0 Views

ตอนที่ 3 เริ่มต้นโจมตี

 

ใบหน้าอันซีดเซียวของเธอทำให้จินวูตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น? คุณรู้สึกไม่สบาย?”

“ตรง… ตรงนั้น”

จินวูมองไปยังเทวรูปขนาดมหึมาตามการชี้นิ้วของจูฮี เธอกำลังชี้ไปที่ใบหน้าของมัน ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขามองเห็นมัน เขาก็ไม่เห็นอะไรต่างออกไปเลย จินวูเอียงศีรษะของเขา

“?”

จูฮีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ดวงตาของเทวรูป… ดวงตาของมันเพิ่งมองมาที่พวกเรา”

“อะไรนะ?”

ไม่ว่าเขาจะจ้องอยู่นานแค่ไหน ผลก็เหมือนเดิม เทวรูปยังคงนั่งนิ่ง ไม่ขยับเคลื่อนไหว

“อืมม… คุณต้องจินตนาการไปแน่ๆ”

อย่างไรก็ตาม คำพูดของเขาไม่ได้รับความสนใจ สายตาของจูฮีจ้องไปที่พื้น เธอเพียงจับแขนของเขาไว้และตัวสั่น

“เดี๋ยวนะ”

ความรู้สึกหวาดกลัวเข้าปกคลุมจินวู

“…เสียงนั้นหายไปไหน?”

จู่ๆ เสียงปะทุจากเปลวไฟของคบเพลิงก็เงียบไป

“ขั้นแรก”

ในระหว่างนี้ ซองก็อ่านแผ่นจารึกต่อไป

“บูชาพระองค์” ขั้นที่สอง สรรเสริญพระองค์ ขั้นที่สาม พิสูจน์ศรัทธาของเจ้าต่อพระองค์ เหล่าผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้จะไม่มีทางกลับไปแบบมีชีวิต

ในเวลานั้นเอง

เอี๊ยด~

เสียงที่ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทำให้ฮันเตอร์ทั้งหมดสะดุ้งด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น?!”

คนแรกที่สังเกตเห็นสิ่งนี้คือจินวู เนื่องจากคบเพลิง เขาจึงตั้งใจฟัง และเขาก็สังเกตเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ในทันที

“ประตู! ประตูกำลังปิด!”

เมื่อคำพูดของเขาดังออกมา ทุกคนก็หันไปทางประตู และทำได้แค่มองดูมันปิดลงด้วยเสียงดังปังเท่านั้น

“บ้าเอ้ย! ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”

ฮันเตอร์คนแรกที่โหวต “ไม่” สำหรับการเข้ามาในดันเจี้ยนซ้อนดันเจี้ยนแห่งนี้สถบออกมาและมุ่งหน้าไปที่ประตู

“ฉันจะกลับแล้ว ใครอยากได้บอสและสมบัติทั้งหมดก็เชิญเลย”

ชายหนุ่มจ้องมองซองอย่างไม่เชื่อฟัง และหันไปคว้าที่จับประตู

ชั่วอึดใจนั้น

ดวงตาของซองก็เบิกกว้างขึ้น

“ไม่นะ!”

กึก!

เสียงขัดหูของ ‘บางสิ่ง’ ที่กระแทกกับ ‘บางสิ่ง’ ดังไปทั่วทั้งวิหาร

หัวของชายหนุ่มหายไปจากสายตาพร้อมๆ กับเสียงนี้ เนื่องจากหัวหลุดจากบ่า ร่างของเขาจึงล้มหงายหลังไปกับพื้น

ตุ้บ

เหล่าฮันเตอร์เริ่มกรีดร้อง

เมื่อทำลายหัวของชายหนุ่มด้วยกระบองของมันแล้ว เทวรูปก็กลับไปอยู่ถัดจากประตูในตำแหน่งเดิมของมันราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น

“สิ่ง-สิ่งนั้นเพิ่งเคลื่อนไหว!”

“อะไรกัน? หรือว่าเทวรูปทั้งหมด ณ ที่แห่งนี้สามารถเคลื่อนไหวได้?”

“พวกเราควรจะต่อสู้กับพวกมัน?!”

“ฉันไม่เห็นมันกวัดแกว่งกระบองนั่นด้วยซ้ำ”

ในเวลานี้เองที่จินวูทบทวนคำพูดของจูฮีในใจของเขา

“ด-ดวงตาของเทวรูป… ดวงตาของมันเพิ่งมองมาที่พวกเรา”

“ถ้านั่นเป็นเรื่องจริง…”

เขาตัวสั่น เขาพยายามขยับร่างที่หวาดกลัวของเขา และหันไปมองเทวรูปนั้น

และพบว่ามันกำลังมองกลับมาที่เขา

“อ่า…”

จินวูตระหนักได้ว่านี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น

ดวงตาของเทวรูปส่องประกายด้วยแสงสีแดงเข้ม

มันคือสัญชาตญาณของฮันเตอร์? ไม่สิ มันคือสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดของสิ่งมีชีวิต “บางสิ่ง” กำลังมา มันเป็น “บางสิ่ง” ที่ไม่สามารถถูกหยุดเอาไว้ได้

จินวูหันกลับไปและตะโกนออกมาสุดเสียง

“หมอบลง”

ทันทีที่ดวงตาของเทวรูปลืมขึ้น ลำแสงสีแดงเข้มก็พุ่งออกมาจากดวงตาของมัน

จินวูพุ่งตัวใส่จูฮีและดึงเธอลงไปที่พื้น

ปิ๊ว~!

ลำแสงผ่านตรงจุดที่จินวูยืนอยู่ก่อนหน้านี้

หนึ่งในสิบวินาที

ไม่ใช่สิ หนึ่งในหนึ่งร้อยวินาที

หากจังหวะการเคลื่อนไหวของเขาช้าไปอีกแค่นิดเดียว…

ฮันเตอร์คนอื่นไม่ได้โชคดีเหมือนกัน

“โอ้ยยยยย!”

“อ้าาาาาา!”

เสียงกรีดร้องไม่ได้มาจากฮันเตอร์ที่โดนลำแสงนั้นโจมตี ไม่ว่ายังไง คนที่โดนโจมตีก็แหลกสลายในชั่วพริบตา เหลือไว้เพียงร่องรอยของเถ้าถ่านและก้อนหินที่เป็นรอยไหม้ ไม่สิ เสียงกรีดร้องนั้นมาจากเหล่าฮันเตอร์ที่รอดชีวิต

“นี่มันอะไรกันเนี่ย!”

“อ๊าาาาา”

“มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง…”

เหล่าฮันเตอร์ต่างตกตะลึง

จาก 16 คน เหลือ 11 คนที่ยังมีชีวิตอยู่

พวกเขาไม่เคยพบเจอการโจมตีแบบนี้มาก่อน

“เราเกือบจะหลบไม่พ้นหลังจากได้ยินเสียงของจินวู”

“ถ้าหากเมื่อครู่นี้ ซงไม่ตะโกนออกมา…”

เหล่าฮันเตอร์ต่างมองไปที่จินวูและกลืนน้ำลายลงไป จินวูคือผู้ช่วยชีวิตของพวกเขา หากไม่ใช่เพราะเขา พวกเขารู้ดีว่าพวกเขานั้นคงถูกนับรวมเป็นศพไปแล้ว

“…”

ด้วยทั้งร่างที่หมอบอยู่บนพื้น จินวูหันศีรษะไปและแอบมองเทวรูป ดวงตาของมันยังคงเปล่งแสงสีแดงเข้มแต่ก็ไม่ได้โจมตีต่อ

“มัน.. มันเสร็จสิ้นการโจมตีแล้ว?”

จินวูหันศีรษะกลับไปที่พื้นอีกครั้ง จูฮีนอนอยู่ข้างล่างเขา และสั่นด้วยความกลัว ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นฮันเตอร์แรงค์ B แต่นี่คือเหตุผลที่เธอลงเรดพื้นฐานภายใต้สมาคม และไม่ลงเรดระดับสูงภายใต้กิลด์ใหญ่

ลมหายใจของเธอกลายเป็นไม่สม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น เขาปล่อยเธอไว้แบบนี้ไม่ได้ เมื่อคิดว่าเขาต้องทำบางอย่างเพื่อช่วยเธอ จินวูก็เริ่มลุกขึ้น ทว่ามืออันแข็งแรงก็ดึงเขากลับลงไป

“อย่าลุกขึ้น”

มันคือซอง

ถึงแม้ว่าจะประหลาดใจ แต่จินวูก็เชื่อฟังคำพูดของเขาอย่างจริงจัง

ซองตะโกนไปยังฮันเตอร์คนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

“ทุกคนหยุดอยู่กับที่! อย่าขยับจากตำแหน่งของพวกคุณ”

หลังจากมองปาร์ตี้แบบผ่านๆ แล้ว ซองก็หันกลับมาหาจินวูอีกครั้ง

“คนที่เคลื่อนไหวจะโดนโจมตี ส่วนคนที่ฟังนายนั้นรอดชีวิต”

“ฉันเห็น…”

ซองเอียงหัวของเขาด้วยความสับสน

“นายไม่ได้ตะโกนหลังจากค้นพบอะไรบางอย่างใช่ไหม?”

“ผมแค่รู้สึกว่าบางอย่างที่อันตรายกำลังมา นั่นคือทั้งหมด…”

สายตาของซองมองไปที่เขาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

“สัญชาตญาณของเขายอดเยี่ยม เราได้ยินมาว่าเขาเป็นฮันเตอร์แรงค์ E? ถึงแม้ว่าความสามารถของเขาจะสูงกว่านั้นเล็กน้อยก็เถอะ…”

ขณะที่ซองมองมาที่จินวูด้วยสายตาเศร้าๆ จินวูก็ได้โอกาสมองไปยังสภาพของซอง สิ่งที่เขาค้นพบนั้นทำให้เขาตกตะลึง

“อ่า-คุณลุง… แขนของคุณ”

“มันไม่เป็นไร ฉันทนได้”

“แต่ว่า…”

จินวูกลืนน้ำลายลงไป แขนขวาของซองพาดอยู่บนไหล่ของจินวู ส่วนแขนอีกข้างของเขา… มันหายไปแล้ว

“…”

ขณะที่มองไปที่จูฮีอย่างเงียบๆ ซองก็พันเศษเสื้อเชิ้ตของเขาบริเวณโคนแขนที่หายไปอย่างเงียบเฉียบ และกัดฟันด้วยความเจ็บปวด

“นายผูกปลายตรงนี้ได้ไหม” มันยากที่จะทำด้วยมือแค่ข้างเดียว”

เมื่อจินวูพยักหน้าและทำในสิ่งที่แทบจะเรียกได้ว่าการปฐมพยายาบาลจนเสร็จ ซองก็พ่นลมหายใจออกมายาวๆ มันเป็นการถอนหายใจที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ 10 ปี ของการลงเรด เมื่อมองไปรอบๆ เขาก็เข้าใจสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ของพวกเขา เพียงเพราะเทวรูปหยุดโจมตี มันก็ไม่ได้หมายความว่าภัยพิบัติของพวกเขาจบลงแล้ว

เวลาผ่านไปในขณะที่เหล่าฮันเตอร์นอนอยู่บนพื้น

“อ่าาาาา-”

“ทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้นกับพวกเรา…”

ฮันเตอร์บางคนเริ่มส่งเสียงตะโกนออกมาอีกครั้ง

“พวกเราไม่สามารถหยุดอยู่แบบนี้ตลอดไปได้!”

ความอดทนของเหล่าผู้รอดชีวิตไปถึงขีดจำกัดของมันอย่างช้าๆ

จินวูก็รู้สึกเหมือนกัน

“พวกเราไม่สามารถหยุดอยู่แบบนี้ตลอดไปได้”

แต่พวกเขาจะทำอะไรได้? หากการคาดเดาของซองถูกต้อง พวกเขาจะถูกโจมตีในชั่วขณะที่พวกเขาเคลื่อนไหว และถึงแม้ว่าพวกเขาจะหลบการโจมตีของเทวรูปได้ แต่พวกเขาก็ต้องฝ่าเทวรูปอื่นๆ ที่เฝ้าประตูอยู่ดี และในที่นี้ยังมีปัญหาอื่นอยู่อีก การเคลื่อนไหวของเทวรูปที่เฝ้าประตูนั้นเร็วมากจนแทบจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

แล้วพวกเขาจะผ่านอะไรแบบนี้ไปได้อย่างไร? มันเป็นสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ การกวาดล้างเหล่าฮันเตอร์เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น

“เดี๋ยวก่อน… เรื่องของเวลา?”

เมื่อความคิดนี้ปรากฏขึ้นในหัวของเขา ความรู้สึกไม่สบายใจก็ตามมา

บางสิ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

“มี.. มีบางสิ่งที่พวกเราพลาดไป”

บางทีคำตอบอาจจะอยู่ในนั้น

ในตอนนั้นเอง

“อย่าขยับ!”

ซองตะโกนใส่จู ที่ตอบสนองด้วยการแยกเขี้ยว

“เงียบเหอะ! พวกเราไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะโจมตีอีกเมื่อไหร่! นายต้องการให้พวกเรารอจนกระทั่งถึงเวลานั้น?!”

จูเป็นฮันเตอร์คลาสนักสู้ ในฐานะคนที่ต้องพุ่งตัวเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของการต่อสู้ ความสามารถทางด้านร่างกายของฮันเตอร์คลาสนักสู้จึงดีกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก ยิ่งไปกว่านั้น จูยังเป็นคนที่สกิลของเขาได้รับการยอมรับจากกิลด์ใหญ่ ซึ่งได้เสนอสัญญาให้เขา

“ฉันจะตายแบบนี้ไม่ได้”

ด้วยร่างกายของเขาที่หมอบอยู่กับพื้น จูเกร็งกล้ามเนื้อตรงขาของเขา

เป้าหมายคือประตู

จูกระโดดขึ้นจากพื้นด้วยแรงผลัก และวิ่งไปที่ประตู เมื่อมองไปยังความพยายามของชายหนุ่ม จินวูก็หันหน้ากลับไปที่เทวรูป ราวกับว่ามันรออยู่ เทวรูปมองไปที่จู ลำแสงพุ่งออกมาจากดวงตาของมัน

ปิ๊ว~!

ลำแสงซัดเข้าเต็มแผ่นหลังของจู

“อ๊าาาาา!”

หนึ่งในฮันเตอร์สาวกรีดร้อง เธอไม่อาจควบคุมความกลัวได้ แอ่งน้ำสีเหลืองค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากพื้นในขณะที่เธอหมดสติไป

ใบหน้าของฮันเตอร์คนอื่นๆ แข็งค้าง

“โอ้พระเจ้า…”

ไม่พบร่องรอยใดๆ ของจูตรงจุุดที่เขายืนอยู่ มันเหลือแค่เท้าสองข้างบนพื้น เหนือหัวเข่าหายไปแล้ว

เสียงคลื่นไส้อาเจียนของชายคนหนึ่งดังมาถึงหูของจินวู และเขาก็ขมวดมิ้ว

อย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ‘สิ่ง’ นี้ มีความสามารถมากกว่าการกวาดล้างฮันเตอร์ทั้งหมดในชั่วพริบตา สำหรับมัน มันง่ายยิ่งกว่าการเหยียบแมลง

“แล้วทำไม… ทำไมมันถึงไม่ทำ?”

มันสามารถฆ่าพวกเขาทั้งหมดได้ แต่ว่ามันก็ไม่ได้ทำ

เมื่อเทียบกับอสูรเวทย์ที่มักจะพุ่งเข้าใส่เหล่าฮันเตอร์ สิ่งเหล่านี้ต่างออกไป มันโจมตีใครก็ตามเมื่อพวกเขาขยับเท่านั้น และมันโจมตีใครก็ตามเพียงเมื่อพวกเขาไปใกล้ประตู มันมีรูปแบบและเงื่อนไขที่ทำให้พวกมันโจมตี เหมือนกับเกมที่มีกฎ

“บางที… บางทีมันอาจจะมีกฎสำหรับห้องนี้?”

ในชั่วขณะนั้นเอง จินวูก็ค้นพบชิ้นส่วนของปริศนาในหัวของเขา มันคือแผ่นจารึกซึ่งซองอ่านมันก่อนหน้านี้

“บทบัญญัติแห่งวิหารคาร์เธนอน”

บทบัญญัติคือกฎ และกฎต้องปฏิบัติตาม

หากมีทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้ สิ่งที่ถูกเขียนไว้บนแผ่นจารึกนั่นก็คือกุญแจ

“…บูชาพระองค์”

จินวูพูดบทบัญญัติแรกออกมาเสียงดัง

“หืม? นายพูดอะไรบางอย่าง?” ซองถามขึ้นมาขณะที่มองหน้าจินวู

แทนที่จะตอบ จินวูวางนิ้วลงไปบนริมฝีปากของเขา

“ถ้าเราถูกล่ะก็…”

จินวูค่อยๆ ลุกขึ้น ซองพยายามหยุดเขาอย่างลนลาน แต่จินวูก็ส่ายหัวให้เขาพร้อมด้วยสีหน้าหนักแน่น

“…นั่นไม่ใช่ใบหน้าที่ยอมแพ้ในการมีชีวิตอยู่”

ซองพยักหน้าให้จินวู

จินวูไม่ละสายตาไปจากเทวรูป เขาค่อยๆ ลุกขึ้น ทันใดนั้น ดวงตาของเทวรูปก็จับจ้องมาที่เขา

ปิ๊ว~!

ถ้าจินวูลังเลกลับลงไปที่พื้นแม้เพียงเสี้ยววินาที จินวูก็คงสูญเสียมากกว่าเส้นผมสองสามเส้นบนศีรษะของเขา

ย้อนกลับไปที่พื้น จินวูหอบหายใจอย่างแรง

เมื่อครู่นี้เขาเกือบตาย เมื่อสายตาของเขาสบกับเทวรูป เขาก็คิดว่าเขากำลังจะตาย ขาของจินวูหยุดสั่นไม่ได้จากการหลบการโจมตีได้อย่างฉิวเฉียว

“แต่ว่า…”

มันไม่ได้ไร้ประโยชน์

“มันไม่ได้กำลังโจมตีคนที่กำลังเคลื่อนไหว”

หากร่างหมอบอยู่กับพื้น ก็จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ที่ทำให้เกิดการตอบสนองจากเทวรูป

“ไม่สิ การโจมตีของมันพุ่งไปยังคนที่ลุกขึ้นยืนเหนือความสูงระดับหนึ่ง”

เพื่อยืนยันเรื่องนี้ เขาเพิ่งเสี่ยงชีวิตของตัวเอง และในตอนนี้ เขาก็ได้รับการยืนยันเรื่องนั้นแล้ว

ความหมายของบทบัญญัติแรก!

(จบตอน)


Solo Leveling – แปลไทย