0 Views

ท่านเทพ! เมตตาข้าด้วย ตอนที่ 20 – เหตุวุ่นวายในโถงทางเดิน

 

ลู่ชูรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกายตนเอง

 

ถ้าจะบอกว่าเขาดูดซับพลังของดวงดาว โดยไม่มีใครไม่สังเกตุเห็น พลังที่ดูดมาไม่ได้ถูกดึงเข้าสู่ตัวเขาผ่านช่องทางปกติ แสงดาวที่เขาดึงเข้าสู่ร่างกายนั้นคืออะไรกันแน่ล่ะ?

 

มันไม่ใช่สิ่งที่มีใครเคยเห็นมาก่อน

 

การเป็นมนุษย์คนเดียวที่มีพลังนี้ เป็นปัญหาใหญ่ ไม่มีใครที่เขาสามารถให้คำปรึกษากับเขาได้ ทั้งหมดเป็นการลองผิดลองถูกด้วยตนเองหมด

 

ถึงอย่างนั้น เขาก็ต้องปิดบังพลังนี้เอาไว้ ถึงแม้คนทั่วไปจะรู้เรื่องผู้มีพลังพิเศษแล้ว ก็การันตีไม่ได้ว่าพวกกลุ่มคนชุดดำจะเลิกไล่ล่าผู่มีพลังพิเศษ

 

ลู่ชูเดินเข้าไปในห้องเรียน และพบเจอกับเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่เคยสนิทกัน

 

ในวันนี้ นักเรียนชั้นมอห้าของโรงเรียนั่วเชง ถูกต้อนรับด้วย การซ้อมสอบ นี่เป็นการดึงสตินักเรียนทุกคน ให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริงหลังจากความสนุกหลุดโลกของวันหยุดยาวเกือบครึ่งเดือน ยิ่งตอนผลสอบออกมาให้ทุกคนเห็น นักเรียนจะยิ่งสติหลุดกว่าตอนสอบเสียอีก

 

แต่ลู่ชูไม่เคยกังวลเรื่องการสอบหรือการเรียนแม้แต่น้อย

 

การเป็นคนฉลาดเหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ ให้แก่คนร่างกายอ่อนแอแบบเขา

 

ระหว่างการสอบภาษาจีน ได้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นที่ทางเดิน นักเรียนคนหนึ่งตะโกนก้องออกมาว่า “มีหลักฐานอะไรมาบอกว่าผมโกง!!”

 

เสียงตะโกนนั้นดังมาก นักเรียนทุกคนในตึกเรียนได้ยินกันหมด

 

ทั้งตึกเรียนมีเจ็ดชั้น ชั้นสี่และชั้นห้าเป็นชั้นของมอห้า ชั้นหกและชั้นเจ็ดเป็นชั้นของมอหก ห้องเรียนของลู่ชู อยู่บนชั้นห้า การต้องเดินขึ้นบันไดมาเรียนมักจะทำให้เขาหมดแรงและหายใจหอบไปหมด แต่หลังจากที่กินผลไม้เพิ่มความสดชื่นเข้าไป คาวมอ่อนแอก็ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายเขา ตอนนี้เขาเดินขึ้นบันไดได้อย่างไร้ปัญหา

 

นอกจากนั้นหลังจากที่จุดแสงสว่างของดาวได้สองดวง เขาก็แข็งแรงเป็นสองเท่าของผู้ใหญ่ทั่วไป ถึงแม้ภายนอกเขาจะยังดูผอมและเปราะบางอยู่ แต่ภายในนั้นเขาแข็งแกร่งมาก

 

เหตุวุ่นวายเกิดขึ้นบนชั้นเดียวกันกับเขา  ลู่ชูได้แต่สงสัยว่าใครเป็นต้นตอของเสียงกันนะ ช่างกล้าหาญจริงๆ

 

จากนั้นไม่นานก็เกิดการสั่นสะเทือนและเสียงดังก้องไปทั่ว มันดังเหมือนกับวัตถุบางอย่างที่ทำจากไม้ถูกกระแทกจนพังเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากการหล่นลงบนพื้น

 

เหตุวุ่นวายเริ่มจะเข้มข้นขึ้น เสียงเอะอะดังไปทั่ว ครูประจำชั้นของลู่ชู เดินออกมาจากห้องเพื่อสังเกตุการณ์ ไม่มีใครสนใจการสอบอีกแล้ว

 

ครูประจำชั้นชื่อชี หนิงหยาง แสดงท่าทางแปลกออกไป ทันทีที่เขาก้าวออกจากประตูห้อง เขารีบวิ่งไปตามโถงทางเดินในทันที

 

นักเรียนทั้งชั้นมอห้า ห้องสาม ชั้นเรียนของลู่ชูต่างก็เริ่มจะแตกตื่น อะไรทำให้ครูชี หนิงหยางตกใจได้ขนาดนั้น

 

“หยุดเดี่ยวนี้นะ เธอจะทำร้ายครูอย่างนี้ไม่ได้!” เสียงตะโกนของครูชีดังมาจากทางเดิน

 

ทุกคนในห้องสอบมึนงงไปหมด ทุกคนมองหน้ากันไปมา แม้แต่ลู่ชูก็ยังตกใจ ใครมันบ้าขนาดที่จะทำร้ายครูตั้งแต่วันแรกหลังหยุดยาว?

 

ถึงการโดนจับได้ว่าโกงข้อสอบจะเป็นอะไรที่ไม่ปกติ แต่นี่ไม่ใช่การสอบที่สำคัญอะไรเลย ไม่โดนหักคะแนนความประพฤติด้วยซ้ำ แต่การทำร้ายร่างกายครูนั้น เป็นอีกเรื่อง

 

ใครคนหนึ่งในห้องสอบโผล่หน้าออกไปดู และพูดว่า “ชิบหายแล้ว! มาดูเร็ว ช่างข้อสอบมันเถอะ ห้องอื่นเขาออกมาดูกันหมดแล้ว”

 

ทุกคนก็เลยออกมาดู แม้แต่ลู่ชูก็ไม่เว้น

 

ทั้งโถงทางเดินเต็มไปด้วยผู้คน ห้องของลู่ชูออกมาช้ากว่าใครเพื่อน จากการถามคนที่ออกมาก่อนได้ความว่า “ใครไม่รู้ในห้องเจ็ด เขาถูกจับได้ว่าโกงข้อสอบ แล้วอยู่ๆพลังพิเศษก็ตื่นขึ้นมา ก็เลยยกโพเดียมออกมาทุ่มออกจากหน้าต่างด้วยมือเดียว”

 

ผู้มีพลังพิเศษ?

 

คนที่อยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ตื่นพลังขึ้นมางั้นเหรอ?

 

เรื่องที่เคยเป็นเรื่องตลก เกิดขึ้นต่อหน้าทุกคน

 

คนที่เคยเข้าไปดูเว็ปไซต์ของโกลเด้นเฟาเดชั่น พูดขึ้นมาว่า “นี่เป็นผู้มีพลังพิเศษสายพละกำลังสินะ? ชั้นใช้สองมือยกอย่างเต็มกำลังยังยกโพเดียมไม่ขึ้นเลย”

 

“ใช่แล้วล่ะ เพื่อนฉันบอกว่า หมอนั่นยกโพเดียมได้ด้วยมือเดียวจริงๆ ถึงแม้เขาจะพยายามยกมากทีเดียว แต่การยกโพเดียมมาทุ่มได้ด้วยมือเดียวไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้ แถมเขายังบอกอีกว่าตัวเองตื่นพลังขึ้นมาแล้ว พวกเราคงหนีเรื่องพวกนี้ไม่พ้นแล้วล่ะ”

 

ลู่ชูครุ่นคิด อาจไม่ใช่เพราะภูมิหลังที่บาดหมางกับครูอย่างใด ที่นักเรียนคนนั้นกล้าจะทำร้ายครู มันเป็นเพราะอยู่ๆเขาก็ได้อำนาจมหาศาลมาอยู่ในกำมืองั้นเหรอ? แต่ก็เป็นไปได้ที่เขาจะแค้นครูคนนั้นอยู่แล้ว และรู้สึกว่าตนเองไร้เทียมทานหลังจากที่ตื่นพลังขึ้นมา ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร จิตใจของเขาระเบิดกระจุยกระจายและควบคุมตัวเองไม่ได้

 

นักเรียนคนนั้นไม่เคยเห็นเหลียงชีโดนกลุ่มคนชุดดำจับกุมตัวเหมือนกับที่ลู่ชูเห็น เขาคงคิดว่าตนเองไม่ต้องเป็นนักเรียนอีกแล้ว ออกไปเป็นฮีโร่รักษาความสงบสุขของโลกตอนนี้เลยจะดีกว่าล่ะมั้ง?

 

เหมือนกับขอทานที่ถูกบริจาคเงินก้อนโตให้ จิตใจเขาสับสนวุ่นวายและอยู่เหนือการควบคุม

 

ลู่ชูสังเกตุได้ว่าพวกผู้มีพลังพิเศษสายพละกำลังจะไม่รู้ตัวว่ากำลังของตนเองเพิ่มขึ้น น่าจะเป็นเพราะพลังพิเศษนี้ไปเพิ่มพละกำลังภายในของร่างกายโดยตรง

 

ลู่ชูคิดว่าต่อไปผู้มีพลังพิเศษประเภทนี้จะมีประโยชน์น้อยมากในอนาคต

 

เว้นแต่ว่าพวกเขาจะมีพลังอย่างอื่นที่นอกเหนือจากการพึ่งกำลังกายองตนเอง ก็คนที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว จะไปสู้กับคนที่ควบคุมพลังของธรรมชาติได้อย่างไรล่ะ?

 

ความโกลาหลยังคงดำเนินต่อไปอย่างไร้การควบคุม ลู่ชูตัดสินใจแหวกฝูงชน ตรงเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เขาต้องการย่นระยะห่างเพื่อดูว่าผู้มีพลังพิเศษสายพละกำลังนั้นเป็นอย่างไร

 

แสงอาทิตย์ถูกเบี่ยงเบนเข้าหาดวงไฟในหัวใจของลู่ชู

 

เขาอยากจะรู้ว่าคนมีพลังพิเศษเหมือนกันจะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังในตัวเขาหรือเปล่า

 

ในเมื่อตอนนี้เขาแข็งแกร่งเป็นสองเท่าของคนปกติเขาจึงดันตัวเองผ่านฝูงชนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว

 

ใครบางคนเริ่มจะรำคาญเขาแล้วหันมาบ่นว่า”จะดันไปถึงไหนหา!”

 

“แค่รอบเดียว” ลู่ชูตอบ

 

คราวนี้ฝูงชนอึ้งกันทั้งแถบ The girls sneered as the boys found it to be music to their ears.

 

ลู่ชูไม่แคร์ความคิดของคนพวกนี้ เป้าหมายของเขาคือการแหวกไปข้างหน้า แต่นักเรียนข้างหน้าเขาเป็นผู้ชาย และต้องการจะผลักเขากลับ ก่อนที่นักเรียนชายจะทันได้ทำอะไร ลู่ชูก็ยกมือขึ้นมาวางบนอกของนักเรียนคนนั้น และใช้แรงมหาศาลจากแขนเล็กๆของเขา ดันนักเรียนชายออกไป นักเรียนชายล้มกลิ้งไปชนคนข้างๆ

 

“ค่าความทุกข์จาก ชาง เจียง +70”

 

อีกฝั่งไม่นึกว่ากำลังกายของลู่ชูจะมากมายจนเขาต้านไม่ไหว ด้วยความเร็วขนาดนั้น เขาไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน จึงล้มลงไป

 

มันไม่ได้แปลกประหลาดอะไรมาก นักเรียนชายจึงไม่สงสัยเรื่องนี้

 

ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนได้ ลู่ชูก็หายเข้าไปในฝูงชนแล้ว ลู่ชูแหวกฝูงชนไปเรื่อยๆ

 

แต่แล้วเขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาหันไปมองต้นตอของความรู้สึกโดยไม่ได้ตั้งใจ เขามองเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่มีพลังไหลเวียนอยู่ในร่างกาย

 

ในโรงเรียนนี้มีผู้มีพลังพิเศษคนอื่นนอกจากเขาถึงสองคนเลยเหรอ?