0 Views

หลังจากเห็นกับดักและเล่ห์กลรอบๆแล้ว เขาก็กลับมาที่เดิมหยิบหยกของตัวเองที่วางไว้ กระโดดข้ามหุบเขาไปยังอีกฝั่งและมาอยู่ตรงเนิน

เมื่อมาถึงหลุมยักษ์และก้มมองลงไปเขาถึงต้องสูดอากาศเย็น

หอกไม้ไผ่และลูกศรเหล่านี้ไม่เพียงมีเต็มไปหมด แม้นไม่มีสิ่งพวกนี้จะมีผู้ใดกล้าเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ที่มิอาจคาดเดาได้หากตกลงไป

ในหลุมนี้มีขวากหนาม แท่งไม้แหลมคม ไม้ไผ่และของแหลมอันตรายมากมายอัดแน่นอยู่ในนั้น มีของเหลวน้ำสีเงินทาอยู่บนส่วนแหลมทุกอัน แน่นอนว่ามันต้องเป็นยาพิษอันตราย

ส่วนที่น่าสะพรึงกลัวคือข้างในหลุมซึ่งมีอสรพิษหัวสามเหลี่ยมร้ายห้าหรือหกตัวม้วนตัวอยู่ พวกมันต่างผงกหัวขึ้นพลางแลบลิ้นออกมา เพียงแค่จ้องมองก็อาจทำให้เลือดลมแข็งตัวได้

เป็นโชคดีที่เขาระวังตัว เขาดึงหอกไม้ไผ่ยาวสองอันมาแทงอสรพิษเหล่านี้ให้ตายชั่วพริบตา

หลังกวาดล้างพวกมันเสร็จเขาก็เช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก เมื่อสายลมพัดหวน อู๋เซียงบอกตัวเองว่าเขาโชคดี ก่อนหน้านั้นหากเขาใช้พลังแย่งชิงหยกมา ผิวดินจะไม่สามารถทนพลังได้และเขาอาจตกลงไปในหลุมนั้น

เมื่อเขาตกลงไปในหลุมพราง…

“เหมือนว่าจะลดความระวังไม่ได้เด็ดขาด ผู้เยาว์พวกนี้ต่างก็เป็นมือดีจากทั่วทั้งแคว้น ต้องระวังพวกยาพิษ กับดัก แมลงหรือวิชาเฉพาะอื่นๆแล้ว ครั้งต่อยามที่เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ข้าจะต้องใช้การลงมือจู่โจมและอาวุธลับ” ขณะที่คิดเขาก็หยิบหยกออกมาจากกับดักนั้น

เป็นหมายเลขสี่สิบห้าจริงๆ ดีนัก ถึงแม้ว่าการเดินทางนี่จะมิใช่เรื่องง่ายอย่างน้อยเขาก็ได้อะไรติดไม้มือมาบ้าง

แต่ทว่าอู๋เซียงมิพอใจมากนัก เขามุ่งไปที่ร่างไร้วิญญาณของหมายเลขยี่สิบห้า ไม่ได้ใช้มือค้นโดยตรงแต่ใช้หอกไม้ไผ่เปิดดูเสื้อของมันแทน

เมื่อเสื้อคลุมถูกเปิด ก็มีบางอย่างหลุดออกมาจากบริเวณหน้าอกของมัน

อู๋เซียงถึงกลับสูดหายใจลึกอีกครั้ง ท่ามกลางสิ่งของในร่างนั้นมีแมลงป่องซึ่งด้านหลังของมันถูกปะติดไว้กับมัน แม้นว่ามันจะไม่ตัวใหญ่โตแต่รูปร่างของกลับน่าเกลียดน่ากลัวอย่างน่าเหลือเชื่อ

“ช่างเป็นบุรุษที่ผูกพยาบาทนัก กระทั่งตัวเองตกตายแล้วก็ยังมิลืมทำลายผู้อื่น ผิวหนังปวดแสบจนถึงโคนศีรษะและยังมีหนองอยู่บนฝ่าเท้า ชั่วช้ายิ่ง”

หลังที่เขาทำลายแมลงป่องนั้นกลายเป็นกองซากแล้ว เขาก็เริ่มค้นหาโดยมิคิดเลยว่าหมายเลขยี่สิบห้านี้จะมีการเก็บเกี่ยวที่ดี

หยกสองชิ้นหล่นจากหน้าอกมัน

แต่น่าเสียดายสำหรับอู๋เซียงหยกสองชิ้นนี้มีค่าเพียงสองคะแนนเท่านั้น อย่างไรก็ตามหนึ่งในนั้นก็เป็นหมายเลขยี่สิบเก้า สำหรับน้องชายของตงเหยามันจะมีค่าถึงห้าคะแนน

หากเขาสามารถเอาหมายเลขหกมาให้ได้แล้ว หยกนี่อาจเป็นคะแนนที่มีค่าน้อยที่สุดสำหรับเขา

แท้ที่จริงมันมิใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะตามเก็บหยกสองคะแนน

เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่าง อู๋เซียงก็เก็บกวาดฉากต่อ

ด้วยชัยภูมิเช่นนี้ถือว่าได้เปรียบ เขาเลยมีความคิดบางอย่าง หากน้องชายของตงเหยามีคะแนนมากพอแล้วเขาอาจจะพาเขามาที่นี่และใช้ประโยชน์ภูมิประเทศและกับดักแห่งนี้ปกป้องเขาได้

อู๋เซียงหันมองรอบๆและตรวจดูอย่างละเอียด เขาพบถ้ำเก่าอยู่หลังเขาและไม่พบหยกชิ้นอื่นๆ

เพื่อป้องกันความวุ่นวายจากผู้อื่น อู๋เซียงแขวนศพของหมายเลขยี่สิบห้าไว้บนต้นไม้ใช้เป็นคำเตือนสำหรับผู้ที่ผ่านไปมา

เมื่อเขาออกจากที่แห่งนี้ เขาก็คิดคำนวณอยู่ในใจว่า “งานต่อไปคือการตามหาหมายเลขสามสิบสอง ข้าจำเป็นต้องใช้หยกของมันเพื่อแลกเปลี่ยนกับน้องชายของแม่นางตงเหยา ก่อนหน้าข้าได้หยกห้าคะแนนสองชิ้น สองคะแนนอีกสี่ชิ้นเป็นตอนนี้มีอยู่สิบแปดคะแนน ได้จากหมายเลขยี่สิบห้ามาอีกสามอัน ยี่สิบคะแนนหนึ่งและสองคะแนนอีกสองชิ้น เป็นทั้งหมดสี่สิบสองคะแนนหากได้หมายเลขหกจากเขาก็จะเป็นเจ็ดสิบสองคะแนน….”

หลังคำนวณดูคร่าวๆแล้วอู๋เซียงก็เข้าใจถึงสถานการณ์ในกำมือ

“วิธีที่ดีที่สุดนี่คงเป็นการเก็บหยกสิบคะแนนในสามวันนี้ ด้วยการสะสมคะแนนเช่นนี้มันจะเป็นแปดสิบสองคะแนน ถ้าให้หยกหมายเลขยี่สิบเก้านี้แก่เขาข้าจะยังมีคะแนนแปดสิบคะแนนอยู่ มันพอดีกับเงื่อนไขในการข้ามเขต มิมีเวลาให้ขาดทุนแล้ว….”

“ข้าต้องเร่งมือและให้จบการข้ามแดนในห้าวัน มันมิช้านักแต่ผู้ใดจะรู้เล่าว่ามีปีศาจคนอื่นอยู่ในจำนวนผู้เข้าร่วมสองหรือสามพันคนนี้?”

ปลอดภัยไว้ก่อนเสียดาย

อู๋เซียงตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเป็นอันดับหนึ่งในการแข่งขัน

สำหรับการแข่งขันระหว่างสี่นครรัฐหรือการแข่งขันแบบกลุ่มนี่มิได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเขาคนเดียว นั่นเป็นเพียงการแต่งเติมเป้าหมายของเขาเท่านั้น เขาใช้แค่ความมุมานะอันยอดเยี่ยมของเขาเองหากคนที่เหลือจากนครรัฐเพลิงไพรีไร้ความสามารถแล้วไซร้ มันก็จะมิได้สิ่งใดเลย

ดีที่การทดสอบครั้งนี้แคว้นไป่หยู่มอบรางวัลให้อันดับหนึ่งมากกว่าการชนะแบบอื่น

ดวงดาราที่เปล่งแสงจะกลายเป็นราชวงศ์อย่างไม่มีข้อแม้ถึงแม้ว่าจะมีแซ่ต่างกันก็ตาม?

อู๋เซียงไม่ได้สนใจในชื่อเสียงเกียรติยศลาภยศและอันดับนัก อย่างไรก็ตามในโลกนี้ระดับสถานะของตระกูลจะมีประโยชน์ต่อลูกหลานต่อไป

“ถ้าข้าชนะเป็นท่านอ๋อง บิดาย่อมเบิกบานและสถานะพี่ใหญ่ก็จะดียิ่งขึ้น ถึงยามนั้นมาดูกันว่าต้าซือเหิงจะเอ่ยวาจาเช่นไร…”

เมื่อมีความคิดเหล่านี้เข้ามา อู๋เซียงก็แรงบันดาลใจที่มากขึ้น

เขาเริ่มค้นหาและตามล่าหมายเลขสามสิบสอง

สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงสองมานี้เขาเขาใช้ทุกวิธีการที่คิดได้อย่างการสอบถาม การตั้งคำถาม การวิเคราะห์ ในที่สุดเขาก็ได้ข้อมูลการเคลื่อนไหวเล็กน้อยของหมายเลขสามสิบสอง

เขาต้องยอมรับว่าหมายเลขสามสิบสองนี้มีท่าทางแปลกประหลาด มันพเนจรไปทั่วไม่มีแหล่งอาศัย ความแข็งแกร่งนั้นถือว่าเหนือกว่าผู้เข้าร่วมในสนามทดสอบแห่งที่สามนี้

อู๋เซียงเพ่งพินิจมองฝั่งทิศใต้ ด้านนั้นสูงเด่นและมีผืนป่าเขียวชอุ่ม เพราะหมายเลขสามสิบสองมักเคลื่อนไหวรอบแถบนั้นมันพิสูจน์ได้ว่าตัวมันย่อมมีความมั่นใจมากกว่าความแข็งแกร่ง

ขณะที่เดินเข้ามาในป่านั้น เขาก้าวเดินอย่างช้าๆอยู่ชายป่าด้านนอก สังเกตลักษณะโดยรอบ ใช้สัมผัสทางการสูดดม การสัมผัสและความรู้สึกอื่นๆเพื่อเก็บรายละเอียดเล็กน้อยของบริเวณรอบๆ

ทันใดนั้นเองเขาก็สัมผัสบางอย่างได้

มีกลิ่นอายสังหารสามคนกำลังซ่อนตัวอยู่ ดักรอซุ่มโจมตีในรูปแบบสามด้านสาม แต่ละคนห่างกันมิถึงหนึ่งร้อยก้าว วางเป็นรูปแบบรูปสามเหลี่ยม

“แม้นทางเจ้าบ้านจะทำทุกหนทางเพื่อหยุดยั้งการเป็นพันธมิตร แต่ก็ยังมิอาจป้องกันการซ่องสุมส่วนตัวได้หรือนี่” เขาคิด “ทั้งสามคนนี้สมควรเป็นสหายร่วมงานเฉพาะ รวมกันเพื่อซุ่มจับกุมผ่านไปมาแน่”

“อืมมม ใช่ข้ายังต้องการคะแนนอยู่บ้าง ลูกสุนัขสามคนนี้คงเก็บได้เยอะพอควร เริ่มต้นที่พวกมันแล้วกัน!”

เมื่อคิดเช่นนั้นอู๋เซียงก็เดินไปข้างหน้าราวกับว่าไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายที่เข้าใกล้

ยามเข้าใกล้คนที่ซุ่มทำร้ายซึ่งอยู่ทางทิศใต้ เขาไม่รีบลงมือก่อน เขากำลังรอโอกาสให้ทั้งสามคนเข้ามาพร้อมกัน

มิเช่นนั้นหากสองในสามคนนั้นเห็นทักษะอันน่ากลัวของเขาแล้วยามที่ลงมืออีกคน พวกมันจะวิ่งหนีไปอีกทางทันที

บริเวณแถบนี้ต้นไม้รอบข้างนั้นสูงเสียดท้องฟ้าและมันก็ง่ายต่อการหลบหนี เขาจะมีปัญหาแน่หากหนึ่งในพวกมันหนีไปได้พร้อมทั้งชิ้นหยก

ชายหนุ่มงอตัวลงและเดินไปเรื่อยๆ เขามองเห็นชุดของพวกมันซึ่งตัดกับผืนป่าสีเขียวจากหางตา

อู๋เซียงหัวเราะในใจ “ทักษะการปลอมตัวนี่อ่อนด้อยกว่ามือสังหารในโลกเดิมของข้านัก”

ห้าสิบจั้ง สามสิบจั้ง ยี่สิบจั้ง…

สิบห้าจั้ง สิบจั้ง…

ในที่สุดเขาก็ถึงเขตเป้าหมาย ทางด้านทิศใต้พวกมันดึงคันศรและปล่อยลูกธนูเสียงดังหวือ

ลูกศรถูกยิงออกมาอย่างต่อเนื่องถึงแปดลูกดั่งปีศาจร้ายกำลังไล่ตามชีวิต

ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ การไล่ยิงเช่นนี้ไม่อาจสร้างภัยคุกคามขึ้นมาได้เลย ไม่ต้องพุดถึงเขาที่เตรียมตัวมาอย่างดี

ร่างของเขาตามติดทิศทางของลูกศรและก็พลันถอยกรูดออกมาโดยเร็ว ทรุดตัวลงกับพื้นป่าเขียวชอุ่ม

“ว่าไงรึสหาย… ”

เสียงหวีดร้องแหลมดังขึ้น บุรุษทั้งสามพุ่งตัวเข้าหาอู๋เซียงในฉับพลัน คว้าหอกไม้จบชีวิตของอีกคน

อู๋เซียงเหลือบตามองและเห็นการกระทำของทั้งสามคนอย่างครบถ้วน

ห้าสิบ สามสิบจั้ง …

ดังสปริงเหล็กเขาพลันพลิกตัวขึ้นทันที พอขยับมือลูกศรไม้ไผ่พุ่งกลับเช่นอสรพิษร้าย

ศรทั้งสามพุ่งออกไปสามทาง ประหนึ่งสายรุ้งลอดผ่านดวงอาทิตย์พร้อมพลังเต็มเหนี่ยวและความเร็วนั้นก็เร็วเกินกว่าที่คนทั้งสามจะมองเห็น มันแทงเข้าลำคอพวกมันอย่างแม่นยำ!