0 Views

บุรุษผู้นั้นมองหยกเลขที่ยี่สิบหกในมือของอู๋เซียงอย่างร้อนรน หัวใจของมันเต้นรัวพร้อมวางแผนในใจ “เพราะข้ามีหมายเลขสามสิบหกแล้ว รวมกับยี่สิบหกชิ้นนี่ข้าก็จะได้รับสามสิบห้าคะแนน สามสิบห้าคะแนนในวันแรก มันจะมิใช่ความฝันอีกต่อไปสำหรับการการเก็บแปดสิบคะแนน! ข้าต้องได้หยกชิ้นนี้!”

ความคิดที่ตีวุ่นกันในศีรษะของมันเริ่มจะสงบลงเพราะอีกฝ่ายกล้าแสดงหยกให้เห็นชัดเจน มันต้องแน่ใจพอควร

อย่างไรก็ตามหากมิมีความมั่นใจจะกล้าเข้าร่วมการทดสอบหรืออย่างไร?

ในช่วงอันวิกฤต ความแข็งแกร่งที่แท้จริงหนึ่งเดียวจะปรากฏในฉากจบ

สามารถสังเกตได้ว่าถึงแม้นอู๋เซียงจะสวมหน้ากาก ทุกสิ่งที่ปรากฏผ่านนัยน์ตาก็มิอาจหยดยั้งเขาได้ ชายหนุ่มยิ้ม “เจ้าจะใช้สิ่งใดเป็นเดิมพันเล่า?”

“เดิมพันรึ? จงว่ามา?” บุรุษแปลกหน้าพร้อมโจมตีอย่างทันทีหากเห็นช่องว่าง

“หากเจ้าวางแผนจะลอบโจมตีข้าขณะที่กำลังพาทีข้าเกรงว่านั่นมิใช่ความคิดที่ดีนัก” อู๋เซียงเอ่ยเตือนยิ้มๆ “หากเจ้าต้องการเดิมพันก็จงแสดงหยกของตนเองเสีย เมื่อปราศจากของแล้วเจ้าจะมิมีสิทธิ์ใดมาแลกเปลี่ยนกับข้า?”

มันหัวเราะว่า “อยากจะเห็นหมายเลขหยกข้ารึชนะข้าให้ได้ก่อนสิ หากเจ้าไร้ความสามารถก็มิต้องเอ่ยถึงมัน ข้าจะมิเอ่ยมากความหรอกนะหากเจ้าเอามันไปจากข้าได้”

“ดังนั้นแล้วเจ้าจึงวางกลอุบายจะต่อสู้แทน?”

“อุบายของเจ้าน่ะหรือ? หวังว่าจะจับข้าได้นะ?” มันหัวเราะเสียสติ

“เจ้ามิคิดหรือว่าหากเราสู้กันที่นี่ เราจะเป็นดั่งวิหคน้อยแย่งชิงอาหารกันและกลับเป็นชาวประมงก็ที่ได้รับประโยชน์แทน”

“หากพวกมันมีความสามารถก็ร่วมสนุกกับพวกเราได้ ยิ่งมากก็ยิ่งครื้นเครง”

มันมิฟังคำแนะนำของอู๋เซียง จากสัญชาตญาณของมันเองเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้เอ่ยแนะนำ แน่นอนว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อพวกมันมิใช่กับมัน

“ข้าทราบดี ดังนั้นข้าจะมิให้เจ้าอยู่มิตรสหายหรอก”

หลังกล่าวเสร็จเขาก็ขยับพุ่งตัวไปยังเบื้องหน้า

เมื่อเห็นอู๋เซียงทำตามแผนที่มันวางแผนไว้ก็ร้องเสียงเรียบ “หยุดอยู่ตรงนั้นทิ้งหยกไว้แล้วจากไปเสีย เจ้าอย่าคิดหนีไปพร้อมกับมัน”

“ฮ่าๆ หากมีความสามารถจริงก็ตามมาสิ พูดมากเสียจริง”

ยามเอ่ยวาจาอู๋เซียงก็ไปไกลหลายเท่าตัวแล้ว แน่นอนว่านี่ยังไม่ใช่กำลังทั้งหมดมิฉะนั้นแล้วอีกฝ่ายคงจับเขามิได้แม้แต่เงาก็ตาม

เขาไม่อยากสู้ที่นี่เพราะมีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องอยู่

มิเร็วหรือช้ามากไป เขาพยายามให้อีกคนตามทันโดยที่มันมิรู้เลยว่าเป็นเจตนาของเขา

ผ่านมาหนึ่งก้านธูปพวกเขาก็มาถึงสถานที่ห่างไกล เมื่อมาอยู่ที่นี่ดวงตาที่จ้องมองทั้งหมดก็หายไป

อู๋เซียงกระโดดไปข้างหน้าในพริบตาและหายตัวไปภายในพุ่มไม้ใหญ่

ชายผู้นั้นตามเขามาติดๆพร้อมตื่นตัวทุกขณะ เห็นชัดว่ามันยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่และมีสติทุกเวลาเช่นกัน มันกลัวว่าอีกคนจะลอบทำร้ายตนในที่มืด

เมื่อเข้ามาใกล้มันก็พบว่าอู๋เซียงหายไปแล้ว พุ่มไม้สีเขียวจัดเรียงเป็นกลุ่มก้อนอยู่ข้างหน้ามันจริงอย่างที่มีคำกล่าวไว้ – จงระวังยามอยู่ในผืนพนา

แม้ว่าพุ่มไม้นี้จะมิใช่ป่า แต่ความสูงเกือบถึงหน้าอกของบุรุษนี่ก็ทำให้มันดูอันตราย

มันยืนหยุดอยู่ทุ่งหญ้าด้านนอก หัวร่อเสียงเย็นว่า “วางแผนจะสู้กับข้ารึ? แล้วทำตัวขลาดเขลาเยี่ยงนี้ได้อย่างไรเล่า? แต่มิสำคัญหรอกหากข้ามิเข้าไปมาดูกันว่าผู้ใดจะมีความอดทนมากกว่ากัน”

จากนั้นมันก็ก้าวถอยหลังกระโดดขึ้นบนต้นไม้สูงและตรวจดูสภาพแวดล้อมรอบตัว

เมื่อพินิศบางอย่างดูแล้ว มันกระตุกยิ้มพร้อมกระโจนลงด้านล่าง หยิบเศษหินและหวดใส่เต็มแรง!

ปึก ปึก ปึก!

ขว้างใส่ติดๆกันไปทางทุ่งหญ้า การเหวี่ยงก้อนหินนี่ทรงพลังยิ่งมันพุ่งตัดผ่านเข้าไปในพุ่มไม้และเหล่าวิหคต่างก็ตื่นตระหนก

มันมิรู้ว่าการขว้างหินสุ่มไปในเงามืดนี่จะได้ผลหรือไม่ ฝ่ายตรงข้ามเองก็มิใช่ท่อนไม้แห้งที่จะทุบตีโดยง่าย

แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มันเป็นวิธีเดียวที่มันสามารถคิดได้ มิฉะนั้นมันก็จะมิมีทางเลือกใดนอกจากต้องรอ

ภายหลังที่ระดมยิงก้อนหินความสงบก็กลับคืนสู่รอบๆ มันสบถด่าพลางพึมพำอย่างรู้สึกทรมาน “สารเลวตัวนี้เกิดปีทู่เหนียน(ปีกระต่าย)แน่แท้ ช่างวิ่งหนีเร็วนัก”

ขณะที่มันกำลังจะล่าถอย ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งยื่นมาสะกิดและตบลงบนไหล่ของมัน

“อ่า!” ด้วยความตกใจยิ่งมันถอยและหันมองกลับ มันเห็นเพียงอู๋เซียงยืนมองมันพร้อมรอยยิ้ม

สีหน้ารื่นเริงดั่งนายพรานเห็นเหยื่อหล่นลงบนกับดักของตน

คลื่นความหนาวเหน็บเสียดแทงลงกระดูก เสียงก็พลันหายไป “เจ้ามาอยู่ด้านหลังข้าได้อย่างไร?”

“มอบหยกมาแล้วข้าจะให้เจ้ามีชีวิตต่อ” อู๋เซียงไร้อารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

“หากข้าให้มันกับเจ้าก็อย่าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่เช่นกัน!” มันร้องเสียงดังพลางยิ้มชั่วร้าย ส่งมือพาดพร้อมเฉือนลงบนลำคอของอู๋เซียง

“เพราะเจ้าโจมตีก่อนเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไร้ความเมตตาแล้วกัน” สุ้มเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบกระแทกหมัดออกไป แท้จริงมันคือการออมมือของผู้ใหญ่ยามต่อสู้กับทารกน้อย

หมัดนี้เป็นเต็มเปี่ยมด้วยพลังขั้นสูง การควบคุมความเร็วและพลังเป็นไปอย่างสมบูรณ์ขณะที่กระแทกใส่มือของอีกคน

ด้วยความทรมานแขนข้างนั้นของมันพลันมีเสียงแตกดังกรอบชัดเจน ดั่งว่าวถูกตัดเชือกร่างของบุรุษผู้อวดดีกระเด็นออกไปและกลิ้งหล่นบนผืนหญ้า

อู๋เซียงกระโดดลงมาตามหลังต่อหน้าอีกคน เป็นความจริงที่เขายังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่นักการโจมตี เขาควบคุมได้อย่างแม่นยำในการสังหารคนตรงหน้า

โดยธรรมชาติแล้วเขามีศีลธรรมพอควรมิมากหรือน้อยเกินไป เขามิต้องการแสดงว่าตนแข็งแกร่งเช่นปีศาจร้ายขนาดสายลมอ่อนโรยต้องแหงนหน้ามอง เหล่าผู้เยาว์ที่เหลือในกลุ่มจะตกอยู่ในความหวาดกลัวเมื่อสถานการณ์เป็นเยี่ยงนั้นเป้าหมายการเก็บชิ้นหยกของเขาจะยากลำบากขึ้น

หลังจากค้นหาบางอย่างชั่วพริบตาเขาก็หยิบเลขสามสิบหกออกมา

อีกห้าคะแนน!

เขายังไม่จากไปทันทีหลังได้หยกมาแล้ว เขาถอดชุดของมันผู้นั้นออกและทำลายทิ้งพร้อมซ่อนศพไว้ในที่ลับตา

วิธีนี้จะไม่มีใครทราบว่าหมายเลขประจำของคนผู้นี้คือเลขอะไรแม้นว่าจะเจอซากศพแล้วก็ตาม มันจะไม่ทำให้เกิดความตื่นตระหนกจากคนที่มีเลขลงท้ายเช่นเดียวกัน

อู๋เซียงมีความคิดดีๆในหัวพร้อมพิจารณาแต่ละส่วนอย่างรอบคอบ เขาต้องจัดการแต่ละส่วนเพื่อไม่ให้มีข้อบกพร่องใดๆเกิดขึ้นยามตามเก็บหยก

เมื่อเสร็จสิ้นหน้าที่แล้วเขาก็จากไปเงียบๆ

รวมกับหยกเลขอื่นๆตอนนี้เขามีสิบแปดคะแนนแล้ว

กลางวันผ่านมาและกลางคืนก็ยังไม่หมดเขาพอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้ เขาเชื่อว่าคะแนนในวันแรกนั้นมิเลวร้ายนัก

ยกเว้นข้อผิดพลาดเล็กน้อยนั่นคือเขายังไม่หยกที่ตรงกับหมายเลขตนเองเลย

หากมันตกอยู่ในมือของผู้อื่นก็นับว่าเป็นปัญหาแล้ว เขาหวังว่ามันจะปรากฏออกมาเร็วๆนี้เพราะต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อเก็บสิบแปดคะแนนนี้

การได้เลขสามสิบหกมาถือว่าเป็นกำไรแล้วดังนั้นเขาจึงไม่วางแผนอะไรอีกในคืนนี้ ก่อนรุ่งอรุณจะโผล่เขาตัดสินใจนอนพักเอาแรงสักหน่อยค่อยเคลื่อนไหวอีกทีตอนเช้าแทน

หลังค่ำคืนแห่งการลงมือเขาพบว่าผู้เยาว์เหล่านี้มีพลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากเขาเคลื่อนไหวยามนี้ย่อมมีความหวังว่าได้หยกมากขึ้น

เขาหาที่ลับตา ปิดเปลือกตาช้าๆพร้อมนั่งสมาธิ มิช้าความมืดมืดก็จางหายไป

เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์เปล่งอำนาจ อู๋เซียงออกจากที่ซ่อนและเข้าไปหากลุ่มผู้คน

“ฟังนะ! หมายเลขของข้าคือยี่สิบห้า ข้ากำลังมองหาเลขที่ตรงกันและเลขสอดคล้องกันอย่างยี่สิบหกรวมถึงเลขที่ลงท้ายเหมือนกัน ข้ามีหยกหลายชิ้นมาแต่มันก็มีค่าสองคะแนนสำหรับข้าเท่านั้น แต่ตัวเลขที่ด้อยค่านี้อาจมีค่าสำหรับพวกเจ้า เหตุนั้นก่อนยามบ่ายข้าจึงตัดสินจัดแผงแลกเปลี่ยนที่นี่ หากเจ้ามีหยกสองคะแนนในมือก็จงนำมาให้ข้าพร้อมลงเสี่ยงโชคดู บางทีข้าอาจมีหยกดีอย่างที่เจ้าต้องการอยู่ก็ได้? มาแลกแปลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเถอะ…. ”

บนทุ่งหญ้าเปิดโล่ง อยู่ๆมีผู้เยาว์เริ่มตั้งแผงขึ้น

อย่างไรก็ตามคนผู้นี้ดูกลอกกลิ้งนัก มันไม่ได้บอกว่าหยกที่มีของมันคือเลขอะไรและยังไม่บอกว่าจำนวนที่แน่นอนอีก

กระนั้นก็มีคนจำนวนมากให้ความสนใจ มีคนหลายสิบคนรุมล้อมมันเห็นชัดว่าพวกมันต้องการเสี่ยงโชคดู

เพราะภาพอันแสนวุ่นวายนี้จึงมิมีผู้เต็มใจทดลองก่อนผู้แรก แท้จริงแล้วพวกมันทั้งหมดล้วนมีข้อสงสัย

“ทุกคนมิต้องเป็นกังวล ข้ารับรองอย่างซื่อสัตย์ว่าหากเจ้ามีหยกที่ข้าต้องการ ข้าจะแลกเปลี่ยนมันด้วยเป็นธรรมพวกเราจะได้รับในสิ่งที่ตนต้องการ!”

หยุดชั่วครู่และเอ่ยเสริมอีก “แน่นอนว่ามิจำเป็นต้องวางแผนอันใดมา ข้าจะมิเปิดเผยเลขของชิ้นหยกของข้าเด็ดขาด นอกจากนี้ข้ายังมิได้พกพวกมันติดตัวหากพวกเจ้าวางแผนเช่นการรุมสังหารข้า พวกเจ้าจะมิได้สิ่งใดกลับคืนเลยด้วยซ้ำ ฮ่าๆ ”

อู๋เซียงเดินเข้าไปหามันอย่างช้าๆ เขามีเลขยี่สิบหกตามที่มันต้องการและสำหรับเขาตัวเลขยี่สิบหกนั้นมีค่าเพียงห้าคะแนน แต่สำหรับบุรุษตรงหน้ามันมีค่าถึงยี่สิบคะแนน

หลังทบทวนดูเขาก็มีความคิดบางอย่าง