0 Views

“ห….หก!” มันแทบไม่กล้ากระพริบตา

เขาวางย่ามของมันกองไว้ระหว่างการต่อสู้ และมันก็มีหกชิ้นจริงๆ สำหรับอู๋เซียงนั้นแปลกใจนัก สามในหกชิ้นเป็นคะแนนที่มีค่าสูง

น่าซาบซึ้งยิ่ง หยกหมายเลขหกเองก็อยู่ในนั้นมันมีค่าถึงสามสิบคะแนน

อีกสองเป็นหมายเลขสิบหกและสี่สิบหก ส่วนอีกสามชิ้นที่เหลือมีค่าสองคะแนนเท่านั้น

โดยมิลังเล อู๋เซียงกวาดเอาทั้งหมด

ก่อนหน้าเขามีคะแนนอยู่แปดสิบคะแนนจากสนามทดสอบที่สาม จากนั้นก็ได้หยกหมายเลขหกจากบุรุษที่มาจากสนามทดสอบที่สิบสาม ยี่สิบคะแนนหนึ่ง ห้าคะแนนหนึ่งและสองคะแนนสี่ รวมเป็นสามสิบสองคะแนน

คะแนนสะสมทั้งหมดของเขาถึงหนึ่งร้อยสิบสี่คะแนนแล้ว

ประจวบกับบุรุษต่อหน้าเขาให้คะแนนมาอีกสี่สิบหกคะแนนเปล่าๆ!

นำทั้งสามมารวมกัน มันมิมากหรือน้อยเกินไป เป็นหนึ่งร้อยหกสิบคะแนน! เขามีสิทธิ์ข้ามเขตแดนอีกครั้งแล้ว!

รอยยิ้มปรากฏอยู่บนมุมปากของอู๋เซียง ภายในใจคิดว่า “เป็นเรื่องอันบังเอิญอันประหลาดที่แท้จริง วิธีนี้ทำให้คะแนนสูงที่สุดในสนามทดสอบแห่งนี้มีเพียงสามสิบคะแนนเท่านั้น การอ้อยอิ่งรออีกสามสิบคะแนนเหล่านี้ดูไม่คุ้มค่านัก….”

ผู้เยาว์ที่ให้คะแนนโดยเปล่าแก่อู๋เซียงมองเห็นอีกคนหยุดเอ่ยถามหลังค้นดูชิ้นหยกของมันแล้ว ยิ่งรอยยิ้มมุมปากของอู๋เซียงยิ่งทำให้มันเส้นผมลุกชัน  มันคิดว่าอู๋เซียงคงกำลังจะสังหารมันปิดปาก

สายตามันมีแต่ความสิ้นหวัง

ยามนี้เขากำลังอารมณ์ดีอยู่ เขาปลดปล่อยพลังเล็กน้อยร่างของอีกคนก็หล่นลงจากต้นไม้

“เจ้า….เจ้าไม่สังหารข้ารึ?” มันดูไม่ค่อยเข้าใจนัก

“เหตุใดข้าต้องสังหาร?” อู๋เซียงกำลังเบิกบานใจ ไร้ซึ่งความต้องการฆ่าแกง “ข้าบอกไปแล้วว่าใครเชื่อฟังก็รอดและใครปฏิเสธก็ตาย เจ้าให้ความร่วมมืออย่างดีอย่างน้อยก็ไม่ได้เอ่ยเรื่องชิ้นหยกเท็จ ดังนั้นข้าจึงจะไม่สังหารเจ้า”

“เอ่อ… เจ้ามิกลัวข้าตามแก้แค้นหรืออย่างไร? หรือทำลายแผนการของเจ้าในสนามทดสอบแห่งนี้?” การโน้มน้าวของมันไร้ผล

“ผู้ใดเอ่ยว่าข้าอยู่สนามทดสอบแห่งนี้ต่อเล่า?” อู๋เซียงยิ้มกริ่ม “แม้นว่าข้าจะอยู่ต่อแต่เจ้าคิดหรือว่าด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าสามารถทำลายข้าได้?”

ชายหนุ่มเจ้าถิ่นเริ่มหดหู่ทุกที มันคิดว่าตนเองนั้นไร้ความสามารถ ความแตกต่างระหว่างพลังอำนาจของพวกเขานั้นเห็นได้ชัด

“ข้าหยิบชิ้นหยกของคุณไป ทว่าไม่ได้เอาความหวังของเจ้าไปพร้อม ระยะเวลาอีกยาวไกล ทั้งหยกเลขของเจ้าและหมายเลขที่สอดคล้องยังมิได้ปรากฏขึ้น เจ้ายังคงมีโอกาสอยู่นะ… ฮ่าๆๆ ”

หลังนั้นเขาก็หันหลังจากไป

เขามิจำเป็นต้องอยู่ในสนามทดสอบนี้อีกต่อไป เขาจะข้ามเขตแดนอีกครั้ง

“เจ้า….เจ้ามาเพื่อข้ามเขตแดนอีกครั้ง?” เมื่อผู้ดูแลสนามทดสอบที่สิบสองเห็นอู๋เซียง เขาก็พลันตัวแข็งทันที

อู๋เซียงเรียงชิ้นหยกทั้งหมด มิมากและมิน้อยไปนั่นคือหนึ่งร้อยหกสิบคะแนน

“นี่มันสัตว์ประหลาด….” ผู้ดูแลเก็บอาการถอนหายใจ “พอพูดเรื่องนั้นเจ้าเพิ่งเข้าไปมิใช่รึ?”

“โชคดีน่ะ ยามนี้เพราะโชคล้วนๆ” อู๋เซียงตอบอย่างสุภาพ

“แม้นว่าจะโชคก็เป็นที่น่าเหลือเชื่อน่าดู” หลังตรวจสอบเสร็จ เขาก็ให้แผ่นคำแนะนำอีกครั้งและให้อู๋เซียงเลือกสนามทดสอบต่อไป

ผลที่ได้คือสนามทดสอบที่ยี่สิบสาม

ภายหลังทุกอย่างเรียบร้อย อู๋เซียงก็ถูกส่งเข้าสนามทดสอบแห่งใหม่

ด้านนอกของเทือกเขานภาร่ำร้อง เซียนนักรบได้นำข่าวล่าสุดมา ดวงตาจับจ้องบนกระดาษ ปากของเขาเปิดกว้างจนสามารถยัดซาลาเปาลูกใหม่เข้าได้

“ท่านเซียนข่าวอะไรรึ?”

“เรามีสัตว์ประหลาดแล้ว!” เซียนนักรบพึมพำ “ทารกน้อยหมายเลขหกจากสนามทดสอบที่สามข้ามเขตแดนอีกครั้งแล้ว!”

“อะไรนะ?”

“ข้ามเขตแดนอีกครั้ง?”

“มิใช่เขาเพิ่งเข้าไปรึ?”

เซียนนักรบผู้ที่สวมชุดสีม่วงเองก็ไม่อยากเชื่อ กล่าวอย่างไม่เข้าใจว่า “ข้าเองก็มิอยากเชื่อ กระทั่งพวกเราเข้าร่วมเองก็ยังต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อหาหยกพวกนั้นใช่หรือไม่? ทว่าเขากลับหยิบหยกจากสนามทดสอบที่สิบสองออกมาอย่างโต้งๆ?”

“สัตว์ประหลาดอันชั่วร้าย ท่านเซียนข้าล่ะอยากรู้จักคนผู้นี้เสียจริง” เซียนนักรบลำดับที่สองผู้กล่าวอย่างกระตือรือร้น

“ใช่ตรวจสอบดูเถอะท่านเซียน” เซียนนักรบอีกสองคนมองยังเบื้องหน้า

ในทางกลับกันเซียนนักรบเฒ่าส่ายหน้ายิ้มๆ “มิต้อง อย่างเร่งรีบนักเลย…. ก่อนการทดสอบจะสิ้นสุดลงยิ่งรักษาความลับไว้มันก็ยิ่งน่าสนใจมากเท่านั้น”

ทั้งสามนั้นยอมรับคนผู้นี้ ขณะที่พวกเขาได้แต่ยิ้มอย่างทำอะไรมิถูก เพราะเขาได้พูดไปแล้วมันคงมิดีนักที่จะเอ่ยออกไปอีก

เช่นดั่งที่เซียนนักรบเอ่ยให้รอชม วันเวลาการทดสอบยังอีกยาวไกล

เมื่ออู๋เซียงเข้าสู่สนามทดสอบที่ยี่สิบสามเขาก็ค่อยๆปล่อยเล่ห์กลออกมาทีละน้อย สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากเข้ามาคือการตามล่าผู้เยาว์หมายเลขหกและหมายเลขสี่สิบห้าในพื้นที่

ตราบเท่าที่เขาสามารถจัดการกับสองคนนี้ได้ ส่วนอันอื่นๆส่วนใหญ่แล้วมีหยกสองชิ้นที่มีค่าห้าคะแนน และก็ไม่ได้สำคัญอันใด

ด้วยวิธีการต่างๆของอู๋เซียง ขั้นตอนต่างๆล้วนดำเนินไปอย่างดี

ในวันที่สามที่ก้าวเข้ามาสยามทดสอบแห่งนี้ อู๋เซียงตามจับผู้เยาว์ทั้งสองคนได้ ระหว่างสามวันนี้เขาก็ไม่ได้เสียความพยายามไปอย่างไร้ประโยชน์และได้มาแปดชิ้นระหว่างเส้นทาง

ในวันนั้นเขาได้ตั้งซุ้มแลกเปลี่ยนด้วยความเป็นธรรม รวมกับวิธีการสายฟ้าแลบเขาได้สังหารสามหรือคนซึ่งได้พยายามใช้ประโยชน์จากสถานการณ์วิกฤตเพื่อตนเอง

แน่นอนว่าสำหรับผู้ที่ตั้งใจมาค้าขายอย่างเที่ยงตรงเขาก็แลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรมเช่นกัน พวกเขาเอาหยกสองคะแนนมาแลกกับหยกที่มีค่าสำหรับพวกมันมากกว่า

การใช้วิธีทั้งอ่อนและแข็งให้ผลอันน่าวิเศษ เมื่อมีคนกล้ามาทดลองแล้วแน่นอนคนที่สองย่อมตามมา ตามด้วยคนอื่นๆ

สามวันผ่านไปและอู๋เซียงก็มีคะแนนครบแปดสิบอย่างราบรื่น เขาผ่านสนามทดสอบทั้งสามแห่งได้แล้ว! อีกครั้ง เขากำลังจะข้ามไปอีกแห่ง

และตอนนี้ สิบเอ็ดวันผ่านพ้นไป เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

บริเวณด้านนอกของเทือกเขานภาร่ำร้อง อารมณ์ของเหล่าเซียนนักรบไม่อาจอธิบายเพียงแค่คำว่าประหลาดใจอีกต่อไป

ความจริงในสิบเอ็ดวันนี้ มีผู้เยาว์สามคนเท่านั้นที่ข้ามไปยังสนามทดสอบแห่งอื่นๆ

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาสิบเอ็ดวันสั้นๆนี้ ฉินอู๋เซียงได้ข้ามเขตแดนสามแห่งอย่างต่อเนื่องและยามนี้ก็กำลังจะเข้าไปในแห่งที่สี่

“สวรรค์โปรดหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ในตอนท้ายเขามิได้ข้ามเขตแดนแปดถึงเก้าแห่งหรือกระไรกัน?” เซียนนักรบผมสีเพลิงจิ๊ปากและเปล่งเสียงอย่างชื่นชม

“โดยสัตย์จริง กระทั่งว่าเป็นข้าเองที่เข้าร่วมก็ยังทำความเร็วเช่นเขาไม่ได้เลย” เซียนนักรบลำดับที่สามซึ่งอยู่ในชุดยุ่งเหยิงถอนหายใจ

“สิ่งสำคัญคือถึงแม้ว่าทารกผู้นี้จะเป็นคนที่สังหารผู้คนอย่างแน่วแน่ เขาก็ไม่ได้สังหารไปทั่วหรือแตะต้องผู้บริสุทธิ์เลย ตราบเท่าที่ผู้ใดไม่ไปขัดขวางเขายามเก็บเกี่ยวชิ้นหยกและไม่ต้องการของของเขา เขาก็จะไม่สังหาร เทียบกับผู้เยาว์คนอื่นซึ่งอาศัยเพียงการสังหารเขาอยู่เหนือกว่าหลายเท่าตัว อายุยังน้อยกลับมีสภาวะจิตใจดั่งผู้ยิ่งใหญ่”

นี่เป็นความคิดเห็นจากเซียนนักรบลำดับที่สี่

ชายสูงวัยพยักหน้า ความคาดหวังเต็มอยู่ในสุ้มเสียงของเขา “บางทีเวลานี้แคว้นไป๋หยู่อาจจะกำเนิดอัจฉริยะขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ข้ามเขตแดนสามครั้งติดต่อกัน…บางทีระดับนี่น่าจะเพียงพอสำหรับอันดับหนึ่งในการทดสอบนี้แล้ว หากเขาผ่านมากถึงห้าแห่งข้าเชื่อว่าท่ามกลางเหล่าอาณาจักรรองระดับกลาง ด้วยคนระดับนี้ย่อมพาไปสู่จุดสูงสุดแน่!”

ในวันที่สิบห้าของการทดสอบ อู๋เซียงฉินได้ข้ามเขตแดนเป็นครั้งที่สี่

วันที่ยี่สิบ ข้ามครั้งที่ห้า…

วันที่ยี่สิบสี่ ข้ามครั้งที่หก…

วันที่ยี่สิบแปด ข้ามครั้งที่เจ็ด…

แต่ละครั้งที่อู๋เซียงข้ามผ่าน มันปลุกเร้าความตื่นกลัวลึกๆของเซียนนักรบทั้งสี่และยังทดสอบขีดจำกัดความอดทนของพวกเขาด้วยเช่นกัน

ในเดือนนี้ โดยเฉพาะกับเซียนนักรบลำดับที่สองนั้นพึมพำคำว่าสัตว์ประหลาดอยู่นับมิถ้วน

แท้จริงแล้วมันเป็นไปตามที่เขาคาดเดาไว้ ฉินอู๋เซียงผ่านการข้ามเขตแดนถึงเจ็ดครั้งรวมสนามแรกเริ่มของเขา เขาได้กวนสนามทดสอบทั้งแปดให้เป็นน้ำโคลนขุ่นทีละแห่งๆ

ผลลัพธ์เช่นนี้ จิตใจของเซียนนักรบทั้งสี่เปี่ยมล้นด้วยความสุขมหาศาล

ไม่ต้องเอ่ยถึงผลรวมทั้งหมดของสนามทดสอบ เพียงแค่ผลลัพธ์แบบรายบุคคลเช่นนี้ก็ไม่เคยปรากฏมาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์ของอาณาจักรย่อยระดับสูง

ความจริงข้อนี้ไม่อาจอธิบายได้ง่ายเช่นคำว่าสัตว์ประหลาดอีกต่อไป

พวกเขามิอาจเฝ้ารอถึงวันสุดท้ายของการทดสอบและดูประวัติของสัตว์ประหลาดตัวน้อยผู้นี้ได้ พวกเขากระหายอยากจะรับรู้ให้สาแก่ใจสมกับความรู้สึกที่กัดกินมาร่วมเดือน

เป็นโชคดีขณะที่พวกเขาคาดหวังกันอยู่ การทดสอบก็เข้าสู่วันสุดท้ายแล้ว

“ท่านเซียน พวกเรามิทราบเลยนะว่าหมายเลขหกนี่เป็นคนนครรัฐใด คิดเรื่องนี้ดู นครรัฐนั่นคงจะได้เปรียบเรื่องคะแนนแบบกลุ่มด้วยมีตัวตนปีศาจเช่นนี้อยู่”

“แน่นอน เพียงผลลัพธ์ของเขาคนเดียวก็เกือบจะเท่ากับคะแนนรวมของห้าอันดับแรกแล้ว การทดสอบมีเพียงสิบแปดคนที่สามารถข้ามเขตแดนได้ นอกจากเขาก็ยังอีกสี่คนที่สามารถข้ามได้สองครั้ง มิว่าอย่างไรนอกเหนือจากสัตว์ประหลาดผู้นี้ ผลลัพธ์โดยรวมก็ยังคงเป็นที่น่าประทับยิ่ง!”

ชายชราในชุดคลุมสีม่วงเต็มไปด้วยความหวัง “เอาล่ะ การทดสอบกำลังจะจบลงแล้ว ส่งคำสั่งข้าออกไปแจ้งผู้ดูแลทุกคนของแต่ละแห่งให้นับตัวเลข ห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด! หากพลาดขึ้นก็มากันว่าจะเจอกับอะไร!”

เขายืนขึ้นและเอ่ยเนิบนาบว่า “เชื่อหรือไม่หากท่านเทพยุทธ์รู้เรื่องสัตว์ประหลาดตัวน้อยนี้เข้า เขาจะฉลองชัยเช่นไร? ฮ่าๆๆ…”