดเผยพลังที่แท้จริงให้ได้เห็น เฉาชวนรุ่ยงั้นเหรอ? หึ เขาไม่ใช่คนที่พ่อต้องมากังวลให้เสียเวลา!”

ทันทีที่เขากล่าวเช่นนี้ ถูมัว ถูเสือ จัวเฉียนและลูกน้องจำนวนมากล้วนตื่นเต้นขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ

“ตำแหน่งของผู้นำหออาจจะ… อาจจะไม่ง่ายนัก” จัวเฉียนกล่าวเสียงเบา

“ผ่อนคลายหน่อย ข้าจะต้องได้ตำแหน่งนี้มาครองอย่างแน่นอน!” ใบหน้าของถูชี่ฉองเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงอันบ้าคลั่ง “ไม่ต้องห่วง ข้าวางแผนนี้เอาไว้นานแล้ว ตอนนี้มันก็ได้ถูกตระเตรียมเอาไว้หมดแล้ว!”

“ท่านพ่อ ทำไมท่านไม่หยุดพวกเขาตอนที่เหลียนดงต้องการสังหารลุงหานและคนอื่นล่ะ?” ถูเสือถาม

“เพราะลุงหานเข้าสำนักยุทธภัณฑ์ ต่อให้เป็นพ่อก็ไม่อภัยโทษให้พวกเขาได้หากไม่มีเหตุผลที่ดีพอ” ถูชี่ฉองขมวดคิ้วพลางกล่าวต่อไปว่า “แต่เพราะฉินเลี่ยมาถึงแล้วก็นำพวกเขาไป พ่อจึงมีเหตุผลที่จะให้พวกเขาหนี พ่อมีเหตุผลที่หนักแน่นมากพอที่จะปกป้องตัวเองแม้จะอยู่ต่อหน้าผู้นำสูงสุดจนไม่ได้รับผลกระทบจากข่าวลือต่าง ๆ ”

“ท่านพ่อ ถ้าของที่อยู่ในมือฉินเลี่ยมันน่าหวาดกลัวขนาดนั้นจริง ทำไมท่านไม่เตือนผู้นำสูงสุดหรือสี่กองกำลังที่เหลือล่ะ?” ถูเสือถามอีกครั้ง

ถูชี่ฉองหัวเราะเสียงเบาด้วยความโหดเหี้ยม “ทำไมพ่อต้องสนใจคนอื่นนอกจากลูกชายที่อยู่ข้างพ่อด้วยเล่า? ลืมสี่กองกำลังนั้นไปเถอะ ต่อให้จะเป็นผู้นำสูงสุดก็ตาม… ถ้าเขาตายไป ถ้าหออสูรทมิฬเกิดสูญเสียอย่างใหญ่หลวงและสูญเสียผู้นำทุกคนไป งั้นบางทีหออสูรทมิฬอาจจะต้องฝากฝังชื่อถูเอาไว้ในอนาคตก็เป็นได้!”

สองพี่น้องมองหน้ากันสักพัก ร่างกายของพวกเขากำลังสั่นไหว พวกเขาสัมผัสได้ถึงความเคารพยามอยู่ต่อหน้าพ่อตัวเอง

“นี่แหละคือชายผู้มากด้วยความทะเยอทะยาน!!” ลูกน้องของถูชี่ฉองล้วนกรีดร้องออกมาท่ามกลางความเงียบงัน

บนลานกว้าง

ฉินเลี่ยส่งสัญญาณให้ถังซือฉีและเหลียนโหยวเพื่อขอให้พวกนางมาตรงนี้

ถังซือฉีและเหลียนโหยวเผยความสิ้นหวัง พวกนางถอนหายใจอยู่ภายในใจ พวกนางเดินออกจากผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตและมาอยู่ข้างเขา

“ทำไมเจ้าถึงกลับมา?” ถังซือฉีบ่นเสียงต่ำ

“เจ้าไม่ควรกลับมา” เหลียนโหยวเองก็ถอนหายใจอยู่เงียบ ๆ

“เจ้าเด็กอวดดี เจ้าคือหัวหน้าสำนักคนใหม่ของสำนักยุทธภัณฑ์ใช่หรือไม่?” จันเทียนอี้มองเขา “เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธที่มีพลังระดับก่อเกิดแท้ ๆ แต่กล้าสร้างความสับสนวุ่นวายได้ขนาดนี้ เจ้าไม่รู้หรือว่าคำว่าตายมันสะกดยังไง?”

“ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของพวกเจ้าคือการยอมให้เด็กคนนี้กลายเป็นหัวหน้าสำนัก!” เฉ่อจิงหยุนส่งเสียงหึออกมา “หากไม่ใช่เพราะการกระทำอันบุ่มบ่ามของมัน ผู้สร้างอย่างพวกเจ้าจะมีชีวิตแม้สำนักยุทธภัณฑ์จะยังเผชิญหน้ากับจุดจบก็ตาม แล้วตอนนี้เล่า? หึ!”

“พวกเจ้าจะตายไปพร้อมกับความบุ่มบ่ามของมัน!” ซูสื่อยังมองนิ้วที่ขาดของนางแล้วกรีดร้องออกมาในสภาพที่หัวเราะก็ไม่ใช่ร้องไห้ก็ไม่เชิง

สามผู้อาวุโสสูงสุดและเจ็ดผู้อาวุโสสำนักในผู้มองฉินเลี่ยในตอนนี้ล้วนมีสีหน้าซับซ้อน

ในตอนนี้ พวกเขาเริ่มสงสัยว่าเป็นความผิดพลาดหรือเปล่าที่ให้ฉินเลี่ยดำรงตำแหน่งแทนยิงซิ่งหยัน

“เฮ่อ…”

สามผู้อาวุโสสูงสุดและเจ็ดผู้อาวุโสใหญ่สำนักในที่นั่งอยู่ใต้สิบเสาวิญญาณในตอนนี้ถอนหายใจอยู่ภายใน

ในตอนนี้ มันเกินกว่าที่พวกเขาจะเสียใจแล้ว พวกเขาจะจับตาดูสำนักมุ่งสู่ความฉิบหายด้วยตาตัวเองก่อนที่จะมีจุดจบไม่ต่างจากมัน

“อวี๋ต้ายมาถึงสำนักแล้ว!”

“เจี่ยงหยวนมาถึงสำนักแล้ว!”

“โอหยางเซิ่งมาถึงสำนักแล้ว!”

“ฟู่โจวฮุยมาถึงสำนักแล้ว!”

“เจียวหลิวอวี้มาถึงสำนักแล้ว!”

“เฉาชวนรุ่ยมาถึงสำนักแล้ว!”

ฉับลัน เสียงขานชื่อดังลั่นมาจากทางข้าสำนักยุทธภัณฑ์เสียงแล้วเสียงเล่า

มันเหมือนกับตอนที่หยวนเทียนหยา เหลียงยังจู่ เฉ่อจิงหยุน วูท่าและซูสื่อยังมาถึง

ที่ศูนย์กลางของลานกว้าง ดวงตาของซูสื่อยังแปรเปลี่ยนเป็นยินดีและเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น “ไอ้ตาแก่อวี๋เอ๊ย รีบ ๆ มาสังหารเจ้าเด็กเหลือขอชั้นต่ำที่ชื่อฉินเลี่ยเดี๋ยวนี้เลย!”

“ฉินเลี่ย!” เสียงของเจียวหลิวอวี้ดังขึ้นอย่างเย็นชาจากด้านนอก “ข้าจะให้อวี้ฉีตัดลิ้นอวดดีของเจ้าออกมา ลิ้นของเจ้าจะถูกสับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะโยนให้หมากิน!”

“เจ้าเด็กอวดดีคนนี้สร้างปัญหามากมายนับไม่ถ้วนไปทั่วทุกหนแห่ง มันจะจะต้องไม่ได้ตายดีแน่!” อวี๋ต้ายหัวเราะอย่างเย็นชา

ฉินเลี่ยผู้กำลังจะพาถังซือฉีและเหลียนโหยวออกห่างจากดินแดนแห่งความขัดแย้งนี้ได้ยินคำขู่ของเจียวหลิวอวี้ จากนั้น ความโหดเหี้ยมตามธรรมชาติที่เก็บซ่อนอยู่ภายในใจของเขาก็ระเบิดออกมาจนไม่อาจควบคุมได้!

ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นรุนแรง ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นคนป่าเถื่อน “เจ้าอยากสับลิ้นของข้าเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนให้หมากินงั้นเหรอ? เจ้าอยากให้อวี้ฉีทำด้วยมือของนางเองอย่างนั้นเหรอ? เจียวหลิวอวี้! ข้าจะให้เจ้าได้ตายเดี๋ยวนี้แหละ!”

ฉับพลันบอลโลหะขนาดเท่ากำปั้นจำนวนมากปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา พวกมันโอบล้อมไปด้วยกระแสสายฟ้าอย่างแน่นหนา แทบจะในทันทีที่พวกมันปรากฏขึ้น พวกมันถูกขว้างไปยังทางเข้าสำนักที่ตีนเขา

มันตกลงไปยังทิศทางของเสียงทั้งหกที่ประกาศว่ามาถึงแล้ว

เสวี้ยลี่หัวเราะเสียงเบาโดยไม่เก็บซ่อนความสุขสันต์เอาไว้ในใจทันทีที่เห็นระเบิดสังหารลึกลับลอบออกไปด้านนอก เขากรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ “ดี! ดีมาก! ดีสุด ๆ ไปเลย!”

ราวกับว่าเขารอให้ฉินเลี่ยระเบิดโทสะ ราวกับเขารอให้ฉินเลี่ยขว้างระเบิดสังหารลึกลับออกไป ยิ่งโลหิตไหลหลั่งมากเท่าไหร่ ความตายก็ยิ่งปรากฏภายในเมืองมากเท่านั้น

“นั่นมันอะไรน่ะ?”

ไม่นานนักหลังจากคนระดับสูงของห้ากองกำลังเข้าสำนักมา พวกเขาเงยหน้าแล้วเห็นบอลโลหะที่กำลังส่องแสงด้วยสายฟ้าตกลงมาใส่พวกเขาจากหกทิศทางที่แตกต่างกัน พวกเขาล้วนมองขึ้นฟ้าตามสัญชาตญาณ

หยี่ยวนเป็นหนึ่งในนั้น

ความหวาดกลัว ราวกับเขาเห็นภูตผีตอนกลางวันแสก ๆ ใบหน้าของหยี่ยวนเผยเช่นนั้นก่อนจะกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง “หลบบอลโลหะพวกนั้น!”

ด้วยการตอบสนองอย่างอื่น หยี่ยวนรีบเรียกวิชาลับออกมาอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนจะอาเจียนโลหิตที่เต็มปากออกมา

ร่างกายของหยี่ยวนแปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำสีม่วงก่อนจะไหลออกนอกสำนักทางอากาศขณะที่ยังเปื้อนโลหิต

“ลำธารสีม่วง หลบหลี้หายนะ!” ชางลี่กรีดร้องออกมา

นางลังเลพักหนึ่งก่อนจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นเยือกไปทั่วทั้งร่างกาย นางเองก็ใช้วิธีเดียวกันเพื่อปลดปล่อยวิชาหลบหนีออกมา นางแปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำสีม่วงแล้วหลบหนีออกด้านนอกขณะชุ่มไปด้วยโลหิต

นางเชื่อการตัดสินของหยี่ยวนอย่างไม่มีข้อกังขา!

“ไอ้นั่นมันอะไรน่ะ?!” เจี่ยงหยวนตะโกน

เสียงตะโกนของเขาหยุดลงทันทีเมื่อบอลโลหะที่ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าตกลงตรงหน้าเขา

“ตูม!”

“ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!”

ระเบิดสังหารลึกลับหกลูกระเบิดอย่างรวดเร็วอย่างพร้อมเพรียงกัน

คลื่นกระแทกหกระลอกสั่นไหวปฐพีและท้องฟ้าแทบจะพร้อมเพรียงกัน คลื่นกระแทกจากฟ้าร้องกระจายไปทั่ว ทำให้อากาศในพื้นที่นี้ประสบกับการพังทลายอย่างเห็นได้ชัด เส้นทางสีดำปรากฏขึ้นจากที่ใดไม่ทราบได้ขณะบินผ่านไปทั่วทุกหนแห่ง

ราวกับพื้นผิวของกระจก อากาศกำลังแตกสลายอย่างช้า ๆ !

พลังวิญญาณที่กำลังโผบินเก็บเกี่ยวชีวิตที่อยู่ภายในพื้นที่นี้ราวกับเคียวขนาดใหญ่ของยมทูต!

ทางเข้าสำนักนอกของสำนักยุทธภัณฑ์ถูกทำลายในทันทีภายใต้คลื่นกระแทกที่เหมือนกับจุดจบของโลกใบนี้!

สิ่งก่อสร้างและตึกทุกหลังพังทลายเป็นชิ้นส่วนพันล้านชิ้นในทันที!

หินที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงโน้มุ่วงกลับลอยอยู่กลางอากาศและเติมเต็มทั่วทุกหัวมุมของพื้นที่ที่ถูกทำลาย!

ฉากอันน่าขนลุกนี้ถูกหยุดไว้ในพริบตา!

ในเวลาต่อมา ริ้วสายฟ้าหนายาวจำนวนนับร้อยพุ่งออกมาราวกับงู อสรพิษหรือมังกรสายฟ้า!

หลังจากนั้นเสียงร้องโหยหวนอันบ้าคลั่งของความตายก็ดังขึ้น

“ครืน! แปะ แปะ แปะ! เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”

เสียงฟ้าผ่าดังก้อง เสียงสายฟ้าฟาดผ่านอากาศ เสียงร่างกายแตกสลาย เสียงกรีดร้อง เสียงตะโกน เสียงครวญคราง…

ทุกสรรพเสียงหลอมรวมและดังก้องไปถึงสำนักยุทธภัณฑ์ มันกลายเป็นพื้นที่อันชั่วร้ายในพริบตา!

พื้นที่ที่ถูกทำลายในตอนนี้ก่อตัวเป็นหุบเหวไร้นาม อุโมงค์สีดำนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นและหายไปราวกับภาพมายาอยู่ภายในหุบเหว ราวกับพวกมันนำไปสู่จุดจบของโลกหรือสุดขอบฟ้า

ภาพดังกล่าวคงอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่พื้นที่ที่ถูกทำลายจะฟื้นกลับมาเอง มันเหมือนกับปากเหววิเศษได้ปิดลงอีกครั้ง มันกลับคืนสู่ความปกติอย่างรวดเร็ว

“ระเบิดได้เยี่ยม! ระเบิดได้ยอดมาก! ฮ่าฮ่าฮ่า!” เสวี้ยลี่กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้

แต่ว่า สำนักนอกของสำนักยุทธภัณฑ์ รวมถึงโครงสร้างทั้งหมดได้หายไปหมดสิ้นแล้ว

ขุมนรกลึกทั้งหกเหมือนกับทะเลสาบไร้ก้นบึ้งที่กว้างนับร้อยเมตร มันแทนที่สำนักยุทธภัณฑ์เดิมด้วควันที่มาจากตีนภูเขาไฟอัคคี

“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”

มีแสงสายฟ้าขนาดเล็กอยู่ภายในขุมนรกทั้งหก กลิ่นเนื้อไหม้หนาแน่นฟุ้งไปทั่วอากาศ

ผู้คนส่วนหนึ่งที่กระจัดกระจายยืนอยู่ข้างขุมนรกลึกทั้งหก ดูเหมือนพวกเขาสูญเสียวิญญาณ พวกเขาจ้องมองขุมนรกลึกทั้งหกด้วยสายตาว่างเปล่าเพื่อพยายามหาพวกพ้องที่ไม่เหลือแม้แต่ซากศพให้ได้เก็บ

มันเหมือนกับว่าวิญญาณของผู้คนได้แตกสลายเพราะระเบิดลูกใหญ่ทั้งหกจนกลายเป็นศพเดินได้…

การเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังและความตกตะลึงอย่างถึงที่สุดคือสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธผู้ทำการฝึกฝนได้พบเจอ

เจียวหลิวอวี้หายไป เฉาชวนรุ่ยหายไป อวี๋ต้ายหายไป โอหยางเซิ่งเองก็หายตัวไป…

เจี่ยงหยวน ฟู่โจวฮุย จี้เหลี่ยวและคนอื่น ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่รอบขุมนรกขนาดใหญ่ทั้งหกล้วนมีสีหน้าไร้วิญญาณ พวกเขายังมองเข้าไปในขุมนรกเพื่อตามหาสัญญาณของคนที่พวกเขารู้จัก…

น่าเสียดายที่มันไม่มีอะไรเลย

“ทำได้ดีมาก! ระเบิดได้สวย! เป็นระเบิดสังหารลึกลับของจริง!” มีเพียงเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของเสวี้ยลี่เท่านั้นที่ยังอยู่ในอากาศ

นอกสำนักยุทธภัณฑ์

ร่างกายของถูชี่ฉองสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาลืมตาขึ้นและพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ว่า เขาตระหนักดั้นทีว่าเขาไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้สักคำ สิ่งที่หลุดออกมาจากปากของเขามีเพียงเสียงครางฟังไม่ได้ศัพท์เท่านั้น

จากมุมมองของพวกเขา สำนักนอกของสำนักยุทธภัณฑ์ถูกทำลายจนราบคาบแล้ว พวกเขาสามารถมองเห็นลานกว้างที่ค่ายสิบสองเสาวิญญาณตั้งอยู่โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น

ตึกสำนึกยุทธภัณฑ์จำนวนมากที่ควรจะตั้งตระหง่านระหว่างพวกเขาและลานกว้างหายไปแล้ว!

พวกมันล้วนกลายเป็นผุยผง

“แค่ก แค่ก แค่ก!” จากอีกด้าน หยี่ยวนกระอักโลหิตออกมา ใบหน้าของเขาซีดเผือดโดยสมบูรณ์ขณะยันร่างไว้กับกำแพง เขาดูตกตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อมองไปที่ทางเข้าสำนักอีกครั้ง

ในสายตาของเขา ทางเข้าสำนึกหายไปแล้ว ตอนนี้ มีเพียงขุมนรกใหญ่ทั้งหกหลงเหลืออยู่ ซากศพมากมายนับไม่ถ้วนล้วนเป็นของสุดยอดห้ากองกำลัง

ข้างเขา ชางลี่ผู้ชินกับฉากที่ย้อมไปด้วยโลหิตมามากยังอาเจียนออกมาจนสีหน้าซัดเผือดอย่างเห็นได้ชัด

“คนขายเนื้อ คนขายเนื้อนามว่าฉินเลี่ย! มะ-มันกล้ากระทำการบ้าบิ่นและโหดเหี้ยมแบบนี้ได้ยังไง!!”

ชางลี่ไม่เคยหวาดกลัวคนมากขนาดนี้มาก่อน

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร