0 Views

ตอนที่ 4 บทบัญญัติสามประการ


จินวูตะโกนใส่ฮันเตอร์คนอื่นๆ

“ทุกคน!”

พวกเขาหันหน้ามาทางเสียงของจินวู

“ทุกคนต้องก้มกราบต่อเทวรูป!”

เหล่าฮันเตอร์เอียงศีรษะด้วยความสับสน

“ก้มกราบ…?”

“ก้มกราบสิ่งนั้นงั้นเหรอ?”

เหล่าฮันเตอร์ที่กำลังมองหน้ากันเริ่มก่นด่าจินวู

“เชี่ย… นายกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร?!”

“นี่เป็นสถานการณ์ที่นายจะพูดอะไรแบบนี้ได้เหรอ?!”

“นายบ้าไปแล้วเหรอซงจินวู?!”

รูจมูกของคิมขยายออก

“ดูเหมือนว่าฉันจะตัดสินนายผิดไป! ถ้าฉันสามารถลุกขึ้นไปจากจุดนี้ได้ ฉันจะยัดถุงเท้าใส่จมูกนายซะ!”

จินวูกัดริมฝีปากของเขา ถึงอย่างไรก็ตาม พวกพ้องทั้ง 6 คนของพวกเขาก็ได้ตายตกไปเพราะเทวรูป คิดๆ ดูแล้ว มันเป็นเขาเองที่ขอให้คนอื่นๆ ก้มกราบต่อเทวรูป มันจึงย่อมทำให้พวกเขาโกรธเป็นธรรมดา

‘ที่สำคัญกว่านั้น…’

มันไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงการคาดเดาของเขา มันมีเพียงความรู้สึกเท่านั้น ไม่มีใครสามารถอธิบายหรือพูดในสิ่งที่พวกเขารู้สึกผ่านสัญชาตญาณได้โดยง่าย

ในขณะที่เขาพูดไม่ออก ก็มีใครบางคนพูดขึ้นมา “ฉันจะทำ”

เสียงนี้มาจากด้านหลังของจินวู สายตาของเหล่าฮันเตอร์หันไปทางผู้นำเรดที่พูดขึ้นมา

“คุณซอง…?”

“นายจะก้มกราบต่อเทวรูปบ้านั่นเหรอ?”

ในขณะที่เหล่าฮันเตอร์พูดออกมาด้วยความสับสน ซองก็หันไปสบสายตาของจินวู

“นายค้นพบอะไร?”

จินวูส่ายหัว

“แค่ความรู้สึกเหรอ?”

“…ใช่ครับ สำหรับตอนนี้”

“ฉันเข้าใจ”

สัญชาตญาณของจินวูส่งผลให้พวกเขา 11 คนยังมีชีวิตอยู่ และ 10 คนมีชีวิตรอดหลังจากที่จูตายไป ดังนั้นมันไม่คุ้มค่าเหรอที่จะลองดูและเชื่อเขา? นี่คือสิ่งที่ซองเชื่อ เมื่อหัวหน้าเรดก้มกราบต่อเทวรูป บรรยากาศก็เริ่มอึมครึมขึ้น

“คุณกำลังจะทำมันจริงๆ เหรอ?”

จินวูพูดขึ้นมาโดยใช้โอกาสที่ซองมอบให้เขา

“ได้โปรด! ก้มกราบเทวรูป นี่อาจจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พวกเราออกไปจากที่นี่แบบมีชีวิตได้!”

แบบมีชวิต

ออกไปจากที่นี่แบบมีชีวิต

ประโยคนั้นดังก้องในหูของคนอื่นๆ

‘ออกไปจากที่นี่แบบมีชีวิต?’

‘พวกเราจะออกไปจากที่นี่ได้จริงๆ เหรอ?’

‘โดยแค่ก้มกราบต่อสิ่งนั้นงั้นเหรอ?’

ฮันเตอร์ที่ลังเลเริ่มก้มกราบต่อเทวรูปทีละคนๆ โดยเลียนแบบภาพการสักการะ สุดท้ายแม้แต่คิมที่โกรธอยู่ก็มาก้มกราบต่อเทวรูปด้วย อย่างไรก็ตาม มันไม่มีการตอบสนองจากเทวรูป ดวงตาทั้งสองข้างของมันยังคงเปล่งประกายด้วยแสงสีแดงเข้มอันน่าสะพรึงกลัว จินวูรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังจมดิ่งลง

‘เราคิดผิดงั้นเหรอ?’

แล้วสายตาของเขาก็หันไปหาจูฮีที่อยู่ข้างๆ เธอนอนหมอบอยู่บนพื้นพร้อมกับมือที่กุมศีรษะไว้ มันยากที่จะบอกว่าเธออยู่ในท่วงท่าก้มกราบต่อเทวรูป

‘อ่า…’

จินวูจับข้อมือของจูฮีเบาๆ จูฮีผวา และเงยหน้าขึ้นมองเขาราวกับเหยื่อที่กำลังตื่นกลัว เขาพยักหน้าโดยไม่พูดไม่จาให้กับเธอ จากนั้นก็ปล่อยมือของเขา ในไม่ช้า จินวูก็ช่วยให้จูฮีมาอยู่ในท่าก้มกราบต่อเทวรูป

‘นี่น่าจะใช้ได้’

แล้วก็อีกคนหนึ่ง ตัวเขาเอง

จินวูหันหน้าเข้าหาเทวรูป คุกเข่าลง จากนั้นก็วางมือลงบนพื้น และค่อยๆ ก้มศีรษะลง

และมันก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

“โอ้ หือ?”

ฮันเตอร์ที่สังเกตเห็นเริ่มส่งเสียงออกมา

“เทวรูป? ทุกคน มองไปที่เทวรูป!”

“ดวงตาของมัน!”

แสงสีแดงเข้มที่ย้อมดวงตาของเทวรูปกำลังจางหายไป

“อะไรกัน? นายหมายความว่ามันได้ผลจริงๆ งั้นเหรอ?”

และแล้วแสงก็หายไปจากดวงตาของเทวรูปอย่างสิ้นเชิง

เหล่าฮันเตอร์โห่ร้องออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน

“แสงหายไปแล้ว!”

“พวกเรารอดแล้ว!”

เหล่าฮันเตอร์ที่กำลังตื่นเต้นผุดลุกขึ้นและส่งเสียงโห่ร้อง แต่เทวรูปก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จินวูที่ทำตามอย่างคนอื่นถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“เห้อ-“

อย่างที่เขาคาดไว้ ห้องนี้กำลังดำเนินไปตามกฎและเงื่อนไขที่ตั้งไว้ เหมือนกับเกม

‘ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง’

เกมก็ยังไม่จบ มันยังมีบทบัญญัติอีกสองข้อ

บทบัญญัติที่สอง: สรรเสริญพระองค์ บทบัญญัติที่สาม: พิสูจน์ศรัทธาของเจ้า

ทันใดนั้นเองก็บังเกิดเสียงดังกึกก้องขึ้น พร้อมกับที่ทั้งห้องเริ่มสั่น ท่าทางของจินวูแข็งทื่อ

‘อย่างที่เราคิด…’

การคาดเดาของเขาถูกต้อง มันยังไม่จบ

ร่างขนาดมหึมาของเทวรูปค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นั่งของมัน

“เอ๊ เอ๊?!”

เหล่าฮันเตอร์ที่กำลังฉลองด้วยกันพร้อมทั้งน้ำตาแห่งความสุขต่างแข็งค้าง

“อ-อะไรกัน?! มันยังไม่จบเหรอ?!”

“ไม่ เป็นไปไม่ได้!”

เมื่อแข็งค้างด้วยความกลัว เหล่าฮันเตอร์จึงไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง

“ไม่… ไม่…”

เทวรูปอยู่ในท่ายืน มันมองไปรอบๆ จากนั้นก็เริ่มเดินเข้ามาหาเหล่าฮันเตอร์

ตูม!

ในแต่ละก้าวที่มันเหยียบย่าง เทวรูปได้สั่นสะเทือนผืนพิภพ

ตูม!

ร่างของมันใหญ่โตจนถึงขนาดที่ศีรษะของมันเกือบจะแตะถึงเพดาน

ตูม!

ในขณะที่ขนาดที่แท้จริงของมันสร้างแรงกดดันให้กับเหล่าฮันเตอร์ มันก็เคลื่อนเข้าใกล้พวกเขาอย่างช้าๆ

“เฮ้ ซง! ซงจินวู!”

“พวกเราควรทำยังไงดี?!”

เหล่าฮันเตอร์ที่พากันก่นด่าจินวูเมื่อครู่นี้ ในตอนนี้กลับมองมาที่เขาด้วยความหวัง

“มีอะไรที่พวกเราต้องทำอีกเหรอ?!”

“พูดอะไรสักอย่างสิ!”

แม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ใบหน้าของเหล่าฮันเตอร์ก็เกือบจะมีน้ำตาไหล กระนั้นพวกเขาก็ยังมองมาที่จินวูในฐานะความหวังเดียวที่เหลืออยู่ของพวกเขา จินวูประคองจูฮีที่แข็งค้างจากความหวาดกลัวลุกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง และเขาก็อธิบายบทบัญญัติข้อที่สอง

“มันกล่าวว่า ‘สรรเสริญพระองค์’ นั่นคือเงื่อนงำของพวกเรา”

“อ่า นั่นแหละ!” คิมพูดขึ้นอย่างรู้ดี “มันถูกเขียนไว้บนแผ่นจารึกใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว ‘สรรเสริญพระองค์’ ‘พิสูจน์ศรัทธาของเจ้า’ พวกเราต้องทำตามบทบัญญัติทั้งสามข้อนี้”

คำพูดของจินวูเต็มไปด้วยความเร่งรีบ

ตูม~!

ด้วยย่างก้าวสุดท้ายของมัน เทวรูปได้มาถึงตรงหน้ากลุ่มของพวกเขาแล้ว เงาขนาดใหญ่ของมันเข้าปกคลุมเหล่าฮันเตอร์ที่ใบหน้าของพวกเขากลายเป็นซีดเซียว

“ฉัน ฉันจะลองดู”

หนึ่งในเหล่าฮันเตอร์ ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นชายหนุ่มที่ขี้อาย ก้าวออกมา

“เฮ้! นายกำลังจะลองอะไร?!”

“ฉันเป็นส่วนหนึ่งของคณะนักร้องประสานเสียงในโบสถ์ ถ้ามันเป็นการ ‘สรรเสริญ’ ฉันก็มั่นใจ”

ชายหนุ่มตอบคิมและเดินไปหาเทวรูป เมื่อเขาเข้าไปใกล้เทวรูป เขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ และเริ่มร้องเพลง

“~เมื่อข้าเดินไปหาพระองค์~” เสียงอันอ่อนเยาว์ของเขาดังก้องไปทั่วห้อง

“~ได้โปรดประทานชีวิตใหม่ให้แก่ข้า และประทานพรของพระองค์~”

เทวรูปหยุดลงตรงหน้าเขา

เหล่าฮันเตอร์อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจและความยำเกรง ราวกับว่ามันพึงพอใจในบทเพลง เทวรูปยืนนิ่งไม่ไหวติง เสียงอื่นๆ ภายในห้องหายไปหมด ในห้องมีเพียงเสียงของชายหนุ่มเท่านั้นที่ได้ยิน เมื่อได้รับความกล้าหาญจากผลลัพธ์ที่ปรากฏ ฮันเตอร์ผู้นี้จึงเพิ่มเสียงของเขาและร้องเพลงต่อ

“~ความอ่อนแอทั้งหมดของข้าจะถูกชะล้างไปด้วยความกรุณาของพระองค์~”

ท่ามกลางเหล่าฮันเตอร์ที่เต็มไปด้วยความหวัง จินวูไม่สามารถสลัดความรู้สึกไม่สบายใจออกไปได้ ความรู้สึกที่ว่าพวกเขากำลังพลาดอะไรบางอย่างไป

‘ไม่…นี่มันผิดทั้งหมด’

เขายังคงทวนความคิดของตัวเองซ้ำๆ ห้องนี้มีกฎของตัวมันเอง ในตอนนี้ ฮันเตอร์หนุ่มกำลังทำตามกฎของศาสนาคริสต์ ไม่ใช่ของห้องนี้ แต่โชคดีที่เทวรูปไม่เคลื่อนไหว บางทีสิ่งนี้อาจจะเพียงพอต่อเงื่อนไขแล้ว?

จินวูเอียงศีรษะของเขา เหตุผลที่ว่าทำไมเขาไม่หยุดร้องเพลงนั้นเป็นเพราะเขาไม่สามารถคิดหาวิธีอื่นที่จะหยุดเทวรูปได้

ทันใดนั้นเอง

ตูม!

เสียงดังกึกก้องก็ทะลวงผ่านเสียงร้องเพลง และตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง

“อ๊ากกกกกก!”

เมื่อรูปปั้นยกเท้าของมันขึ้นอีกครั้ง ซากศพของฮันเตอร์ที่กำลังร้องเพลงก็ร่วงลงมาจากฝ่าเท้าของมัน

ฮันเตอร์คนอื่นก็เริ่มกรีดร้องเช่นกัน

“อ๊าาาา!”

“ว๊ากกกกก!”

ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเทวรูปเมื่อก่อนหน้านี้ ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความโกรธเหลือคณา

“มันโกรธ!”

“ว-วิ่ง!”

เหล่าฮันเตอร์รีบวิ่งหนีจากเทวรูป

“อร๊ายยยยย!!!”

เนื่องจากการสูญเสียความคิดและเหตุผลทั้งหมดไปหลังจากได้เห็นชายหนุ่มถูกบดขยี้ภายใต้ฝ่าเท้าของเทวรูป ฮันเตอร์สาวจึงได้แต่ยืนอยู่กับที่และกรีดร้องออกมา

‘บัดซบ…!’

จินวูที่กำลังวิ่งอยู่พร้อมกับจูฮีที่อยู่ในอ้อมแขนรีบหันไปและพยายามจะช่วยเธอ แต่เขาก็ถูกขวางไว้โดยซอง

“คุณลุง…?”

“มันสายไปแล้ว!”

เหมือนกับการตบแมลงวัน เทวรูปเหวี่ยงมือของมันลงบนฮันเตอร์สาว

ปัง!

จินวูหันหน้าหนี มันเป็นฉากที่น่าสยดสยอง ซึ่งเขาไม่อาจทนดูได้

“พวกเราจะโอ้เอ้อยู่ที่นี่ไม่ได้ นายกำลังพยายามจะทำให้หญิงสาวคนนั้นถูกฆ่าตายไปด้วยเหรอ?!”

เมื่อถูกซองดุ จินวูก็ได้สติกลับมา ซองพูดถูก

ตูม!

“อัค!”

ตูม!

ตูม!

“ช่วยด้วย!”

มันไม่ใช่การเดินอีกต่อไป เทวรูปวิ่งจากฮันเตอร์คนหนึ่งไปสู่ฮันเตอร์อีกคนหนึ่ง ในแต่ละก้าว มันได้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวิหาร

ตูม!

ตูม!

จินวูวิ่งไปพร้อมกับกัดฟันแน่น จูฮีกอดจินวูไว้ด้วยดวงตาที่ปิดอยู่ในขณะที่พวกเขาวิ่ง

“แยกกันออกไป!”

“ตกลง!”

เมื่อรู้ว่าการวิ่งด้วยกันจะทำให้พวกเขาเป็นเป้ามากขึ้น จินวูและซองจึงแยกกันไปคนละทาง ด้วยความพยายามที่จะรักษาระยะห่างระหว่างตัวเองกับเทวรูปให้มากที่สุด จินวูจึงวิ่งไปยังผนัง แต่เขาเห็นว่าปาร์คอยู่ที่นั่นแล้ว ปาร์ครู้ว่ามันมีความเสี่ยงที่มากกว่าแค่ชวิตของเขาเอง เขาจึงวิ่งด้วยพลังทั้งหมดของเขา ภาพครอบครัวของเขาสะท้อนอยู่ในดวงตาที่มีน้ำตาคลอของเขา

ลูกชายของเขาที่ดูเหมือนพ่อ ภรรยาของเขากับลูกคนที่สอง ปาร์คไม่อาจตายในสถานที่แห่งนี้ได้ ด้วยการดึงพลังทุกๆ ส่วนของเขาออกมา ปาร์คจึงสามารถมาถึงผนังได้เร็วกว่าฮันเตอร์คนอื่นๆ

“แฮ่ก… แฮ่ก…”

ทันใดนั้นเอง คิมที่เป็นเพื่อนกับเขาก็ตะโกนใส่ปาร์คที่กำลังหอบอยู่

“ปาร์ค!”

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ปาร์คก็หันไปหาคิม

“หืม?”

คิมชี้ไปยังด้านหลังของปาร์คและตะโกนออกมา

“หัน! หันไป!”

มีบางสิ่งที่แหลมคมเปล่งประกายขึ้นจากด้านหลังของปาร์ค

“ฮะ…?”

ชิ้ง-

ปาร์คถูกแยกออกจากกันอย่างหมดจดตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงฐานเป้ากางเกงของเขา ส่วนของร่างกายที่ถูกแยกออกจากกันอย่างราบเรียบตกลงไปบนพื้นในทิศทางที่แตกต่างกัน

“ปาร์ค!!!”

เทวรูปที่แยกปาร์คออกเป็นสองส่วนด้วยดาบของมันกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมของมันบนผนัง ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

คิมกลั้นน้ำตาในขณะที่เขาเป็นประจักษ์พยานความตายของสหาย

“ไอ้พวกบ้านี่-!”

ตูม!

ตูม!

ตูม!

ข้างหลังของเขา เทวรูปขนาดยักษ์กำลังผละจากฮันเตอร์คนหนึ่งไปยังฮันเตอร์อีกคน และบดขยี้พวกเขาด้วยฝ่าเท้าของมัน เหล่าคนที่หนีไปยังผนังต่างถูกเทวรูปโจมตี

“อ๊าาาา!”

“แขนของฉัน! แขนของฉัน!”

ภายในวิหารได้กลายเป็นฉากแห่งความสยดสยองและการสังหาร

จินวูหอบอย่างหนักหน่วงในขณะที่เขาวิ่ง หน้าผากของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ขาของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจของเขาค่อยๆ กระชั้นมากยิ่งขึ้น แต่หัวของเขากลับเต็มไปด้วยความคิดเดียวซ้ำไปซ้ำมา:

‘สรรเสริญพระองค์  สรรเสริญพระองค์ สรรเสริญพระองค์’

บทบัญญัติที่สองวนเวียนอยู่ในหัวของเขา กุญแจสำคัญในการไขความหมายของบทบัญญัตินี้จะต้องซ่อนอยู่ในห้องๆ นี้

‘จะต้องมีบางสิ่งที่อยู่ในนี้ที่พวกเราต้องใช้!’

แต่เมื่อเหล่าฮันเตอร์เข้ามาในวิหารในตอนแรกและมองไปรอบๆ พวกเขาก็ไม่พบเครื่องมือหรือกลไกอะไร

‘สิ่งเดียวที่อยู่ที่นี่คือพวกเทวรูปบัดซบนี่’

‘เดี๋ยวก่อน’

ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของจินวู

‘สิ่งเดียวที่อยู่ที่นี่คือเทวรูปพวกนี้เหรอ?’

ดวงตาของจินวูเบิกกว้าง

“ทำไมเราถึงคิดไม่ได้นะ?!”

ถ้าเทวรูปเป็นเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ในห้องนี้ งั้นเทวรูปก็ต้องเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนา เทวรูปเคลื่อนไหวเพียงเมื่อมีใครบางคนเข้าไปใกล้พวกมันเท่านั้น นี่จะต้องเป็นกุญแจสำคัญในการใช้พวกมันอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ๆ

‘ถ้ามันถูกต้องล่ะก็…!’

จินวูรวบรวมพลังงานที่เขาเหลืออยู่ และตะโกนออกไปด้วยอาการหอบหายใจของเขา

“ทุกคน มุ่งหน้าไปยังเทวรูปที่มีเครื่องดนตรี!”


Solo Leveling – แปลไทย