0 Views

 

“ตกลง สามวันหลังจากนี้มาพบข้าที่นี่ เจ้ามาพร้อมหยกหมายเลขหกยามนั้นข้าเองก็จะเอาหยกหมายเลขสามสิบสองมาแลกเปลี่ยน ถ้าหากเรื่องที่เจ้าเอ่ยเป็นความจริง”

“ท่าน… จะไปผู้เดียวหรือ?” หมายเลขสิบเก้าถามด้วยความประหลาดใจ

“เพราะเจ้ามีสติปัญญาเป็นหนึ่งดังนั้นเราจึงควรแบ่งงานกันแทน เจ้าไปหาข้อมูลและหาว่าชิ้นหยกมันอยู่ที่ไหนแล้วก็นำมันมา จำไว้ว่าหากข้อมูลของเจ้ามิถูกต้องแล้วข้อตกลงของเราจะถือเป็นอันสิ้นสุดทันที”

แม้นมันจะถูกเตือนแต่ก็หาได้สนใจไม่ ตรงกันข้ามมันรู้สึกว่ายามที่อีกคนเอ่ยเช่นนั้นก็หมายความว่าเขาตกลงที่จะทำงานด้วย

ตราบเท่าที่ข้อมูลของเขามีความแม่นยำ แน่นอนว่าความร่วมมือของพวกเขาทั้งสองย่อมแข็งแกร่งขึ้น และการรวบรวมข้อมูลก็เป็นจุดเด่นของเขา

เขาพยักหน้า “ได้ ข้าจะมาพบท่านในอีกสามวัน!”

อู๋เซียงยิ้มบาง “แล้วเจอกัน หวังว่าในกลุ่มคนที่มีสิทธิ์เข้ารอบของนครัฐเพลิงไพรีเราจะมองเห็นกัน ฮ่าๆๆ… ”

เอ่ยเสร็จเขาก็ก้าวเท้ายาวออกไป

“ท่านจะไปที่ใดหรือ?” จากถ้อยคำและการกระทำของอู๋เซียงทำให้หมายเลขสิบเก้าตระหนักได้ว่าคนผู้นี้มิใช่บุคคลไร้ยางอายดั่งที่ทำกับทุกคนก่อนหน้า

ตรงกันข้ามยิ่งพูดคุยมากเท่าไร เขายิ่งเหมือนกลุ่มดาราที่ซ่อนตัวลึกอยู่ในท้องนภา มันรู้สึกนี่เป็นบุคคลพิเศษ

“ข้าจะไปพบหมายเลขยี่สิบห้า แม้นว่ามันจะมิให้ข้อมูลอันใดแต่ข้าก็รู้สึกว่ามันต้องของของดีอยู่บ้าง การมีเป้าหมายและทิศทางนั้นย่อมดีกว่าการล่องลอยไปทั่ว”

ร่างของเขาหายไปทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนขณะที่ลงจากเขาและหายตัวไป

หลังผ่านช่วงใจลอย หมายเลขสิบเก้าก็คืนสติได้ มันคิดว่า “เหมือนว่าผู้ร่วมงานที่ข้าพบนี่มิธรรมดาเลย โชคดีจริงๆที่สิ่งที่ข้าสนใจนั้นมิขัดแย้งกับเขา มิเช่นนั้นเกิดปัญหาใหญ่แน่ๆ…”

 

จากข้อมูลที่ได้รับจากหมายเลขยี่สิบห้า อู๋เซียงต้องไปทางทิศตะวันตกประมาณสิบห้าลี้ เขาค่อยๆเห็นลำธารช้าๆ

อีกฟากของลำธารนี้ ปรากฏหุบเขาลึกพาดผ่านระหว่างภูเขาสองลูก มันดูสงบนิ่งและลึกลับ

อู๋เซียงยืนหยุดข้างลำธารมิเร่งรีบ สำหรับนักรบถือว่าเป็นความรู้ทั่วไปที่สมควรทราบว่าอย่าได้ย่างก้าวเข้าไปในป่าที่มิคุ้นเคยและอย่าข้ามไปหากพบสายน้ำ

ถึงแม้ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นเพียงผู้เยาว์ผู้หนึ่งก็สมควรระวังตนเสมอ มีหลายสิ่งในโลกที่มิอาจคาดเดาได้ในโลกนี้ มั่นใจในฝีมือของตนได้แต่ก็อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นลำเรือดันล่องไปในคลองน้ำมืดมิด

ขณะที่ยืนอยู่ข้างลำธารเขาสังเกตมันอยู่พักหนึ่ง สายน้ำใสไหลเอื่อยราบเรียบ สามารถมองเห็นด้านล่างได้ เพราะความมืดเป็นดั่งคมดาบจึงมิมีการเล่นกลโกงใดภายใต้สายนที

ส่วนการวางยาพิษนั้น ส่วนความสำเร็จของการฉีดยาพิษในน้ำแทบจะเป็นไปมิได้แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่ดี อู๋เซียงหยิบเอาเข็มเงินออกมาจากอกและจุ่มลงน้ำสักครู่ พบว่ามันมิเปลี่ยนสีใดๆ

ตอนนี้เขามั่นใจเลยว่าลำธารนี้ไม่มีปัญหาแน่

เขาไม่ได้แสดงความสามารถของตนโดยผ่านไปทันที เขารู้ว่าหมายเลขยี่สิบห้าต้องหลบซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งเฝ้าจับตามองเขาอยู่ ยามนี้จึงมิใช่เวลาเปิดเผยพลัง

หลังข้ามธารน้ำมาก็พลันปรากฏเงาดำขึ้นจากบริเวณเขา เป็นมันหมายเลขยี่สิบห้านั่นเอง ในหุบเชาเล็กๆแห่งนี้มีความกว้างมิมากนัก ผู้ใดก็ล้วนแต่สามารถกระโดดข้ามผ่านไปได้ทั้งสิ้น

“ฮ่าๆ ข้ารู้ว่าท่านจะมา” หมายเลขยี่สิบห้าเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม

อู๋เซียงยืนอยู่กับที่ใช้สัญชาติญาณของนักรบสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ เขาเดาว่าการที่บุรุษผู้นี้มาต้อนรับแต่แรกมันย่อมมีแผนการ

“เหลวไหล หยกของเจ้าอยู่ที่ใด?” เขาก่นเสียงเย็น

“ฮ่าๆ ข้ามิได้โกหกนะ ทว่าจริงๆแล้วข้ามิมีหยกหมายเลขหกหรอก” สุ้มเสียงของมันดังขึ้นจากอีกฟากฝั่ง

“มิมีรึ?” เขาขมวดคิ้ว

“ใช่ การที่ข้าเอ่ยว่าข้ามีหยกหมายเลขหกนั้นก็เพื่อให้คนผู้อื่นสับสน ต้องขออภัยจริงๆ ข้ามีชิ้นหยกที่สอดคล้องอย่างหมายเลขสี่สิบห้าอยู่ต่างหาก!”

อู๋เซียงไม่รีบตอบโต้หรือหัวเสียอันใด เขาทราบอยู่แล้วว่าน้องชายของแม่นางตงเหยานั้นมีหยกหมายเลขหก คนผู้นี้มิมีก็มิแปลกนัก

เหตุใดมันจึงสารภาพยามนี้เล่า? หรือว่ามันกำลังหวาดระแวงอยู่?

แม้นว่ามันจะเล่นแง่กลใด หากมันมีหยกหมายเลขสี่สิบห้าจริงก็จริงก็น่าตกใจน่าดู

“ตัวบัดซบ เมื่อใดเจ้าจะหยุดโกหก? หากมิมีหยกข้าจะมิมาเด็ดขาด เชิญเจ้าเล่นสนุกแต่เพียงผู้เดียวเถิด” อู๋เซียงตั้งใจจะรามือและหันหลังจากไป

“จะรีบร้อนไปไยพี่ชาย” หมายเลขยี่สิบห้าร้องบอก “หากอยากเห็นข้าก็จะแสดงให้ดู แต่ท่านต้องบอกว่าท่านมีหยกหมายเลขใดอยู่ หากมันไร้ประโยชน์แล้วไซร้ข้าจะมิแลกเปลี่ยนเด็ดขาด”

มิมีผู้ใดเมียงมองพวกเขาแน่นอน อู๋เซียงไม่กังวลนักกับการเปิดเผยไพ่ เขาหยิบหยกหมายเลขยี่สิบหกวางบนฝ่ามือ

“เจ้าเห็นหรือไม่? อ่านถูกใช่หรือไม่? ยี่สิบหก! มันเป็นเลขสอดคล้องกับเจ้าและมีค่าถึงยี่สิบคะแนน” เขาวางมันไว้บนฝ่ามือให้อีกคนดูได้อย่างเสรี

หมายเลขยี่สิบห้ามันมิอาจละสายตาออกมา จ้องมองเป็นเวลานาน พลางกลืนน้ำลายเอ่ยพึมพำว่า “เป็นยี่สิบจริง ตกลง ท่านรออยู่ที่นี่นะ”

จากนั้นชั่วมันก็ปรากฏตัวขึ้นบนเขา ในมือมีชิ้นหยกกล่าวว่า “ดูให้ดีนี่เป็นหยกหมายเลขสี่สิบห้าใช่หรือไม่?”

เป็นความจริงที่ว่ามิมีชิ้นหยกปลอมแน่ อู๋เซียงผงกศีรษะ “เอาล่ะข้าจะตะโกน หนึ่ง สอง สาม เราจะขว้างให้กันตกลงหรือไม่?”

มันจะดีแล้วหากว่าอีกฝ่ายมิได้ใช้เล่ห์กลอันใด มันมิต้องการให้เกิดปัญหาขึ้น ทว่ามันรู้สึกว่าคนผู้นี้มิใช่คนดีขนาดนั้น เหมือนว่าจะมีเรื่องเกิดตามหลัง

แน่นอนมันส่ายหน้า “ไม่ หากเราขว้างให้กัน มันมิมีสิ่งใดยืนยันได้ว่าหนึ่งในนั้นจะขว้างจริงหลังเอ่ยสามจบ คงเป็นปัญหาใหญ่แน่หากคนใดคนหนึ่งมิขว้าง”

“เช่นนั้นเจ้าคิดว่าพวกเราควรทำเช่นไร?” อู๋เซียงหัวร่อภายในใจ หากหุบเขานี้มิได้แยกพวกเขาออกจากกัน เขาจะมิแสดงความเมตตาเช่นนี้แน่

ถึงแม้ว่าเขาจะเก็บกำลังและพร้อมจู่โจมทุกเวลา

“เอาอย่างนี้ ให้พวกเราไปวางหยกไว้ในที่ปลอดภัย จากนั้นก็ไปหยิบเอาของกันและกัน ท่านคิดว่าอย่างไร?”

ยิ่งมันทำเช่นนี้ก็ยิ่งยืนยันได้ว่ามันวางแผนบางอย่างอยู่ อู๋เซียงเข้าใจถึงแผนการของมันอย่างแจ่มแจ้งแล้วตอนนี้ เพราะพวกเขาถูกแยกกันอยู่คนละฝั่งมันคงมิดีที่จะลงมืออย่างผ่าเผย ดังนั้นเขาจึงคล้อยตามและเอ่ยว่า “อืม เจ้าวางไว้ก่อนสิ”

หมายเลขยี่สิบห้าพยักหน้าและกล่าว “ได้ ข้าก่อนเอง”

มันเดินไปทางขวามิไกลแล้วก็หยุด ก้มตัวและวางชิ้นหยกลงเบาๆจากนั้นก็ลุกขึ้น พูดกับอู๋เซียงซึ่งอยู่ไกล “ท่านวางชิ้นหยกลงแล้วเราก็จะเดินผ่านกันไปเอาใช่หรือไม่?”

อู๋เซียงมองทุกการเคลื่อนไหวของอีกคนอย่างตั้งใจ เริ่มแรกทุกสิ่งนั้นดูธรรมชาติทว่าการก้มตัวลงครั้งสุดท้ายนั้นกลับดูน่าสงสัยยิ่งในสายตาของเขา

เพียงจะวางชิ้นหยกลงจำเป็นต้องก้มหมอบต่ำลงเช่นนั้นหรือ?

เป็นอีกครั้ง มันมองไปยังบริเวณแถบนั้น แท้จริงแล้วมันอยู่ตรงข้ามกับผืนป่า

อู๋เซียงยังคงจดจ่อดูอยู่และไม่ได้แสดงสีหน้าอันใด เขาเปล่งเสียงหัวเราะ “เจ้าช่างระมัดระวังยิ่ง ดูให้ดีหมายเลขยี่สิบหกมันวางอยู่ตรงนี้”

เขาเลียนแบบก้มวางหยกหมายเลขยี่สิบหกลง ขณะเดียวกันก็กุมหินสองก้อนไว้ในมือ

“ดี ตอนนี้เราจะเดินคนละก้าว ข้าจะกลับไปที่เดิมและท่านก็เดินมาที่นี่แทน เมื่อพวกเราต่างก็เข้าใกล้ชิ้นหยกแล้วให้กระโดดข้ามหุบเขาไปอีกฝั่ง”

ขณะที่มันพูด หมายเลขยี่สิบห้าก็เดินโดยใช้เส้นทางเดิมของมัน

เมื่ออู๋เซียงเดินไปได้ครึ่งทาง ฉับพลันก็เผยรอยยิ้มพิกลพลางเตะเท้าถี่ เศษก้อนดินซึ่งถูกเตะมันปลิวไปหาหยกเสียงดัง ปึ๊ก ปึ๊ก ปึ๊ก

เศษดินเหล่านั้นมีขนาดเท่าก้นตะกร้าสาน เมื่อพวกมันหล่นลงข้างหยกก็พลันระเบิดเสียงตู้มปรากฏเป็นหลุมลึกราวสองจั้งยุบตัวลงล้อมรอบชิ้นหยก

หมายเลขยี่สิบห้าเองก็จับตามองอู๋เซียงอยู่ เมื่อมันเห็นการระเบิดก็รู้เลยว่ามีบางอย่างผิดปกติ เสี้ยวลมหายใจมันพลันหมุนตัวหนีทันทีที่ที่เห็นพลังลูกเตะของของอีกคน

หวือ!

ก้อนหินที่อู๋เซียงหยิบไว้ในมือพลันพุ่งตัดอากาศออกไป พร้อมเสียงเยาะเย้ยเสียงดัง มันพุ่งตรงทะลุผ่านศีรษะด้านหลังของหมายเลขยี่สิบห้าเข้าเต็มเปา!

ปึก!

สายโลหิตหลั่งรินออกมาเป็นสายน้ำ หมายเลขยี่สิบห้าทรุดตัวล้มและตกตายทันที

อู๋เซียงระวังตัวตลอดและมิรีบร้อนกระโดดข้ามไป เขาหยิบก้อนหินขึ้นจากพื้นและขว้างมันเข้าไปในหลุมขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบ ยามที่ก้อนหินนั้นลอยหวือผ่านก็พลันปรากฏหอกไม้ไผ่นับมิถ้วนและเกาทัณฑ์ก็ยิงออกมาดั่งตั๊กแตนเจ้าเล่ห์จากผืนป่าที่หลากหลาย

ทันใดนั้น หลุมนั้นก็เต็มไปด้วยหอกไม้ไผ่และลูกเกาทัณฑ์

อู๋เซียงรู้สึกถึงคลื่นความกังวลเย็นๆจากภายใน หากเขาหุนหันเกินไปกับดักพวกนี้อาจก่อเป็นปัญหาใหญ่ได้

มิคิดเลยว่าหมายเลขยี่สิบห้าจะเป็นผู้ทำกับดัก มองแค่ผิวเผินกระทั่งผู้แตกฉานอย่างเขาเองก็มิเห็นร่องรอยของกับดักนี่เลยด้วยซ้ำ

หากว่าการเคลื่อนไหวครั้งสุดท้ายของมันมิทำให้เขาสงสัย หากว่าเขาพุ่งเข้าไปผลลัพธ์นั้นมิอาจคาดเดาได้เลย….

“แล้วชิ้นหยกอยู่ใดกัน?” ในทางกลับกันอู๋เซียงกลับกังวลหยกหมายเลขสี่สิบห้ามากกว่า