0 Views

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 23 – การตรวจร่างกายระดับประเทศ

 

การตรวจร่างกายจะทำทีละสิบคนพร้อมกัน ลู่ชูตั้งใจจะบอกคนตรวจว่าถ้าเขาเห็นเลือดแล้วจะเป็นลม แต่ไอ้คนข้างๆเขาดันเห็นเลือดแล้วเป็นลมขึ้นมาจริงๆแทน ไอ้หมอนั่นล้มตึงไปกับพื้นเลย

 

ถึงอย่างนั้น !

 

เรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น กลุ่มพยาบาลยังคงเจาะเลือดเด็กคนที่เป็นลมไปแล้วต่อ

 

โว้ยยย ซวยจังวะ

 

นอกจากนั้น ในขณะที่สังเกตุคนอื่นๆถูกเจาะเลือด เขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากพยาบาลหลายๆคน ถ้าตอนนี้มีใครมากระซิบบอกเขาว่าพยาบาลพวกนี้ไม่ใช่กลุ่มคนชุดดำ เขาจะตบให้หน้าทิ่มเลย!

 

ใครที่ไหนเขาเจาะเลือดแบบขืนใจและโหดร้ายทารุนขนาดนี้หา! แล้วพยาบาลยังเป็นผู้มีพลังพิเศษอีก! แล้วแสดงว่าพยาบาลที่ไม่แผ่คลื่นพลังออกมานั้นเป็นทหารงั้นเหรอ?

 

ลู่ชูจะลังเลใจไม่ได้อีกแล้ว ถ้าฝั่งตรงข้ามเห็นท่าทีแปลกๆของเขาและเกิดสงสัยขึ้นมา ก็เป็นอันจบเห่

 

“เจาะเลือดผมไปเลย” ลู่ชูพูดออกมาด้วยใบหน้าขมขื่น เขาผนึกแผนที่กาแล็กซี่ในอกไว้ และหยุดหยุดดวงไฟในจิตใจ ก่อนจะยื่นแขนออกไป

 

เขาพบว่า ถึงเขาจะเปลี่ยนแปลงพลังภายในของตนเองอย่างไร พยาบาลพวกนี้ก็ไม่มีการเปลี่ยแปลงท่าทีใดๆ

 

นี่พวกเขาสัมผัสถึงพลังของลู่ชูไม่ได้จริงๆเหรอ?

 

ลู่ชูจ้องมองเลือดถูกสูบออกจากตัวเขา อย่างน้อยมันก็ยังเป็นสีแดงเข้ม ตามปกติ

 

เขาสังเกตุเห็นว่าคนพวกนี้ประกอบไปด้วยผู้มีพลังพิเศษจำนวนมาก พวกเขาเตรียมตัวมาอย่างดี

 

ในเมื่อรัฐบาลเป็นพวกแรกที่รู้เรื่องและออกมาตรการป้องกันออกมา ก็คงไม่มีใครสามารถต้านทานมันได้ ไม่อย่างนั้นจะต้องเจอกับ กลุ่มของผู้มีพลังพิเศษที่ถูกฝึกมาอย่างดี

 

จากที่เห็น ทุกขึ้นตอนถูกวางแผนไว้อยู่แล้ว

 

แต่มันจะอยู่ในการควบคุมได้ตลอดไปหรือเปล่า?

 

ถ้ามีผู้มีพลังพิเศษระดับ A B C ที่สามารถต่ต้านอาวุธสมัยใหม่ได้ พวกเขาจะยอมถูกควบคุมหรือเปล่า?

 

พวกเขาจะยังรับคำสั่งจากคนธรรมดาไหม?

 

ทุกๆคนก็มีความทะเยอทะยานอยู่ในตนเองทั้งนั้น

 

หลังจากการเจาะเลือดในตอนบ่าย โรงเรียนก็ยังไม่ปล่อยให้นักเรียนกลับบ้าน แต่ให้ทำการศึกษาด้วยตนเองอยู่ในห้องเรียน

 

ลู่ชูมากจึงหยิบเอามือถือมาเปิดดูเว็ปบอร์ด

 

มีหัวข้อหนึ่งที่เตะตาลู่ชู หัวข้อนั้นคือ : บ่ายนี้ฉันพบว่ามีสามเมืองที่อยู่ๆก็ทำการตรวจเลือดขนาดใหญ่พร้อมๆกัน

 

จากหัวข้อ ลูกของเจ้าของบ้านเช่าของเขา  เป็นเด็กมอปลาย และในตอนบ่ายชั้นเรียนของเขาถูกยกเลิกและกลายเป็นการตรวจร่างกายแทน หลังจากนั้น เขาก็พบว่าเพื่อนเก่าของเขาก็ถูกตรวจร่างกายเหมือนกัน! ทั้งสองคนนี้อาศัยอยู่คนละเมืองกัน!

 

มีคนตอบกระทู้นี้อยู่จำนวนหนึ่ง

 

ฉันมาจากเฉียงโซ โรงเรียนที่นี่ก็มีการตรวจร่างกายเหมือนกัน!

 

จากหยิงหลวนก็ด้วย!

 

คอมเม้นนับพันล้วนกล่าวว่าที่ๆตนอยู่ก็มีการตรวจร่างกายเหมือนกัน

 

สำหรับโรงเรียนที่ยังไม่เปิดเรียน หรือนักเรียนที่อยู่ต่างประเทศ จะถูกโทรไปหาและแจ้งว่าการตรวจร่างกายรอบเก็บตกจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์ ถ้านักเรียนไม่เข้ารับการตรวจร่างกาย จะมีผลโดยตกต่อประวัติของเขา

 

กดดันกันหนักมาก

 

ลู่ชูรู้สึกกระตือรือร้น สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นแล้ว การตรวจร่างกายขนาดใหญ่ของรัฐบาล เป็นการเปิดม่านไปสู่โลกใบใหม่

 

คนที่นั่งโต๊ะติดกับลู่ชูคือหญิงสาวชื่อว่า เย หลิงหลิง เธอเป็นคนขี้นินทา ความสัมพันธ์กับเพื่อนๆเลยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ลู่ชูที่สถานะอยู่ท้ายสุดในห้องเรียน ต้องมานั่งกับหลิงหลิงที่สถานะต่ำเป็นอันดับสอง

 

เธอมักจะมากระซิบกระซาบเรื่องคนในห้องให้ฟัง แต่ลู่ชูเห็นว่ามันน่ารำคาญ ทั้งสองไม่ได้สนิทกัน และลู่ชูก็ไม่สนใจในเรื่องที่เธอพูดแม้แแต่น้อย

 

เย หลิงหลิง แอบเหล่มองู่ชูที่กำลังอ่านหนังสือสอบอยู่ก่อนพูดว่า “ลู่ชูคิดว่าเรื่องพลังพิเศาอะไรเนี่ยเชื่อถือได้มั้ยอ่ะ ถ้าตื่นพลัง เธออยากจะได้พลังพิเศษแบบไหนเหรอ?”

 

ลู่ชูหยุดเขียน คนเราจะเลือกพลังพิเศษของตนเองได้ด้วยงั้นเหรอ?

 

เขาหันไปตอบหลิงหลิงว่า “ไข่สองฟอง น้ำปลา เกลือ พริกไทยนิดหน่อย หมูสับ ผักที่เหลือในตู้เย็น”

 

หลิงหลิงนิ่งอึ้ง “???”

 

ถ้าไม่เชื่อเรื่องพลังพิเศษก็บอกกันมาตรงๆสิ จะมาบอกสูตรทำไข่เจียวหมูสับทำเพื่อ?!

 

แต้มความทุกข์จาก เย หลิงหลิง +76

 

ลู่ชูยิ้มกริ่ม แค่วันเปิดเทอมวันแรก เขาเก็บเกี่ยวได้เยอะมาก ตอนนี้แต้มความทุกข์ที่เขาได้น่าจะทะลุ 4000 ไปแล้ว กลับไปเขาคงจะได้หมุนล็อตเตอรี่อย่างสนุกสนาน

 

ท้ายที่สุดเย หลิงหลิง ก็ปิดปากเงียบ ทุกคนในชั้นเรียน ต่างก็รู้กันว่า ลู่ชูไม่เชื่อเรื่องพลังพิเศษ

 

ทุกคนต่างก็พากันขำลั่น มันแน่อยู่แล้ว ยังไงเขาก็ไม่มีทางตื่นพลังขึ้นมาหรอก

 

โกลเด้นเฟาเดชั่น และลีชีจากห้องเจ็ด เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับการมีอยู่ของผู้มีพลังพิเศษ ในใจของทุกคน ต่างก็คิดว่าลู่ชูกำลังดื้อรั้นและได้หมดหวังกับการได้มีพลังพิเศษเสียแล้ว

 

“มันก็แล้วแต่เขาว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ปล่อยให้เขาเป็นอย่างนั้นไปเถอะ”

 

“ถึงผลการเรียนเขาจะดี แต่ถ้าต่อไปทุกคนตื่นพลังกันหมดแล้ว การเรียนก็คงไม่ส่งผลดีอะไรเท่าไหร่หรอก”

 

ลู่ชูเป็นคนนอกสายตาของทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

อย่างกับว่าการมีพลังพิเศษจะทำให้คนๆหนึ่งสามารถไปถึงดวงดาวได้อย่างนั้นแหละ

 

ลู่ชูได้ยินบทสนทนาของทุกคน แต่เขาไม่ใส่ใจ เพราะตอนนี้ชีวิตเขาดีอยู่แล้ว ตอนนี้เป้าหมายหลักของเขาคือการหมุนให้ได้ผลไม้เพิ่มความสดชื่นให้เยอะที่สุด และเพิ่มขีดความสามารถของตนเองให้ทะลุระดับ E ไปให้ได้

 

ลู่ชูปลาบปลื้มเหล่าผู้มีพลังพิเศษระดับ E

 

จะเกิดอะไรขึ้นนะ ถ้าเขาสามารถจุดดวงดาวทั้งหมดในเนบิวลาแรกได้ครบ เขาทำได้เพียงเฝ้ารอเท่านั้น