0 Views

ตอนที่ 6

 

หนึ่งในผู้เสียชีวิตมีปาร์ครวมอยู่ด้วย ซึ่งเขาเป็นเพื่อนของคิม

แน่นอนว่าปาร์ตี้ได้โหวตกันแล้วก่อนที่จะเข้ามายังดันเจี้ยนซ้อนดันเจี้ยนแห่งนี้ด้วยมติที่ว่าจะไม่มีใครโต้แย้งกับผลลัพธ์ แต่สำหรับคิมที่สูญเสียเหตุผลทั้งหมดไป ลึกๆ แล้วมันกลับเป็นความทรงจำที่ค่อยๆ จางหายไป

“ฉันจะไปเอง นายช่วยเอาดาบออกไปได้ไหม?”

ซองถามคิม

“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไง? หยุดพูดแล้วเดินไปซะ”

ซองถอนหายใจและเดินไปยังแท่นบูชา ตามด้วยคิม และดาบของเขาที่ชี้ไปยังแผ่นหลังของซอง

ในขณะที่จินวูเฝ้าดู เขาก็กัดริมฝีปากของตัวเอง

‘มันไม่ใช่ความผิดของคุณซอง…’

ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาทุกคนก็ได้โหวตและยอมรับผลโหวตแล้ว สำหรับจินวู หลังจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา การผลักทุกอย่างให้เป็นความผิดของซองถือเป็นความขี้ขลาดอย่างถึงที่สุด

‘แต่…’

จินวูไม่มีอำนาจหยุดคิม เขาคือฮันเตอร์แรงค์ E ที่อ่อนแอที่สุดในแรงค์ของเขา ส่วนคิมคือฮันเตอร์แรงค์ D ที่ยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดในแรงค์ของเขา ความแตกต่างของพลังนั้นมากเกินไป นอกจากนั้น เขายังเสียขาไปข้างหนึ่ง ถ้าเขาพยายามทำอะไรสักอย่างในตอนนี้ ไม่เพียงแต่เขา แต่จูฮีที่กำลังรักษาเขาอาจจะกลายเป็นเป้าความโกรธของคิมได้

“บัดซบ”

จินวูหลับตาลง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ในชั่วขณะนี้เองที่เขาได้สาปแช่งความไร้พลังของตนเองมากที่สุด

ในระหว่างนี้ ซองก็ได้มาถึงด้านบนของแท่นบูชา

ฟุ่บ~!

เปลวเพลิงสีแดงปรากฏขึ้นบริเวณขอบของพื้นที่ตรงกลางซึ่งแท่นบูชาตั้งอยู่เป็นการตอบสนอง เหล่าคนที่มารวมตัวกันกลืนน้ำลายลงไปในขณะที่พวกเขาเตรียมพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วยความระมัดระวัง

แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ยกเว้นแค่การปรากฏขึ้นของเปลวเพลิง

“… ?”

เนื่องจากไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่สักพัก คิมและคนอื่นๆ จึงเริ่มรู้สึกเป็นกังวล

“เฮ้ ซง หรือว่ามันจะไม่ใช่?”

คิมถามจินวู

“ผมก็ไม่แน่ใจ…”

จินวูคิดว่าบทบัญญัติข้อที่สามจะสมบูรณ์เมื่อมีคนขึ้นไปอยู่บนแท่นบูชา

‘มันไม่ได้หมายถึงการบูชายัญงั้นเหรอ?’

อืม มันไม่ใช่ข่าวร้ายสำหรับจินวู ถ้าทฤษฎีเรื่องการบูชายัญผิด งั้นมันก็มีโอกาสที่จะช่วยซอง ใบหน้าของจินวูสดใสขึ้น ในขณะที่เขาพยายามจะลุกขึ้น จินวูก็ขอให้ฮันเตอร์สองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ช่วยเขา

“พวกคุณช่วยพาผมไปที่แท่นบูชาได้ไหม?”

“จินวู อาการบาดเจ็บของนาย…”

จูฮีเองก็ลุกขึ้นพร้อมกับจินวู หลังจากใช้มานาส่วนใหญ่ของเธอไป สีหน้าของเธอก็ซีดเซียวและอ่อนแรง ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของเธอ อย่างน้อยจินวูก็สามารถเอาชนะความรู้สึกเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บของเขาได้

‘เราต้องรีบแล้ว’

สภาพของจูฮี ความโกรธของคิม ความหวาดกลัวของฮันเตอร์คนอื่นๆ

เขากำลังจะหมดเวลาแล้ว

ด้วยความช่วยเหลือของฮันเตอร์อีกสองคน จินวูก็มาถึงแท่นบูชา

“ขึ้นไปบนแท่นบูชากันเถอะ”

ฮันเตอร์ทั้งสองคนชะงักไปชั่วขณะ แต่พวกเขาก็เชื่อในตัวจินวูและขึ้นไปบนแท่นบูชา

เปลวเพลิงอีกสามดวงได้ปรากฏขึ้น ณ ขอบของพื้นที่ตรงกลางเป็นการตอบสนอง

ฟุ่บ~!

ฟุ่บ~!

ฟุ่บ~!

ดวงตาของจินวูเบิกกว้างขึ้น

‘มันเท่ากับจำนวนคนที่อยู่ข้างบนเลย’

ซอง ผู้ช่วยสองคนของเขา และตัวเขาเอง เปลวเพลิงสี่ดวงริบหรี่อยู่บริเวณพื้นที่ตรงกลาง วาดโครงร่างของวงกลม

‘เมื่อมองดูตำแหน่งของพวกมันแล้ว พวกเราต้องการอีกเพียง 2 ดวงเพื่อทำให้เป็นวงกลมที่สมบูรณ์’

ฉะนั้นแล้ว ดูเหมือนว่าคนที่เหลืออยู่จะต้องขึ้นมาบนแท่นบูชานี้

“คุณคิดว่าจะมีคนมาช่วยพวกเราไหมถ้าพวกเรารอ?”

จินวูถามซอง

ซองส่ายหัว

“วันนี้เป็นวันที่ 7 นับตั้งแต่ที่เดอะเกทนี้เปิด ก่อนที่กำลังเสริมจะมาถึง สิ่งเหล่านั้นคงเคลื่อนไหวก่อนแล้ว”

“สำหรับเดอะเกทแรงค์ D พวกเขาคงไม่สนใจมันหรอก”

“อืม สมาคมก็แบบนี้แหละ…”

เดอะเกทจะเปิดเต็มรูปแบบหลังจาก 7 วัน มันเป็นหน้าที่ของเหล่าฮันเตอร์ในการป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น การปิดเดอะเกทด้วยการสังหารบอสในดันเจี้ยนคือเป้าหมายที่แท้จริของการเรด  ถ้าพวกเขาล้มเหลวในการทำเช่นนั้น อสูรเวทย์ทั้งหมดภายในดันเจี้ยนก็จะได้รับอิสรภาพในการออกไปจากเดอะเกท ซึ่งก็คือดันเจี้ยนแตก

จินวูมองไปรอบๆ ตัว เทวรูปยังคงอยู่บนที่นั่ง และมองลงมายังปาร์ตี้จากระยะไกล

‘ถ้าพวกมันออกไปจากที่นี่ได้ล่ะก็…’

เขาไม่สามารถจินตนาการถึงความเสียหายที่จะตามมาได้เลย แน่นอนว่าปาร์ตี้ของพวกเขาคงจะเป็นกลุ่มแรกที่โดนสังหาร หากเทวรูปในห้องได้รับอิสระในการเคลื่อนไหว ดังนั้นจินวูจึงตระหนักได้ว่าพวกเขาไม่สามารถรอคอยความช่วยเหลือได้

จินวูเรียกจูฮีและคิม

“พวกคุณสองคนขึ้นมาบนนี้ได้ไหม?”

จูฮีปฏิบัติตามคำพูดของเขา แม้ว่าคิมจะลังเล แต่เขาก็รีบตามหลังมาอย่างรวดเร็ว

เปลวเพลิงอีกสองดวงปรากฏขึ้น และทำให้วงกลมสมบูรณ์

ฟุ่บ~

เหล่าฮันเตอร์ต่างอ้าปากค้าง

“ฮะ?”

“เกิดอะไรขึ้น?”

อย่างที่จินวูคิดไว้ มีบางอย่างเกิดขึ้น

‘มันกำลังมา’

จากวงกลมด้านนอกสุดของพื้นที่ตรงกลาง เปลวเพลิงสีฟ้าดวงเล็กๆ เริ่มปรากฏขึ้น พวกมันก่อตัวขึ้นทีละดวงๆ และก่อตัวขึ้นเป็นวงกลมรอบๆ พื้นที่ตรงกลาง

‘34… 35… 36…’

จินวูนับเปลวเพลิงสีฟ้าได้ 36 ดวง

‘เปลวเพลิงสีแดงเท่ากับจำนวนคน ส่วนเปลวเพลิงสีฟ้าคือ 36 ดวง จำนวนของพวกมันมีหมายความว่ายังไง?’

ในเวลานั้นเอง

เอี๊ยด~

ประตูที่ปิดกั้นทางออกของพวกเขาเปิดออกโดยไม่มีสัญญาณเตือน เหล่าฮันเตอร์ต่างสะดุ้งตอบ

“อ่า…!”

ทุกคนต้องการวิ่งไปยังทางออก แต่ความทรงจำในช่วงเวลาสุดท้ายของฮันเตอร์ที่กำลังร้องเพลงยังคงกระจ่างชัดอยู่ในจิตใจของพวกเขา และไม่มีใครเคลื่อนไหว พวกเขาไม่รู้ว่าโชคชะตาแบบไหนจะรอคอยคนแรกที่ออกจากแท่นบูชาไป ราวกับว่ากำลังรอคอยคำตอบ สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมาที่จินวูที่ปิดปากเงียบ

“…”

มันเร็วเกินไปที่จะสรุป ไม่ว่าการเปิดของประตูจะเป็นกับดักหรือไม่ หรือว่ามันจะเป็นวิธีการของดันเจี้ยนที่บอกให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติสุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่รู้

ในขณะที่เหล่าฮันเตอร์กำลังรอคำสั่งของจินวู เสียงที่นำพาข่าวร้ายมาก็ดังมาจากขอบห้อง

แกร๊กกกก

ครืนนนนน

หัวทั้งหกหันมองไปรอบๆ ห้องพร้อมกัน

“อะไรกันเนี่ย?!”

“พวกมัน… พวกมันกำลังเข้ามาใกล้!”

“พวกมันเคลื่อนไหวแล้ว!”

การหายใจของเหล่าฮันเตอร์เร็วขึ้น เทวรูปที่ตอบสนองเฉพาะกับมนุษย์เริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ในทันใด ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น จินวูก็สามารถตรวจสอบสถานการณ์ทั้งหมดได้

‘ไม่ เทวรูปไม่ได้ขยับ มันเป็นฐานที่อยู่ใต้เทวรูปที่ขยับเข้ามาใกล้’

เสียงเลื่อนเมื่อก่อนหน้านี้คือเสียงของแท่นหินที่กำลังบดเข้ากับพื้น

“…พวกมันหยุดเคลื่อนไหวแล้วงั้นเหรอ?”

คิมเช็ดเหงื่อบนคิ้วของเขา เมื่อความสนใจของทุกคนมุ่งไปยังเทวรูป จินวูก็มองไปยังเปลวเพลิงสีฟ้าที่อยู่รอบๆ มันกำลังดับไปทีละดวง เปลวเพลิงสีฟ้าได้ดับไป 3 ดวงแล้ว

แกร๊กกกก

ครืนนนนน

“อะไร อะไรกัน! มันอยู่ไหน?!”

มีคนตะโกนออกมา จินวูเงยหน้าขึ้น เสียงดังมาจากทิศทางของเขา เทวรูปที่เผชิญหน้ากับเขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก

‘ทำไมมันต้องเป็นเรา…?’

หรือมันเป็นเพราะเขามองไปทางอื่น?

จินวูหลับตาเพื่อทดสอบทฤษฎี

แกร๊ก

ครืน

“บัดซบ ทำไมกัน?!”

“อะไรกัน ตอนนี้พวกเราต้องทำยังไง?!”

ด้วยการทำความเข้าใจใหม่ จินวูได้ตะโกนไปหาคนอื่นๆ

“อย่าละสายตาไปจากเทวรูป!”

ในตอนนี้ที่เขาคิดถึงมัน การเคลื่อนไหวครั้งแรกของฐานอาจจะเกิดขึ้นตอนที่ทุกคนมองมาที่เขาเพื่อขอคำแนะนำก่อนหน้านี้

‘ไอ้พวกบัดซบนี่ไม่เคลื่อนไหวเมื่อพวกเรามองไปที่พวกมัน’

เปลวเพลิงสีฟ้าดับไปอีกดวง แต่มันก็ไม่ได้กระตุ้นการตอบสนองจากเทวรูป

‘หรือว่า…?’

โดยไม่ละสายตาไปจากเทวรูป จินวูยกแขนขึ้นอย่างระมัดระวังและมองไปยังนาฬิกาของเขา

‘อย่างที่เราคิดเลย’

เปลวเพลิงสีฟ้ากำลังดับไปทุกนาที

‘เปลวเพลิงสีฟ้าคือตัวจับเวลา’

จินวูสันนิษฐานว่าการทดสอบของบทบัญญัติสุดท้ายคือการรออยู่ด้านบนของแท่นบูชาจนกระทั่งเปลวเพลิงสีฟ้าทั้ง 36 ดวงดับไป ตราบใดที่พวกเขาแต่ละคนจ้องมองเทวรูปทั้งหมด พวกเขาก็จะปลอดภัย มันมีโอกาสที่จะไม่มีใครตายเลยในระหว่างการทดสอบสุดท้ายนี้

จินวูมองไปยังนาฬิกาและเปลวเพลิงสีฟ้าเพื่อประเมินเวลาที่เหลืออยู่

‘เหลืออีก 30 นาที…’

พวกเขาแค่ต้องรออีก 30 นาที!

แต่จินวูทำพลาด ในขณะที่เขากำลังนับเปลวเพลิงสีฟ้า เขาก็ละสายตาไปจากเทวรูป และด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาหาเขาอีกครั้ง

แกร๊กกกก

ครืนนนนน

“ฉ-ฉันทำไม่ได้!”

ชายที่อยู่ตรงข้ามจินวูกรีดร้องออกมาและวิ่งไปทางประตูที่เปิดอยู่ เนื่องด้วยความตกใจจากเสียงของการเคลื่อนไหวซึ่งมาจากทางด้านหลังของเขา และการที่เขาไม่สามารถหันกลับไปได้ ชายผู้นั้นจึงสูญเสียความกล้าหาญทั้งหมดไปและตัดสินใจวิ่งหนี ในขณะที่เขากระโจนออกไปจากแท่นบูชา หนึ่งในเปลวเพลิงสีแดงก็ดับไป

“ไม่ อย่านะ!”

จินวูตะโกน

แต่ชายคนนั้นก็วิ่งออกไปด้วยแรงทั้งหมดโดยไม่สนใจจินวูและผ่านประตูที่เปิดอยู่ไปได้อย่างปลอดภัย

“อ-อะไรกัน? ซง เกิดอะไรขึ้น? เขาออกไปได้อย่างปลอดภัย!”

จินวูที่ไม่สามารถหันไปทางประตูได้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“มีการเปลี่ยนแปลงอะไรไหม?”

“ประตู… ประตูขยับเข้ามาเล็กน้อย”

“มันกำลังจะปิดเหรอ?”

“ไม่ ไม่ มันเริ่มปิดลงเล็กน้อยหลังจากที่ชายคนนั้นผ่านไป แต่ก็ไม่ขยับอีก”

จินวูจำได้ว่าเปลวเพลิงสีแดงได้ดับไปหลังจากที่ชายคนนั้นออกจากแท่นบูชาไป

‘ใช่แล้ว!’

หัวใจของเขาจมดิ่งลง ในที่สุดปริศนาที่รบกวนจิตใจของเขาบนแท่นบูชานี้ก็เผยคำตอบของมันออกมา

ส่วนใดของสิ่งนี้ที่พิสูจน์ ‘ศรัทธาต่อพระองค์’? เขารู้คำตอบแล้ว

อย่างไรก็ตาม การที่ชายคนนั้นเดินออกไปได้ด้วยความช่วยเหลือของคนอื่น มันเป็นคำตอบที่เลวร้ายที่สุด

‘ประตูที่เปิดออก’ คือกับดัก ความหวังที่ไม่จริงปรากฏต่อสายตาของพวกเขา!

หากทั้งปาร์ตี้วิ่งไปยังทางออกหลังจากเห็นประตูเปิด ประตูก็จะปิดลงในทันที และปาร์ตี้ที่วิ่งออกไปก็จะถูกสังหารหมู่ ในทางตรงกันข้าม แท่นบูชาคือเขตปลอดภัย ถ้าพวกเขารออยู่ข้างบนและรอจนเปลวเพลิงสีฟ้าดับไปจนหมดในขณะที่มองไปยังเทวรูป มันก็จะเป็นการรับประกันถึงความปลอดภัยของพวกเขา

ความหวังลมๆ แล้งๆ ที่พวกเขามองเห็นได้กับสัญญาที่พวกเขาไม่สามารถมองเห็นได้

นี่คือวิธีการพิสูจน์ ‘ศรัทธาต่อพระองค์’ มันเป็นการทดสอบเพื่อเอาชนะการล่อลวงแห่งอิสรภาพท่ามกลางอันตรายที่กำลังย่างกรายเข้ามา

ที่นี่ มีตัวแปรสองอย่างปรากฏขึ้นก่อนสถานการณ์ของพวกเขา

หนึ่ง: การปรากฏตัวของจินวู

แทนที่จะวิ่งไปยังประตูที่กำลังเปิดออกไปสู่หายนะของพวกเขา ปาร์ตี้ได้หยุดลงเพื่อฟังจินวู และหลีกหนีจากความตาย

‘พวกเราโชคดี’

มันเป็นไปได้เพียงเพราะการปรากฏตัวของชายที่สามารถไขบทบัญญัติทั้งสองข้อก่อนหน้านี้และช่วยชีวิตของพวกเขาไว้ และได้รับความเคารพและความสนใจในระหว่างนั้น

แต่ตัวแปรที่สองนั้นไม่ค่อยดีนัก

มีบางคนได้ทิ้งปาร์ตี้ไปเพื่อความปลอดภัย

คนที่เหลืออยู่จะมีปฏิกิริยาต่อความหวังที่ปรากฏขึ้นนี้อย่างไร?

คำตอบนั้นชัดเจน

ชายที่พยุงจินวูอยู่เป็นคนที่สองที่วิ่งไปยังประตูที่เปิดออก ซองรีบตอบสนองและจับจินวูที่กำลังล้มลงไปไว้ เปลวเพลิงสีแดงดับไปอีกดวง และประตูก็ขยับปิดเข้ามาอีก

“เห้ย เห้ย!”

คิมชี้นิ้วไปยังคนที่วิ่งออกไปเป็นคนที่สอง แต่ชายคนนั้นก็เหมือนกับคนแรก เขาสามารถผ่านประตูไปได้อย่างปลอดภัย

เมื่อดูจำนวนเปลวเพลิงที่เหลืออยู่ จินวูก็ตะโกนออกมา

“ได้โปรดอย่าเคลื่อนไหว! พวกเราจะเสียใครไปไม่ได้อีกแล้ว!”

(จบตอน)


Solo Leveling – แปลไทย